001 พระจักขุบาล แม้ตาบอดแต่ได้ธรรมจักษุ
1. 护眼尊者:双目失明,却得法眼
ในเมืองสาวัตถี มีพี่น้องสองคนชื่อว่า มหาบาล และ จุฬาบาล วันหนึ่งมหาบาลได้มีโอกาสฟังธรรมจากพระพุทธเจ้าจนเกิดความเลื่อมใสอย่างแรงกล้า จึงตัดสินใจขอบวช แม้น้องชายจะทัดทานว่ายังหนุ่มแน่นควรอยู่เสวยสุขก่อน แต่มหาบาลกลับเห็นว่าการปฏิบัติธรรมต้องทำในวัยที่มีกำลังวังชา จึงสละทุกอย่างเพื่อเข้าสู่ร่มกาสาวพัสตร์
在舍卫城,有两兄弟分别名为大护和小护。有一天,大护有缘听闻佛陀说法而心生信仰,随即决定出家为僧。尽管弟弟劝阻说正值青春年少,应先享受世俗之乐,可是大护却认为应当在精力旺盛的壮年精进修行,因此毅然舍弃一切,出家入佛门。
หลังจากบวชและเรียนรู้พื้นฐานจนครบ 5 พรรษา พระมหาบาลปรารถนาจะมุ่งเน้นการปฏิบัติวิปัสสนาอย่างจริงจัง จึงทูลขอกรรมฐานจากพระพุทธเจ้าและพาคณะสงฆ์ออกไปจำพรรษาที่หมู่บ้านชายแดนแห่งหนึ่ง
出家之后,经过五年的基础学习,大护比丘渴望精进修习毗婆舍那,便向佛陀请教禅修法门,然后带领一群比丘前往边境的一个村庄雨安居。
ในพรรษานั้น ท่านได้ตั้งปณิธานอย่างแน่วแน่ว่าจะ ไม่เอนหลังลงนอนตลอด 3 เดือน โดยจะอยู่ในเพียง 3 อิริยาบถ คือ ยืน เดิน และนั่งเท่านั้น
他在安居期间立下誓言:三个月内不躺下睡觉,只维持三种姿势——行、住、坐。
ผ่านไปเพียงเดือนเดียว โรคตาก็มาเบียดเบียนท่านอย่างหนัก น้ำตาไหลนองตลอดเวลา แม้จะมีหมอใจบุญปรุงยามาถวาย แต่พระมหาบาลก็ยังคงรักษาปณิธาน ไม่ยอมนอนหยอดยาตามที่หมอสั่ง ท่านเลือกที่จะ “ยอมเสียดวงตา ดีกว่ายอมเสียสัจจะ” จนในที่สุด เมื่อถึงเวลาตีสองของคืนหนึ่ง ดวงตาทั้งสองข้างของท่านก็แตกดับมืดบิดลงสนิท แต่ในขณะเดียวกัน “ดวงตาเห็นธรรม” ของท่านกลับสว่างไสว ท่านได้บรรลุเป็นพระอรหันต์ในวินาทีนั้นเอง
仅仅过了一个月,严重的眼疾开始折磨他,流泪不止。虽有一位善心医生为他调制良药,但为了坚守誓言,不肯按照医嘱躺下来滴药。他选择宁可失去双眼,也不违背誓言。终于在一天深夜,他的双眼彻底失明。但与此同时,他的法眼却豁然开朗,就在那一刻,他证得了阿罗汉果。
ต่อมาเมื่อท่านเดินทางกลับมายังเมืองสาวัตถี มีเหตุการณ์ที่ท่านเดินจงกรมแล้วเหยียบแมลงค่อมทองตายไปเป็นจำนวนมาก เพราะท่านมองไม่เห็น
后来,当他返回舍卫城,有一次在经行时,因双目失明不小心踩死了许多金龟子。
พระพุทธเจ้าจึงได้ทรงชี้แจงแก่ภิกษุทั้งหลายว่า พระอรหันต์นั้นไม่มีเจตนาฆ่าสัตว์จึงไม่เป็นบาป และทรงเล่าถึง บุพกรรม ในอดีตของท่านว่า ในชาติปางก่อนท่านเคยเป็นหมอรักษาตา แต่กลับไปแกล้งปรุงยาทำให้คนไข้ตาบอด เพราะโกรธที่คนไข้ไม่ยอมจ่ายค่ารักษาตามสัญญา กรรมนั้นจึงตามมาส่งผลในชาตินี้
佛陀得知后向众比丘解释道:“阿罗汉没有杀生的意图,因此不构成恶业。”随后,佛陀还揭示了尊者的宿世因缘:在过去世,他曾是一位眼科医生,因恼怒病人不按时支付诊费,便恶意配药导致对方失明。此恶业延续至今生,导致其双目失明。
ข้อคิด:
启示
ใจเป็นใหญ่ ใจเป็นประธาน: ทุกอย่างเริ่มที่ใจ หากใจตั้งมั่นและบริสุทธิ์ ผลที่ดีย่อมตามมา
心为主导:一切以心为先导,若心坚定清净,善果自然相随。
สัจจะและความเพียร: ความสำเร็จที่ยิ่งใหญ่ (เช่นการบรรลุธรรม) แลกมาด้วยความเด็ดเดี่ยวและการรักษาคำสัตย์อย่างยิ่งยวด
真言与精进:伟大的成就(如证悟佛法)需要用坚定不移的意志和对誓言的坚守来换取。
กฎแห่งกรรมมีจริง: การกระทำในอดีตไม่ว่าดีหรือร้าย ย่อมติดตามเราไปเหมือนล้อเกวียนที่หมุนตามรอยเท้าโค
业果法则真实不虚:过去的善恶行为,如同车轮紧随牛蹄,终将紧随我们。
เจตนาคือตัวตัดสิน: ในทางธรรม การกระทำที่ไร้เจตนา (เช่นการที่คนตาบอดเดินเหยียบแมลง) ไม่ถือว่าเป็นบาปที่เกิดจากความมุ่งร้าย
动机决定性质:在佛法中,无心之过(如盲人无意踩死虫子)不构成恶意的罪业。
——————————————————-
002 มัฏฐกุณฑลี แค่มีจิตศรัทธาก็ไปเกิดบนสวรรค์ได้
2. 辉煌耳环:凭一念信仰往生天界
ณ เมืองสาวัตถี มีเศรษฐีผู้มั่งคั่งคนหนึ่งแต่เขามีความตระหนี่ถี่เหนียวเป็นอย่างยิ่ง ไม่เคยให้อทานแก่ใครเลย แม้แต่ตุ้มหูของลูกชายเพียงคนเดียวที่ชื่อ มัฏฐกุณฑลี เขาก็ยังตีทองทำเองเพราะไม่อยากเสียค่าจ้างช่างทอง
在舍卫城,有一位富有又极端吝啬的富翁,从不布施任何人。就连给独生子辉煌耳环制作耳环,他也亲自动手打造,只因不愿支付金匠的工钱。
วันหนึ่ง มัฏฐกุณฑลีป่วยหนักด้วยโรคผอมเหลือง แต่ด้วยความกลัวเสียเงิน พราหมณ์ผู้เป็นพ่อจึงไม่ยอมตามหมอมารักษา เพียงแต่ไปเที่ยวถามยาจากหมอแล้วหาใบไม้รากไม้มาต้มให้ลูกกินเอง จนอาการทรุดหนักเกินเยียวยา เมื่อเห็นว่าลูกชายไม่รอดแน่ พราหมณ์กลัวว่าคนที่จะมาเยี่ยมจะเห็นทรัพย์สมบัติในบ้าน จึงย้ายลูกชายออกมานอนรอความตายอยู่ที่ระเบียงนอกเรือน
有一天,辉煌耳环患上了严重的黄疸病。然而,富翁因吝惜钱财,不愿请医生来诊治,而是到处打听药方,找些树叶草根煎煮给儿子服用,结果病情恶化到无法挽救的地步。当富翁见儿子已无生还的希望,又担心前来探望的人会觊觎家中财物,便将儿子搬到屋外的走廊上等死。
ในเช้าวันนั้น พระพุทธเจ้าทรงตรวจดูสัตว์โลกและเห็นอุปนิสัยของมัฏฐกุณฑลี จึงเสด็จมาโปรด ขณะที่มานพน้อยกำลังนอนรอความตายและมองเห็นพระพุทธองค์ เขารู้สึกเสียดายที่ผ่านมาไม่เคยทำบุญหรือฟังธรรมเลย แต่ในนาทีสุดท้ายเขาสามารถ ทำจิตให้เลื่อมใสในพระพุทธเจ้า ได้สำเร็จ เมื่อเขาสิ้นใจลงด้วยจิตที่ผ่องใส จึงไปเกิดเป็นเทพบุตรบนสวรรค์ทันที
那天清晨,佛陀在观察众生因缘时,见辉煌耳环具足善根,便亲自前往化度。当这个年轻人躺在走廊上等待死亡时,突然看见了佛陀,他心中十分懊悔自己一生从未行善积德,也未曾听闻佛法。但在生命的最后一刻,他生起了对佛陀极大的信仰心。就在这种清净法喜的心境中,他闭上了双眼,随即往生天界成为一位天人。
ฝ่ายพราหมณ์ผู้พ่อเสียใจมาก ไปยืนร้องไห้ที่ป่าช้าทุกวัน มัฏฐกุณฑลีเทพบุตรจึงจำแลงกายเป็นมานพมายืนร้องไห้อยู่ใกล้ๆ พราหมณ์เห็นเข้าจึงถามว่าร้องไห้ทำไม? มานพตอบว่า “ข้าพเจ้ามีรถทองคำแต่ไม่มีล้อ ข้าพเจ้าต้องการ ดวงจันทร์และดวงอาทิตย์ มาทำเป็นล้อรถ”
富翁悲痛欲绝,每天都到墓地去哭泣。辉煌耳环天人便化现为一位少年,站在不远处哭泣。富翁看到后问他为何哭泣,少年回答说:“我有一辆金车,但没有轮子,我需要用日月来做车轮。”
พราหมณ์หัวเราะแล้วบอกว่า “ท่านมันโง่จริงๆ ที่อยากได้สิ่งที่เป็นไปไม่ได้” มานพจึงย้อนถามว่า “ดวงจันทร์ดวงอาทิตย์ยังปรากฏให้เห็น แต่ลูกชายของท่านตายไปแล้วมองไม่เห็น ระหว่างเราสองคน ใครกันแน่ที่โง่กว่ากัน?” พราหมณ์ได้สติและหายเศร้าโศก มานพจึงเฉลยว่าตนคือลูกชายที่ไปเกิดบนสวรรค์เพราะความเลื่อมใสในพระพุทธเจ้า
富翁听后笑道:“你真是愚笨!竟想得到根本不可能得到的东西。”少年反问:“日月尚且能看见,而您的儿子已经往生,再也看不见了。我们两人究竟谁更愚笨?”富翁顿时醒悟,止住了悲伤。随后,少年揭示自己就是他已故的儿子,因临终时对佛陀生起信仰,而得以往生天界。
สุดท้าย พราหมณ์ได้เข้าเฝ้าพระพุทธเจ้าและทูลถามว่า เพียงแค่ความเลื่อมใสใจดวงเดียวสามารถไปเกิดบนสวรรค์ได้จริงหรือ? พระพุทธองค์จึงทรงอธิษฐานให้เทพบุตรลงมาปรากฏกายพร้อมวิมานเพื่อยืนยันต่อหน้าฝูงชน และทรงตรัสสอนว่า “ทุกอย่างสำเร็จได้ด้วยใจ ถ้าใจดี การพูดการทำก็ดีตาม และความสุขจะติดตามเราไปเหมือนเงาตามตัว”
最后,富翁去拜见佛陀,问道:“仅凭一念信仰真能往生天界吗?” 佛陀通过神通感应让那位天人从天而降,连同天界宫殿一同显现在众人面前以作证明。佛陀开示道:“一切以心为先导,若心清净,言行也随之清净,快乐也将如影随形。”
ข้อคิด:
启示
ใจเป็นใหญ่: เรื่องนี้เน้นว่า “จิต” คือจุดเริ่มต้นของทุกอย่าง หากเราทำจิตใจให้ผ่องใสและเลื่อมใสในสิ่งที่ดีงามก่อนตาย ผลบุญนั้นก็ส่งผลมหาศาลได้
心为主导:心是一切行为的起点。若临终时心清净,对善法生起信心,将带来巨大的福报。
ความตระหนี่นำมาซึ่งความสูญเสีย: พราหมณ์เกือบต้องเสียลูกไปฟรีๆ และจมอยู่กับความทุกข์เพราะความงมงายและความขี้เหนียว
吝啬带来损失:富翁因愚痴和吝啬失去了儿子,并深陷痛苦中。
สติช่วยดับทุกข์: การยอมรับความจริงและการมีสติ (เหมือนที่เทพบุตรสอนพ่อ) คือวิธีดับความเศร้าโศกที่ดีที่สุด
正念止息痛苦:正如天人以智慧点醒父亲,唯有正视真相、保持正念才是化解悲伤的最佳方法。
อานุภาพของความเลื่อมใส: แม้ไม่มีโอกาสได้ทำทานหรือรักษาศีลมาก่อน แต่การมี “ใจที่เลื่อมใส” ในพระรัตนตรัยอย่างแท้จริงก็เป็นกุศลที่พาไปสู่สุคติได้
信仰的力量:即使生前没有机会布施或持戒,只要对三宝生起清净的信心,也能成为往生善趣的殊胜因缘。
——————————————————-
003 พระติสสะ ผู้มองไม่เห็นความผิดของตนเอง
3. 提舍比丘:认识不到自己的过错
ในสมัยพุทธกาล มีพระภิกษุรูปหนึ่งนามว่า “พระติสสะ” ท่านเป็นพระญาติของพระพุทธเจ้าที่เข้ามาบวชเมื่อตอนอายุมากแล้ว ด้วยความเป็นเจ้าชายเก่า ท่านจึงมักจะสวมจีวรที่รีดเรียบสวยงาม และชอบนั่งวางมาดเป็นพระผู้ใหญ่ในโรงฉันอยู่เสมอ
在佛陀时代,有一位名为提舍的比丘。他是佛陀的亲戚,晚年时才出家。由于曾是王族出身,他总是喜欢穿着平整精美的袈裟,并喜欢在斋堂中摆出一副长老的姿态。
วันหนึ่ง มีพระภิกษุอาคันตุกะกลุ่มหนึ่งเดินทางมาไกลเพื่อเข้าเฝ้าพระพุทธเจ้า เมื่อเห็นพระติสสะนั่งภูมิฐานอยู่ก็เข้าใจว่าเป็นพระเถระผู้ใหญ่ จึงเข้าไปแสดงความเคารพและสอบถามเรื่องการนวดเท้าปรนนิบัติ แต่พระติสสะกลับนั่งเฉย ไม่ตอบรับและไม่แสดงไมตรีใดๆ เมื่อพระเหล่านั้นรู้ว่าท่านเพิ่งบวชได้ไม่นาน จึงตำหนิว่าท่านไม่รู้จักประมาณตนและไม่รู้ธรรมเนียม แทนที่จะสำนึก พระติสสะกลับโกรธและอ้างยศถาบรรดาศักดิ์ของตน จนเรื่องไปถึงพระพุทธเจ้า
有一天,一群远道而来的比丘来拜见佛陀。他们见提舍比丘庄严地席地而坐,以为他是一位德高望重的长老,便上前礼敬,并询问是否可以为他按摩双足以示侍奉。然而,提舍比丘一直端坐着,既不回应,也不表示任何友善。当这些比丘得知他刚出家不久后,便斥责他不知分寸,不懂礼仪。可提舍比丘不但没有反省,反而生气地抬出自己的贵族身份,这件事最终传到了佛陀那里。
พระพุทธเจ้าทรงตำหนิพระติสสะว่าทำตัวไม่เหมาะสม และสั่งให้ท่านขอโทษพระอาคันตุกะเหล่านั้น แต่พระติสสะผู้หัวดื้อก็ไม่ยอมทำตาม พระพุทธเจ้าจึงทรงระลึกชาติและเล่านิทานชาดกให้ฟังว่า ในอดีตพระติสสะก็เคยเป็น “ดาบสหัวดื้อ” แบบนี้มาก่อน
佛陀批评提舍比丘行为不当,让他向那些远道而来的比丘道歉,但固执的提舍比丘却不肯听从。于是,佛陀忆念过去世,讲了一个本生故事,告诉提舍比丘在前世他也曾是一位顽固不化的隐士。
ในอดีตกาล มีดาบสสองท่านคือ เทวละ (อดีตชาติของพระติสสะ) และ นารทะ (อดีตชาติของพระพุทธเจ้า) ทั้งคู่มาขอพักที่โรงงานของช่างหม้อ ในคืนนั้น นารทะระวังอย่างดีเพื่อไม่ให้นอนกีดขวางกัน แต่เทวละกลับไปนอนขวางประตูเสียเอง พอถึงตอนดึกนารทะจะออกข้างนอกจึงเผลอเหยียบชฎาของเทวละเข้า แม้นารทะจะขอโทษแล้ว แต่เทวละก็ยังโกรธและแช่งให้นารทะศีรษะแตกเป็น 7 เสี่ยงเมื่อพระอาทิตย์ขึ้น
在过去世,有两位隐士,一位名为提婆罗(提舍比丘的前世),另一位名为那罗陀(佛陀的前世)。两人一起来到一位陶匠家中借宿。那天晚上,那罗陀非常小心,避免睡在通道上妨碍他人,但提婆罗却偏偏睡在门口挡路。深夜,那罗陀外出不小心踩到了提婆罗的发髻。尽管那罗陀立刻道歉,但提婆罗仍怀恨在心,诅咒那罗陀在日出时将头裂七瓣。
ด้วยความที่นารทะมีฤทธิ์มากและรู้ว่าคำสาปนั้นจะย้อนเข้าตัวเทวละเอง เพราะความโกรธที่ไร้เหตุผล นารทะจึงใช้ฤทธิ์ “กั้นไม่ให้พระอาทิตย์ขึ้น” เพื่อช่วยชีวิตเพื่อนดาบสไว้ จนเดือดร้อนถึงพระราชาต้องมาช่วยไกล่เกลี่ย สุดท้ายนารทะต้องใช้อุบายให้เทวละเอาดินเหนียวพอกศีรษะแล้วดำน้ำลงไป เพื่อให้ดินเหนียวแตกแทนศีรษะของเทวละเมื่อพระอาทิตย์ขึ้น
那罗陀具足神通,知道这个诅咒因提婆罗无理的嗔恨而起,最终会反噬到提婆罗身上。于是,那罗陀施展神通阻止太阳升起,以拯救这位同修。这一异象惊动了国王,国王不得不亲自出面调解。最后,那罗陀想出了一个办法:让提婆罗用陶罐套头,然后潜入水中。这样当太阳升起时,爆开的是陶罐,而提婆罗则逃过一劫。
ข้อคิด:
启示
พระพุทธเจ้าทรงสอนพระติสสะและพวกเราทุกคนว่า “เวรย่อมไม่ระงับด้วยการจองเวร”
佛陀以此教导提舍比丘和世人:怨恨不能平息怨恨。
การถือตัวและทิฐิ: ความยึดติดในยศถาบรรดาศักดิ์หรือความดื้อรั้น มีแต่จะทำให้เรามองไม่เห็นความผิดของตนเองและสร้างศัตรู
傲慢与固执:执着于身份地位或固执己见,只会让人看不见自己的过错并到处树敌。
การให้อภัย: หากเรามัวแต่คิดว่า “คนนั้นด่าเรา คนนั้นทำร้ายเรา” ไฟแห่งความแค้นในใจจะไม่มีวันดับลง
学会宽恕:若我们总想着“他骂我、他伤害我”,内心的怒火将永无止息。
การยอมรับความจริง: การขอโทษเมื่อทำผิด ไม่ใช่เรื่องน่าอาย แต่เป็นสิ่งที่ผู้เจริญแล้วพึงกระทำ
勇于认错:犯错后道歉并不丢脸,而是有修养的人应当具备的品质。
——————————————————-
004 ยักษิณีชื่อกาลี กับการจองเวรข้ามชาติ
4. 迦梨女夜叉的宿怨
ณ เมืองสาวัตถี มีชายหนุ่มกตัญญูคนหนึ่งอาศัยอยู่กับมารดา เมื่อบิดาสิ้นบุญไปเขาก็ทำงานหนักเพื่อเลี้ยงดูแม่ จนแม่สงสารและอยากหาภรรยามาช่วยแบ่งเบาภาระ แม้ลูกชายจะปฏิเสธในตอนแรก แต่สุดท้ายแม่ก็ไปสู่ขอหญิงสาวคนหนึ่งมาให้ แต่ปรากฏว่าหญิงผู้นี้เป็นหมัน
在舍卫城,有一位孝顺的青年与母亲相依为命。父亲去世后,他辛勤工作赡养母亲。母亲心疼儿子,想为他娶妻分担家务。儿子起初推辞,但最终还是顺从母亲的意思,娶了一位女子。然而,这位妻子却无法生育。
ด้วยความกลัวว่าตระกูลจะขาดสูญ แม่จึงอยากให้ลูกชายแต่งงานใหม่ สะใภ้คนโตกลัวว่าถ้าคนอื่นหาเมียน้อยให้ ตนเองจะลำบาก จึงอาสาไปเลือกหญิงที่คุ้นเคยมาเป็นเมียน้อยเสียเอง เพื่อหวังจะคุมให้อยู่ใต้อำนาจ แต่พอเวลาผ่านไป ความริษยาก็เข้าครอบงำ เมื่อเห็นเมียน้อยตั้งท้อง นางสะใภ้หลวงจึงแอบผสมยาลงในอาหารจนเมียน้อยแท้งลูกถึง 2 ครั้ง
母亲担心家族香火断绝,想让儿子再娶一位女子。大老婆害怕丈夫另娶他人后自己会失宠,便主动提出由自己去选一位熟悉的姑娘给丈夫做小老婆,以便控制。但随着时间的推移,嫉妒蒙蔽了她的心。当看到小老婆怀孕后,大老婆便暗中在食物中下药,致使小老婆两次流产。
พอครั้งที่ 3 เมียน้อยรู้ทันจึงไม่บอกเรื่องตั้งท้อง แต่สะใภ้หลวงก็ยังหาโอกาสจนได้ แม้ลูกในท้องจะไม่แท้งเพราะครรภ์แก่แล้ว แต่เด็กกลับนอนขวางทำให้เมียน้อยได้รับทุกขเวทนาแสนสาหัสจนเสียชีวิต ก่อนตายเมียน้อยได้ผูกพยาบาทอธิษฐานขอจองเวรหญิงคนนี้ จนเกิดเป็นสงครามข้ามภพข้ามชาติ ดังนี้:
到了第三次,小老婆有了防备,没有透露怀孕的事,但大老婆还是找到了机会下手,这次胎儿虽因月份大而没有流产,却因胎位不正导致小老婆痛苦万分,最终难产而死。临终前,小老婆满怀怨恨地发誓一定会找大老婆报仇。由此,一场跨越数世的仇恨开始了:
ชาติที่ 1: เมียน้อยเกิดเป็นแมว ส่วนสะใภ้หลวง (ซึ่งถูกสามีตีจนตาย) เกิดเป็นแม่ไก่ แมวก็แอบมากินไข่และกินแม่ไก่ในที่สุด
第一世:小老婆投生为猫,大老婆被丈夫殴打致死后投生为母鸡。猫偷偷吃掉母鸡产下的蛋,最后还吃掉了母鸡。
ชาติที่ 2: แม่ไก่ไปเกิดเป็นเสือเหลือง ส่วนแมวไปเกิดเป็นแม่เนื้อ เสือก็ตามมากินลูกเนื้อและกินแม่เนื้อเสียทุกครั้ง
第二世:母鸡投生为一只黄豹,猫投生为一只母鹿。最终,豹子不仅吃掉小鹿,还吃掉了母鹿。
ชาติที่ 3: แม่เนื้อไปเกิดเป็น นางยักษิณี ส่วนเสือเหลืองไปเกิดเป็น หญิงชาวบ้าน
第三世:母鹿投生为迦梨女夜叉,黄豹投生为一名村妇。
ในชาตินี้ นางยักษิณีก็ตามกินลูกของหญิงชาวบ้านไปถึง 2 คน จนถึงลูกคนที่ 3 หญิงชาวบ้านหนีสุดชีวิตไปหาที่พึ่ง ณ วัดเชตวัน ในขณะที่พระพุทธเจ้ากำลังทรงแสดงธรรมอยู่ นางวางลูกไว้ที่พระบาทของพระองค์เพื่อขอให้ช่วยชีวิต นางยักษิณีตามมาถึงประตูวัดแต่เทวดาไม่ให้เข้า พระพุทธเจ้าจึงโปรดให้พระอานนท์ไปเรียกนางยักษ์เข้ามา
这一世,女夜叉接连吃掉了村妇的两个孩子。到了第三个孩子,村妇拼死逃到祇园精舍寻求庇护。当时佛陀正在说法,村妇便将孩子放在佛足旁。女夜叉追至精舍大门,被守护的天人拦下。佛陀便让阿难去叫女夜叉进来。
พระพุทธเจ้าทรงสั่งสอนทั้งคู่ว่า “หากพวกเจ้าไม่มาพบตถาคต เวรของพวกเจ้าจะยืนยาวชั่วกัปชั่วกัลป์ เหมือนเวรของงูกับพังพอน” และทรงตรัสธรรมะที่สำคัญยิ่งว่า “เวรย่อมไม่ระงับด้วยการจองเวร แต่ระงับได้ด้วยการไม่จองเวร นี่เป็นธรรมเก่า”
佛陀教导两人道:“如果你们今日没遇到如来,你们的怨恨将如同毒蛇与獴,生生世世永无止境。”佛陀宣说了一句至理名言:“怨恨止于不怨,而非止于报复,这是永恒的真理。”
เมื่อสิ้นกระแสพระธรรม นางยักษิณีก็ได้บรรลุเป็นพระโสดาบัน เลิกจองเวร และกลายเป็นผู้มีศีล 5 สมบูรณ์ จากนั้นหญิงชาวบ้านก็นำนางยักษ์ไปเลี้ยงดูที่บ้าน นางยักษ์ที่มีอิทธิฤทธิ์จึงช่วยบอกล่วงหน้าว่าปีไหนฝนจะตกมากหรือน้อย ให้ทำนาที่ดอนหรือที่ลุ่ม จนครอบครัวนี้และชาวบ้านร่ำรวยและมีความสุขจากการเกื้อกูลกันในที่สุด
听完佛陀说法,女夜叉当下证得须陀洹果,彻底放下仇怨,并受持五戒。随后,村妇将女夜叉带回家中供养。这位具足神通的女夜叉为了报恩,便预知每年的雨量,指点村妇和村民在旱年耕种洼地,在涝年耕种高地。从此,两家人相处融洽,村民们也因互助互利而过上了富足的生活。
ข้อคิด:
启示
เวรย่อมไม่ระงับด้วยการจองเวร: การแก้แค้นไม่มีวันจบสิ้น มีแต่จะทำให้ทุกข์ทรมานไปทุกชาติ เหมือนวงจรยักษ์กับหญิงชาวบ้าน
怨恨无法平息怨恨:冤冤相报何时了,只会让彼此生生世世受苦,如同女夜叉与村妇的纠葛。
การให้อภัยคือการหยุดทุกข์: เมื่อนางยักษ์เลิกพยาบาทและหันมาเมตตาต่อกัน ชีวิตของทั้งสองฝ่ายก็เปลี่ยนจากความกลัวเป็นความสุขและความเจริญ
宽恕即是止苦:当女夜叉放下仇恨,转为慈悲相待,双方的生活也从恐惧转为安乐与繁荣。
ริษยาพาฉิบหาย: จุดเริ่มต้นของเรื่องนี้เกิดจากความอิจฉาริษยาเพียงชั่ววูบของสะใภ้หลวง ซึ่งนำไปสู่โศกนาฏกรรมที่ยาวนาน
嫉妒招致毁灭:整件事的起因只是因大老婆一时的嫉妒,却引发了漫长而悲惨的连锁反应。
——————————————————-
005 ภิกษุชาวโกสัมพี ทะเลาะกันเพราะน้ำขันเดียว
5. 憍赏弥比丘因水引发的纷争
ณ เมืองโกสัมพี มีพระสงฆ์จำพรรษาอยู่ร่วมกันสองกลุ่มใหญ่ กลุ่มแรกคือ พระวินัยธร ผู้เชี่ยวชาญด้านกฎระเบียบ และกลุ่มที่สองคือ พระธรรมกถึก ผู้เชี่ยวชาญด้านการแสดงธรรม ซึ่งทั้งสองฝ่ายต่างก็มีลูกศิษย์มากมาย
在憍赏弥城,有两群比丘同住在一座寺院里。一群是精通戒律的比丘,另一群是精通说法的比丘,双方各自拥有众多弟子。
เรื่องวุ่นวายเริ่มต้นขึ้นจากเรื่องเล็กน้อยเพียงแค่นิดเดียว เมื่อวันหนึ่งพระธรรมกถึกเข้าไปในห้องน้ำแล้ว เหลือน้ำชำระทิ้งไว้ในภาชนะ พระวินัยธรมาเห็นเข้าจึงตำนิว่าเป็นความผิดวินัย (อาบัติ) แม้ตอนแรกจะคุยกันเข้าใจแล้ว แต่พระวินัยธรกลับนำเรื่องนี้ไปเล่าให้ลูกศิษย์ฟังในเชิงตำหนิ จนเกิดการกระทบกระทั่งกันระหว่างลูกศิษย์ทั้งสองฝ่าย เรื่องราวบานปลายจนพระวินัยธรประกาศลงโทษสั่งพักงานพระธรรมกถึก ไม่ให้ร่วมกิจกรรมของสงฆ์
纷争起源于一件微不足道的小事:有一天,一位精通说法的比丘在洗手间如厕,离开时在盛水的器皿里留下了一点水。一位精通戒律的比丘看到后,指责他触犯了戒律。起初双方通过沟通已经达成和解,但那位精通戒律的比丘却在背后向弟子议论此事,言语间带有贬低之意。这再次引发了双方弟子的口舌之争,事态迅速升级。最终,精通戒律的比丘宣布对那位精通说法的比丘进行举罪羯磨,禁止其参与僧团活动。
ความขัดแย้งนี้ลุกลามไปทั่วเมือง แม้แต่ชาวบ้านและเทวดาก็แบ่งฝ่ายทะเลาะกัน พระพุทธเจ้าทรงทราบเรื่องและเสด็จมาตักเตือนถึง 3 ครั้ง ว่าการแตกแยกจะนำมาซึ่งความพินาศ แต่พระเหล่านั้นกลับดื้อรั้นและไม่ยอมฟัง จนพระพุทธองค์ทรงระอาใจและตัดสินใจเสด็จไปประทับอยู่ในป่ารักษาไพรเพียงลำพัง
这场冲突迅速蔓延全城,连信众和天人也分成两派互相争吵。佛陀得知后,先后三次前来劝诫,指出分裂将导致毁灭,但那些比丘固执己见,不肯听从。佛陀心生厌离,独自离开前往林中隐居。
ในป่านั้นเอง พระพุทธเจ้าทรงได้รับการปรนนิบัติอย่างดีจาก พญาช้างปาลิไลยกะ ที่หนีความวุ่นวายจากโขลงช้างมาเช่นกัน ช้างตัวนี้คอยหาน้ำร้อน น้ำเย็น และผลไม้มาถวายด้วยความรักและศรัทธา นอกจากนี้ยังมีลิงตัวหนึ่งนำรวงผึ้งมาถวายจนเกิดความปิติยินดีอย่างมาก
在森林里,佛陀得到了一头名为波利犁耶的大象的悉心侍奉。这头大象也是因为厌离象群的纷扰而独自来到这片森林。它每天都会满怀敬意地取来热水、凉水和水果供养佛陀。此外,还有一只猴子也满心欢喜地找来蜂蜜供养佛陀。
ทางด้านเมืองโกสัมพี เมื่อชาวบ้านไม่เห็นพระพุทธเจ้าและรู้ว่าสาเหตุเกิดจากพระทะเลาะกัน จึงร่วมกัน “คว่ำบาตร” ไม่ถวายอาหารและไม่แสดงความเคารพพระเหล่านั้น จนพระสงฆ์เริ่มลำบาก หิวโหย และได้สติ สำนึกผิดในสิ่งที่ทำลงไป
憍赏弥城的百姓见佛陀久久未归,得知是因为比丘们的争吵逼走了佛陀,便共同抵制那些比丘,不再供养食物或表示敬意。比丘们开始陷入困境,这才开始反省,意识到自己的过错。
เมื่อออกพรรษา พระสงฆ์เหล่านั้นจึงเดินทางไปขอขมาพระพุทธเจ้าที่เมืองสาวัตถี พระองค์ทรงสอนบทเรียนสำคัญว่า “คนทั่วไปอาจไม่รู้ว่าการทะเลาะจะทำให้พินาศ แต่ผู้ที่รู้แล้วย่อมระงับความโกรธได้” และทรงย้ำว่า หากหาเพื่อนที่ดีและมีปัญญาไม่ได้ การเดินไปเพียงลำพังอย่างสงบเหมือนพญาช้างในป่า ย่อมประเสริฐกว่าการอยู่ร่วมกับคนพาลที่พาให้ทะเลาะกัน
雨安居结束后,比丘们前往舍卫城向佛陀请求忏悔。佛陀借此因缘教导道:“一般人或许不知争吵会导致毁灭,但智者应当懂得平息愤怒。”佛陀还强调:“如果找不到贤明且有智慧的同伴,那么像森林中的大象那样独自安宁地生活,也胜过与那些只会惹是生非的愚者同行。”
ข้อคิด:
启示
อย่าให้เรื่องเล็กกลายเป็นเรื่องใหญ่: ความแตกแยกมักเริ่มจากทิฐิและการถือดีเพียงเล็กน้อย
莫让小事酿成大祸:分裂往往始于微小的傲慢与固执。
ความสามัคคีคือพลัง: เมื่อคนในสังคมไม่สนับสนุนคนทะเลาะกัน (เหมือนชาวบ้านคว่ำบาตรพระ) จะช่วยให้ผู้ที่หลงผิดได้สติ
团结是力量:当民众不再支持那些只会争吵的人时,迷失者才会真正醒悟。
การอยู่ลำพังอย่างสงบดีกว่าอยู่กับคนพาล: หากต้องอยู่ร่วมกับผู้ที่ชวนทะเลาะ การแยกตัวออกมาหาความสงบจะช่วยให้จิตใจเบิกบานและมีค่ามากกว่า
宁静独处胜过盲目合群:如果身边都是惹事生非的人,那么独处寻求内心的宁静,比在乌烟瘴气的群体中更有价值。
——————————————————-
006 พระจุลกาลและมหากาล ผู้มีเป้าหมายการบวชที่ต่างกัน
6. 志向迥异的迦罗兄弟
กาลครั้งหนึ่งนานมาแล้ว มีพี่น้อง 3 คนในตระกูลพ่อค้า คือ มหากาล (พี่คนโต), มัชฌิมกาล (คนกลาง) และ จุลกาล (น้องคนเล็ก)
很久以前,在一个商人之家有三兄弟:大哥叫大迦罗,二哥叫中迦罗,小弟叫小迦罗。
วันหนึ่งมหากาลและจุลกาลเดินทางไปค้าขายที่เมืองสาวัตถี มหากาลได้มีโอกาสไปฟังธรรมจากพระพุทธเจ้าจนเกิดความเลื่อมใส เห็นว่าทรัพย์สมบัติทั้งหลายไม่สามารถติดตามเราไปได้เมื่อตายไป จึงตัดสินใจขอออกบวช ส่วนน้องชายอย่างจุฬากาลเห็นพี่ชายบวชก็ยอมบวชตาม แต่ในใจกลับคิดเพียงว่า จะรอจังหวะดึงพี่ชายให้สึกกลับไปใช้ชีวิตทางโลกตามเดิม
有一天,大迦罗和小迦罗前往舍卫城做生意。在那里,大迦罗有机会听闻佛陀说法,心生信仰,认识到世间的财富在往生后也带不走,便决定出家修行。小迦罗见大哥出家也跟着一起受戒,但他心里却想着等时机成熟要劝哥哥还俗,重回世俗生活。
เมื่อบวชแล้ว ทั้งสองคนมีทางเดินที่ต่างกันโดยสิ้นเชิง:
出家后,两人的修行之路截然不同:
- พระมหากาล ตั้งใจปฏิบัติธรรมอย่างจริงจัง ท่านเลือกไปบำเพ็ญเพียรใน ป่าช้า โดยมีหญิงเฝ้าป่าช้าชื่อนางกาลีคอยช่วยเหลือ ท่านใช้การพิจารณาซากศพที่เน่าเปื่อยเพื่อเรียนรู้ความจริงของชีวิตว่า ร่างกายที่เคยสวยงามสุดท้ายก็ต้องเสื่อมสลายไป จนในที่สุดท่านก็ได้บรรลุธรรมเป็น พระอรหันต์
大迦罗一心一意精进修行。他选择到坟场禅修,并得到一位名为迦梨的守坟女相助。他以腐烂的尸体作为所缘,观想生命的实相,进而领悟到无论曾经多么美丽的身体,终究会腐朽败坏。最终,他证悟佛法,成为了阿罗汉。
- พระจุลกาล กลับตรงกันข้าม ท่านบวชไปก็เอาแต่กระวนกระวาย คิดถึงแต่ลูกและเมีย ไม่เป็นอันปฏิบัติธรรม
วันหนึ่ง พระพุทธเจ้าเสด็จไปยังเมืองบ้านเกิดของทั้งสองรูป อดีตภรรยาของจุลกาล ได้วางแผนจับท่านสึก เมื่อท่านเดินทางมาถึงบ้าน พวกนางก็ช่วยกันฉุดยื้อจีวรออกแล้วเอาชุดคฤหัสถ์มาสวมให้ ซึ่งพระจุฬากาลที่ใจอยากสึกอยู่แล้วก็ยอมตามนั้นแต่โดยดี
小迦罗则恰恰相反。他虽然出家,内心却一直牵挂着妻儿,根本无心修行。有一天,佛陀率领僧团来到兄弟俩的家乡。小迦罗的前妻们便设下圈套,想逼他还俗。当小迦罗回到家中,她们便一拥而上扯掉他的袈裟,强行给他换上在家人的衣服。由于小迦罗本就心恋红尘,便顺水推舟还俗了。
ต่อมา อดีตภรรยาทั้ง 8 คนของพระมหากาล เห็นดังนั้นจึงคิดจะทำแบบเดียวกันบ้าง พวกนางล้อมพระมหากาลไว้แล้วพยายามจะดึงจีวรของท่านออกเพื่อให้สึกมาเป็นสามีเหมือนเดิม แต่พระมหากาลซึ่งมีจิตใจมั่นคงและบรรลุธรรมแล้ว ท่านได้แสดงอิทธิฤทธิ์ เหาะขึ้นไปบนอากาศ หลบหนีจากเงื้อมมือของเหล่าหญิงเหล่านั้น แล้วกลับไปเฝ้าพระพุทธเจ้าได้อย่างสง่างาม
大迦罗的八位前妻见状,也想如法炮制。她们围住大迦罗,企图扯掉身上的袈裟,逼他重新做回丈夫。然而,已证得阿罗汉果、道心坚定的大伽罗决定施展神通,从一群女子的包围中腾空而起,回到佛陀身边。
นิทานเรื่องนี้สอนให้รู้ว่า:
启示
พระพุทธเจ้าทรงเปรียบเทียบว่า คนที่มีจิตใจอ่อนแอและลุ่มหลงในกามคุณเหมือน พระจุลกาล ก็เปรียบเสมือน ต้นไม้ที่ผุพังอยู่ริมเหว ซึ่งล้มลงได้ง่าย แต่คนที่มีจิตใจเข้มแข็งและฝึกฝนสติมาอย่างดีเหมือน พระมหากาล ย่อมมีความมั่นคงดั่ง ภูเขาศิลาแท่งทึบ ที่ลมพายุใดๆ ก็ไม่สามารถสั่นคลอนได้
佛陀曾做过一个比喻,像小迦罗这样意志薄弱、沉溺于欲乐的人,就如同悬崖边腐朽的树木,极其容易倒下。而像大迦罗这样意志坚定、时刻保持正念的人,则如同坚固的岩石山,任何狂风暴雨都无法撼动。
——————————————————-
007 ผู้ควร และ ไม่ควรห่มผ้ากาสาวะ
7.配得上身披袈裟的人
ในสมัยพุทธกาล มีเรื่องถกเถียงกันในหมู่ชาวบ้านเมืองราชคฤห์ เมื่อมีเศรษฐีคนหนึ่งถวายผ้าเนื้อดีราคาแพงลิบลิ่วไว้ในกองกลาง ชาวบ้านส่วนหนึ่งอยากถวายให้พระสารีบุตรผู้มีปัญญามาก แต่อีกส่วนหนึ่งกลับเกรงใจพระเทวทัตที่แวะเวียนมาช่วยงานบ่อยๆ สุดท้ายพระเทวทัตก็ได้ผ้านั้นไปตัดเย็บห่มเดินอวดไปทั่วเมือง จนผู้คนพากันตำหนิว่า “ผ้าผืนนี้ช่างดูไม่เหมาะสมกับพระเทวทัตเลย”
在佛陀时代,王舍城的百姓们曾发生过一场争论。起因是当时有一位富翁捐赠了一块价值连城、质地极佳的布料给僧团。一部分人认为应当供养给智慧第一的舍利弗尊者,另一部分人则因为提婆达多时常来帮忙做事,出于人情压力,最终决定将这块布料供养给提婆达多。他得到布料后立刻制成袈裟,成天穿着它在城里炫耀,引得众人纷纷指责:“这件袈裟穿在提婆达多身上,真是一点都不相称。”
เมื่อเรื่องนี้ทราบถึงพระพุทธเจ้า พระองค์จึงทรงเล่านิทานชาดกย้อนอดีตให้ฟังว่า…
佛陀得知此事后,讲述了一段过去世的本生故事:
ในอดีตกาล มีนายพรานช้างคนหนึ่งในเมืองพาราณสี อยากล่าช้างได้ง่ายๆ จึงคิดแผนชั่วร้ายขึ้นมา เขาแอบไปขโมยผ้ากาสาวะของพระปัจเจกพุทธเจ้ามาคลุมกาย แล้วไปนั่งคลุมโปงถือหอกดักรออยู่ริมทางที่ช้างผ่าน เมื่อฝูงช้างเดินผ่านมา เห็นผ้าเหลืองก็หลงเชื่อว่าเป็นพระผู้ทรงศีล จึงพากันคุกเข่าแสดงความเคารพด้วยใจบริสุทธิ์ แต่นายพรานกลับใช้จังหวะนั้นพุ่งหอกฆ่าช้างตัวที่อยู่ท้ายสุดไปขายเลี้ยงชีพ ทำเช่นนี้ซ้ำแล้วซ้ำเล่า
在过去世,波罗奈城有一名猎象人,为了能轻易捕杀大象,他心生诡计,偷走了一位辟支佛的袈裟披在身上。他披着袈裟,手持长矛,埋伏在大象必经的路旁。当象群路过看到黄色的袈裟,误以为是持戒清净的修行者,便纷纷满怀虔诚地跪下顶礼。而猎象人则趁象群毫无防备之际,用长矛刺死队伍里的最后一头大象,然后拿去贩卖,如此反复使用这种卑劣的手段。
จนกระทั่งถึงคราวของ “พญาช้าง” (พระโพธิสัตว์) ท่านสังเกตเห็นว่าบริวารหายไปผิดปกติ จึงเดินรั้งท้ายเพื่อเฝ้าระวัง เมื่อนายพรานพุ่งหอกใส่ พญาช้างหลบได้ทันและรีบวิ่งเข้าชาร์จหมายจะปลิดชีพพรานใจบาปทันที! แต่พอเห็นว่าชายคนนั้นห่ม “ผ้ากาสาวะ” อยู่ พญาช้างก็หยุดชะงักและสะกดกลั้นความโกรธไว้ เพราะเคารพในสัญลักษณ์ของพระอริยเจ้า
直到有一回,菩萨化身的象王发现同伴接连失踪,便故意走在队伍的末尾以作警戒。当猎象人再次投掷长矛时,象王敏捷地躲开并愤怒地冲向猎象人,准备将其踩死。就在这时,象王看到猎人身上披着袈裟,立刻停住动作,强忍住心中的怒火,因为它对圣者的象征心怀敬意。
พญาช้างจึงสอนนายพรานด้วยความสลดใจว่า “ท่านห่มผ้าที่ไม่สมควรแก่ตนเลย” ผ้าเหลืองนี้มีไว้สำหรับผู้ที่ปราศจากกิเลส มีความซื่อสัตย์ และรู้จักข่มใจตนเองเท่านั้น ส่วนคนที่ยังมีใจสกปรกและทำกรรมหนักเช่นท่าน ไม่คู่ควรจะห่มผ้าผืนนี้เลยแม้แต่น้อย
象王怀着悲痛的心情教导猎人:“您披着一件与自身不相称的袈裟,这件黄色的袈裟只属于那些断除烦恼、诚实正直、懂得自我克制的人。而像你这样内心肮脏、造下重罪的人,根本不配披上这件袈裟。”
ข้อคิดจากนิทานเรื่องนี้สอนให้รู้ว่า:
启示
ผู้ที่คู่ควรกับการห่มผ้ากาสาวะ ไม่ใช่แค่คนที่สวมใส่ภายนอก แต่ต้องเป็นผู้ที่:
这个故事告诉我们真正配得上身披袈裟的人,不仅仅是外表穿着僧衣的人,更要具备四种特质:
- ฝึกฝนตนเองเพื่อกำจัดกิเลส หรือความเห็นแก่ตัวออกไปได้
- มีสัจจะ คือความจริงใจ
- มีธรรมะ คือการฝึกควบคุมตา หู จมูก ลิ้น กาย และใจ ไม่ให้ทำชั่ว
- มั่นคงในศีล และมีความอดทนต่อความยากลำบาก
1.精进修行,努力断除烦恼或自私自利之心。
2.诚实守信,拥有真诚正直的品格。
3.具足正法,能够调伏眼、耳、鼻、舌、身、意,不造恶业。
4.持戒坚定,能忍耐修行中的种种艰难困苦。
——————————————————-
008 ทางให้พบสิ่งอันเป็นสาระ
8. 通往真实利益之道
สมัยพุทธกาล มีชายหนุ่มสองคนที่เป็นเพื่อนรักกันมาก ชื่อว่า อุปติสสะ และ โกลิตะ ทั้งคู่เกิดในตระกูลที่มั่งคั่งและใช้ชีวิตอย่างสุขสบาย
在佛陀时代,有两位感情深厚的挚友,名为优波提舍和拘律陀。他们都出生在富有的家庭,生活舒适安乐。
วันหนึ่ง ขณะที่พวกเขากำลังนั่งดูมหรสพบนยอดเขาอย่างสนุกสนาน อยู่ดีๆ อุปติสสะก็เกิดความคิดที่ลึกซึ้งขึ้นมาว่า “คนเหล่านี้ทั้งหมด ไม่ถึงร้อยปีก็คงจะต้องตายกันหมด แล้วพวกเราจะมามัวเพลิดเพลินอะไรกันอยู่” เขาจึงชวนโกลิตะออกบวชเพื่อแสวงหา “ธรรมที่แท้จริง” หรือทางพ้นทุกข์
有一天,他们正在山顶上观赏戏剧表演时,优波提舍忽然陷入沉思:“在座的所有人不到一百年都会死去,那我们现在沉迷于享乐又有何意义?”于是他邀请拘律陀一同出家,去寻找能够解脱痛苦的真理。
ทั้งคู่ไปฝากตัวเป็นศิษย์กับ อาจารย์สัญชัย แต่เรียนไปเพียงไม่กี่วันก็รู้จนหมดไส้หมดพุง และพบว่าคำสอนที่นี่ไม่มี “สาระ” หรือแก่นสารที่จะช่วยให้พ้นทุกข์ได้จริง พวกเขาจึงสัญญากันว่า “ใครที่ได้พบธรรมะก่อน ต้องรีบมาบอกกันนะ”
随后,两人去拜删阇耶为师,但没几天他们就完全掌握了老师的教义,并发现这些教义并非真理,无法真正导向解脱。于是他们彼此约定:谁先找到真理,一定要立刻告知对方。
จนกระทั่งวันหนึ่ง อุปติสสะได้พบกับ พระอัสสชิ ซึ่งดูสงบสำรวมและสง่างามมาก เขาจึงเข้าไปขอความรู้ พระอัสสชิจึงกล่าวใจความสำคัญสั้นๆ ว่า “ทุกอย่างเกิดจากเหตุ และพระพุทธเจ้าได้ทรงสอนวิธีดับที่เหตุนั้น” เพียงได้ฟังแค่นี้ อุปติสสะก็ดวงตาเห็นธรรมทันที
直到有一天,优波提舍遇见了阿说示比丘。这位比丘神态安详、威仪庄严,优波提舍便上前请教。阿说示比丘简要地宣说了核心法义:“诸法因缘生,佛陀亦教导了灭除因缘的方法。”听闻此偈,优波提舍当下证得了法眼。
เขารีบไปบอกโกลิตะเพื่อนรัก ทั้งคู่ตื่นเต้นมากและตั้งใจจะไปเฝ้าพระพุทธเจ้า แต่ด้วยความกตัญญู พวกเขาจึงกลับไปชวนอาจารย์สัญชัยให้ไปด้วยกัน แต่อาจารย์สัญชัยผู้เต็มไปด้วยทิฐิกลับปฏิเสธและถามว่า “ในโลกนี้คนโง่เยอะหรือคนฉลาดเยอะ?” เมื่อรู้ว่าคนโง่มีมากกว่า เขาจึงเลือกที่จะอยู่ที่เดิมเพื่อเป็นอาจารย์ของคนโง่เหล่านั้นต่อไป เพราะยอมรับไม่ได้ที่จะต้องไปเป็นศิษย์ของใครอีก
他急忙赶去告诉好友拘律陀。两人非常激动,准备一同去拜见佛陀。他们出于感恩,回去邀请删阇耶一同前往。但删阇耶满心傲慢,拒绝前往,反问道:“世上愚人多还是智者多?”当得知愚人更多时,他选择留在原地继续做那些愚人的老师,因为他无法接受再次成为他人的弟子。
สุดท้าย อุปติสสะและโกลิตะก็ได้ไปบวชเป็นพระสาวกของพระพุทธเจ้า และได้กลายเป็น พระสารีบุตร และ พระโมคคัลลานะ พระอัครสาวกเบื้องซ้ายและเบื้องขวาผู้มีปัญญาและฤทธิ์อย่างยิ่งนั่นเอง
最终,优波提舍和拘律陀归依佛陀座下,成为佛陀的左右两大上首弟子,即智慧第一的舍利弗尊者和神通第一的目犍连尊者。
ข้อคิด:
启示
การเลือก “หางเสือ” ของชีวิต: ความเห็นที่ถูกต้อง (สัมมาทิฏฐิ) เปรียบเสมือนหางเสือเรือ ถ้าเรามองเห็นว่าอะไรคือแก่นสารที่แท้จริงของชีวิต เราก็จะไปถึงจุดหมายที่ถูกต้อง ไม่หลงไปในทางที่เสื่อมเสีย
人生的舵轮:正见如同轮船的舵轮。如果我们能洞察生命的真谛,就能顺利抵达目的地,不会误入歧途。
ทิฐิคือกำแพง: อาจารย์สัญชัยเป็นตัวอย่างของคนที่มี “มิจฉาทิฏฐิ” หรือความเห็นผิด ยึดติดกับชื่อเสียงและหัวโขน จนทำให้พลาดโอกาสที่จะพบกับความจริงที่มีค่าที่สุด
傲慢是障碍:删阇耶是“邪见”的典型,执着于名声与地位,从而错失了生命中最宝贵的真理。
สาระที่แท้จริง: สิ่งที่มีสาระคือการเข้าใจเรื่อง “เหตุและผล” ของทุกสรรพสิ่ง และการมองหาทางดับทุกข์ที่ต้นเหตุ ซึ่งจะนำไปสู่ความสุขที่แท้จริง
真正的真理:在于理解一切事物的因果法则,并从根源上寻找灭苦之道,最终导向真正的安乐。
——————————————————-
009 เจ้าชายนันทะ
9. 难陀王子
มีเจ้าชายนามว่า “นันทะ” ผู้เป็นพระญาติของพระพุทธเจ้า ในวันที่ท่านกำลังจะเข้าพิธีมงคลสมรสกับนางชนบทกัลยาณีผู้เลอโฉม พระพุทธเจ้าได้เสด็จมาเสวยภัตตาหารและทรงส่งบาตรให้นันทะถือตามไปจนถึงพระอาราม แม้นันทะจะอาลัยรักเจ้าสาวที่ร้องเรียกให้รีบกลับเพียงใด แต่ด้วยความเกรงใจพระศาสดา ท่านจึงยอมบวชทั้งที่ใจยังพะวงถึงแต่คนรัก
在佛陀时代,有一位佛陀的堂弟名为难陀。在他与绝世美女孙陀利举行婚礼的当天,佛陀来应供,并将钵递给他,让他拿着跟随自己回到精舍。尽管难陀对新娘的呼唤依依不舍,但因对世尊的敬畏,只得勉强剃度出家,可是心里却始终牵挂着爱人。
เมื่อบวชแล้ว ใจของพระนันทะก็กระสับกระส่ายเหมือน “เรือนที่มุงหลังคาไม่ดี” ทำให้ฝนคือ “ราคะ” รั่วรดเข้าสู่จิตใจได้ตลอดเวลา, พระพุทธเจ้าทรงทราบดีว่าใจของพระนันทะถูกย้อมด้วยราคะจนมองเห็นสิ่งไม่งามว่างาม จึงทรงใช้อุบายพาพระนันทะเหาะไปบนสวรรค์ ระหว่างทางทรงชี้ให้ดูนางลิงแก่ตัวหนึ่งบนตอไม้ แล้วถามว่านางลิงกับเจ้าสาวของเขาใครสวยกว่ากัน? พระนันทะตอบว่าเจ้าสาวสวยกว่ามาก
出家后,难陀比丘一直心神不宁,如同未盖好屋顶的房子,让“贪爱”的雨水不断漏进来。佛陀深知难陀的心被贪爱所染,将不美的东西看成美的,于是施展神通带难陀飞往天界。途中,佛陀指着一只蹲在树桩上的母猴问难陀:“这只母猴与你的新娘相比谁更美?”难陀回答说:“当然是新娘更美。”
แต่เมื่อไปถึงสวรรค์ชั้นดาวดึงส์ ได้พบกับเหล่าเทพอัปสรที่งดงามยิ่งนัก พระนันทะถึงกับตะลึงและบอกว่า หากเทียบกับนางเทพอัปสรแล้ว นางชนบทกัลยาณีก็เป็นเหมือนนางลิงแก่ที่เจอระหว่างทางนั่นเอง พระพุทธเจ้าจึงทรงรับประกันว่า “หากท่านตั้งใจปฏิบัติธรรม เราจะเป็นประกันให้ท่านได้ครองคู่นางเทพอัปสรเหล่านี้”
当他们到达忉利天,见到美貌绝伦的天女时,难陀惊叹道:“和这些天女相比,我的妻子孙陀利就像刚才那只母猴一样。”于是佛陀向他保证:“如果你专心精进修行,我保证你将来一定会拥有这些天女。”
ด้วยความอยากได้นางฟ้า พระนันทะจึงตั้งใจฝึกตนอย่างหนักท่ามกลางเสียงเยาะเย้ยของเพื่อนภิกษุว่าเขาเป็น “พระรับจ้าง” ที่บวชเพื่อแลกนางฟ้า ความอายทำให้ท่านปลีกตัวไปบำเพ็ญเพียรเพียงลำพัง จนในที่สุดจิตของท่านก็สงบและหลุดพ้นจากกิเลสทั้งปวง บรรลุเป็นพระอรหันต์ เมื่อจิตใจบริสุทธิ์แล้ว ความอยากได้นางฟ้าหรือความอาลัยในเจ้าสาวก็หายไปสิ้น เหมือนเรือนที่มุงหลังคาไว้อย่างดีเยี่ยมจนฝนไม่สามารถรั่วรดได้อีกต่อไป
为了得到天女,难陀开始精进修行。然而,其他比丘却嘲笑他是“受雇的僧人”, 出家只是为了得到天女。羞愧之心驱使他独自精进,最终内心归于平静,断尽一切烦恼,证得了阿罗汉果。当他的心完全清净时,对天女的渴望和对新娘的眷恋也荡然无存,就像一座修缮好屋顶的房子,雨水再也无法渗漏进来。
ข้อคิด:
启示
ราคะเหมือนน้ำฝน จิตเหมือนหลังคา: หากเราไม่ฝึกจิต (อบรมจิต) ให้เข้มแข็งด้วยความสงบหรือสมาธิ (สมถะ) กิเลสและความใคร่ก็จะรั่วไหลเข้ามารบกวนใจทำให้เราเป็นทุกข์ เหมือนบ้านที่หลังคารั่ว
贪爱如雨,心如屋顶:若不通过禅定来磨炼心志,让它变坚强,烦恼与贪爱会像雨水漏进破屋一样侵扰内心,给自己带来痛苦。
อำนาจของราคะทำให้ตาบอด: ราคะจะย้อมใจให้เรามองโลกผิดเพี้ยนไป เห็นสิ่งที่ไม่งามว่างาม และทำให้เรายอมทำสิ่งต่างๆ แม้กระทั่งเรื่องที่น่าบัดสีเพื่อตอบสนองความต้องการ
贪爱使人盲目:贪爱会染污我们的心,扭曲对世界的认知,把不美的东西看成美的,并驱使我们做出可耻之事来满足欲望。
การฝึกจิตคือทางออก: การจะละราคะได้ต้องใช้การฝึกจิตให้สงบ (ฌาน) และใช้ปัญญาพิจารณาความจริง จนจิตไม่หวั่นไหวต่อสิ่งยั่วยุ
修心是唯一出路:要断除贪爱,需修习禅定使心寂静,并以智慧观照实相,直至心不为外境所动摇。
ความพึงพอใจเปลี่ยนไปตามระดับจิต: เมื่อจิตใจสูงขึ้นหรือมีความสุขที่ละเอียดกว่า (เช่น สันติสุขจากการปล่อยวาง) ความยึดติดในรูปเสียงกลิ่นรสที่เคยคิดว่าดีที่สุดก็จะจางคลายไปเอง เหมือนพระนันทะที่เลิกสนใจนางฟ้าเมื่อบรรลุธรรม
满足感随心境而变:当心提升到更高层次,体验到更微妙的快乐(如放下执着之乐)时,曾经认为美好的感官享受自然会淡化,如同难陀证悟后不再留恋天女。
——————————————————-
010 นายจุนทะ ผู้ฆ่าหมูมาตลอดชีวิต
10. 屠夫纯陀
ในสมัยพุทธกาล มีชายคนหนึ่งชื่อว่า “นายจุนทะ” เขาอาศัยอยู่ในเมืองราชคฤห์และยึดอาชีพเป็นเพชฌฆาตฆ่าหมูมาอย่างยาวนานถึง 55 ปี
在佛陀时代,王舍城中住着一个名为纯陀的男子。他毕生以杀猪为业,长达五十五年之久。
นายจุนทะทำบาปกรรมนี้อยู่ทุกวันด้วยวิธีการที่โหดร้าย เขาจะมัดหมูให้แน่นแล้วทุบด้วยค้อนจนเนื้อบวมหนา จากนั้นก็ง้างปากแล้วกรอกน้ำร้อนที่เดือดพล่านลงไปในคอ เพื่อชะล้างอุจจาระให้ไหลออกมาทางทวารหนักจนกว่าน้ำนั้นจะใสสะอาด ตลอดระยะเวลาครึ่งค่อนชีวิต เขาไม่เคยคิดจะทำบุญให้ทานเลยแม้แต่น้อย ดอกไม้เพียงดอกเดียวก็ไม่เคยบูชาพระ และไม่เคยถวายอะไรแด่พระพุทธเจ้าเลย แม้ว่าพระองค์จะประทับอยู่ไม่ไกลจากบ้านของเขาก็ตาม
纯陀每天杀猪的手法极其残忍,他先将猪的四肢捆绑,然后用铁锤捶打至肉肿,接着再撬开猪嘴,将滚烫的开水灌入喉咙冲洗粪便,直到排出的水变清为止。在他半生岁月里,从未想过行善布施,哪怕连一朵花也不曾供养过佛陀。尽管佛陀的精舍离他家并不远,他也从未供养过佛陀。
ผลกรรมที่น่าสยดสยอง เมื่อเวลาผ่านไปจนถึงวาระสุดท้ายของชีวิต กรรมชั่วที่เขาทำไว้ก็เริ่มติดตามให้ผลเหมือนล้อเกวียนที่หมุนตามรอยเท้าโค ก่อนเขาจะเสียชีวิต 7 วัน ความเร่าร้อนจาก “อเวจีมหานรก” ได้ปรากฏแก่เขาทั้งที่ยังเป็นๆ นายจุนทะเกิดความทุรนทุรายอย่างหนัก เขาเริ่มร้องออกมาเป็นเสียงหมูและคลานไปมาอยู่ทั่วบ้าน
随着他的生命走向尽头,可怕的恶业也开始成熟,如同车轮紧随牛蹄一样。在他往生前七天,来自无间地狱的业火已在他心中焚烧,让他生不如死,开始像猪一样嚎叫,在家中四处爬行。
ลูกเมียของเขาตกใจมากพยายามจับตัวและปิดปากเขาไว้ แต่ก็ไม่สามารถห้ามผลแห่งกรรมได้ เขาเที่ยวร้องโหยหวนดังก้องไปทั่วระแวกบ้าน จนคนในครอบครัวต้องปิดประตูหน้าต่างและหนีออกไปอยู่นอกบ้านแทน เพราะทนฟังเสียงร้องที่น่าสยดสยองไม่ได้ นายจุนทะต้องทนทุกข์ทรมานคลานร้องเหมือนหมูอยู่แบบนั้นถึง 7 วัน จนถึงวันที่ 8 เขาก็สิ้นใจตายและไปตกนรกอเวจีจริงๆ ตามกรรมที่เขาได้ก่อไว้
他的妻儿惊恐万分,试图按住他并捂住嘴巴,但依然无法阻挡恶业的果报。他嚎叫的声音响彻整个街坊邻里,家人最终因无法忍受这恐怖的声音,只好关紧门窗躲到屋外。纯陀就这样像猪一样爬行嚎叫整整七天,到了第八天,他在痛苦中断气身亡,随即堕入无间地狱。
ข้อคิด:
启示
พระพุทธเจ้าได้ทรงสอนเหล่าภิกษุถึงเรื่องนี้ว่า “ผู้ทำบาปย่อมเศร้าโศกในโลกทั้งสอง” ซึ่งสรุปใจความสำคัญได้ง่ายๆ ดังนี้ครับ
佛陀借此因缘教导众比丘:“造恶者,在现世与来世皆生忧悲。”其要点如下:
เศร้าโศกในโลกนี้: เมื่อทำความชั่วไว้ เวลาหวนระลึกถึงกรรมที่เศร้าหมองของตน จิตใจก็จะวุ่นวาย เดือดร้อน และเป็นทุกข์
今生忧悲:当一个人造下恶业,每当回想起自己那些污秽的行径,内心便会烦乱不安、焦躁痛苦。
เศร้าโศกในโลกหน้า: เมื่อละจากโลกนี้ไปแล้ว ผลของบาปกรรมจะนำพาไปสู่ทุคติหรือนรก ต้องเสวยวิบากกรรมที่ทรมานยิ่งกว่าเดิม
来世忧悲:离开人世后,恶业的果报会将人引向恶趣或地狱,承受比生前更为痛苦的果报。
กรรมไม่เคยหายไปไหน: กรรมเหมือนการยกยอดไปให้ผลในชาติหน้าเสมอ การเชื่อเรื่องบาปบุญและชาติหน้าจะช่วยให้เราเป็นผู้มั่นคงในความดี ไม่ประมาทในการใช้ชีวิต
业永不消逝:业会延续到未来世。相信因果业报和轮回能让我们坚定地行善,在生活中不放逸。
การทำใจให้ผ่องใสด้วยการประกอบกรรมดี คือวิธีเดียวที่จะทำให้เรามีความสุขทั้งในโลกนี้และโลกหน้า เพราะใจที่ผ่องใสจะนำพาเราไปสู่สุคติเสมอครับ
通过行善使心清净,是让今生与来世皆获得安乐的唯一途径,因为清净的心将引导我们趣向善趣。
——————————————————-
011 ผู้บันเทิงในโลกมนุษย์และสวรรค์
11. 在两世中皆得安乐者
ณ เมืองสาวัตถี มีอุบาสกผู้หนึ่งชื่อว่า “ธัมมิกอุบาสก” ท่านเป็นผู้ที่เลื่อมใสในพระพุทธศาสนาอย่างยิ่ง และใช้ชีวิตด้วยการประกอบคุณงามความดีอยู่เสมอ
在舍卫城,有一位名为昙弥迦的优婆塞。他是一位虔诚的佛教徒,一生致力于行善积德。
ในทุกๆ วัน ธัมมิกอุบาสกจะสนุกกับการทำบุญ ไม่ว่าจะเป็นการถวายภัตตาหารแด่พระสงฆ์ตามวาระต่างๆ การรักษาศีล และการฟังธรรม ท่านทำด้วยใจที่ผ่องใส ตั้งแต่ก่อนทำ ขณะทำ และหลังทำเสร็จแล้วก็ไม่เคยนึกเสียดายเลย
每一天,昙弥迦优婆塞都沉浸在布施的喜悦中,无论是斋日供养僧众饮食、持守戒律,还是听闻佛法。他始终保持清净的心,在行善前、行善时及行善后,内心皆法喜充满,从未有过一丝后悔。
จนกระทั่งวันหนึ่ง เมื่อท่านล้มป่วยหนักและรู้ว่าวาระสุดท้ายของชีวิตมาถึง ท่านจึงปรึกษากับลูกๆ ว่าอยากฟังธรรมเป็นครั้งสุดท้าย จึงได้นิมนต์พระภิกษุ 8 รูปมาที่บ้านเพื่อให้ท่านได้ฟัง “สติปัฏฐานสูตร” อันเป็นทางสายเอกสู่ความบริสุทธิ์
直到有一天,他身患重病,自知寿命将尽,便与子女商议想最后一次听闻佛法。于是,他邀请八位比丘来到家中,为自己诵念通往清净之道的《大念处经》。
ขณะที่พระภิกษุกำลังสวดสาธยายธรรมอยู่นั้นเอง สิ่งมหัศจรรย์ก็เกิดขึ้น! ท้องฟ้าเปิดออก มีรถทิพย์ 6 คันจากสวรรค์ทั้ง 6 ชั้นมารอรับท่าน เหล่าเทวดาต่างร้องเชิญชวนว่า “ท่านอุบาสกผู้ใจบุญ ขอให้ท่านละร่างที่เปรียบเสมือนหม้อดินนี้ แล้วไปเสวยสุขในหม้อทองคำบนสวรรค์กับพวกเราเถิด”
正当比丘们诵经时,发生了神奇的一幕!天空突然豁然开朗,来自六层天界的六辆天车来迎接昙弥迦优婆塞。天人们纷纷邀请道:“优婆塞,请您舍弃这如陶罐般的色身,来天界享受那如金罐般的妙乐吧!”
ธัมมิกอุบาสกเห็นดังนั้น แต่ไม่อยากให้เทวดามาขัดจังหวะการฟังธรรม จึงกล่าวออกไปว่า “ขอท่านจงรอก่อนเถิด”
昙弥迦优婆塞见此情景,不希望天人打断他听法,便开口说道:“请你们稍等片刻!”
แต่เหล่าพระภิกษุและลูกๆ ที่มองไม่เห็นเทวดา ต่างพากันตกใจ! พระภิกษุนึกว่าท่านบอกให้พระหยุดสวด จึงพากันเดินทางกลับวัด ส่วนลูกๆ ก็ร้องไห้เสียใจเพราะคิดว่าพ่อกลัวความตายจนเพ้อไป
然而,看不见天人的比丘和子女们却大惊失色!比丘们以为昙弥迦优婆塞是让他们停止念诵,便起身返回了寺院。子女们则痛哭起来,以为父亲因畏惧死亡而胡言乱语。
เมื่อท่านได้สติและเห็นลูกๆ ร้องไห้ จึงถามว่าร้องทำไม และอธิบายว่าท่านไม่ได้พูดกับพระ แต่พูดกับเทวดาที่เอารถทิพย์มารับ ลูกๆ ที่ยังไม่เชื่อจึงถามว่า “แล้วรถทิพย์อยู่ที่ไหนล่ะพ่อ?” ท่านจึงบอกให้ลูกนำพวงมาลัยดอกไม้มา แล้วอธิษฐานโยนไปที่รถจากสวรรค์ชั้นดุสิต
当昙弥迦优婆塞回过神来见子女们哭泣时,便问其原因,随后解释说他并不是对比丘们说话,而是对前来迎接的天人们说话。子女们半信半疑,追问道:“父亲,天车在哪里呢?”昙弥迦优婆塞便让他们取来一个花环,然后发愿将花环抛向来自兜率天的天车。
ทันใดนั้น พวงมาลัยดอกไม้กลับลอยค้างอยู่ในอากาศให้ทุกคนได้เห็นเป็นอัศจรรย์! (เพราะคล้องอยู่ที่หน้ารถทิพย์ที่ตาคนธรรมดามองไม่เห็นนั่นเอง) ท่านจึงบอกลาลูกๆ ว่าไม่ต้องเสียใจ ให้หมั่นทำบุญเหมือนที่ท่านทำ แล้วท่านก็ละสังขารไปบังเกิดเป็นเทพบุตรบนสวรรค์ชั้นดุสิตทันที
刹那间,花环竟奇迹般地悬停在空中,原来花环正挂在肉眼看不见的天车车头。昙弥迦优婆塞随后向子女们道别,叮嘱他们不必悲伤,要像他一样勤修善业。随后,他安详离世,转世为兜率天的男天人。
ข้อคิด:
启示
พระพุทธเจ้าทรงสอนว่า “ผู้ทำบุญไว้ย่อมบันเทิงในโลกทั้งสอง”
佛陀曾教导说:“行善者,在两世中皆得安乐。”
บันเทิงในโลกนี้: เพราะเมื่อเรานึกถึงความดีที่เคยทำ จิตใจจะผ่องใส แช่มชื่น และภูมิใจในตัวเอง
今生安乐:因为每当忆念起自己所做的善业时,心会感到清净、喜悦和自豪。
บันเทิงในโลกหน้า: เมื่อละโลกนี้ไป ผลบุญจะนำพาไปสู่สุคติหรือที่ที่ดี เหมือนการเปลี่ยนจากหม้อดินไปสู่หม้อทองคำ
来世安乐:当离开人世后,善业的果报将指引投生善趣天界,如同从陶罐换到金罐。
ในทางตรงกันข้าม คนที่ทำความชั่วจะเดือดร้อนในโลกทั้งสอง เพราะต้องคอยกังวลและหวาดกลัวผลกรรมของตนเองทั้งตอนที่ยังมีชีวิตอยู่และหลังจากตายไปแล้ว
相反,行恶者在两世中皆受苦,因为无论在生前或死后,都要为自己的恶业而焦虑和恐惧。
ดังนั้น การหมั่นทำความดีจึงเป็นเหมือนการสร้างบันไดขั้นแรกแห่งความสุขที่แท้จริงให้กับชีวิต
因此,勤修善业是为生命铺就通往永恒安乐的第一级台阶。
——————————————————-
012 พระเทวทัต ผู้ต้องเดือดร้อนในโลกทั้งสอง
12.在两世中皆受苦的提婆达多
เจ้าชายองค์หนึ่งนามว่า พระเทวทัต ท่านเป็นพระญาติของพระพุทธเจ้าและได้ตัดสินใจออกบวชตามเสด็จพร้อมกับเจ้าชายองค์อื่นๆ ในตอนแรกพระเทวทัตก็ตั้งใจปฏิบัติจนได้ฤทธิ์ทางใจ แต่ในขณะที่เพื่อนพระองค์อื่นๆ ต่างบรรลุธรรมเป็นพระอรหันต์ผู้สงบเงียบ พระเทวทัตกลับรู้สึกน้อยใจที่ไม่มีใครให้ความสำคัญหรือถามหาตนเหมือนพระสารีบุตรหรือพระอานนท์เลย
提婆达多王子是佛陀的堂兄弟。起初,他与其他几位王子一同追随佛陀出家,并在修行初期展现出极高的天赋,证得了神通。然而,当其他同修都证得阿罗汉果,获得内心的安宁时,提婆达多却心生嫉妒,抱怨无人像重视舍利弗或阿难那样重视他或询问其意见。
ด้วยความที่อยากมีชื่อเสียงและลาภสักการะ พระเทวทัตจึงเริ่มเดินในทางที่ผิด ท่านไปแสดงฤทธิ์หลอกล่อเจ้าชายอาชาตศัตรูจนยอมเป็นศิษย์และคอยอุปถัมภ์ท่านด้วยของมีค่ามากมาย เมื่อมีอำนาจในมือ ความโลภก็บังตา พระเทวทัตถึงขั้นเข้าไปขอพระพุทธเจ้าเพื่อจะปกครองคณะสงฆ์แทน แต่พระพุทธเจ้าทรงปฏิเสธและเตือนสติว่าท่านกำลังหลงผิดในลาภยศ ซึ่งเปรียบเสมือน “ก้อนเขฬะ” หรือน้ำลายที่ควรบ้วนทิ้ง
由于渴望名声与利养,提婆达多开始走上歧途。他施展神通迷惑阿阇世王子,使其成为自己的弟子,从而获得大量的财物供养。当手握权势后,贪欲蒙蔽了其心智,他竟然去向佛陀要求领导僧团。佛陀拒绝了他,并直言不讳地警示其已迷失在名闻利养之中,这些东西就像唾沫一样,应当被唾弃。
นั่นทำให้พระเทวทัตโกรธแค้นมากและพยายามทำร้ายพระพุทธเจ้าหลายครั้ง ไม่ว่าจะเป็นการจ้างนายขมังธนูไปลอบยิง การกลิ้งหินก้อนใหญ่ลงจากภูเขาหวังจะทับพระองค์จนทำให้พระพุทธเจ้าห้อพระโลหิต หรือแม้แต่การปล่อยช้างนาฬาคีรีที่ดุร้ายให้วิ่งเข้าใส่ แต่ด้วยความเมตตาของพระพุทธเจ้า ช้างที่บ้าคลั่งกลับสยบลงแทบเท้าของพระองค์
这番话让提婆达多怀恨在心,从此展开了一系列针对佛陀的疯狂报复:1.雇佣弓箭手暗杀佛陀。2.从灵鹫山上推下巨石企图砸死佛陀,最终导致佛陀的脚趾出血。3.释放狂暴的那罗祗梨醉象冲向佛陀,但凭借佛陀散播的慈悲,醉象最终被驯服,跪在佛陀足下。
สุดท้ายเมื่อไม่มีใครทำอะไรพระพุทธเจ้าได้ พระเทวทัตจึงพยายามสร้างเรื่องวุ่นวายโดยการขอตั้งกฎเกณฑ์ใหม่ให้เข้มงวดกว่าเดิมเพื่อแยกตัวออกไปตั้งกลุ่มเอง, แต่ไม่นานนักความจริงก็ปรากฏ เหล่าสาวกต่างก็ทิ้งท่านกลับไปหาพระพุทธเจ้า ทำให้พระเทวทัตตรอมใจและล้มป่วยอย่างหนักเป็นเวลานานถึง 9 เดือน
在暗杀计划屡屡失败后,提婆达多试图通过提出更严苛的戒律来分裂僧团,从而自立门户。然而好景不长,在真相大白后,追随的弟子纷纷离他而去,重新回到佛陀身边。提婆达多因此忧愤交加,病重卧床长达九个月。
ในช่วงสุดท้ายของชีวิต พระเทวทัตสำนึกผิดและขอให้ลูกศิษย์หามตนไปเฝ้าพระพุทธเจ้าเพื่อขอขมา แต่พระพุทธเจ้าทรงทราบด้วยญาณว่าท่านจะไม่มีโอกาสได้เห็นพระองค์อีกในชาตินี้ เมื่อหามมาถึงริมสระน้ำใกล้วัดเชตวัน พอพระเทวทัตหย่อนเท้าลงบนพื้นดิน แผ่นดินก็เริ่มสูบท่านลงไปทีละน้อย ในวินาทีที่ร่างกายกำลังจะหายไปในดิน พระเทวทัตได้ถวายกระดูกคางและลมหายใจสุดท้ายเป็นเครื่องสักการะแด่พระพุทธเจ้าเพื่อขอถึงพระองค์เป็นที่พึ่ง
在生命的最后阶段,提婆达多幡然醒悟,请求弟子抬他去拜见佛陀,想要当面忏悔。佛陀以智慧预知他此生已无缘再见自己一面。当众人将他抬至祇园精舍附近的池塘边时,他的脚刚落地,大地就开始将他缓缓吞没。就在身体即将陷入地下的那一刻,他用尽最后的力气,以自己的下颌骨与最后一丝气息作为供养,皈依佛陀作为依靠。
แม้ว่าพระเทวทัตจะต้องไปชดใช้กรรมในนรกอเวจีเป็นเวลานานแสนนาน แต่ด้วยกุศลสุดท้ายที่ท่านสำนึกผิด พระพุทธเจ้าทรงพยากรณ์ว่าในอนาคตอีกแสนกัปข้างหน้า ท่านจะได้กลับมาตรัสรู้เป็นพระปัจเจกพุทธเจ้าพระองค์หนึ่งนามว่า อัฏฐิสสระ ในที่สุด
虽然提婆达多造下深重的恶业,将在无间地狱中受漫长的苦报,但由于他在临终前真心忏悔,佛陀慈悲预言:在未来十万劫后,提婆达多将业尽报满,成就辟支佛果位,名号“阿提沙罗”。
——————————————————-
013 สุมนา หลานสาวของอนาถบิณฑิกเศรษฐี ผู้ที่เพลิดเพลินในโลกทั้งสอง
13.在两世中皆得安乐的须摩那
ในสมัยพุทธกาล มีมหาเศรษฐีผู้ใจบุญท่านหนึ่งชื่อว่า อนาถบิณฑิกเศรษฐี ท่านเป็นคนที่ชอบทำบุญและช่วยเหลือผู้คนอยู่เสมอ จนใคร ๆ ในเมืองสาวัตถีต่างก็รักและเคารพท่านมาก
在佛陀时代,舍卫城有一位乐善好施的大富翁名为给孤独长者。他是一位心地善良、乐于助人的长者,深受全城百姓的爱戴与尊敬。
ด้วยความที่เป็นคนสำคัญ ท่านเศรษฐีจึงต้องเดินทางไปร่วมงานมงคลต่าง ๆ อยู่เป็นประจำ จนไม่มีเวลาดูแลการถวายภัตตาหารแก่พระสงฆ์ที่บ้านซึ่งมีมากถึงวันละ 2,000 รูป ท่านจึงมอบหมายหน้าที่นี้ให้ลูกสาวคนเล็กที่ชื่อว่า “สุมนาเทวี” เป็นคนดูแลแทน
由于长者重要的身份,需要经常外出参加各种庆典活动,以至于无暇顾及家中每日供养两千位比丘的事宜。于是,他将这份重任托付给小女儿——须摩那。
สุมนาเทวีเป็นเด็กสาวที่จิตใจดีมาก เธอไม่เพียงแต่จัดภัตตาหารอย่างประณีต แต่เธอยังตั้งใจฟังธรรมะจนได้บรรลุธรรมเป็น “สกทาคามี” ซึ่งเป็นระดับธรรมที่สูงกว่าคุณพ่อของเธอเสียอีก
须摩那是一位心地善良的女子。她不仅精心准备斋饭供养僧众,还专心听闻佛法,最终证得斯陀含果,其修行成就甚至超过了父亲。
อยู่มาวันหนึ่ง สุมนาเทวีเกิดล้มป่วยหนัก เมื่อท่านเศรษฐีรีบกลับมาดูอาการ ลูกสาวกลับเรียกท่านว่า “น้องชาย” ท่านเศรษฐีตกใจมาก คิดว่าลูกสาวคงเพ้อเพราะพิษไข้จนจำพ่อไม่ได้ แต่หลังจากพูดเพียงไม่กี่คำ สุมนาเทวีก็จากไปอย่างสงบ
ท่านเศรษฐีเสียใจมาก ร้องไห้ไปเฝ้าพระพุทธเจ้าและกราบทูลว่า “ลูกสาวของข้าพระองค์คงจะหลงลืมสติก่อนตาย ถึง
ได้เรียกพ่อว่าน้องชาย”
有一天,须摩那不幸染上重病。当给孤独长者心急如焚地赶回家探望时,女儿却称呼他为“弟弟”。长者大吃一惊,以为女儿因高烧而神志不清,连父亲都认不出了。然而,须摩那只说了几句话后,便安详离世了。悲痛欲绝的长者流着泪去拜见佛陀,禀告道:“世尊,我的女儿临终前一定是神志不清了,竟然称呼我为弟弟。”
พระพุทธเจ้าทรงยิ้มอย่างเมตตาและอธิบายว่า “สุมนาเทวีไม่ได้เพ้อหรอกเศรษฐี แต่ที่เธอเรียกท่านว่าน้องชาย เพราะในทางธรรมเธอบรรลุธรรมสูงกว่าท่าน เธอจึงเป็นเหมือนพี่สาวในทางธรรมนั่นเอง” และตอนนี้เธอก็ได้ไปเกิดเป็นเทพธิดาบนสวรรค์ชั้นดุสิตแล้ว
佛陀慈悲地解释道:“长者,须摩那并没有神志不清。她之所以称呼你为弟弟,是因为她的修行成就比你高。在修行果位上,她犹如你的姐姐。如今,她已经往生兜率天,成为了一位天女。”
ข้อคิด:
启示
คนที่ตั้งใจทำความดีและทำบุญไว้เสมอ จะเป็น “ผู้ที่เพลิดเพลินในโลกทั้งสอง” คือ
一个精进行善积德的人,将会成为在两世中皆得安乐的人,即是:
1.ในโลกนี้: ก็มีความสุขใจที่ได้ทำความดี
1.现世乐:今世因行善而内心充满喜悦与安宁。
2.ในโลกหน้า: ก็จะยิ่งมีความสุขมากขึ้นเมื่อได้รับผลของบุญนั้นในสุคติ
2.后世乐:来世凭借生前的善业果报,投生善趣后享受更殊胜的福报。
เหมือนกับสุมนาเทวีที่เบิกบานใจทั้งตอนที่ยังมีชีวิตอยู่ และมีความสุขยิ่งกว่าเดิมในโลกสวรรค์นั่นเอง
就像须摩那一样,她不仅生前内心法喜充满,在天界更是享受殊胜的福报。
——————————————————-
014 ผู้ที่กล่าวธรรมได้แต่ไม่ปฏิบัติ
14. 精通教理却不实修
ในสมัยพุทธกาล มีเพื่อนรักสองคนชาวเมืองสาวัตถีได้ฟังพระธรรมจากพระพุทธเจ้าจนเกิดความเลื่อมใส จึงตัดสินใจออกบวชพร้อมกัน
在佛陀时代,舍卫城有两位挚友,听闻佛陀说法后心生信仰,便决定一同出家。
หลังจากบวชได้ 5 พรรษา ทั้งสองเลือกเดินเส้นทางที่ต่างกัน เพื่อนคนแรก สนใจการเรียนพระไตรปิฎกจนแตกฉาน กลายเป็นอาจารย์ใหญ่ที่มีลูกศิษย์มากมายถึง 18 คณะ ส่วน เพื่อนคนที่สอง เลือกนำบทกรรมฐานเข้าไปปฏิบัติธรรมในป่าอย่างจริงจัง จนในที่สุดท่านก็บรรลุเป็นพระอรหันต์
出家五年后,两位比丘选择了不同的修行道路。一位比丘潜心研习《三藏》,因而成为精通教理的法师,拥有十八个弟子。另一位比丘则选择进入森林精进实修,最终证得阿罗汉果。
วันหนึ่ง พระเพื่อนที่เป็นนักปฏิบัติได้เดินทางกลับมาเฝ้าพระพุทธเจ้า และแวะมาพักกับพระเพื่อนที่เป็นนักวิชาการ พระที่เป็นนักวิชาการนั้นแม้จะมีความรู้มาก แต่กลับมีความประมาทและคิดจะลองดี ถามปัญหาเพื่อให้พระปฏิบัติเกิดความอับอาย
有一天,那位实修证果的比丘回来拜见佛陀,顺道拜访那位精通教理的比丘。精通教理的比丘虽然学识渊博,却十分傲慢,想提出一些问题刁难实修的比丘,让对方难堪。
พระพุทธเจ้าทรงทราบเหตุการณ์ด้วยพระญาณ จึงเสด็จมาหาทั้งคู่แล้วทรงตั้งคำถามถามปัญหาไล่เรียงตั้งแต่ระดับสมาธิขั้นต้นไปจนถึงขั้นสูง ผลปรากฏว่า พระนักวิชาการตอบไม่ได้เลยแม้แต่ข้อเดียว เพราะเขารู้เพียงตัวหนังสือแต่ไม่เคยสัมผัสของจริงด้วยการปฏิบัติ ในขณะที่ พระนักปฏิบัติสามารถตอบได้ถูกต้องแจ่มแจ้งทุกข้อ
佛陀以神通知晓此事,便来到他们面前,依次提出从初级禅定到高级禅定的问题。结果,那位精通教理的比丘一个问题也答不上来,因为他只知道教理,却从未通过实践体悟真理。而那位实修的比丘则对答如流,清晰透彻。
พระพุทธเจ้าจึงทรงประทานสาธุการและยกย่องพระนักปฏิบัติ ทำให้เหล่าลูกศิษย์ของพระนักวิชาการแปลกใจว่าทำไมอาจารย์ของเขาที่เก่งกาจถึงไม่ได้รับคำชม พระพุทธเจ้าจึงตรัสสอนใจด้วยการเปรียบเทียบว่า:
佛陀赞叹并褒扬了实修的比丘,让精通教理的比丘的弟子感到十分惊讶,不明白为何自己学识渊博的老师没有得到称赞。佛陀便以一个比喻教导道:
คนรู้ธรรมมากแต่ไม่ทำตาม เปรียบเหมือน “คนรับจ้างเลี้ยงโค” ที่คอยแต่นับจำนวนโคให้คนอื่น แต่ตัวเองกลับไม่ได้ลิ้มรสของน้ำนมหรือเนยใสเลย ได้เพียงแค่ค่าจ้างรายวันเท่านั้นคนรู้ธรรมแม้เพียงน้อยแต่หมั่นปฏิบัติ เปรียบเหมือน “เจ้าของโค” ที่ได้ดื่มกินรสชาติอันโอชะจากโคของตนเองอย่างเต็มที่
“那些了知诸多佛法却不实修的人,如同雇佣的牧牛人,只知道为别人数牛,自己却从未品尝过一滴牛奶或酥油的味道,仅能领到微薄的薪水。而识法虽少但精进实修的人,如同牛的主人,可以尽情享用自家牛群产出的甘美乳汁。”
ข้อคิด:
启示
ความรู้ท่วมหัวเอาตัวไม่รอด: การมีความรู้ทางธรรมมากมายแต่ไม่นำมาขัดเกลา กิเลส (ราคะ โทสะ โมหะ) ก็ไม่ต่างอะไรกับคนที่รู้สูตรอาหารแต่ไม่เคยลงมือทำ จึงไม่เคยอิ่มท้องด้วยรสอาหารนั้นจริงๆ
学富五车却难自救:拥有再多的佛法知识却不用于消除贪、嗔、痴等烦恼,就如同知道菜谱却从不动手烹饪,永远无法真正品尝到食物的滋味。
คุณภาพสำคัญกว่าปริมาณ: ถึงจะรู้ธรรมะเพียงบทเดียว แต่หากตั้งใจปฏิบัติจนละกิเลสได้และมีจิตหลุดพ้น ผู้นั้นคือผู้ที่ได้รับ “ส่วนแห่งผล” ของความเป็นสมณะอย่างแท้จริง
质量重于数量:哪怕只懂得一首偈颂,但若能精进实修断除烦恼,获得心灵解脱,那便是真正尝到了沙门果。
อย่าประมาทในการปฏิบัติ: จุดมุ่งหมายสูงสุดไม่ใช่การเป็นที่เคารพนับถือหรือมีชื่อเสียง แต่คือการมีสมาธิ วิปัสสนา และความปล่อยวางจากความยึดมั่นถือมั่นทั้งปวง
切勿懈怠实修:修行的最高目标并非为了获得尊敬或名声,而是成就止观,从一切执着中解脱出来。
——————————————————-
015 ความไม่ประมาทเป็นทางแห่งความไม่ตาย
15.不放逸是不死之道
ในสมัยพุทธกาล ณ เมืองโกสัมพี มีเรื่องราวที่สอนใจเราเรื่อง “ความไม่ประมาท” ผ่านชีวิตของผู้หญิงที่มีนิสัยต่างกันสุดขั้ว
在佛陀时代,憍赏弥城中两位性格截然不同的女子的命运,向我们展示了一个关于“不放逸”的深刻故事。
เรื่องเริ่มที่ พระนางสามาวดี หญิงสาวผู้มีปัญญาและจิตใจเมตตา เธอเคยช่วยจัดระเบียบโรงทานที่วุ่นวายให้เป็นระเบียบด้วยการ “เข้าคิว” จนเป็นที่รักของทุกคน และได้เป็นอัครมเหสีของพระเจ้าอุเทน, ต่อมาเธอได้ฟังธรรมจากพระพุทธเจ้าและกลายเป็นผู้ที่ “ไม่ประมาท” มีสติระลึกรู้และเปี่ยมด้วยเมตตาอยู่เสมอ
差摩婆帝王后是一位智慧且富有慈悲心的女子。她曾通过排队的方式,将原本混乱的施食处管理得井井有条,所以深受百姓爱戴,成为了优填王的王后。后来,她有缘听闻佛陀说法,从此成为了一位不放逸的人,时刻保持正念、心怀慈悲。
ในทางกลับกัน พระนางมาคันทิยา มเหสีอีกท่านหนึ่ง กลับเต็มไปด้วยความโกรธแค้น เพราะเคยถูกพระพุทธเจ้าตำหนิเรื่องรูปร่างหน้าตาว่าเป็นเพียงของสกปรก เธอจึงใช้ชีวิตอย่าง “ประมาท” ปล่อยให้ความพยาบาทครอบงำจิตใจ พยายามวางแผนทำร้ายพระนางสามาวดีหลายครั้ง ทั้งเรื่องแกล้งส่งไก่เป็นมาให้แกง หรือแม้แต่ซ่อนงูไว้ในพิณของพระราชาเพื่อใส่ร้าย
相反,另一位摩健地耶王妃则满腹怨恨。她曾因傲慢而被佛陀斥责其美貌的外表不过是污秽之物,所以对此耿耿于怀,过着放逸的生活,任由嫉妒与仇恨吞噬心灵。她多次策划谋害差摩婆帝王后,先是故意送去活鸡让摩婆帝王后宰杀,企图使其破戒,后又将毒蛇藏在国王的琵琶里,企图嫁祸给差摩婆帝王后。
แต่ด้วยพลังแห่ง “เมตตา” และความไม่ประมาทของพระนางสามาวดี ลูกศรที่พระราชาพุ่งใส่ด้วยความเข้าใจผิดกลับหันเหออกไป ไม่สามารถทำร้ายเธอได้เลย
然而,差摩婆帝王后凭借慈悲心与不放逸的力量,即便是国王因误解而射出的箭也会在空中自行偏离,无法伤害到她。
จนกระทั่งวันหนึ่ง ความอาฆาตของพระนางมาคันทิยามาถึงขีดสุด เธอสั่งเผาปราสาทของพระนางสามาวดีทั้งเป็น ในขณะที่ไฟกำลังลุกโชน พระนางสามาวดีไม่ได้ตื่นตระหนก แต่กลับบอกให้บริวารทุกคน “ตั้งสติและไม่ประมาท” ให้แผ่เมตตาและพิจารณาความจริงของชีวิต แม้ร่างกายจะถูกไฟเผา แต่จิตใจของพวกเธอกลับสงบและเข้าถึงธรรมขั้นสูงก่อนสิ้นใจ
直到有一天,摩健地耶王妃的怨恨达到了顶点。她下令放火焚烧差摩婆帝王后的宫殿。当火焰熊熊燃起时,差摩婆帝王后并未惊慌,反而平静地告诫所有侍女:“保持正念,切勿放逸”。她教导众人散发慈心,观照生命的实相。尽管她们的肉体遭受火焚之苦,但心却无比宁静,在生命终结前证悟佛法。
สุดท้าย ความประมาทก็ย้อนกลับมาหาพระนางมาคันทิยา เมื่อพระราชาทรงทราบความจริง จึงสั่งลงโทษเธอและญาติพี่น้องอย่างแสนสาหัส
最终,摩健地耶王妃的放逸反噬了自己,当优填王查明真相后,下令将她及其族人处以酷刑。
ข้อคิด :
启示
“ความไม่ประมาทเป็นทางแห่งความไม่ตาย” ส่วน “ความประมาทเป็นทางแห่งความตาย” คนที่ใช้ชีวิตอย่างมีสติและไม่ประมาทเหมือนพระนางสามาวดี แม้ตัวจะตายไปแต่คุณงามความดีและอริยธรรมในใจย่อมไม่ตายตาม, ส่วนคนที่ขาดสติและจมอยู่กับกิเลสอย่างพระนางมาคันทิยา แม้ยังมีลมหายใจอยู่ ก็เปรียบเสมือนคนที่ตายไปแล้วนั่นเอง
不放逸是不死之道,放逸是死亡之道。像差摩婆帝王后那样有正念、不放逸地生活的人,即使肉体消亡,但其美德与心中的圣法永不磨灭。反之,像摩健地耶王妃那样缺乏正念、沉溺于烦恼的人,虽然呼吸尚存,也如同行尸走肉。
——————————————————-
016 ธรรมเป็นเหตุให้ยศเจริญ
16.七种法是成就名望之因
ณ เมืองราชคฤห์ มีลูกชายเศรษฐีคนหนึ่งชื่อว่า “กุมภโฆสกะ” ชีวิตของเขาต้องเปลี่ยนไปอย่างสิ้นเชิงเมื่อเกิดโรคระบาดหนัก จนทำให้คุณพ่อคุณแม่ของเขาเสียชีวิตลง ก่อนท่านจะจากไป ท่านได้บอกที่ซ่อนขุมทรัพย์มหาศาลถึง 400 ล้าน ไว้ให้เขา และสั่งให้เขาหนีไปเพื่อรักษาชีวิต
在王舍城,有一位富家子弟名为鸠婆拘沙迦。他的人生因一场严重的瘟疫而彻底改变,其父母不幸双双离世。临终前,父母将一处藏有四亿巨额财富的地点告诉他,并嘱咐他赶紧逃走以保全性命。
กุมภโฆสกะต้องระหกระเหินไปอยู่ในป่านานถึง 12 ปี เมื่อเขากลับมาในสภาพที่ไม่มีใครจำได้ เขากลับไม่รีบร้อนไปขุดสมบัติมาใช้ เพราะเกรงว่าถ้าคนเห็นคนจนมีเงินมากขนาดนั้นจะเกิดอันตรายแก่ตนเอง เขาจึงตัดสินใจ ใช้ชีวิตอย่างสมถะ ไปรับจ้างทำงานเป็นคนคอยปลุกคนงานในตอนเช้ามืด
鸠婆拘沙迦在森林中流浪了整整十二年。当他重返故里时,已无人能认出他。然而,他并未急于挖掘宝藏享用,因为他担心若一个穷人突然暴富,必定会招来杀身之祸。因此,他决定过着简朴的生活,去给人打工,每天清晨负责叫醒工人们开工。
ความลับของเขาเริ่มถูกเปิดเผย เมื่อ พระเจ้าพิมพิสาร ผู้มีปรีชาสามารถในการจำแนกเสียง ได้ยินเสียงของเขาแล้วตรัสว่า “นั่นคือเสียงของคนมีบุญและมีทรัพย์มาก”, พระองค์จึงส่งนางสนมและลูกสาวปลอมตัวเป็นคนจนไปสืบความจริง จนในที่สุดด้วยกลอุบายต่างๆ กุมภโฆสกะก็ได้ลูกสาวนางสนมเป็นภรรยา และความจริงเรื่องขุมทรัพย์ก็ถูกเปิดเผยต่อหน้าพระพักตร์
后来,鸠婆拘沙迦的秘密被揭开了,因为频婆娑罗王具有辨别声音的特殊能力,在听到他的声音后断言:“这是拥有大福报和巨额财富者的声音。”于是,国王让女儿乔装成穷人去探查真相,经过一番巧妙的试探,他的身份最终被揭开。后来,他取了国王的女儿为妻,并向国王坦诚财产的去向。
เมื่อพระเจ้าพิมพิสารได้ฟังเหตุผลที่เขาต้องปิดบังทรัพย์ เพราะเขาไม่มีที่พึ่งและต้องการใช้ชีวิตอย่างไม่ประมาท พระองค์ทรงเลื่อมใสใน ความถ่อมตัว ความขยัน และความฉลาด ของเขามาก จึงทรงแต่งตั้งให้เขาเป็น มหาเศรษฐี ประจำเมืองคนใหม่ทันที
当频婆娑罗王得知他之所以隐藏财富,是因为她当时无依无靠,只能以不放逸的态度过谨慎的生活。国王被他的谦逊、勤劳与智慧所折服,当即任命他为城中新任的大富翁。
พระพุทธเจ้าได้ทรงนำเรื่องนี้มาสอนว่า ความเจริญและยศถาบรรดาศักดิ์จะเกิดขึ้นแก่บุคคลที่ประกอบด้วย ธรรม 7 ประการ คือ
佛陀借此因缘教导世人:一个人的地位和名望的提升,源于具备以下七种法:
- ความเพียร (ไม่ย่อท้อต่ออุปสรรค)
- มีสติ (รอบคอบ ระวัง)
- การงานสะอาด (สุจริต ไม่ผิดกฎหมายและศีลธรรม)
- ใคร่ครวญก่อนทำ (ไตร่ตรองผลดีผลเสีย)
- ความสำรวม (รู้จักควบคุมกาย วาจา ใจ)
- มีชีวิตตามธรรม (ไม่ห่างเหินจากความดี),
- ความไม่ประมาท (ระลึกถึงความดีเสมอ),
1.精进:面对困难不屈不挠。
2.正念:行事周全、谨慎小心。
3.清净业行:从事正当职业,不违背法律与道德。
4.三思后行:仔细权衡利弊得失。
5.自制:懂得约束身、语、意。
6.如法生活:不远离善行与正道。
7.不放逸:时刻铭记善法,保持警觉。
ข้อคิด :
启示
แม้จะมีทรัพย์มากเพียงใด หากเป็นคน ขยัน มีสติ และใช้ชีวิตอย่างมีธรรมะ ความสำเร็จและชื่อเสียงเกียรติยศก็จะมั่นคงและยั่งยืนตลอดไป
无论拥有多少财富,只要一个人勤奋、有正念、依法生活,成功与声望才会稳固持久。
——————————————————-
017 จูฬปันถก การทำที่พึ่งด้วยธรรม
17. 周罗半讬迦以法为依靠
ในสมัยพุทธกาล มีพี่น้องสองคนชื่อว่า มหาปันถก และ จูฬปันถก ทั้งคู่ได้เข้ามาบวชในพระพุทธศาสนา, พี่ชายนั้นเป็นคนฉลาดจนบรรลุธรรมเป็นพระอรหันต์อย่างรวดเร็ว แต่คนน้องคือ จูฬปันถก กลับเป็นคนเขลาอย่างยิ่งความโง่เขลาของท่านนั้นหนักหนาถึงขั้นที่ว่า แม้จะใช้เวลาถึง 4 เดือนเต็มในการท่องคาถาเพียงบทเดียว ท่านก็ยังจำไม่ได้
在佛陀时代,有兄弟二人名为摩诃半讬迦和周罗半讬迦。他们一起出家入佛门,哥哥天赋异禀,很快就证悟成为阿罗汉,而弟弟却极其愚钝。他愚钝到什么程度呢?哪怕只是一首简单的偈颂,背诵整整四个月还是记不住。
จนพี่ชายรู้สึกท้อแท้และคิดว่าน้องชายคงไม่มีวาสนาในธรรม จึงไล่ท่านให้ออกจากวัดไปทำมาหากินเสีย จูฬปันถกเสียใจมากและกำลังจะเดินออกจากวัดเพื่อไปสึก
哥哥对此感到十分沮丧,认为弟弟与佛法无缘,便劝他还俗回家过世俗生活。周罗半讬迦比丘非常伤心,准备还俗离开寺院。
ในเช้าวันนั้นเอง พระพุทธเจ้า ผู้ทรงเปี่ยมด้วยความเมตตาได้เสด็จมาดักรอท่านที่หน้าวัด พระองค์ไม่ได้ดุดัน แต่กลับตรัสถามด้วยเสียงที่อ่อนโยนว่า “จะไปไหนหรือ จูฬปันถก?” เมื่อทราบเรื่อง พระองค์จึงประทาน ผ้าขาวสะอาด ให้ผืนหนึ่ง และบอกให้ท่านนั่งลูบผ้านั้นไปมาพร้อมกับท่องคำว่า “ระโชหะระนัง” ซึ่งแปลว่า “ผ้าเช็ดธุลี”
当天清晨,慈悲的佛陀特意在寺院门口等他。佛陀没有责备他,而是温柔地问道:“周罗半讬迦,你要去哪里?”得知事情的原委后,佛陀交给他一块干净的白布,并让他坐下来一边用手来回抚摩白布,一边反复念诵“拂尘布”。
จูฬปันถกทำตามคำสอนอย่างตั้งใจ ขณะที่ท่านลูบผ้าขาวไปเรื่อยๆ ท่านก็สังเกตเห็นว่า ผ้าที่เคยขาวสะอาดกลับเริ่มหม่นหมองและดำคล้ำด้วยคราบเหงื่อไคลจากมือของท่านเอง ท่านจึงเกิดดวงตาเห็นธรรมว่า “ผ้าผืนนี้สะอาดแท้ๆ แต่ต้องมาสกปรกเพราะอาศัยร่างกายของเรา สังขารทั้งหลายมันไม่เที่ยงจริงๆ” เมื่อพิจารณาดังนี้ จิตของท่านก็ปล่อยวางจากกิเลสและ บรรลุเป็นพระอรหันต์ ในที่สุด
周罗半讬迦比丘遵照佛陀的教导,专心致志地抚摩那块白布。随着时间的推移,他惊奇地发现:原本洁白无瑕的布竟然因为他手上的汗水和污垢,变得越来越肮脏。那一刻,他豁然开悟:“这块布原本很干净,却因为接触我的身体而变脏。一切由因缘和合而成的现象确实是无常的。”当他深入思维后,心瞬间放下所有执着,从烦恼中解脱,证得阿罗汉果。
เพื่อให้ทุกคนเห็นถึงความสำเร็จของท่าน เมื่อมีคนนิมนต์พระไปฉันภัตตาหารที่บ้าน จูฬปันถกได้ใช้ฤทธิ์เนรมิตตัวเองเป็นพระภิกษุนับพันรูปเต็มวัด จนคนรับใช้อัศจรรย์ใจว่าใครคือจูฬปันถกตัวจริงกันแน่
为了让人们看到他的成就,后来每当有人邀请僧团去家中应供时,周罗半讬迦比丘便会施展神通,幻化出上千名一模一样的比丘,坐满整座寺院,令前来邀请的仆人惊叹不已,分不清谁才是真正的周罗半讬迦比丘。
พระพุทธเจ้าทรงเฉลยว่า สาเหตุที่จูฬปันถกในชาตินี้ดูโง่เขลา เป็นเพราะกรรมเก่าที่เคยไปหัวเราะเยาะเพื่อนภิกษุที่ท่องธรรมะไม่ได้ในอดีตชาติ, แต่ในขณะเดียวกัน ท่านก็เคยมีอุปนิสัยชอบใช้ผ้าขาวเช็ดเหงื่อแล้วพิจารณาความไม่เที่ยงมาตั้งแต่ตอนเป็นพระราชาในชาติก่อนๆ พระองค์จึงทรงสอนให้ท่านใช้ผ้าขาวเป็นเครื่องมือบรรลุธรรม
后来,佛陀解释道:周罗半讬迦比丘这一世之所以显得愚笨,是因为他在过去世曾嘲笑一位背不出经文的比丘造下的恶业。但与此同时,他在过去世身为国王时,也曾有用白布擦汗进而思惟无常的习性。因此,佛陀才教他利用白布作为所缘而成就阿罗汉果。
ข้อคิด :
启示
1.คนมีปัญญาและมีความเพียร ย่อมสามารถสร้างที่พึ่งให้กับตนเองได้ เหมือนเกาะที่น้ำท่วมไม่ถึง
1.有智慧且精进的人,能够为自己建立起坚实的依靠,如同洪水无法淹没的岛屿。
2.ครูที่ดี จะหาวิธีที่เหมาะสมกับลูกศิษย์แต่ละคน แม้จะเป็นคนที่ดูเหมือนจะสอนไม่ได้ ก็สามารถประสบความสำเร็จที่ยิ่งใหญ่ได้หากได้รับคำแนะนำที่ถูกต้อง
2.一位良师总能为不同的学生找到最适合的方法。哪怕看似无药可救的人,只要得到正确的指引也能取得非凡的成就。
3.ความสำเร็จไม่ได้ขึ้นอยู่กับความเร็ว แต่ขึ้นอยู่กับการไม่ละทิ้งความเพียร
3.成功不在于速度的快慢,而在于永不放弃的精进。
——————————————————-
018 เทศกาลคนพาล เจ็ดวันที่พูดแต่คำหยาบ
18.愚人节:七日的粗言秽语
ณ เมืองสาวัตถี มีเหตุการณ์ประหลาดเกิดขึ้น เมื่อกลุ่มคนที่เรียกตนเองว่า “คนพาล” ได้จัดงานรื่นเริงที่ชื่อว่า “พาลนักษัตร” ขึ้น แทนที่จะเฉลิมฉลองด้วยความสุภาพ พวกเขากลับเอาขี้เถ้าและมูลโคมาทาตัว แล้วเที่ยวเดินไปตามถนนหนทาง พูดจาหยาบคายใส่ทุกคน ไม่เว้นแม้แต่ผู้ใหญ่หรือพระสงฆ์
在舍卫城,曾发生过一件荒诞怪异的事。有一群自称“愚人”的人组织了一场名为“愚人节”的狂欢活动。他们不以文雅的方式庆祝,反而将灰烬和牛粪涂在身上,成群结队地在街头乱窜。他们对路过的每一个人,无论是长者或僧众都口出恶言。
ชาวเมืองที่เป็นคนดีต่างเอือมระอา บางคนถึงกับยอมควักเงินจ่ายให้คนพาลเหล่านั้นเพียงเพื่อตัดรำคาญ ให้พวกเขาเดินพ้นไปจากหน้าบ้านของตน บรรดาอริยสาวกหรือผู้ใฝ่ธรรมทั้งหลายเห็นท่าไม่ดี จึงกราบทูลขอให้พระพุทธเจ้าและเหล่าภิกษุสงฆ์งดออกจากวัดเชตวันเป็นเวลา 7 วัน เพื่อหลีกเลี่ยงการพบเจอกับถ้อยคำที่บาดหูและพฤติกรรมที่ไม่เหมาะสม โดยพวกเขาสัญญาจะนำภัตตาหารไปถวายที่วัดเอง
城里的善良百姓对此感到十分厌恶,有些人宁愿花钱打发这些愚人,只求他们能快点从自家门前离开。信奉佛法的居士眼看事态不妙,便恳请佛陀和僧众七天内不要离开祇园精舍,以免听到那些刺耳的污言秽语或目睹种种不当行径。众居士承诺这期间会亲自将食物送到精舍中供养。
ตลอด 7 วันนั้น เหล่าคนดีต้องเก็บตัวอยู่แต่ในบ้านด้วยความอึดอัดใจ จนกระทั่งวันที่ 8 เมื่อเหตุการณ์สงบลง พวกเขาจึงได้นิมนต์พระพุทธเจ้ามาฉันภัตตาหารที่บ้านและระบายความในใจว่า “7 วันที่ผ่านมานั้นช่างยาวนานเหลือเกิน พวกข้าพระองค์ต้องทนฟังคำหยาบจนเหมือนหูจะแตกสลาย”
在这七天里,善良的百姓只能无奈地待在家中,内心充满压抑。直到第八天,当混乱平息后,他们才得以迎请佛陀来家中应供,并向佛陀倾诉道:“世尊,过去的七天既漫长又难熬,我们不得不忍受那些粗言秽语,耳朵都快被震聋了。”
พระพุทธเจ้าจึงทรงเมตตาสอนบทเรียนสำคัญว่า: “คนพาล” มักปล่อยตัวปล่อยใจไปกับความประมาท สนุกสนานบนความเดือดร้อนของผู้อื่น เหมือนการทำชั่วแล้วยังทะนงตนว่าเก่ง, เปรียบเสมือนการหลงมัวเมาในกาม ซึ่งเป็นบ่อเกิดแห่งความทุกข์และการทะเลาะวิวาท เหมือนกับเป็นโรคหรือหัวฝีที่คอยกัดหนองอยู่เสมอ
佛陀听后慈悲地开示道:“愚者往往会放纵身心,沉溺于放逸之中,以他人的痛苦为乐,甚至为非作歹后还自以为很了不起。这种心态就像沉迷于感官欲望,是痛苦与争端的根源。它好比一种疾病或脓疮,不断地侵蚀着身心。”
แต่ในทางตรงกันข้าม “บัณฑิต” หรือผู้มีปัญญา ย่อมรักษา “ความไม่ประมาท” ไว้เหมือนกับ “รักษาทรัพย์อันประเสริฐ”, เพราะความไม่ประมาทคือความระวัง มีสติรอบคอบ ซึ่งเป็นบ่อเกิดแห่งคุณธรรมทุกประการที่จะนำพาชีวิตไปสู่ความสุขที่แท้จริงและยั่งยืน (ความสุขอันไพบูลย์) และสามารถบรรลุถึงความสงบสูงสุดได้ในที่สุด
相反,智者会像守护无上的珍宝一样坚守不放逸。因为不放逸意味着谨慎、具足正念、考虑周详。这是一切美德的来源,能引领人生走向真实持久的快乐,最终达到究竟安宁。
ข้อคิดจากนิทาน:
启示
จงรักษา “สติและความไม่ประมาท” ไว้ให้ดี เพราะนี่คือสมบัติที่มีค่าที่สุดที่จะปกป้องเราจากความเสื่อมและนำพาไปสู่ความสุขที่แท้จริง
务必守护好正念与不放逸,因为这是最宝贵的财富,它能保护我们远离堕落,引领我们走向真正的幸福。
——————————————————-
019 ปราสาทแห่งปัญญาที่ตั้งบนยอดเขาสูง
19.屹立山巅的智慧宫殿
มีภูเขาสูงลูกหนึ่งที่ยอดเขามี “ปราสาทแห่งปัญญา” ตั้งตระหง่านอยู่บนนั้น ในขณะที่ผู้คนส่วนใหญ่ยังใช้ชีวิตอยู่ด้านล่างท่ามกลางความวุ่นวายและโศกเศร้า เหมือนอยู่ในบ่อที่มีแต่น้ำขุ่นมัว
有一座巍峨的高山,山顶坐落着一座“智慧宫殿”。大多数人仍生活在山脚下,深陷于喧嚣与悲伤之中,仿佛置身在一个充满浑浊之水的泥潭里。
วิธีการก้าวขึ้นสู่ปราสาทแห่งนั้นผ่าน 3 ขั้นตอนง่ายๆ ดังนี้
要登上这座智慧宫殿,需要遵循三个简单的步骤:
1. เปลี่ยนน้ำในใจ: คนเรามักใช้ชีวิตด้วยความ “ประมาท” เหมือนถังที่เต็มไปด้วยน้ำสกปรก บัณฑิตหรือผู้รู้จะสอนให้เราค่อยๆ เทความประมาททิ้งไป แล้วเติม “ความไม่ประมาท” หรือสติเข้าไปแทนที่ เหมือนการถ่ายน้ำเสียออกแล้วเติมน้ำใสสะอาดเข้าไปเรื่อยๆ จนใจเราสว่างไสว
1.净化心念:人们往往生活在“放逸”之中,就像一个装满脏水的桶。智者教导我们要慢慢排出这些“放逸”的污水,不断注入“不放逸”或正念的清水。随着污水排净,清水盈满,我们的心也会变得清澈明亮。
2. มุมมองจากที่สูง: เมื่อเรามีสติมากขึ้น เราจะค่อยๆ ปีนขึ้นสู่ “ปราสาทแห่งปัญญา” ได้สำเร็จ เมื่อยืนอยู่บนนั้น เราจะมองลงมาเห็นผู้คนข้างล่างที่กำลังร้องไห้เสียใจเพราะการพลัดพราก หรือโกรธแค้นในสิ่งที่ไม่ได้ดั่งใจ แต่ตัวเราที่อยู่บนยอดเขาจะ ไม่เศร้าโศกไปกับเขา เพราะเรามองเห็นความจริงว่า ทุกอย่างในโลกนี้ไม่เที่ยง มีความสุขและความทุกข์สลับกันไปเป็นเรื่องธรรมดา เหมือนคนบนเขาที่มองเห็นภาพรวมทั้งหมดชัดเจนกว่าคนข้างล่าง
2.巅峰视角:当我们拥有足够的正念时,就能逐步攀登并抵达“智慧宫殿”。站在高处俯瞰,我们会看到山下的人正因为生离死别而痛哭流涕,或因为求不得而愤怒痛苦。然而,站在巅峰的我们不会为其悲伤,因为我们已看清真相:世间万物皆无常,苦乐交替本是常态。正如站在山顶上的人,总能比山脚下的人看得更全面清晰。
3. ปัญญาที่เหนือกว่า: ครั้งหนึ่ง พระมหากัสสปเถระ ผู้มีฤทธิ์มาก ท่านเคยนั่งสมาธิจนเห็นการเกิดและการตายของสัตว์ทั้งหลายทั่วโลก เหมือนคนมองลงมาจากปราสาท แต่พระพุทธเจ้าได้ทรงปรากฏร่างต่อหน้าท่านและสอนว่า แม้จะเห็นได้มากเพียงใด แต่ความรู้แจ้งเห็นจริงในวัฏสงสารทั้งหมดนั้น เป็นวิสัยที่ยิ่งใหญ่ของพระพุทธเจ้าเพียงผู้เดียว
3.超凡智慧:神通广大的大迦叶尊者曾在禅定中观照众生的生死轮回,犹如从智慧宫殿俯瞰一般清晰。然而,佛陀随即现身在他面前开示道:“即便你能广见众生的生死流转,但要彻底觉悟整个轮回的真相,唯有佛陀的无上智慧才能做到。”
ข้อคิด:
启示
เ รื่องนี้บอกเราว่า การฝึกใจให้มี สติ และ ความไม่ประมาท จะทำให้เราเหมือนคนที่ยืนอยู่บนที่สูง ทำให้เราเข้าใจโลก มองเห็นความทุกข์เป็นเรื่องธรรมดา และไม่ต้องจมกองทุกข์เหมือนคนอื่นๆ ที่ยังวนเวียนอยู่บนพื้นดิน
这个故事告诉我们,通过修习正念与不放逸,能让我们如同登高望远之人,能够真正了解世间,视苦痛为自然现象,不再像那些仍在尘世泥沼中徘徊的人一样深陷苦海。
——————————————————-
020 “ผู้ตื่น” กับ “ผู้หลับ” ในทางธรรม
20.觉醒者与沉睡者
ในสมัยพุทธกาล มีพระภิกษุสองรูปที่เป็นเพื่อนรักกัน ทั้งคู่ได้เรียนพระกรรมฐานจากพระพุทธเจ้า แล้วชักชวนกันไปจำพรรษาอยู่ในป่าเพื่อเร่งทำความเพียรหวังบรรลุธรรม
在佛陀时代,有两位比丘是挚友。他们从佛陀那里学习了禅修法门后,便相约一起到森林里结雨安居精进修行。
แต่ทว่า… วิถีชีวิตในป่าของพระทั้งสองกลับต่างกันราวฟ้ากับดิน
然而,这两位比丘在森林中的生活方式却截然不同。
พระรูปแรก เป็นผู้ที่มีความขยันหมั่นเพียรมาก ท่านตั้งใจเจริญสติภาวนาอย่างไม่ประมาทตลอดทั้งคืน ส่วน พระรูปที่สอง กลับใช้เวลาไปกับการหาฟืนมากองไว้ พอตกเย็นก็นั่งผิงไฟคุยกับพวกสามเณรและพระรูปอื่นๆ จนดึกดื่นพ้นยามแรกของคืนไปแล้วถึงค่อยไปนอน
一位比丘十分精进,时刻保持正念,整夜精进禅修,从不懈怠。另一位比丘则把时间花在收集柴火上,到了晚上便围坐在火堆旁与沙弥及其他比丘闲聊,直到深夜才去睡觉。
พระรูปที่ขี้เกียจมักจะคอยไปเหน็บแนมพระรูปที่ขยันอยู่เสมอ โดยในยามที่พระรูปแรกกำลังพักผ่อนช่วงสั้นๆ หลังจากทำความเพียรมาทั้งวัน พระรูปที่สองก็จะเดินไปเคาะประตูแล้วดุด่าว่า “ท่านช่างขี้เกียจเสียจริง มาอยู่ป่าเพื่อมานอนหรืออย่างไร?“ ทั้งที่ความจริงแล้ว ตัวเขาเองนั่นแหละที่เอาแต่คุยและนอนเป็นหลัก
那位懒惰的比丘常去挖苦勤奋的比丘。每当勤奋的比丘在一整日的精进后稍作休息时,懒惰的比丘就会走过去敲门,呵斥道:“你真是太懒了!到森林里是为了睡觉吗?”而事实上,他自己才是那个整日闲聊和睡觉的人。
เมื่อเวลาผ่านไปจนสิ้นพรรษา พระรูปที่ขยันก็ได้บรรลุเป็นพระอรหันต์ ส่วนพระรูปที่สองไม่ได้อะไรเลยนอกจากความภูมิใจผิดๆ ของตัวเอง
安居结束时,勤奋的比丘证得了阿罗汉果,而懒惰的比丘除了虚妄的傲慢外,一无所获。
เมื่อทั้งคู่กลับไปเข้าเฝ้าพระพุทธเจ้า พระรูปที่ขี้เกียจรีบทูลฟ้องทันทีว่า “ข้าแต่พระองค์ เพื่อนของข้าพเจ้าคนนี้เอาแต่นอนทั้งวัน ส่วนข้าพเจ้าสิ ไม่เคยหลับนอนเลย นั่งเฝ้ากองไฟทำความเพียรตลอดคืน”
当两人回去拜见佛陀时,懒惰的比丘抢先告状道:“世尊,我这位朋友整天只顾着睡觉,而我却从未合眼,整夜在火堆旁精进修行。”
พระพุทธเจ้าทรงทราบความจริงด้วยพระญาณ จึงตรัสสอนให้เห็นภาพที่ชัดเจนว่า: “เธอนั่นแหละคือผู้ที่ประมาทและหลับใหลอยู่เสมอ ส่วนบุตรของเรา (พระรูปแรก) คือผู้ที่ตื่นอยู่และไม่ประมาท”
佛陀以神通了知真相后开示道:“你才是那个时常放逸、睡觉的人,而我的弟子(勤奋的比丘)则是觉醒且不放逸的人。”
พระองค์ทรงเปรียบเทียบไว้อย่างน่าฟังว่า… คนมีปัญญาและไม่ประมาท เปรียบเสมือน “ม้าฝีเท้าดี” ที่วิ่งห่างออกไปไกล ส่วนคนที่ประมาท ขี้เกียจ และขาดสติ เปรียบเสมือน “ม้าที่ไร้กำลัง” ที่ย่อมถูกทิ้งไว้ข้างหลังเสมอ
佛陀作了一个生动的比喻:有智慧且不放逸的人如同“良马”,能远远地跑在前面;而放逸、懒惰、缺乏正念的人则如同“劣马”, 总是被远远地甩在后面。
ข้อคิด:
启示
เรื่องนี้สอนให้เราเห็นความต่างของคำว่า “ผู้ตื่น” กับ “ผู้หลับ” ในทางธรรม:
这个故事揭示了佛法中“觉醒者”与“沉睡者”的区别:
การตื่นไม่ได้หมายถึงแค่การลืมตา: คนที่ลืมตาอยู่แต่ไม่มี “สติ” ปล่อยตัวปล่อยใจไปกับความเกียจคร้านและการพูดคุยไร้สาระ ท่านเรียกว่า “ผู้หลับ” (หลับด้วยกิเลส)
觉醒不仅仅是睁开眼睛:那些即使双眼睁开,却缺乏正念,任由自己沉溺于懒惰和无意义的闲聊中的人,佛陀称之为“沉睡者”(被烦恼所蒙蔽)。
การนอนไม่ได้หมายถึงความขี้เกียจเสมอไป: หากเราพักผ่อนตามความจำเป็นของร่างกายแต่ใจยังมีสติและมีความเพียรเป็นที่ตั้ง ท่านเรียกว่า “ผู้ตื่น”
沉睡不一定代表懒惰:如果能根据身体需要进行适度休息,但内心仍保持正念与精进,佛陀称之为“觉醒者”。
สูตรสำเร็จของความเจริญ: หากใครมีทั้ง “สติปัญญาดี” และ “ความขยันหมั่นเพียร” ควบคู่กันไป คนนั้นจะประสบความสำเร็จและเจริญรุดหน้าไปได้เร็วกว่าเพื่อนรุ่นเดียวกันอย่างแน่นอน
成功的秘诀:如果一个人同时兼具“智慧”与“精进”,他必将比同龄人进步得更快,更容易取得成功。
ใครจะประมาทหรือหลับไหลก็ช่างเขา แต่ขอให้เราเป็น “ผู้ตื่น” ที่มีสติอยู่เสมอ แล้วเราจะเอาชนะอุปสรรคและก้าวไปข้างหน้าได้เหมือนม้าฝีเท้าดีครับ
无论别人如何放逸或沉睡,愿我们成为始终保持正念的觉醒者,能像一匹良驹一样克服障碍,勇往直前。
——————————————————-
021 บัณฑิตสรรเสริญความไม่ประมาท
21. 智者称赞不放逸
ในแคว้นมคธ มีชายหนุ่มคนหนึ่งชื่อว่า “มฆมาณพ” เขาเป็นคนที่มีจิตใจดีงามและชอบสร้างประโยชน์ส่วนรวมมากกว่าส่วนตน
在摩揭陀国,有一位名为摩伽的年轻人。他心地善良,热衷于造福大众。
วันหนึ่ง ขณะที่เขากำลังถากถางพื้นที่ให้ราบเรียบเพื่อใช้นั่งพักผ่อน กลับมีคนมาแย่งที่นั่งนั้นไป แทนที่มฆมาณพจะโกรธ เขากลับคิดว่า “ที่ตรงนี้คงทำให้เขามีความสุข” เขาจึงไปทำที่นั่งใหม่ แต่ก็ถูกคนอื่นมาแย่งไปซ้ำแล้วซ้ำเล่า จนในที่สุดเขาก็เกิดความคิดว่า การสร้างความสุขให้ผู้อื่นเป็นเรื่องที่น่าอิ่มใจ เขาจึงเริ่มชักชวนเพื่อนรวมทั้งหมด 33 คน ช่วยกันขุดถนน สร้างศาลา และจัดหาน้ำดื่มน้ำใช้ให้แก่ผู้เดินทาง
有一天,他平整一块土地用作歇息处时,却被人抢先占用了。摩伽非但没有生气,反而心想:既然这个地方能带给他快乐,那就让给他吧。于是他又去开辟新的歇息处,但又再次被人抢占。最终,他领悟到为他人创造快乐是一件令人满足的事。于是,他开始召集三十二位朋友一起修路、建凉亭,并为路人提供饮用水。
แต่ความดีของพวกเขากลับถูกขัดขวางโดยผู้ใหญ่บ้านที่ริษยา จึงไปกราบทูลพระราชาว่าพวกมฆมาณพเป็นกลุ่มโจร พระราชาจึงสั่งให้ลงโทษโดยการให้ “ช้างเหยียบ” ในนาทีวิกฤตนั้น มฆมาณพได้บอกให้เพื่อนทุกคนแผ่เมตตา ไม่ให้โกรธเคืองใครทั้งสิ้น ด้วยอานุภาพแห่งเมตตาอันบริสุทธิ์ ช้างจึงไม่ยอมเข้าใกล้และไม่กล้าเหยียบพวกเขาเลย
然而,他们的善行却遭到了村长的嫉妒。村长竟向国王诬告他们是强盗,于是国王下令用大象将他们踩死。在危急关头,摩伽教朋友们散播慈心,不要怨恨他人。凭着纯净的慈悲愿力,大象竟不敢靠近,更不敢踩踏他们。
เมื่อพระราชาทราบความจริงว่าพวกเขาไม่ใช่โจรแต่เป็นผู้บำเพ็ญบุญ จึงได้พระราชทานหมู่บ้านและช้างเชือกนั้นให้แก่พวกเขา ต่อมามฆมาณพและเพื่อนๆ ได้ร่วมกันสร้าง “ศาลาสุธรรมมา” ซึ่งเป็นศาลาพักร้อนขนาดใหญ่ โดยมีภรรยา 3 คนคือ นางสุธรรมมา นางสุนันทา และนางสุจิตรา ร่วมสร้างสิ่งอำนวยความสะดวกอื่นๆ เช่น ช่อฟ้า สระบัว และสวนดอกไม้ ยกเว้นแต่นางสุชาดาที่มัวแต่แต่งตัวและคิดว่าบุญของสามีก็คือบุญของตนจึงไม่ได้ทำบุญใดๆ
当国王得知真相,明白他们并非强盗而是好人后,便将那个村庄和大象赐给他们。后来,摩伽和朋友们共同建造了一座名为“善法堂”的大型避暑凉亭。他的三位妻子——善法、善庆和善觉,分别协助装饰了屋脊、莲花池和花园。唯独名为善生的妻子整日只顾着梳妆打扮,认为丈夫的功德就是自己的功德,因此没有参与任何善行。
ตลอดชีวิตของมฆมาณพ เขาได้ถือปฏิบัติ วัตรบท 7 ประการ อย่างเคร่งครัด คือ
摩伽一生严格持守七种德行:
- เลี้ยงดูพ่อแม่
- อ่อนน้อมต่อผู้ใหญ่
- พูดจาไพเราะ
- ไม่พูดส่อเสียด
- ปราศจากความตระหนี่
- มีสัตย์จริง
- ระงับความโกรธ
1.赡养父母
2.尊敬长辈
3.言语温和
4.不搬弄是非
5.远离吝啬
6.诚实守信
7.克制愤怒
ด้วยกุศลกรรมและความไม่ประมาทนี้ เมื่อมฆมาณพสิ้นอายุขัย เขาจึงได้ไปเกิดเป็น “ท้าวสักกะ” หรือพระอินทร์ จอมเทพแห่งสวรรค์ชั้นดาวดึงส์ พร้อมด้วยเพื่อนทั้ง 32 คน และเหล่านางฟ้าที่เป็นภรรยาของเขา
凭借这些善业和不放逸,摩伽往生后转世为忉利天的天主——帝释天。他的三十二位朋友以及妻子们也一同往生天界。
ข้อคิด:
启示
ความไม่ประมาทคือทางแห่งความเจริญ: บัณฑิตสรรเสริญความไม่ประมาท เพราะเป็นต้นทางของการสะสมบุญและนำไปสู่ความสำเร็จ
不放逸是兴盛之道:智者称赞不放逸,因为它是积累福德,成就事业的根本。
พลังแห่งเมตตา: การแผ่เมตตาและไม่จองเวรสามารถเอาชนะอุปสรรคและอันตรายร้ายแรงได้ ดังเช่นกรณีที่ช้างไม่ยอมเหยียบมฆมาณพ
慈心的力量:散播慈心、不怀怨恨,能克服巨大的障碍和为难,如同大象不肯踩踏摩伽一样。
บุญเป็นของเฉพาะตน: การทำบุญต้องทำด้วยตนเอง เหมือนนางสุชาดาที่เกือบจะพลาดโอกาสดีๆ เพราะคิดว่าแค่เป็นภรรยาคนใจบุญก็เพียงพอแล้ว (ภายหลังท้าวสักกะต้องลงมาช่วยให้นางได้สร้างบุญเพื่อไปเกิดบนสวรรค์)
亲自修功德:行善要亲力亲为,如同善生夫人差点错失良机,以为只要嫁给一个行善的丈夫就足够了(后来帝释天不得不亲自下凡帮助她积累功德,使其得以往生天界)。
คุณสมบัติของผู้เจริญ: หากอยากเป็นใหญ่หรือมีความสุขอย่างยั่งยืน ให้ฝึกฝนตนเองตามวัตรบท 7 ประการ เช่น ความกตัญญู และการควบคุมอารมณ์โกรธ
尊贵的特质:若想获得长久的尊荣与安乐,应修持上述七种法,例如知恩感恩和克制愤怒等。
——————————————————-
022 สักกปัญหสูตร
22.帝释天问经
ณ ถ้ำอินทสาละ ในเขตเมืองราชคฤห์ บรรยากาศรอบด้านเงียบสงบและศักดิ์สิทธิ์ ในวันนั้น ท้าวสักกะ หรือพระอินทร์ผู้เป็นใหญ่ในสวรรค์ ได้เสด็จลงมาเข้าเฝ้าพระสัมมาสัมพุทธเจ้าด้วยความสงสัยที่ค้างคาใจมานาน
在王舍城境内的因陀萨罗石窟,周围环境十分寂静。有一天,天界之主帝释天带着困扰已久的疑惑,降临凡间拜见佛陀。
ท้าวสักกะทูลถามปัญหาที่สำคัญยิ่งว่า “ข้าแต่พระองค์ผู้เจริญ เพราะเหตุใดเหล่าเทวดาและมนุษย์ ทั้งที่ปรารถนาจะอยู่ร่วมกันอย่างสันติ ไม่เบียดเบียนกัน แต่กลับต้องมามีเวรมีภัย และจองเวรกันไม่จบสิ้น?”
帝释天恭敬地问佛陀:“世尊,为何天人和凡人明明都渴望和平共处、互不伤害,却依然陷入恩怨纠葛,冤冤相报没完没了?”
พระพุทธเจ้าทรงตอบด้วยความเมตตาว่า “ความริษยาและความตระหนี่นั่นเองที่เป็นเครื่องผูกพัน” เมื่อคนเราเริ่มอิจฉาในสิ่งที่คนอื่นมี หรือหวงแหนสิ่งที่ตนมีจนไม่อยากแบ่งปัน ความขัดแย้งและการเบียดเบียนกันจึงเกิดขึ้น
佛陀慈悲开示道:“嫉妒和吝啬是束缚众生的枷锁。”当人们开始嫉妒他人所拥有的,或者过分吝啬、不愿分享自己拥有的东西时,冲突和相互伤害便随之产生。
ท้าวสักกะจึงถามลึกลงไปอีกว่า “แล้วอะไรคือต้นเหตุที่ทำให้เกิดความริษยาและความตระหนี่เหล่านั้น?” พระพุทธองค์ทรงอธิบายว่า มันมาจาก “สิ่งที่รักและสิ่งที่ไม่รัก” เมื่อเรามีสิ่งที่รัก เราก็กลัวคนอื่นจะได้ดีกว่า (ริษยา) หรือกลัวจะเสียสิ่งนั้นไป (ตระหนี่) และเมื่อเจอสิ่งที่ไม่รัก เราก็ผลักไส จนเกิดเป็นโทสะ
帝释天进一步问道:“那又是什么原因导致嫉妒和吝啬的产生呢?”佛陀解释说:“这源于“喜爱”与“不喜爱”。当我们有了喜爱的事物,就害怕别人比自己好(嫉妒),或害怕失去它(吝啬);而当我们遇到不喜爱的事物时就会产生排斥,最终演变成愤怒。
ท้าวสักกะยังทรงสงสัยต่อว่า “แล้วสิ่งที่รักและไม่รักนั้น เกิดมาจากอะไร?” พระศาสดาตรัสว่า เกิดมาจาก “ความพอใจ” และความพอใจนั้นก็มี “ความสุข” เป็นเหตุเกิด เมื่อเรายึดติดในความสุขแบบโลกๆ เราจึงเกิดความพอใจ และนำไปสู่การแบ่งแยกสิ่งที่เราชอบและไม่ชอบในที่สุด
帝释天继续追问:“那这种喜爱和不喜爱又是从何而来?”佛陀说:“这源于“欲求”,而欲求又以“乐”为缘起。”当我们执着于世俗的快乐时,就会生起欲求,进而导致我们将事物划分为“喜爱”和“不喜爱”。
เมื่อท้าวสักกะได้ฟังพระธรรมที่ค่อยๆ ไล่เลียงจากผลไปหาเหตุอย่างลึกซึ้งเช่นนี้ ดวงตาเห็นธรรมก็บังเกิด ท่านได้บรรลุเป็น พระโสดาบัน ณ ถ้ำแห่งนั้นเอง
当帝释天听到佛陀由果溯因、层层深入的开示后,当下生起法眼,在石窟中证得了须陀洹果。
ข้อคิด:
启示
รากเหง้าของความขัดแย้ง: การทะเลาะวิวาทหรือการเบียดเบียนกัน ไม่ได้มาจากไหนไกล แต่เริ่มจาก “ความอิจฉา” และ “ความหวงของ” ในใจเราเอง
冲突的根源:争吵或相互伤害并非源于别处,而是始于我们内心的嫉妒和吝啬。
ต้นเหตุของใจที่วุ่นวาย: ความอิจฉาและความตระหนี่ เกิดจากการที่เราไป “ยึดติด” ว่าสิ่งนี้ฉันรัก สิ่งนั้นฉันเกลียด
心乱的起因:嫉妒和吝啬源于我们对“这是我爱的”或“那是我恨的”的执着。
ทางออกสู่ความสงบ: หากเราเข้าใจว่าความชอบและความไม่ชอบนั้นเกิดจากความต้องการหาความสุขใส่ตัว เราจะเริ่มปล่อยวางได้มากขึ้น และมีเวรมีภัยต่อกันน้อยลง
通往寂静之道:如果我们明白这种喜爱与不喜爱,其实源于我们想要为自己寻求快乐,我们就能学会放下,从而减少彼此间的恩怨与伤害。
การเข้าใจต้นเหตุของปัญหาในใจตนเอง คือจุดเริ่มต้นของการพบความสุขที่แท้จริง เช่นเดียวกับที่ท้าวสักกะได้พบธรรมในครั้งนี้ครับ
正如帝释天在石窟闻法而证悟一样,看清内心问题的根源,才是通往真正幸福的起点。
——————————————————-
023 ผู้เห็นภัยในความประมาท
23.放逸的过患
ในสมัยพุทธกาล มีพระภิกษุรูปหนึ่งตั้งใจบำเพ็ญเพียรอย่างหนัก ท่านได้เรียนกรรมฐานจากพระพุทธเจ้าแล้วปลีกตัวไปปฏิบัติในป่าเพียงลำพัง แต่ไม่ว่าจะพยายามเท่าไหร่ ท่านก็ยังไม่สามารถบรรลุมรรคผลใดๆ ได้เลย จนเกิดความท้อใจและตั้งใจจะเดินทางกลับไปเข้าเฝ้าพระพุทธเจ้าเพื่อขอคำชี้แนะเพิ่มเติม
在佛陀时代,有一位比丘决心要精进修行。他向佛陀学习了禅修法门后,便独自前往森林深处实修。但无论他如何努力始终无法证悟,最后心生厌倦,打算回去请教佛陀。
ในระหว่างทางกลับนั้นเอง ท่านได้เห็น “ไฟป่า” กำลังลุกไหม้อย่างรุนแรง ท่านจึงรีบขึ้นไปบนยอดเขาที่ไม่มีต้นไม้ลูกหนึ่ง แล้วนั่งสังเกตเปลวไฟที่กำลังลามเลียเผาผลาญกิ่งไม้และเชื้อไฟน้อยใหญ่จนมอดไหม้ไปสิ้น
在返程途中,他看见一场猛烈的森林大火,便立刻登上一座没有树木的山顶,坐下来静静观察熊熊烈火正无情吞噬着树木,将一切焚烧殆尽。
ในขณะที่จ้องมองเปลวไฟนั้น จิตของท่านก็นึกเปรียบเทียบขึ้นมาว่า “ไฟป่านี้เผาเชื้อน้อยใหญ่ให้พินาศไปฉันใด ‘ไฟคืออริยมรรค’ ก็ย่อมเผาสังโยชน์หรือกิเลสเครื่องผูกมัดทั้งหลายให้สิ้นไปฉันนั้น”
在凝视火焰的那一刻,他突然领悟到:森林之火能将一切薪柴焚烧殆尽;同理,圣道之火也一定能烧尽一切束缚众生的结缚或烦恼。
ทันใดนั้น พระพุทธเจ้าซึ่งประทับอยู่ที่วัดและทรงทราบความคิดของพระภิกษุรูปนี้ด้วยวาระจิต ได้ทรงเปล่งรัศมีปรากฏกายต่อหน้าท่าน พร้อมกับตรัสให้กำลังใจว่า “ถูกแล้วภิกษุ กิเลสที่ผูกมัดสัตว์โลกไว้เหมือนเชื้อเพลิงนั้น ควรถูกเผาผลาญด้วยไฟแห่งปัญญาให้หมดสิ้นไป ไม่ให้เกิดขึ้นได้อีก”, เมื่อจบพุทธดำรัส พระภิกษุรูปนั้นก็ได้บรรลุธรรมเป็นพระอรหันต์ในที่สุด
这时,远在精舍的佛陀通过神通感应到这位比丘的心念后,便散发光芒现身在他面前鼓励道:“比丘,正是如此!那些像燃料一样束缚众生的烦恼,应当用智慧之火将其彻底烧尽,使其永不复生。”佛陀的话音刚落,这位比丘当下便证得了阿罗汉果。
ข้อคิด:
启示
“การมองเห็นภัยในความประมาท” โดยเปรียบเทียบกิเลสเป็นเหมือน “เชือก” (สังโยชน์) 10 เส้น ที่ผูกมัดเราไว้ในโลกนี้ และใช้ “ปัญญา” เป็นเหมือน “ไฟ” มาเผาเชือกเหล่านั้นให้ขาดสะบั้น โดยเชือกหรือสังโยชน์ 10 ประการ แบ่งเป็น 2 ระดับ คือ:
见到放逸的过患——将烦恼比作束缚我们在此世间的十种“结”(绳索),将智慧比作斩断这些结的“利刃”或焚烧它们的“烈火”。这十种结有两个层次:
เชือกเบื้องต่ำ (ละได้โดยพระโสดาบัน ถึง พระอนาคามี):
下分结(通过证得须陀洹果至阿那含果可断除):
ความเห็นผิดว่าร่างกายเป็นตัวตน (สักกายทิฏฐิ)
身见(执着身体为“我”的错误见解)
ความลังเลสงสัยในความดี (วิจิกิจฉา)
疑(对善法的犹豫怀疑)
การยึดติดในศีลพรตแบบผิดๆ (สีลัพพตปรามาส)
戒禁取(执着于错误的戒律与仪式)
ความกำหนัดในกาม (กามราคะ)
欲贪(对感官欲乐的贪求)
ความหงุดหงิดรำคาญใจ (ปฏิฆะ)
嗔恚(恼怒与不满)
เชือกเบื้องสูง (ละได้โดยพระอรหันต์):
上分结(通过证得阿罗汉果可断除):
ความติดใจในรูปฌานและ
色贪(对色界禅定之乐的贪着)
อรูปฌาน (ความสงบระดับสูง)
无色贪(对无色界禅定之乐的贪着)
ความทะนงตน (มานะ)
慢(傲慢自大)
ความฟุ้งซ่าน (อุทธัจจะ)
掉举(内心散乱不安)
ความไม่รู้ในสัจธรรม (อวิชชา)
无明(对真理的无知)
แม้เราจะยังละกิเลสไม่ได้ทั้งหมด แต่การเป็น “ผู้ไม่ประมาท” และหมั่นใช้สติปัญญาสังเกตสิ่งรอบตัวเพื่อสอนใจตนเอง เหมือนพระภิกษุที่มองไฟป่าแล้วย้อนกลับมาดูจิตใจ จะช่วยให้เราค่อยๆ เผากิเลสในใจให้เบาบางลงได้ครับ
虽然我们还没有断尽一切烦恼,但做一个不放逸的人,时刻保持正念,常以智慧观察周遭事物来教诲自己。正如那位观察林火的比丘一样,我们也应该运用智慧之火焚尽内心的烦恼,让心获得清净与安宁。
——————————————————-
024 ผู้อยู่ใกล้พระนิพพาน
24. 亲近涅槃的人
ในสมัยพุทธกาล มีพระภิกษุรูปหนึ่งนามว่า “พระติสสะ” ท่านอาศัยอยู่ที่หมู่บ้านเล็กๆ แห่งหนึ่งใกล้เมืองสาวัตถี แม้ว่าในเมืองใหญ่อย่างสาวัตถีจะมีมหาเศรษฐีอย่างอนาถบิณฑิกเศรษฐี หรือแม้แต่พระเจ้าปเสนทิโกศลที่คอยจัดงานทำบุญถวายภัตตาหารอย่างยิ่งใหญ่และประณีตอยู่เสมอ แต่พระติสสะกลับไม่เคยสนใจที่จะเข้าไปร่วมงานเหล่านั้นเลย
在佛陀时代,有一位名为提舍的比丘,住在舍卫城附近的一个小村庄。尽管在舍卫城中有给孤独长者那样的富翁,甚至连波斯匿王也常常举办盛大而精致的斋僧法会,可提舍比丘却从未去参加那些活动。
ท่านยังคงใช้ชีวิตอย่างเรียบง่าย บิณฑบาตเฉพาะในหมู่บ้านเล็กๆ ของท่าน และพอใจในสิ่งที่ได้รับเพียงเพื่อประทังชีวิตไปวันๆ, เรื่องนี้ทำให้ภิกษุรูปอื่นๆ เริ่มเกิดความสงสัยและพากันตำหนิว่า “พระติสสะท่านคงจะติดในหมู่ญาติของตนเองแน่ๆ ถึงไม่ยอมไปไหนเลย แม้จะมีงานบุญใหญ่โตเพียงใดก็ตาม” จนความเรื่องนี้ไปถึงพระเนตรพระกรรณของพระพุทธเจ้า
他始终过着简朴的生活,只在所在的小村庄里托钵,对所得之物心满意足,只求维持生命即可。这件事引起了其他比丘的疑惑,他们纷纷指责道:“提舍比丘一定是贪恋自己的亲族,所以才不肯去其他地方,哪怕有再大的斋僧也不去。” 这件事最终传到了佛陀那里。
พระพุทธเจ้าจึงรับสั่งให้เรียกพระติสสะมาเข้าเฝ้าเพื่อถามความจริง พระติสสะจึงกราบทูลด้วยความจริงใจว่า “ข้าแต่พระองค์ ข้าพระองค์ไม่ได้ติดในหมู่ญาติเลย แต่อาศัยอาหารเพียงพอประทังชีวิตจากที่นั่นได้แล้ว เมื่อได้อาหารพอเลี้ยงกายเพื่อปฏิบัติธรรมได้ จะประโยชน์อะไรที่ข้าพระองค์จะต้องไปแสวงหาอาหารที่อื่นอีก”
于是,佛陀召见提舍比丘询问实情。提舍比丘回答道:“世尊!我并非贪恋亲族。只是在那里我已经得到了足以维持生命的食物。既然已经得到了能滋养身体修行的食物,我又何必再为寻找食物而四处奔波呢?”
เมื่อพระพุทธเจ้าได้ฟังดังนั้น ทรงประทานสาธุการถึง 3 ครั้งว่า “ดีแล้ว ชอบแล้ว” แล้วทรงตรัสสอนภิกษุทั้งหลายว่า การเป็นผู้มีความปรารถนาน้อย (มักน้อย) และสันโดษเช่นพระติสสะนี้ คือแบบแผนและประเพณีที่ถูกต้องของภิกษุ
佛陀听后连声赞叹道:“善哉!善哉!善哉!”随后,佛陀教导众比丘说:“像提舍比丘这样少欲知足,才是僧众该有的风范和传统。”
พระพุทธองค์ทรงสำทับว่า คนที่จะเจริญหรือเสื่อมนั้นดูได้ง่ายๆ “ผู้ที่ชอบธรรมย่อมเจริญ ผู้ที่ชังธรรมย่อมเสื่อม” คนที่ประมาทและหลงมัวเมาปล่อยตนเองไปตามกิเลสคือคนที่กำลังเดินลงสู่ความเสื่อม แต่สำหรับผู้ที่ไม่ประมาท มีความสันโดษ และหมั่นเพียรในการปฏิบัติธรรมอยู่เสมอ ย่อมเป็นผู้ที่ “อยู่ใกล้พระนิพพาน” และไม่มีวันเสื่อมจากมรรคผลนิพพานอย่างแน่นอน
佛陀强调说,一个人是兴盛还是衰败很容易看得出:“喜爱正法者必兴盛,厌恶正法者必衰败。”那些放逸、沉迷欲望、随顺烦恼的人,正走向衰败。而不放逸、知足少欲、精进修行的人是亲近涅槃者,他们绝不会在通往道果与涅槃之路上退转。
ข้อคิด:
启示
ความสันโดษคือทางลัด: การพอใจในสิ่งที่มี (มักน้อย) ช่วยให้เราไม่ต้องวิ่งวุ่นตามกิเลส และมีเวลาโฟกัสกับเป้าหมายที่สำคัญของชีวิตคือการพ้นทุกข์
知足是捷径:满足于已有之物(少欲),能让我们不必为了追逐欲望而奔波忙碌,从而有更多时间专注于最重要的目标——解脱痛苦。
ความไม่ประมาทสำคัญที่สุด: คนที่เห็นโทษของการปล่อยตัวปล่อยใจ และมีสติอยู่เสมอ คือคนที่มีโอกาสเข้าถึงความสงบหรือพระนิพพานได้มากที่สุด
不放逸最为关键:能见到放逸的过患,并始终保持正念的人,是最有希望通过修行获得宁静或证悟涅槃的人。
รักธรรมะย่อมเจริญ: ใครที่ชอบศึกษาและปฏิบัติธรรม ชีวิตจะมีแต่ความเจริญ ส่วนใครที่มองข้ามหรือชังธรรมะ ชีวิตก็มีแต่จะเสื่อมถอยลง
喜爱正法者必兴盛:喜好学习与实践正法的人,生命将会不断进步。而轻视或厌恶正法的人,生命只会走向衰败。
“ความสุขที่แท้จริงไม่ได้เกิดจากการมีมาก แต่เกิดจากการรู้จักคำว่าพอ และการมีสติไม่ประมาทในชีวิต”
“真正的快乐不在于拥有得多,而在于知足少欲,以及在生活中保持正念、不放逸。”
——————————————————-
025 จิตของเรามีธรรมชาติที่ ดิ้นรน ไม่อยู่นิ่ง
25. 躁动不安的心
ในสมัยพุทธกาล มีพระรูปหนึ่งนามว่า พระเมฆิยะ ท่านทำหน้าที่เป็นพระอุปัฏฐากคอยดูแลพระพุทธเจ้า วันหนึ่งขณะที่ท่านออกไปบิณฑบาต ท่านได้เดินผ่าน “สวนมะม่วง” อันรื่นรมย์ริมฝั่งแม่น้ำ เห็นแล้วก็รู้สึกชอบใจมาก คิดในใจว่า “ที่นี่แหละคือที่ที่เหมาะกับการทำความเพียรที่สุด”
在佛陀时代,有一位名为弥喜的比丘,担任佛陀的侍者。有一天,他外出托钵,经过河边一个环境宜人的芒果园时,当下心生欢喜,在心中暗想:“这里是精进修行的绝佳圣地。”
ท่านจึงกลับไปกราบทูลขออนุญาตพระพุทธเจ้าเพื่อจะไปนั่งสมาธิที่สวนแห่งนั้น แต่พระพุทธเจ้าทรงตรวจดูด้วยญาณแล้วเห็นว่า “จิตของพระเมฆิยะยังไม่เข้มแข็งพอ” จึงทรงห้ามไว้ถึง 3 ครั้งว่า “เมฆิยะเอ๋ย รอให้มีพระรูปอื่นมาแทนก่อนเถิด ตอนนี้เราอยู่เพียงลำพัง” แต่ด้วยความใจร้อน พระเมฆิยะกลับไม่ฟังและตัดสินใจละทิ้งพระพุทธเจ้าไปสู่สวนมะม่วงตามลำพัง
他回去后请求佛陀允许他前往芒果园禅修。但佛陀运用智慧观察后,发现弥喜比丘的心还不够坚强,便连续三次劝阻道:“弥喜,等其他比丘来替换你之后再去吧,现在只有我们两人独处。” 由于弥喜比丘求成心切,最终还是不顾劝阻,离开佛陀独自前往芒果园。
แต่ทว่า… เมื่อไปถึงสวนที่เคยคิดว่าสงบสวยงาม กลับไม่เป็นอย่างที่คิด! แทนที่ใจจะนิ่งสงบ จิตของท่านกลับดิ้นรนกวัดแกว่ง เต็มไปด้วยความคิดฟุ้งซ่าน ทั้งเรื่องกาม ความพยาบาท และความเบียดเบียน ครอบงำจนนั่งสมาธิไม่ได้เลย ท่านจึงต้องเดินคอตกกลับมาหาพระพุทธเจ้า
然而,到了那个原本以为宁静美丽的芒果园后,情况却事与愿违。他的心并没有平静下来,反而躁动不安、思绪散乱,充满了欲望、嗔恨和伤害的念头,让他根本无法入定。最终,他只好垂头丧气地回到佛陀身边。
พระพุทธเจ้าจึงทรงสอนบทเรียนอันล้ำค่าว่า “จิต” ของเรานี้มีธรรมชาติที่ ดิ้นรนและกลับกลอก เหมือนกับ “ปลาที่ถูกพรานเบ็ดยกขึ้นจากน้ำมาวางไว้บนบก” มันย่อมดิ้นรนทุรนทุรายเพราะอยากจะกลับลงไปในน้ำ (หรือกลับไปหาอารมณ์ที่คุ้นเคย)
随后,佛陀慈悲教导道:“我们的心本性就是躁动和反复无常的,就像被渔夫从水中钓起放在岸上的鱼,它会拼命挣扎想要回到水中。”
พระองค์ยังเปรียบเทียบอีกว่า จิตที่กวัดแกว่ง นั้นรักษายากเหมือนใบไม้ที่ถูกลมพัด หรือเหมือนวัวที่จ้องจะวิ่งไปกินกล้าข้าวในนา แต่ถึงจะยากเพียงใด “บัณฑิตผู้มีปัญญา” ก็สามารถทำให้จิตที่คดงอนี้ “ตรง” ได้ เหมือนกับ “ช่างศร” ที่นำไม้มาลนไฟแล้วค่อยๆ ดัดให้เป็นลูกศรที่เที่ยงตรงเพื่อนำไปใช้งาน
佛陀还比喻道:“躁动不安的心很难守护,如同被风吹动的树叶,或者像一头盯着稻田想冲进去吃秧苗的牛。但无论有多难,有智慧的人都能把这颗弯曲的心变直,就像造箭的工匠把木条放在火上烤,慢慢将它矫直做成一支笔直的箭一样。”
ข้อคิด:
启示
จิตนั้นฝึกยากแต่ฝึกได้: ธรรมชาติของจิตชอบแส่ส่ายไปหาความสบายและกิเลส เหมือนปลาที่ดิ้นรนจะลงน้ำ แต่เราสามารถฝึกให้สงบได้ด้วยความเพียร
心虽难调,但可调伏:心的本性喜欢向外攀缘,追求安逸与欲望,如同挣扎要回水中的鱼,但我们可以通过精进修行使它平静下来。
อย่าตามใจตัวเองจนเกินไป: การทำตามใจปรารถนา (เหมือนพระเมฆิยะ) อาจนำไปสู่ความฟุ้งซ่าน เราต้องรู้จักหักห้ามใจและฟังคำชี้แนะจากผู้รู้
不要过度放纵自己:一味顺从自己的欲望(如弥喜比丘)往往会导致心散乱。我们必须学会克制,并听取智者的建议。
“สติ” คือเชือกผูกจิต: หากเราไม่มีสติเป็นเชือกคอยเหนี่ยวรั้ง จิตก็จะเตลิดไปตามอารมณ์ชั่วร้ายได้ง่าย
正念是拴住心的绳索:如果没有正念这根绳索来牵制,心很容易随恶念四处奔逃。
ความอดทนคือไฟที่ใช้ดัด: เหมือนช่างศรที่ต้องใช้ไฟลนและค่อยๆ ดัดไม้ให้ตรง เราต้องใช้ความอดทนและ “สมถะ-วิปัสสนา” เป็นเครื่องมือในการขัดเกลากิเลสเพื่อให้จิตตรงและเป็นอิสระ
忍耐是用来矫正的火:就像造箭的工匠必须用火烤并慢慢矫直木条一样,我们也必须以忍耐为火,以止观为工具来净化烦恼,使心变得正直与自在。
การฝึกจิตคืองานที่สำคัญที่สุดในชีวิต เพราะเมื่อจิตตรงและสงบแล้ว เราจะสามารถเอาชนะบ่วงแห่งมารและพบกับความสุขที่แท้จริงได้
修习心是人生最重要的功课。因为当心变得正直和平静时,我们就能战胜魔罗的束缚,找到真正的快乐。
——————————————————-
026 ผู้อุปัฏฐากพระ60รูป จนเป็นพระอรหันต์
26.护持六十位比丘证得阿罗汉果
ในสมัยพุทธกาล มีพระภิกษุ 60 รูป ได้เรียนกรรมฐานจากพระพุทธเจ้าแล้วเดินทางไปบำเพ็ญเพียร ณ หมู่บ้านมาติกา ซึ่งตั้งอยู่ใกล้เชิงเขาในแคว้นโกศล โดยมีโยมอุปัฏฐากชื่อว่า “มาติกามาตา” (มารดาของนายมาติกา) คอยดูแลด้วยความเลื่อมใส
在佛陀时代,有六十位比丘从佛陀那里学习了禅修法门后,前往拘萨罗国的马提加村精进禅修。该村有一位名为马提加玛塔(马提加的母亲)的优婆夷,虔诚地护持他们的日常生活。
เหล่าภิกษุตั้งใจปฏิบัติธรรมอย่างเคร่งครัด โดยตกลงกันว่าจะแยกกันอยู่เพื่อไม่ให้เกิดความประมาท และจะมารวมตัวกันเฉพาะตอนเย็นเพื่อฟังธรรมและตอนเช้าเพื่อบิณฑบาตเท่านั้น หากใครไม่สบายจึงจะตีระฆังเรียกกัน
这六十位比丘决心精进修行,约定各自独居以免心生放逸,只在傍晚时分集会听闻佛法,清晨时分集合托钵。如果有谁身体不适,才会敲钟召集众人。
วันหนึ่ง มาติกามาตาได้ขอเรียนรู้วิธีการปฏิบัติธรรมจากเหล่าภิกษุ นางตั้งใจฝึกฝนการพิจารณาร่างกาย (อาการ 32) จนสามารถบรรลุธรรมเป็นพระอนาคามี และได้ “อภิญญา” หรือความสามารถพิเศษในการรู้ใจผู้อื่นได้ก่อนพระภิกษุเหล่านั้นเสียอีก
有一天,马提加玛塔向众比丘请教修行的方法。她依照教导精进修习三十二分身,竟比那六十位比丘更早证得阿那含果,并获得能了知他人心意的他心通。
เมื่อนางใช้ตาทิพย์ตรวจดู ก็พบว่าพระภิกษุทั้ง 60 รูปยังไม่บรรลุธรรมเพราะขาด “อาหารที่สบาย” หรืออาหารที่เหมาะสมต่อการปฏิบัติ นางจึงจัดเตรียมอาหารอันประณีตถวายตามที่ใจของท่านต้องการ จนในที่สุดพระภิกษุทั้งหมดก็บรรลุเป็นพระอรหันต์พร้อมกัน
当她以天眼观察时,发现这六十位比丘迟迟没有证悟,是因为缺乏适宜的饮食,即适合个人体质与修行状态的食物。于是,她根据每位比丘的需求,准备精致的食物做供养。最终,六十位比丘全部证得阿罗汉果。
ต่อมา มีภิกษุอีกรูปหนึ่งได้ยินกิตติศัพท์ว่านางรู้ใจคนได้ จึงอยากไปลองปฏิบัติธรรมที่นั่นบ้าง แต่พอไปถึง ท่านกลับรู้สึกกลัว เพราะเพียงแค่คิดอยากฉันน้ำหวานหรืออาหารอะไร นางก็นำมาถวายได้ถูกต้องทุกอย่างจนท่านกังวลว่า “ถ้าเราเผลอคิดไม่ดี นางคงจะรู้และเราคงต้องอับอายแน่ๆ” ท่านจึงหนีกลับไปหาพระพุทธเจ้า
后来,另一位比丘听说马提加玛塔能洞悉人心,也想去那里修行。可是他抵达后却陷入了恐慌,因为无论他心里想喝甜浆还是吃某种食物,马提加玛塔总能立刻送达。这让他很担忧:如果自己产生不好的念头,她一定会察觉,那自己岂不是很惭愧。于是,他回到了佛陀身边。
พระพุทธเจ้าทรงสอนภิกษุรูปนั้นด้วยหลักความจริงว่า “จิตนี้ข่มได้ยาก เกิดดับเร็ว และมักไหลไปตามความใคร่ในอารมณ์ต่างๆ การฝึกจิตนั้นเป็นสิ่งดี เพราะจิตที่ฝึกดีแล้วย่อมนำความสุขมาให้” พระองค์จึงทรงแนะนำให้ท่านกลับไปที่เดิม แต่ให้โฟกัสที่การ “รักษาจิต” ของตนเองเพียงอย่างเดียว เหมือนคนถือหม้อน้ำที่เต็มเปี่ยม ต้องระวังไม่ให้หก
佛陀以真理教导该比丘:“此心难调伏,生灭迅速,常随贪欲流转。但调伏此心是极好的,因为善加调伏的心能带来安乐。”佛陀建议他回到原处,但这次只需专注于守护心,如同手持盛满水的钵,必须小心翼翼不让水洒落一样。
เมื่อภิกษุรูปนั้นกลับไปปฏิบัติและคอยระวังจิตไม่ให้คิดนอกลู่นอกทาง ในที่สุดท่านก็บรรลุธรรมเป็นพระอรหันต์ ท่านได้ระลึกชาติไปและพบความจริงที่น่าตกใจว่า ในอดีตชาติ 99 ชาติ มาติกามาตาเคยเป็นภรรยาของท่านและเคยทำร้ายท่านมาตลอด แต่ในชาติที่ 100 นางกลับยอมสละชีวิตแทนท่าน เมื่อนางส่งกระแสจิตมาเตือนให้ท่านดูถึงชาติที่ 100 ท่านจึงได้เห็นคุณงามความดีและอุปการะอันยิ่งใหญ่ของนางที่มีต่อท่านในชาตินี้
当这位比丘回去后,时刻守护心,不让它胡思乱想,最终也证得了阿罗汉果。他通过宿命通回顾往昔,惊讶地发现在过去九十九世中,马提加玛塔都曾是自己的妻子,且一直在伤害他。然而,当马提加玛塔通过他心通感知到他的心念后,便引导他去看他们的第一百世。在那一世中,马提加玛塔曾为救他而甘愿牺牲生命,比丘也因此深刻体会到了马提加玛塔对自己的恩德与护持。
ข้อคิด :
启示
จิตของคนเรานั้นเหมือนกระแสน้ำที่ไหลเร็วและเปลี่ยนทิศทางอยู่เสมอ หากปล่อยไปตามความใคร่ก็จะนำมาซึ่งความทุกข์ที่ไม่มีที่สิ้นสุด แต่ถ้าเราหมั่นฝึกฝนและรักษาจิตให้ดิ่งลงในอารมณ์ที่ควร ความสุขที่แท้จริงและการพ้นจากทุกข์ก็จะเกิดขึ้นได้ เหมือนดังที่เหล่าภิกษุและมาติกามาตาได้พิสูจน์ให้เห็น
人心如湍急的水流,方向变幻无常。如果放任它随贪欲流转,只会带来无尽的痛苦。但若我们勤加守护心,使其安住于善法,真正的快乐与解脱将会实现,这正是众比丘与马提加玛塔以亲身经历向我们证明的真理。
——————————————————-
027 รักษา “ใจ” ของตนเองเพียงอย่างเดียว
27.唯有守护自心
ณ เมืองสาวัตถี มีบุตรเศรษฐีหนุ่มคนหนึ่ง ผู้มีใจปรารถนาจะพ้นจากความทุกข์อย่างแท้จริง เขาจึงเข้าไปหาพระภิกษุที่คุ้นเคยเพื่อขอคำแนะนำ ท่านแนะนำให้เขาแบ่งสมบัติออกเป็น 3 ส่วน คือ เพื่อการลงทุน เพื่อเลี้ยงครอบครัว และเพื่อทำบุญ
在舍卫城,有一位富家子弟深切渴望获得真正的解脱。于是他去找一位相熟的比丘请教。那位比丘建议他将财产分为三份:一部分用于投资,一部分用于养家,一部分用于布施。
ชายหนุ่มทำตามนั้น แต่ใจก็ยังโหยหาความสงบที่ยิ่งขึ้นไปอีก ท่านจึงแนะนำให้เขาสมาทานศีล 5 และศีล 10 จนกระทั่งเขาตัดสินใจออกบวชเป็นพระภิกษุ เพื่อมุ่งหน้าสู่ทางธรรมอย่างเต็มตัว
这位富家子弟依教奉行,但内心仍渴求更高层次的寂静。比丘又建议他受持五戒和十戒,最终他下定决心出家为僧,全身心投入修行。
แต่ทว่า เมื่อบวชแล้ว เขากลับต้องพบกับบททดสอบที่คาดไม่ถึง เขาได้รับคำสอนจากทั้งพระอุปัชฌาย์ที่เคร่งครัดในพระวินัย และอาจารย์ที่เชี่ยวชาญในพระอภิธรรม ทั้งสองท่านคอยพร่ำสอนสารพัดกฎเกณฑ์ว่า “นั่นควรทำ นี่ไม่ควรทำ” จนพระบวชใหม่รู้สึกอึดอัดเหมือนติดอยู่ในที่แคบๆ ท่านรำพึงว่า “ธรรมวินัยนี้ช่างคับแคบเหลือเกิน จนแทบจะเหยียดมือเหยียดเท้าไม่ได้เลย”
然而出家之后,这位年轻的比丘却遇到了意想不到的考验。他的戒师对戒律的要求极其严格,而另一位老师则不断给他灌输深奥的阿毗达摩知识。两位老师经常教导各种规矩,告诉他这该做,那不该做,让这位新出家的比丘感到很压抑,如同被困在一个狭窄的空间里。他抱怨道:“这法与律真是太狭隘了,让人连手脚都伸不开。”
ความท้อแท้ทำให้ท่านอยากจะสึกไปเป็นฆราวาสตามเดิม ร่างกายเริ่มซูบผอมจนเห็นเส้นเอ็น เพราะมัวแต่คิดฟุ้งซ่าน เมื่อเรื่องนี้ทราบถึงพระพุทธเจ้า พระองค์จึงเรียกภิกษุรูปนั้นมาพบและตรัสถามด้วยความเมตตาว่า “ถ้าเธอสามารถรักษาสิ่งเพียงสิ่งเดียวได้ เธอไม่จำเป็นต้องรักษากฎเกณฑ์อื่นมากมายเลย เธอทำได้ไหม?”
这种挫败感让他想还俗回家。因为整日胡思乱想,他的身体日渐消瘦,连青筋都露了出来。佛陀得知此事后,便召见这位比丘慈悲地问道:“如果只让你守护一样东西,而不必遵守这些繁文缛节,你能做到吗?”
ภิกษุหนุ่มหูผึ่งด้วยความหวังและทูลถามว่า “สิ่งนั้นคืออะไรพระเจ้าข้า?” พระพุทธเจ้าทรงตอบว่า “สิ่งนั้นคือ จิตของเธอนั่นแหละ”
年轻比丘满怀希望地问道:“世尊,那是什么?”
佛陀回答说:“那就是你的心。”
พระองค์ทรงอธิบายว่า จิตนี้เป็นสิ่งที่ละเอียดอ่อนมาก เห็นได้ยาก และมักจะแส่ส่ายไปตามอารมณ์ต่างๆ แต่หากใครสามารถคุ้มครองและรักษาจิตของตนได้ดีแล้ว จิตที่ฝึกดีแล้วนั้นเองจะนำความสุขมาให้ และพาให้พ้นจากทุกข์ทั้งปวงได้ในที่สุด เมื่อได้ฟังดังนั้น ภิกษุหนุ่มจึงเข้าใจว่าหัวใจของการปฏิบัติไม่ใช่การแบกกฎเกณฑ์ไว้มากมาย แต่คือการกลับมาดูแลรักษา “ใจ” ของตนเองเพียงอย่างเดียว
佛陀解释道,心是极其微妙且难以察觉的。它总是随顺各种情绪四处攀缘。但如果有人能守护好自己的心,这颗经过训练的心就会带来真正的快乐,最终引导他解脱所有痛苦。听到这里,年轻比丘终于明白修行的核心不是背负沉重的条规,而在于回归根本,守护好自己的心。
ข้อคิด :
启示
จิตคือต้นตอของทุกอย่าง: จิตเป็นนามธรรมที่มองไม่เห็นด้วยตาและละเอียดอ่อนมาก แต่มันคือตัวการที่พาเราไปหาอารมณ์ต่างๆ ทั้งดีและร้าย
心是一切的根源:心是肉眼看不见的名法,极其细腻微妙,但它是引导我们去体验种种善恶情绪的始作俑者。
อย่าหลงทางกับกฎเกณฑ์จนลืมหัวใจ: บางครั้งเรามัวแต่กังวลกับรายละเอียดภายนอกจนรู้สึกอึดอัด เหมือนภิกษุหนุ่มที่กังวลกับวินัยจนอยากสึก แต่พระพุทธเจ้าทรงชี้ให้กลับมาที่ทางลัด คือการดู “จิต” ของเราเอง
莫因规矩迷失本心:有时我们过于关注外在细节而感到压抑,就像那位被法与律所困扰而想要还俗的年轻比丘。但佛陀却指出了一条捷径,那就是守护自己的心。
การรักษาจิตคืองานที่คุ้มค่าที่สุด: การฝึกสติเพื่อรู้เท่าทันจิต ไม่ให้เศร้าหมองไปตามกิเลส คือหนทางลัดที่จะนำความสุขที่แท้จริงมาให้เหนือกว่าการรักษาสิ่งอื่นใดครับ
守护心是最有价值的修行:修习正念,及时觉知自心,不让它被烦恼染污。这是一条能带来真正快乐的捷径,比守护其他任何东西都更重要。
——————————————————-
028 จิตนี้ชอบเที่ยวไปไกล
28.心喜好远游
ณ วัดเชตวันมหาวิหาร มีเรื่องเล่าของ พระนัดดา (หลานชาย) ของพระสังฆรักขิตเถระ ที่จะช่วยให้เราเข้าใจธรรมชาติของ “จิต” ได้อย่างดีที่สุดครับ
在祇园精舍,有一个关于僧护长老的侄子的故事,能帮助我们更好地了解心的本性。
เรื่องมีอยู่ว่า มีพระบวชใหม่รูปหนึ่ง ได้รับผ้าเนื้อดีมาสองผืน ท่านตั้งใจอย่างยิ่งว่าจะนำผ้าผืนที่ยาวที่สุดคือ 8 ศอก ไปถวายหลวงลุงของท่าน แต่เมื่อนำไปถวาย หลวงลุงกลับปฏิเสธซ้ำแล้วซ้ำเล่า โดยบอกว่า “ลุงมีผ้าใช้พอเพียงแล้ว หลานเก็บไว้ใช้เองเถอะ”
故事是这样,有一位新出家的比丘得到两块上好的布料。他想将其中较长的那块供养给叔父。但当他拿去供养时,叔父却一再婉拒道:“我的袈裟已经够用了,你自己留着用吧。”
ด้วยความน้อยใจ พระหลานชายจึงยืนถือพัดวีให้หลวงลุงไป แต่ในใจกลับ “ล่องลอย” ออกไปไกลแสนไกล ท่านเริ่มวางแผนจะสึกออกไปเป็นฆราวาส แล้วเอาผ้าผืนนี้ไปขายเพื่อซื้อแม่แพะมาเลี้ยง ในจินตนาการนั้น แม่แพะออกลูกมากมายจนท่านร่ำรวย ได้แต่งงานมีครอบครัว และมีลูกชายที่น่ารักหนึ่งคน
侄子比丘感觉很委屈,便站在旁边拿着扇子给叔父扇风,但心却飘到了远方。他开始盘算要还俗回家,然后把这块布料卖了,买一只母山羊来养。在他的幻想中,母山羊生下了许多小羊,使其变得富有,接着他娶妻生子,有了一个可爱的儿子。
ในความฝันนั้น ท่านพาลูกและภรรยามาเยี่ยมหลวงลุง แต่ระหว่างทางเกิดทะเลาะกับภรรยาเรื่องการอุ้มลูก จนลูกตกลงไปขวางทางเกวียน ท่านโมโหมากจึงเงื้อไม้จะตีภรรยา… แต่ในโลกความจริง ท่านกลับเผลอเอาพัดในมือฟาดลงไปที่ศีรษะของหลวงลุงเข้าเต็มๆ!
在那个梦境般的幻想里,他带着妻子和儿子来探望叔父。途中因抱孩子的事与妻子争吵,结果孩子掉到牛车前面。他勃然大怒,举起手中的棍子要打妻子。但在现实中,他却失手用扇子重重地打在了叔父的头上。
หลวงลุงซึ่งเป็นพระอรหันต์และรู้เท่าทันความคิดคนอื่น จึงกล่าวขึ้นว่า “สังฆกิจ เธอตีเมียไม่ได้หรอก เรื่องอะไรจะมาตีลุงเล่า” พระหลานชายตกใจมากที่หลวงลุงรู้ความลับในใจ จนอยากจะวิ่งหนีไปจากที่นั่นทันที
叔父是一位阿罗汉,能了知他人的心思,便说道:“提沙,你打不到妻子,怎么打起叔父来了?”侄子比丘见叔父识破了自己的秘密,感到十分羞愧,恨不得立刻逃离那里。
เมื่อเรื่องทราบถึงพระพุทธเจ้า พระองค์จึงทรงเมตตาสอนบทเรียนสำคัญเกี่ยวกับ “จิต” ของเราทุกคนว่า:
这件事传到了佛陀那里,佛陀便慈悲地开示了有关人心的本性:
- จิตชอบเที่ยวไปไกล: จิตเดินทางได้เร็วกว่าแสง ไปได้ทุกที่ทั่วโลกในพริบตาโดยไม่ต้องใช้พาหนะ
1.心好远游:心比光速还快,瞬间就能到达世间任何地方,无需交通工具。
- จิตอยู่ดวงเดียว: แม้เราจะคิดหลายเรื่อง แต่จริงๆ แล้วจิตเกิดขึ้นทีละดวง รับอารมณ์ได้ทีละอย่าง แต่เพราะมันเกิดดับเร็วมาก เราจึงรู้สึกเหมือนคิดหลายเรื่องพร้อมกัน
2.心为单一:虽然我们觉得想了很多事,但实际上心是一念接一念产生的,一次只能接收一个对象。只是因为它生灭太快,让我们误以为同时在思考很多事。
- จิตไม่มีรูปร่าง: เรามองไม่เห็นจิตด้วยตาเนื้อ แต่เห็นได้จาก “พฤติกรรม” ของเรา เหมือนที่เรามองไม่เห็นไฟแต่เห็นแสงและเปลวไฟ
3.心无形体:我们无法用肉眼看见心,但可以通过行为来了解它,就像我们看不见电,却能看到灯亮一样。
- จิตอาศัยในร่างกาย: ร่างกายเปรียบเหมือนถ้ำที่จิตเข้ามาอยู่อาศัยชั่วคราว
4.心藏于身:身体就像一个山洞,心只是暂时寄居其中。
ข้อคิด:
启示
จิตของเรานั้นเหมือน “ลิงที่ซุกซน” มันชอบแอบหนีเที่ยวไปในอดีตบ้าง ในอนาคตบ้าง เหมือนพระหลานชายที่ยืนอยู่ตรงหน้าหลวงลุงแท้ๆ แต่ใจกลับไปถึงตอนมีลูกมีเมียแล้ว
我们的心就像一只顽皮的猴子,喜欢偷偷溜到过去或未来游荡,如同那位侄子比丘,人站在叔父面前,心却已跑去成家立业了。
พระพุทธเจ้าจึงสอนว่า “การสำรวมจิต” หรือการมีสติรู้เท่าทันความคิดตัวเอง คือสิ่งสำคัญที่สุด ใครที่สามารถฝึกจิตไม่ให้ฟุ้งซ่านไปไกล และรู้ตัวอยู่กับปัจจุบันได้ ผู้นั้นจะพ้นจากความทุกข์และเครื่องพันธนาการทั้งปวงครับ
因此,佛陀教导说要守护自己的心,即具足正念、如实觉知自己的心念是最重要的事。谁能通过训练使心不散乱,安住于当下,谁就能解脱一切痛苦与束缚。
029 ผู้บวชๆ สึกๆ ถึง6ครั้ง
29.六度出家又还俗
ในสมัยพุทธกาล มีชายคนหนึ่งชื่อว่า “จิตตหัตถ์” ผู้ที่มีจิตใจกลับกลอกและไม่มั่นคงเปรียบเสมือน “ฟักเขียวที่วางไว้บนหลังม้า” ที่พร้อมจะกลิ้งตกลงมาได้ทุกเมื่อ
在佛陀时代,有一位名为质多罗的男子,心性反复无常、毫不坚定,犹如放在马背上的冬瓜,随时可能会滚落下来。
ครั้งหนึ่งเมื่อจิตตหัตถ์ออกตามหาแม่โคที่หายไปในป่าจนหิวโซ เขาจึงแวะเข้าไปในวัดและได้ทานอาหารที่เหลือจากพระสงฆ์ ซึ่งอุดมสมบูรณ์มากด้วยพระบารมีของพระพุทธเจ้า
有一次,质多罗在森林里寻找走失的母牛,饿得头昏眼花,便顺路走进一座寺院吃了僧众剩下的食物。这些食物因佛陀的威德力加持而极其丰盛。
เขาเห็นว่าชีวิตพระสบายกว่าการทำงานหนัก จึงตัดสินใจบวช แต่พอร่างกายอ้วนท้วนสมบูรณ์เขาก็คิดถึงภรรยาแล้วสึกออกมา เป็นอย่างนี้วนเวียนอยู่ถึง 6 ครั้ง
他觉得出家人的生活比辛苦劳作要安逸得多,于是决定出家。但等到身体恢复健硕后,他又思念起妻子,便还俗回家了。这样反反复复,总共经历了六次出家又还俗。
จนกระทั่งครั้งที่ 7 วันหนึ่งเขากลับจากป่ามาเห็นภรรยานอนหลับอยู่ในสภาพที่น่ารังเกียจ ทั้งน้ำลายไหลและกรนเสียงดัง จิตของเขาเห็นสัจธรรมทันทีว่า ร่างกายนี้ไม่เที่ยงและน่าเกลียดเหมือนซากศพเขาจึงรีบคว้าผ้ากาสาวพัสตร์วิ่งกลับไปบวช และในครั้งนี้เขาตั้งใจมั่นจนบรรลุเป็นพระอรหันต์ในที่สุด
直到第七次,有一天他从森林里回来,看见妻子睡着的样子,口水横流,鼾声如雷,样子十分可厌。他当下就领悟到这副色身既无常又丑陋,犹如一具死尸。于是他急忙抓起袈裟,跑回寺院重新出家。这一次,他坚定决心,最终证得阿罗汉果。
เมื่อเพื่อนพระสงฆ์ล้อเลียนว่าคราวนี้ไม่สึกหรือ ท่านจึงตอบว่า “บัดนี้ข้าพเจ้าตัดความเกี่ยวข้องกันกิเลสได้สิ้นแล้ว”
当其他比丘开玩笑问他这次会不会又还俗时,他回答说:“如今我已彻底断除一切烦恼的束缚。”
เพื่อให้เห็นว่ากิเลสนั้นร้ายกาจเพียงใด พระพุทธเจ้าจึงทรงเล่าเรื่องในอดีตชาติของพระองค์ว่า ครั้งหนึ่งทรงเกิดเป็นบัณฑิตที่พยายามจะบวช แต่ก็ต้องสึกออกมาถึง 6 ครั้ง เพียงเพราะห่วง “ข้าวฟ่าง ลูกเดือย และจอบเก่าๆ”
为了让众人明白烦恼的险恶,佛陀讲述了自己过去世的故事:有一世,他转世为一位智者,也曾试图出家,却因舍不得小米、薏米和一把旧锄头而先后还俗六次。
ในครั้งที่ 7 ท่านตัดสินใจนำจอบและเมล็ดพืชเหล่านั้นไปขว้างทิ้งลงในแม่น้ำคงคาโดยหลับตาเพื่อไม่ให้มองเห็นว่าตกที่ไหน แล้วตะโกนก้องว่า “เราชนะแล้ว! เราชนะแล้ว!”
到了第七次,他下定决心,闭着眼睛把锄头和那些种子全部扔进恒河,不让它们落在自己看得见的地方,然后大声喊道:“我胜利了!我胜利了!”
พระราชาที่อยู่แถวนั้นทรงสงสัยว่าชนะใคร? ท่านจึงตอบว่า “การชนะโจรภายนอกนั้นอาจกลับเป็นแพ้ได้ แต่การชนะโจรภายในคือ ‘ความโลภ’ เป็นชัยชนะที่เด็ดขาดและจะไม่กลับมาแพ้อีกเลย”
附近的一位国王听到后,好奇地问他战胜了谁?他回答说:“战胜外在的敌人,仍有可能再次落败;但战胜内在的敌人——贪欲,才是彻底、永不退转的胜利。”
ข้อคิด:
启示
จิตใจที่ไม่มั่นคงคืออุปสรรคของปัญญา: หากเราเป็นคนจับจด ทำอะไรไม่จริงจัง เหมือนฟักเขียวบนหลังม้า เราจะไม่มีวันประสบความสำเร็จหรือเข้าถึงความจริงของชีวิตได้
心志不坚是智慧的障碍:如果我们做事朝三暮四,心浮气躁,如同马背上的冬瓜,永远无法获得成功,也无法领悟生命的真谛。
กิเลสทำให้เกิดความกลัว: ตราบใดที่เรายังมีความรัก ความโลภ หรือความอยาก (ราคะ) เราจะมีความกลัวสารพัดอย่าง แต่ถ้าเราลดความอยากลง ความกลัวก็จะหายไปเอง
烦恼滋生恐惧:只要心中仍有爱欲、贪欲或渴求,我们便会生出种种恐惧。但如果我们能减少欲望,恐惧自然就会消失。
ชัยชนะที่ยิ่งใหญ่ที่สุดคือการชนะตัวเอง: การเอาชนะศัตรูภายนอกเป็นเรื่องชั่วคราว แต่การเอาชนะใจตัวเองจากความโลภ ความโกรธ และความหลง เป็นชัยชนะที่ถาวรและนำไปสู่ความสงบสุขที่แท้จริง
最大的胜利是战胜自己:战胜外在的敌人只是暂时的,而战胜自己内心的贪、嗔、痴才是永恒的胜利,并导向真正的安宁。
ผู้ที่ตื่นอยู่เสมอคือผู้ที่ละได้ทั้งบุญและบาป: ในทางธรรมขั้นสูง (ระดับพระอรหันต์) การอยู่เหนือทั้งความดีและความชั่ว ไม่ยึดติดในสิ่งใด จะทำให้จิตใจบริสุทธิ์ ผ่องใส และไม่ต้องตกเป็นทาสของความกลัวหรือความทุกข์อีกต่อไป
真正觉醒的人能超越善恶:在佛法的至高境界(阿罗汉果位)超越善与恶,不执着于任何事物,才能使心清净明亮,不再沦为恐惧或痛苦的奴隶。
——————————————————-
030 ภิกษุ500รูปสวดมนต์แผ่เมตตา
30.五百比丘诵经散播慈爱
ณ เมืองสาวัตถี มีพระภิกษุ 500 รูป ได้เรียนพระกรรมฐานจากพระพุทธเจ้า แล้วพากันเดินทางเข้าไปบำเพ็ญเพียรในป่าลึก
在舍卫城,有五百位比丘在向佛陀学习了禅修法门后,一同前往深山密林中精进修行。
ในป่านั้นมีเทวดาอาศัยอยู่ตามต้นไม้ เมื่อพระมาพักโคนไม้ เทวดาก็ต้องลงมาอยู่ที่พื้นดินด้วยความเคารพ ตอนแรกเทวดาคิดว่าพระคงอยู่แค่คืนเดียว แต่ผ่านไปหลายวันพระก็ยังไม่ไปไหน เทวดาเริ่มเดือดร้อนที่ต้องอยู่ลำบาก จึงคิดแผนการขับไล่พระ
那片森林中住着许多树居天人。当比丘们来到树下歇息时,天人们出于恭敬不得不从树上下来住在地面。起初,天人们以为比丘们只住一晚,但过了许多天,比丘们依然没有离开。天人们因生活不便而开始苦恼,便想方设法驱赶比丘们离开。
เทวดาเหล่านั้นจึงเนรมิตเสียงน่ากลัวของอมนุษย์บ้าง แสดงตนเป็นผีหัวขาดให้เห็นบ้าง จนพระภิกษุเกิดความกลัว จิตใจไม่สงบ และพากันล้มป่วยเป็นโรคต่างๆ จนสุดท้ายทนไม่ไหว ต้องหนีกลับไปเฝ้าพระพุทธเจ้า
他们幻化出种种非人的恐怖声响,甚至化身为无头鬼的模样,使得比丘们心生恐惧,不得安宁,纷纷罹患各种疾病。最后,比丘们忍无可忍,只好回到佛陀身边。
เมื่อพระพุทธเจ้าทรงทราบเรื่อง ท่านตรัส “กรณียเมตตสูตร” เพื่อให้พระนำไปสวดแผ่เมตตาให้กับเหล่าเทวดาและสรรพสัตว์
佛陀得知此事后,便传授了《慈经》,让比丘们拿去念诵,将慈爱散播给那些天人及一切众生。
เมื่อพระภิกษุกลับไปที่เดิมและสวดบทแผ่เมตตาด้วยจิตใจที่อ่อนโยน เหล่าเทวดาก็เกิดความเมตตา กลับมาต้อนรับและช่วยดูแลรักษาความปลอดภัยให้เป็นอย่างดี พระภิกษุจึงปฏิบัติธรรมได้อย่างสงบจนจิตเป็นสมาธิ
当比丘们回到原处,以慈悲之心念诵《慈经》,那些天人也被这份慈爱所感化,转而热情迎接并悉心守护他们的安全。比丘们也因此得以安心修行。
ในขณะนั้น พระพุทธเจ้าได้ทรงแผ่พระรัศมีไปปรากฏตรงหน้าพระภิกษุเหล่านั้น แล้วตรัสสอนบทเรียนสำคัญที่เปรียบเปรยไว้อย่างเห็นภาพว่า:
这时,佛陀突然散发光芒显现在众比丘面前,以生动的譬喻传授了重要的法义:
ร่างกายนี้เปรียบเหมือน “หม้อดิน”: คือมันแตกหักง่าย ไม่มั่นคง และข้างในเต็มไปด้วยของสกปรกปฏิกูลที่ซึมออกมาตามรูต่างๆ เหมือนหม้อดินที่บรรจุของไม่สะอาดไว้
身体如同“陶罐”:脆弱易碎,并不稳固,里面装满了从各个孔窍渗出的污秽之物,就像一个装着不净之物的陶罐。
จิตใจต้องเหมือน “กำแพงเมือง”: เราต้องรู้จักกั้นจิตจากอารมณ์ชั่วร้าย เหมือนการสร้างคูเมืองและกำแพงที่แข็งแกร่งเพื่อป้องกันข้าศึก
心如同“城墙”:我们应当懂得将心与邪恶的情绪隔绝,如同建造坚固的护城河与城墙来抵御外敌。
ปัญญาคือ “อาวุธ”: ให้ใช้ปัญญาในการรบกับกิเลสหรือมาร เมื่อชนะแล้วก็ให้รักษาความชนะนั้นไว้ แต่ต้องไม่ยึดติดหรือทะนงตนในความรู้นั้นเมื่อจบคำสอน พระภิกษุทั้ง 500 รูปก็ได้บรรลุเป็นพระอรหันต์ในทันที
智慧如同“武器”:要用智慧去战胜烦恼与魔障,获胜后要守护这份胜利,但不可执着于这份智慧。开示结束后,五百位比丘当下证得阿罗汉果。
ข้อคิด:
启示
เมตตาคือเกราะป้องกัน: การแผ่เมตตาและมีความปรารถนาดีต่อผู้อื่น สามารถเปลี่ยนศัตรูให้กลายเป็นมิตร และทำให้เราอยู่ในที่ที่ลำบากได้อย่างสงบสุข
慈爱是最好的护盾:向他人散播慈爱与善意,能化敌为友,让我们在艰苦的环境中安然处之。
รู้เท่าทันร่างกาย: ร่างกายเราเหมือนหม้อดินที่เปราะบางและไม่สวยงามถาวร (ความงามแค่ผิวหนัง) เพื่อให้เราไม่หลงติดอยู่กับรูปลักษณ์ภายนอก
认清身体的本质:我们的身体如同陶罐般脆弱,也并非永恒美丽(美丽的只是表面),明白这一点能让我们不再迷恋于外表。
ฝึกจิตให้เข้มแข็ง: การป้องกันจิตใจจากกิเลสสำคัญเหมือนการสร้างกำแพงเมือง และต้องใช้ “ปัญญา” เป็นอาวุธในการแก้ไขปัญหาชีวิต
磨炼坚强的心:守护心免受烦恼侵害,如同修筑城墙一样重要,同时以智慧作为解决人生问题的利器。
ชนะแล้วไม่หลง: เมื่อเราทำสำเร็จหรือมีความรู้ ก็ไม่ควรเอาความรู้นั้นไปข่มผู้อื่น หรือยึดติดจนกลายเป็นความทุกข์ครั้งใหม่
胜而不骄:当我们取得成功或具备知识时,不应以此轻视他人,也不应执着于它,否则只会带来新的痛苦。
——————————————————-
031 กายนี้เหมือนท่อนไม้ไร้ประโยชน์
31.身如朽木
ในสมัยพุทธกาล มีพระภิกษุรูปหนึ่งชื่อว่า “พระติสสะ” ท่านมีความเลื่อมใสในพระธรรมจนขอบวชตลอดชีวิต แต่ต่อมาท่านกลับล้มป่วยด้วยโรคประหลาด เริ่มจากตุ่มเล็กๆ เท่าเมล็ดถั่วเขียว แล้วค่อยๆ โตขึ้นจนเท่าผลมะตูม จนสุดท้ายตุ่มเหล่านั้นแตกออกเป็นน้ำเหลืองไหลเยิ้มไปทั่วตัว
在佛陀时代,有一位名为帝须的比丘。他因对佛法深具信心而决定终身出家。可是,后来他患上了一种怪病,起初全身长出像绿豆大小的水泡,然后渐渐长到木橘果那么大,最后水泡破裂,浓水流遍全身。
ความเจ็บปวดนั้นแสนสาหัสจนกระดูกของท่านแตกสลาย ร่างกายเน่าเฟะส่งกลิ่นเหม็นรุนแรง จนแม้แต่ลูกศิษย์และเพื่อนพระด้วยกันก็รับไม่ไหว พากันทอดทิ้งท่านให้นอนจมกองเลือดกองหนองอยู่เพียงลำพัง
那种痛苦深入骨髓,导致他的骨头碎裂,身体腐烂散发着强烈的恶臭。就连他的弟子和同修也无法忍受,纷纷弃他而去,只留下他独自躺在血脓之中。
แต่แล้วเช้าวันหนึ่ง พระพุทธเจ้าทรงทราบด้วยญาณว่าพระติสสะกำลังลำบากและมีอุปนิสัยจะได้บรรลุธรรม พระองค์จึงเสด็จไปช่วยด้วยพระองค์เอง พระพุทธเจ้าทรงก่อไฟ ต้มน้ำ และทรงประคองเตียงของพระติสสะไปที่โรงไฟ ทรงซักจีวรที่เปื้อนเลือดและน้ำเหลืองให้ด้วยพระหัตถ์ พร้อมกับสรงน้ำอุ่นเช็ดตัวให้กับพระภิกษุผู้น่าสงสารคนนี้
一天清晨,佛陀以神通得知帝须比丘正在受苦,且具备证悟的慧根,便前去度化。佛陀生火煮水,亲自将帝须比丘的床抬到火房,亲手为他清洗沾满血脓的袈裟,并用温水为他擦身。
เมื่อร่างกายสะอาดและจิตใจสงบลง พระพุทธเจ้าจึงทรงสอนบทเรียนสำคัญว่า: “กายนี้ เมื่อขาดวิญญาณและไออุ่นแล้ว ไม่นานนักก็ต้องนอนทับถมแผ่นดิน กลายเป็นสิ่งไร้ค่า ไม่ต่างอะไรกับท่อนไม้ที่ผุพัง”
当他身体洁净、内心平静后,佛陀教导道:“这个身体一旦失去心识和体温,便会倒卧在地成为毫无价值的东西,与腐朽的木头无异。”
พระองค์อธิบายว่า ท่อนไม้ยังมีประโยชน์เอาไปทำฟืนหรือทำข้าวของได้ แต่ร่างกายที่ไร้วิญญาณนั้นทำอะไรไม่ได้เลย มีแต่จะเน่าเปื่อยเป็นที่รังเกียจ เมื่อได้ฟังดังนั้น พระติสสะก็น้อมจิตตามจนบรรลุเป็นพระอรหันต์และปรินิพพานในที่สุด
佛陀解释说朽木尚可作柴或制作器具,而失去心识的身体却什么用都没有,只会腐烂发臭,令人厌恶。帝须比丘听闻开示后随观法义,最终证得阿罗汉果,随即般涅槃。
เหตุที่ท่านต้องทนทุกข์เช่นนี้ เป็นเพราะในอดีตชาติท่านเคยเป็น “พรานนก” ที่ชอบหักปีกหักขานกเพื่อไม่ให้มันบินหนีและเก็บไว้ขายได้นานๆ โดยไม่เน่าเสีย ผลกรรมที่ทำกับนกทำให้ชาตินี้ท่านต้องกระดูกแตกและกายเน่า แต่เพราะท่านเคยทำบุญถวายอาหารรสเลิศแก่พระอรหันต์และตั้งจิตอธิษฐานไว้ บุญนั้นจึงส่งผลให้ท่านได้บรรลุธรรมในชาตินี้
他之所以遭受这种痛苦,是因为在过去世,他曾是一个捕鸟人,喜欢折断鸟的翅膀和腿,防止它们飞走,以便长期存放贩卖而不腐烂。这个恶业导致他今生骨头碎裂,身体腐烂。但由于他曾供养阿罗汉精致的食物并发愿,此善业使他在这一生得以证悟。
ข้อคิด:
启示
ความไม่เที่ยงของร่างกาย: ร่างกายของเราไม่ใช่ของยั่งยืน เมื่อสิ้นลมหายใจก็มีค่าไม่เท่าท่อนไม้ฟืน
身体无常:我们的身体并非永恒,一旦呼吸停止,其价值甚至不如一根柴火。
กฎแห่งกรรม: สิ่งที่เราทำไว้ ไม่ว่าดีหรือร้าย ย่อมส่งผลเสมอ เหมือนพระติสสะที่ต้องรับทั้งผลกรรมจากการทรมานนก และผลบุญจากการถวายทาน
业果法则:无论善业或恶业,我们所做的一切终将会产生果报。如同帝须比丘既要承受伤害鸟儿的苦果,也收获了布施的善果。
ความเมตตาไม่มีประมาณ: พระพุทธเจ้าทรงแสดงให้เห็นว่า แม้ในวันที่ไม่มีใครเอา กายเน่าเหม็นแค่ไหน แต่คุณค่าทางธรรมของคนเรายังมีอยู่เสมอ หากได้รับการขัดเกลาด้วยความเมตตา
无量慈悲:佛陀向我们展示了即使遭众人遗弃、身体恶臭时,一个人内在的法性仍然存在,只要得到正确的指引,生命依然能绽放光芒。
——————————————————-
032 นันทะ ก่อนเสียชีวิต ได้บรรลุโสดาบัน
32. 难陀临终证得须陀洹果
ในเมืองสาวัตถี มีชายคนหนึ่งชื่อว่า “นันทะ” แม้เขาจะเป็นคนมั่งคั่งมีทรัพย์สมบัติมาก แต่เขากลับเลือกที่จะปิดบังฐานะของตนเอง โดยไปรับจ้างเลี้ยงวัวให้กับท่านอนาถบิณฑิกเศรษฐี เพื่อหลีกเลี่ยงการถูกบีบคั้นจากพระราชา
在舍卫城,有一位名为难陀的男子。虽然他十分富有,拥有大量财产,但却选择隐瞒自己的身份,去给孤独长者当牧牛工,以此来规避国王的压迫。
นันทะเป็นคนที่มีจิตเลื่อมใสในพระพุทธศาสนา เมื่อเขาได้มีโอกาสเฝ้าพระพุทธเจ้าและฟังธรรม เขาก็เกิดความศรัทธาอย่างแรงกล้า จนทูลเชิญพระพุทธองค์ให้เสด็จไปเยี่ยมที่พักของเขาบ้าง
难陀对佛教怀有深厚的信仰。当他有机会去拜见佛陀并听闻佛法后,生起了强烈的信心,便恭请佛陀到其住处应供。
ในตอนแรกพระพุทธเจ้ายังไม่เสด็จไปทันที เพราะทรงรอเวลาที่เหมาะสม หรือรอให้สติปัญญาและจิตใจของนันทะมีความพร้อมและแก่กล้าเสียก่อน
起初,佛陀并没有立即前往,而是在等一个机缘,等待难陀的智慧与心性磨砺得更加成熟。
จนกระทั่งวันหนึ่ง เมื่อพระพุทธองค์ทรงทราบว่านันทะพร้อมแล้ว จึงได้เสด็จไปพบเขา นันทะดีใจมากและได้ถวายอาหารที่ประณีตแก่พระพุทธเจ้าและเหล่าพระสงฆ์ต่อเนื่องกันถึง 7 วัน ในวันที่ 7 นั้นเอง พระพุทธเจ้าทรงแสดงธรรมเกี่ยวกับเรื่องการให้ทาน การรักษาศีล และการละวางจากกาม เป็นต้น จนนันทะได้บรรลุเป็น “พระโสดาบัน”
直到有一天,佛陀知晓难陀已经准备就绪,便来到其住处。难陀满心欢喜,连续七日以精美的食物供养佛陀及僧众。到了第七天,佛陀为他开示了关于布施、持戒与远离欲乐等佛法,难陀当下证得须陀洹果。
แต่ทว่า… หลังจากที่นันทะเดินไปส่งพระพุทธเจ้าและกำลังเดินทางกลับบ้าน เรื่องที่ไม่คาดฝันก็เกิดขึ้น เขาถูกนายพรานคนหนึ่งดักสังหารจนเสียชีวิตทันที เมื่อเหล่าพระสงฆ์ทราบข่าวก็พากันเศร้าสลดและทูลถามพระพุทธเจ้าว่า “เป็นเพราะพระองค์เสด็จมาหรือเปล่า นันทะถึงต้องมาจบชีวิตลงแบบนี้?”
然而就在难陀送别佛陀,返回家的路上,发生了意想不到的事情。他不幸被一位猎人伏击,当场不治身亡。众比丘得知消息后十分悲痛,便去问佛陀:“是因为世尊去应供的缘故,才导致难陀遭此横祸吗?”
พระพุทธเจ้าทรงตอบอย่างสงบว่า “ไม่ว่าเราจะมาหรือไม่มา นันทะก็ต้องตายในวันนี้อยู่ดี” พร้อมกับทรงให้บทเรียนที่สำคัญที่สุดว่า สิ่งที่น่ากลัวกว่าโจรหรือศัตรูที่จองเวรกัน ก็คือ “จิตที่ตั้งไว้ผิด” นั่นเอง
佛陀平静地回答道:“无论我去或不去,难陀今日都注定会死。” 随后,佛陀给予了一个重要的教诲:比仇人或宿敌更可怕的是满怀邪见的心。
ข้อคิด:
启示
จิตที่ตั้งไว้ผิดอันตรายที่สุด: จิตที่เต็มไปด้วยความเห็นผิด (เช่น คิดว่าทำดีไม่ได้ดี) หรือจิตที่หมกมุ่นอยู่ในอกุศลและการทำชั่ว ให้โทษร้ายแรงยิ่งกว่าศัตรูที่อาฆาตกันเสียอีก
心怀邪见最危险:一个充满邪见(例如认为行善不得善报)或是沉溺于不善法与恶行的心,其带来的危害远比仇敌的加害更加严重。
โทษที่ยาวนาน: ศัตรูหรือโจรทำร้ายเราได้มากที่สุดก็แค่ในชาตินี้ แต่จิตที่หลงผิดและไม่ได้รับการฝึกฝนจะพาเราไปเสวยทุกข์ในภพภูมิที่ต่ำลงไปอีกนานแสนนาน
长远的祸害:仇人或宿敌最多在这一世伤害我们,而迷失方向、未经训练的心却会将我们带入恶道,承受漫长的痛苦。
ความตายหลีกเลี่ยงไม่ได้ แต่จิตใจเตรียมพร้อมได้: แม้นันทะจะเสียชีวิตอย่างกะทันหัน แต่เพราะเขาได้ฝึกจิตและฟังธรรมจนบรรลุธรรมเป็นพระโสดาบันแล้ว จิตของเขาจึงถูกตั้งไว้ในทางที่ถูกก่อนสิ้นใจ
死亡虽无法避免,心却可以做好准备:尽管难陀死于非命,但因为他在生前已通过闻法修行证得须陀洹果,在临终前他的心已安住于正道。
——————————————————-
033 พระโสรัยยะ ผู้สร้างมโนกรรมจนกลายเป็นหญิง
33.因邪念转为女子的须离
มีชายหนุ่มรูปงามชื่อว่า โสรัยยะ เป็นบุตรของเศรษฐีในเมืองโสรัยยะ วันหนึ่งขณะที่เขานั่งรถม้าไปอาบน้ำกับเพื่อนๆ เขาได้พบกับ พระมหากัจจายนะ พระเถระผู้มีผิวพรรณผุดผ่องดั่งทองคำ
有一位名为须离的青年,是须离城一位富商之子。有一天,他与朋友乘车去沐浴的途中,遇见了皮肤如黄金般璀璨的摩诃迦旃延尊者。
ทันทีที่เห็น ทันใดนั้นโสรัยยะก็เกิด “ความคิดที่ไม่ดี” ขึ้นในใจว่า “พระเถระรูปนี้ช่างงามเหลือเกิน ถ้าได้มาเป็นภรรยาของเรา หรือถ้าภรรยาเรามีผิวงามแบบนี้ก็คงจะดี”
见到尊者的那一刻,须离心中生起了不善的念头:这位尊者如此庄严俊美,若能成为我的妻子该有多好!或者若我的妻子能有这般美丽的肤色就好了。
ด้วยอำนาจแห่งอกุศลจิตที่คิดล่วงเกินพระอริยเจ้า ร่างกายของโสรัยยะก็เปลี่ยนจากชายกลายเป็นหญิงในทันที ด้วยความอับอาย เธอจึงหนีไปไกลถึงเมืองตักกสิลา และได้แต่งงานกับลูกชายเศรษฐีที่นั่น จนมีลูกด้วยกัน 2 คน (ขณะที่ตอนเป็นชาย เขาก็เคยมีลูกมาแล้ว 2 คนเช่นกัน)
由于对圣者生起这种不敬的恶念,须离的身体瞬间从男性变成女性。她因羞惭难当,逃到了遥远的得叉尸罗城,并嫁给了当地一位富翁之子,生了两个孩子(当初她身为男儿身时已经有了两个孩子)。
เวลาผ่านไปหลายปี เพื่อนเก่าของโสรัยยะเดินทางมาพบเข้าและจำกันได้ เรื่องราวความจริงจึงถูกเปิดเผย เพื่อนจึงแนะนำให้เธอไปกราบขอขมาพระมหากัจจายนะ เมื่อพระเถระยกโทษให้ มหัศจรรย์ก็เกิดขึ้น! ร่างกายของเธอกลับกลายเป็นชายดังเดิม
多年后,须离的旧友途经得叉尸罗城与她重逢,真相才被揭开。朋友劝她去向摩诃迦旃延尊者忏悔。当尊者原谅她时,奇迹发生了,她的身体又变回了男儿身。
โสรัยยะรู้สึกซาบซึ้งในคุณธรรมพระเถระ และเบื่อหน่ายในความไม่แน่นอนของชีวิตที่ต้องเป็นทั้งพ่อและแม่ในชาติเดียว เขาจึงตัดสินใจบวชเป็นพระ ผู้คนมักจะถามท่านว่า “ท่านรักลูกที่เกิดตอนเป็นชาย หรือลูกที่เกิดตอนเป็นหญิงมากกว่ากัน?”
须离感念尊者的恩德,同时也对今生既为父又为母的无常生活感到了厌倦,于是决定出家为僧。人们常常问他:“您更爱身为男子时所生的孩子,还是更爱身为女子时所生的孩子?”
ในช่วงแรกท่านตอบว่ารักลูกที่เกิดตอนเป็นหญิงมากกว่า แต่หลังจากที่ท่านตั้งใจปฏิบัติธรรมจน บรรลุเป็นพระอรหันต์ ท่านก็ตอบว่า “ความรักความผูกพันในลูกเหล่านั้นไม่มีอีกต่อไปแล้ว”
起初,他回答更爱身为女子时所生的孩子。但当他精进修行证得阿罗汉果后,他回答说:“对那些孩子的爱与执着都已不复存在了。”
พระพุทธเจ้าจึงทรงตรัสสอนว่า “จิตที่ตั้งไว้ผิด ย่อมทำความพินาศให้ยิ่งกว่าที่ศัตรูทำต่อกัน แต่จิตที่ตั้งไว้ถูก (ตั้งไว้ชอบ) ย่อมมอบความประเสริฐและสมบัติทั้งปวงให้ ซึ่งแม้แต่มารดาบิดาก็ทำให้ไม่ได้”
佛陀借此因缘教导道:“若心安住于邪念所造成的毁坏远胜于仇敌所带来的伤害。但若心安住于正念,则能带来一切成就与财富,这是连父母都无法给予的。”
ข้อคิด:
启示:
พลังของความคิด: เพียงแค่ความคิดชั่ววูบที่ขาดสติ (จิตที่ตั้งไว้ผิด) สามารถเปลี่ยนชีวิตจากหน้ามือเป็นหลังมือและสร้างความทุกข์ได้อย่างมหันต์
心念的力量:仅是一念之间失去正念(心怀邪念),就足以颠覆人生,带来巨大的痛苦。
จิตที่ฝึกดีแล้วมีค่าที่สุด: พ่อแม่อาจจะมอบทรัพย์สินหรือความสุขให้เราได้ในชาตินี้ แต่ “จิตที่ตั้งไว้ชอบ” หรือการฝึกจิตให้คิดดี ทำดี จะนำพาเราไปสู่ความสุขที่ยั่งยืน ทั้งความสำเร็จในโลกและทางธรรม (พระนิพพาน) ซึ่งเป็นสิ่งที่ไม่มีใครหยิบยื่นให้เราได้ นอกจากตัวเราเอง
训练有素的心最为珍贵:父母或许能在今生给予我们财富与安乐,但安住于正念的心或修心向善,才能引领我们走向恒常的安乐,获得世间与出世间的成就,这是任何人都无法给予的,只能靠自己。
การให้อภัยและการเริ่มต้นใหม่: เมื่อรู้ว่าทำผิด การขอขมาและการแก้ไขตนเอง (เหมือนที่โสรัยยะขอขมาพระเถระและหันหน้าเข้าหาธรรมะ) จะช่วยปลดปล่อยเราจากพันธนาการแห่งทุกข์ได้
宽恕与从头再来:当意识到自己犯错后,请求忏悔并修正自己(如同须离向尊者忏悔并投身佛门一样),能帮助我们从痛苦的束缚中解脱出来。
——————————————————-
034.ธรรมะมีมากมายเหมือนดอกไม้ในสวน
34.佛法如园中繁花
ณ วัดพระเชตวัน เมืองสาวัตถี มีพระภิกษุกลุ่มหนึ่งจำนวน 500 รูป หลังจากที่ท่านได้เดินทางจาริกไปยังหมู่บ้านและชนบทต่าง ๆ เมื่อกลับมาถึงวัดในตอนเย็น ก็นั่งล้อมวงสนทนากันถึงเรื่อง “แผ่นดิน” ที่ได้พบเห็นมา
在舍卫城的祇园精舍有五百位比丘,他们结束了在村庄和偏远地区的游化后,傍晚回到寺院聚在一起谈论沿途的“大地”风貌。
บ้างก็บอกว่า “แผ่นดินตรงนั้นสวยงามเหลือเกิน” บ้างก็ว่า “ตรงนั้นมีแต่โคลนตม เดินลำบาก” หรือ “ตรงนั้นดินดำดี ตรงนี้ดินแดงแห้งแล้ง” พระภิกษุทั้ง 500 รูปต่างเพลิดเพลินกับการวิพากษ์วิจารณ์ทัศนียภาพของโลกภายนอกที่ตนได้ไปเห็นมา
有人说:“那片大地景色美极了!”有人说:“那里的大地全是泥沼,行走艰难。”还有的说:“那儿的土壤肥沃,这儿却是一片贫瘠的红土地。”五百位比丘就这样津津乐道地谈论着外在世界的种种景象。
ทันใดนั้น พระพุทธเจ้าได้เสด็จมาถึงและทรงรับฟังบทสนทนานั้น พระองค์จึงตรัสสอนด้วยความเมตตาว่า “ภิกษุทั้งหลาย เรื่องที่พวกเธอคุยกันนั้นเป็นเพียง แผ่นดินภายนอก เท่านั้น พวกเธอควรจะหันมาสนใจและพิจารณา แผ่นดินภายใน ซึ่งก็คือ อัตภาพร่างกายนี้”
这时,佛陀走过来听到他们的谈话,便慈悲地开示道:“诸比丘,你们所谈论的是外在的大地。你们应当转而观察与思惟内在的“大地”,也就是这具身体。”
พระองค์ทรงเปรียบเทียบให้ฟังอย่างเห็นภาพว่า “ใครเล่าจะรู้จักแผ่นดิน (ร่างกาย) ยมโลก และเทวโลกนี้ได้อย่างถ่องแท้? ใครจะเลือกเฟ้นบทแห่งธรรมที่ตถาคตแสดงไว้ดีแล้ว ได้เหมือนกับช่างดอกไม้ที่ชาญฉลาดเลือกเก็บดอกไม้ในสวน?”
佛陀用生动的比喻说道:“谁能真正了知这片“大地”(身体)、地狱与天界?又有谁能像聪慧的花匠在园中精挑细选鲜花那样,从如来所善说的法中拣选出精华呢?”
พระพุทธเจ้าทรงอธิบายว่า พระเสขะ (หรือผู้ที่กำลังศึกษาฝึกฝนตนเองเพื่อบรรลุธรรม) คือผู้ที่จะสามารถรู้แจ้งในแผ่นดินภายในนี้ได้, ท่านเหล่านั้นจะเป็นเหมือน “ช่างทำพวงมาลัย” ที่เดินเข้าไปในสวนดอกไม้ (ซึ่งเปรียบเสมือนพระธรรมวินัย) แล้วเลือกเก็บเฉพาะดอกไม้ที่สวยงามและเหมาะสมที่สุดมาประดับตนเอง
佛陀解释说,只有“有学者”(正在修行以求证悟的人)才是那个能够如实了知内在“大地”的人。他们如同花鬘师走进花园(比喻佛法与戒律),采摘最美丽、最合适的花朵来装饰自己。
พระองค์ย้ำว่า การจะพ้นจากความทุกข์ได้นั้น ไม่ใช่การเดินทางไปให้สุดขอบโลกทางกายภาพ แต่คือการใช้ “ญาณ” หรือความรู้แจ้ง พิจารณาลงไปที่ร่างกายที่มีประมาณหนึ่งวานี้ ให้เห็นตามความเป็นจริงว่า มันไม่เที่ยง เป็นทุกข์ และไม่ใช่ตัวตน เมื่อเรารู้แจ้ง “โลกภายใน” นี้แล้ว เราจึงจะสามารถละความกำหนัดยินดีและพ้นจากทุกข์ได้ในที่สุด
佛陀强调,解脱痛苦的方法并不是靠徒步走到天涯海角,而是运用智慧去观照这副仅有数尺的色身,如实了知其无常、苦、无我的本质。当我们真正了知这个“内在世界”,才能舍离贪爱与执着,从痛苦中解脱。
ข้อคิด:
启示
อย่ามองแต่ภายนอกให้มองกลับมาที่ภายใน: เรามักเสียเวลาไปกับการวิจารณ์โลกและสิ่งต่าง ๆ รอบตัว (แผ่นดินภายนอก) แต่พระพุทธเจ้าสอนให้เรากลับมาพิจารณา “ร่างกายและจิตใจ” (แผ่นดินภายใน) ของเราเอง
不要只看外在,要回归内在:我们常浪费时间去评论世界和周围的事物(外在的大地),但佛陀教导我们要反观自己的身心(内在的大地)。
ร่างกายคือบทเรียนหลัก: การจะพ้นทุกข์ได้ ต้องรู้แจ้งในอัตภาพร่างกายนี้ว่ามีความไม่สะอาด ไม่เที่ยง และเป็นทุกข์ เพื่อให้ใจคลายความยึดติด
身体是核心课题:要解脱痛苦,必须如实了知身体的本质——不净、无常、苦,从而使心不再执着。
เป็นผู้เลือกธรรมเหมือนช่างเลือกดอกไม้: ธรรมะมีมากมายเหมือนสวนดอกไม้ ให้เราเป็นเหมือน “ช่างทำพวงมาลัย” ที่ฉลาดเลือกนำธรรมะที่เหมาะสมมาปฏิบัติเพื่อขัดเกลาตนเองจนกว่าจะถึงฝั่งแห่งความพ้นทุกข์
做善择佛法的采花人:佛法浩如烟海,如满园繁花。我们应如聪慧的花鬘师,善巧选择契合自己的法门精进修行,直至抵达解脱的彼岸。
ที่สุดแห่งโลกอยู่ที่ใจ: การเดินทางไปที่ไกล ๆ ไม่ได้ช่วยให้พ้นทุกข์ แต่การใช้ปัญญาทำความเข้าใจ “โลกในร่างกาย” นี้ต่างหาก คือหนทางสู่ความสงบที่แท้จริง
世界的尽头在心中:远行并不能帮助我们脱离痛苦,唯有运用智慧透彻了解“内在的世界”,才是通往真正寂静之道。
——————————————————-
035 มองโลกด้วยความว่างเปล่า
35.以空性观照世界
ในสมัยพุทธกาล มีพระภิกษุรูปหนึ่งผู้มีความมุ่งมั่นอย่างแรงกล้า ท่านได้เรียนกรรมฐานจากพระพุทธเจ้าแล้วปลีกตัวไปบำเพ็ญเพียรในป่าลึกเพียงลำพัง แต่แม้จะใช้ความพยายามมากเพียงใด ท่านก็ยังไม่สามารถบรรลุธรรมเป็นพระอรหันต์ได้เสียที ท่านจึงตัดสินใจเดินทางกลับเพื่อไปขอคำชี้แนะเพิ่มเติมจากพระพุทธองค์
在佛陀时代,有一位志向坚定的比丘。他从佛陀那里学习了禅修法门后,独自进入深山密林中修行。然而,无论他多么努力,始终没能证得阿罗汉果。于是,他决定返回佛陀的住处,请求进一步的指导。
ในระหว่างทางกลับนั้น อากาศร้อนจัดจนเกิด “พยับแดด” สั่นระยิบระยับอยู่บนพื้นถนน ท่านหยุดมองแล้วพิจารณาว่า พยับแดดนี้เมื่อมองจากที่ไกลๆ ดูเหมือนมีรูปร่างตัวตนน่าจับต้อง แต่พอเดินเข้าไปใกล้ๆ กลับว่างเปล่าไม่มีอะไรเลย ท่านจึงคิดได้ว่า “ร่างกายของคนเราก็คงเป็นเช่นนี้เอง เกิดขึ้นแล้วก็เสื่อมสลายไปเหมือนพยับแดดที่หลอกตา”
在回程途中,天气十分炎热,地面上出现了摇曳闪烁的“阳焰”。他停下脚步观察,心想:从远处看阳焰,似乎有形有相,仿佛触手可及,但走近后却空无一物。他由此领悟到:人的身体大概也是如此,生起后又坏灭,就像这迷惑眼睛的阳焰一样。
เมื่อท่านเดินทางมาถึงริมแม่น้ำด้วยความเหนื่อยล้า จึงลงอาบน้ำและนั่งพักผ่อนใต้ร่มไม้ริมฝั่ง ขณะนั้นท่านได้สังเกตเห็น “ฟองของน้ำ” ขนาดใหญ่ที่เกิดจากแรงกระทบของกระแสน้ำ ฟองน้ำนั้นตั้งขึ้นเพียงชั่วครู่แล้วก็แตกสลายไปอย่างรวดเร็ว ท่านจึงเปรียบเทียบกับตัวเองว่า “ร่างกายนี้ไม่ยั่งยืนเลย มีความแตกสลายไปเป็นธรรมดา เหมือนกับฟองของน้ำนี้แท้ๆ”
当他疲惫地行至河边,便下水沐浴,然后在岸边的树荫下休息。这时,他注意到水流冲击形成的巨大水泡只存在片刻,随即迅速破灭。他以此反观自身:这副身体也不会长久,注定会破灭,就像这水泡一样。
ในขณะนั้นเอง พระพุทธเจ้าซึ่งประทับอยู่ในวัดได้ทรงทราบถึงความเข้าใจของพระภิกษุรูปนี้ด้วยญาณวิเศษ จึงได้ตรัสรับรองความคิดนั้นว่า “ถูกต้องแล้วภิกษุ ร่างกายนี้เปรียบได้กับฟองของน้ำและพยับแดด” และได้ทรงสอนเพิ่มเติมว่า หากใครรู้แจ้งว่ากายนี้ว่างเปล่าและไม่เที่ยง ก็จะสามารถ “ตัดพวงดอกไม้ของมาร” หรือกิเลสในโลกนี้ออกไปได้ และจะเข้าถึงสภาวะที่เรียกว่า นิพพาน นั่นเอง
这时,远在祗园精舍的佛陀以神通知晓了这位比丘的领悟,便印证道:“比丘,正是如此!这身体就如同水泡和阳焰。”佛陀进一步开示道:“若有人能如实了知此身是空、是无常,便能斩断魔罗的花环,即断除世间的烦恼,证入涅槃。”
เมื่อพระภิกษุได้ฟังดังนั้น ท่านจึงถอนความยึดมั่นถือมั่นในตัวตน ออกเสียจนหมดสิ้น และสามารถบรรลุธรรมได้ในที่สุด
这位比丘听闻佛陀的开示后,彻底放下了对自我的执著,最终证得了阿罗汉果。
ข้อคิด:
启示:
ร่างกายเปรียบเหมือนฟองน้ำ: เพราะตั้งอยู่ได้ไม่นาน เกิดขึ้นแล้วก็แตกสลายไปอย่างรวดเร็ว
身体如同水泡:因为它无法久住,生起后随即破灭。
ร่างกายเปรียบเหมือนพยับแดด: เพราะมองดูเหมือนมีตัวตนมีรูปร่าง แต่แท้จริงแล้วว่างเปล่าและไม่ยั่งยืน
身体如同阳焰:因为它看似有形有相,但实际上却是空无,并不长久。
พวงดอกไม้ของมาร: คือกิเลส ความหลงผิด และความยินดีในรูป รส กลิ่น เสียง ที่คอยล่อลวงให้คนติดอยู่ในวัฏสงสาร
魔罗的花环:指烦恼、无明妄见,以及对色、声、香、味等的贪爱,引诱众生沉沦于轮回中。
วิธีพ้นจากมัจจุราช (ความตาย): คือการมองโลกด้วยความว่างเปล่า ไม่ยึดมั่นถือมั่นว่าร่างกายเป็น “เรา” หรือ “ของเรา” เมื่อใจไม่ยึดติด ก็จะข้ามพ้นอำนาจของความตายและเข้าสู่พระนิพพานได้
超越死亡之道:即以空性的智慧观照世界,不执著身体为“我”或“我所”。当心不再执着,便能超越死亡的束缚,证入涅槃。
——————————————————-
036 พระเจ้าวิทูฑภะจบชีวิตเพราะความพยาบาท
36. 毗琉璃王因仇恨而殒命
ณ เมืองสาวัตถี มีเรื่องราวที่เป็นอุทาหรณ์สอนใจเกี่ยวกับ “ความโกรธแค้นและการยึดติดในกามคุณ” ซึ่งเปรียบเสมือนการหลงระเริงเก็บดอกไม้ในสวนจนลืมภัยอันตรายที่กำลังคืบคลานเข้ามา
在舍卫城,有一个关于“仇恨与沉溺欲乐”的故事,好比一个人沉迷于采摘园中的鲜花,却忘了悄然逼近的危险。
เรื่องราวเริ่มขึ้นเมื่อ พระเจ้าปเสนทิโกศล อยากจะสนิทสนมกับพระพุทธเจ้ามากขึ้น จึงได้ทรงขอพระธิดาจากตระกูลศากยวงศ์มาเป็นพระมเหสี แต่พวกศากยวงศ์นั้นถือตัวว่ามีสายเลือดบริสุทธิ์และสูงส่งกว่า จึงได้ส่ง นางวาสภขัตติยา ซึ่งเป็นลูกสาวของท้าวมหานามที่เกิดจากหญิงรับใช้มาถวายแทน ต่อมานางได้ประสูติพระโอรสพระนามว่า วิทูฑภะ
故事始于憍萨罗国的波斯匿王。他为了与佛陀建立更亲近的关系,便向释迦族求娶一位公主。但释迦族自恃血统纯正高贵,便让摩诃男的侍女所生的女儿——禹翅刹利,冒充公主嫁给波斯匿王。后来,禹翅刹利生下一位王子,取名毗琉璃。
เมื่อเจ้าชายวิทูฑภะเติบโตขึ้นและได้เสด็จไปเยี่ยมญาติฝั่งแม่ที่เมืองกบิลพัสดุ์ พระองค์กลับได้รับการต้อนรับอย่างเย็นชา และความลับก็แตกเมื่อพระองค์ทรงทราบว่า ตระกูลฝ่ายแม่ดูหมิ่นว่าพระองค์เป็นเพียง “ลูกของหญิงทาส” ถึงขนาดเอาใจน้ำเจือนมล้างแผ่นกระดานที่พระองค์ประทับนั่งเพื่อล้างเสนียดจัญไร ด้วยความโกรธแค้นอย่างรุนแรง พระองค์จึงผูกอาฆาตไว้ว่า “ในวันนี้พวกเจ้าเอาใจน้ำล้างแผ่นกระดานนี้ได้ แต่เมื่อใดที่ข้าได้ครองราชย์ ข้าจะกลับมาเอาเลือดในลำคอของพวกศากยะล้างแผ่นกระดานนี้แทน!”
当毗琉璃王子长大成人后,前往母亲的故乡迦毗罗卫城探望亲戚时,却受到了冷漠的对待。当他得知自己的身世秘密,并被释迦族人鄙视,称其为“婢女之子”,甚至还用掺了牛奶的水清洗他坐过的地板时,他勃然大怒,心中立下毒誓:“今日你们用乳水清洗我坐过的地板,待我登基为王后,定要取释迦族人的血来洗刷。”
กาลเวลาผ่านไป เมื่อวิทูฑภะได้ขึ้นครองราชย์ พระองค์จึงยกกองทัพไปล้างแค้นพวกศากยะ แม้พระพุทธเจ้าจะเสด็จมาห้ามทัพถึง 3 ครั้ง โดยทรงเตือนสติว่า “เงาของญาติเยือกเย็นกว่า” แต่ในครั้งที่ 4 พระองค์ทรงพิจารณาเห็นว่าพวกศากยะมี “บุพกรรม” เก่าที่เคยร่วมกันวางยาพิษลงในแม่น้ำเพื่อฆ่าปลาจำนวนมาก กรรมนั้นถึงเวลาให้ผล พระพุทธองค์จึงไม่อาจขัดขวางได้อีก
时光荏苒,毗琉璃王子篡位登基后,立即率领大军前去向释迦族复仇。尽管佛陀曾三次拦路劝阻,以“亲族之荫,最为清凉”来教诫他。但在第四次时,佛陀观见释迦族人过往曾共同向河流投毒杀鱼的宿业已然成熟,便不再阻拦。
พระเจ้าวิทูฑภะได้ทำการสังหารหมู่พวกศากยะอย่างโหดเหี้ยมและนำเลือดมาล้างแผ่นกระดานตามคำสาบาน แต่ในขณะที่พระองค์และกองทัพกำลังเดินทางกลับและพักผ่อนอยู่ริมแม่น้ำอจิรวดีอย่างสบายใจ โดยที่ยังมีความปรารถนาและอำนาจเต็มเปี่ยม, ในคืนนั้นเอง มหาเมฆได้ตั้งเค้าและเกิดน้ำป่าไหลหลากอย่างรวดเร็ว พัดพาเอาพระเจ้าวิทูฑภะและไพร่พลทั้งหมดจมหายลงสู่มหาสมุทร สิ้นพระชนม์ไปในขณะที่ความปรารถนา ยังไม่ถึงที่สุด
毗琉璃王对释迦族进行了残酷的屠杀,并如愿用他们的血水冲洗了地板。然而,在班师回朝的途中,在阿夷罗跋底河边志得意满的安营休息时灾难降临了。当晚乌云密布,山洪暴发,巨大的洪水瞬间吞没了毗琉璃王及其军队。毗琉璃王在其欲望尚未得到满足时,便命丧黄泉了。
ข้อคิด:
启示:
ความตายไม่เลือกเวลา: มัจจุราชหรือความตาย มักจะพรากชีวิตเราไปในตอนที่เรากำลังหลงระเริงอยู่กับความสุขหรือความโกรธแค้น เปรียบเหมือนคนที่มัวแต่เลือกเก็บดอกไม้สวยๆ จนไม่ทันระวังตัว
死亡不择时:死神往往在我们沉溺于享乐或仇恨时突然降临,正如有人只顾着采摘美丽的花朵,却未察觉潜伏的危机。
อำนาจของกรรม: แม้จะมียศใหญ่หรือมีอำนาจล้นฟ้า แต่ก็หนีกรรมที่เคยทำไว้ไม่พ้น ดังเช่นพวกศากยะที่ต้องชดใช้กรรมเก่า และพระเจ้าวิทูฑภะที่ต้องจบชีวิตเพราะความพยาบาท
业的力量:纵使权倾天下,也难逃因果报应。释迦族因宿业而灭亡,毗琉璃王也因被仇恨蒙蔽而殒命。
ความประมาทคือภัยร้าย: การมีใจข้องอยู่ในอารมณ์ต่างๆ (กามคุณ 5) ทั้งรูป รส กลิ่น เสียง หรือแม้แต่การยึดติดในลาภยศ จะทำให้เราขาดสติ เหมือนคนที่หลับใหลอยู่ริมน้ำแล้วถูกน้ำท่วมพัดพาไปโดยไม่รู้ตัว
放逸是祸根:心若沉溺于五欲(色、声、香、味、触)或执着于名利地位,会使人失去正念,就像在河边熟睡的人,最终被洪水无情地卷走。
“ความตายย่อมพัดพาบุคคลผู้มีใจข้องอยู่ในอารมณ์ต่างๆ ผู้มัวเลือกเก็บดอกไม้คือมโนรสอยู่ เหมือนห้วงน้ำใหญ่ที่พัดพาชาวบ้านผู้หลับใหลให้จมลงฉะนั้น”
死亡总会带走沉溺于欲望的人,他们只顾着采摘心仪之花,就像汹涌的洪水会卷走沉睡的村民一样。
——————————————————-
037 เทพธิดาจุติจากสวรรค์เพียงหนึ่งวัน หรือ ร้อยปีโลกมนุษย์
37. 天界一日,人间百年
ณ สวรรค์ชั้นดาวดึงส์อันรื่นรมย์ มีเทพบุตรองค์หนึ่งนามว่า “มาลาภารี” ท่านกำลังเพลิดเพลินกับการชมสวนดอกไม้พร้อมกับเหล่าเทพธิดาบริวารนับพันนาง
在充满欢乐的忉利天,有一位名为摩罗婆离的男天人,正带着数千名天女随从在花园里游玩赏花。
ในขณะที่ทุกคนกำลังช่วยกันเก็บดอกไม้มาประดับตกแต่งเทพบุตรอย่างมีความสุขนั้นเอง เทพธิดานางหนึ่งก็ได้ตายอย่างกะทันหัน ร่างของเธอสลายไปเหมือนเปลวไฟที่ดับวูบลง แล้วดวงวิญญาณของเธอก็ไปเกิดใหม่ในตระกูลหนึ่งที่เมืองสาวัตถีบนโลกมนุษย์
在众人兴高采烈地采摘鲜花,为摩罗婆离天人装饰打扮时,其中一位天女却忽然命终。她的身躯如同熄灭的灯火瞬间消散,灵魂也随即投生到舍卫城的一户人家。
สิ่งที่พิเศษคือ เมื่อเธอเติบโตขึ้น เธอสามารถระลึกชาติได้ว่าเธอเคยเป็นใครมาจากไหน ใจของเธอเฝ้าโหยหาและปรารถนาจะกลับไปอยู่กับสามีเทพบุตรบนสวรรค์ตามเดิม เมื่อเธอแต่งงานตอนอายุ 16 ปี และมีลูกถึง 4 คน เธอก็ยังคงตั้งใจทำบุญตักบาตร ถวายทาน และอธิษฐานอยู่เสมอว่า “ขออำนาจบุญนี้จงส่งผลให้ข้าพเจ้าได้กลับไปเกิดในสำนักของสามีบนสวรรค์ชั้นดาวดึงส์ด้วยเถิด”
奇妙的是当她长大后,竟然能够忆念自己的前世。她内心始终渴望能够重回天界与男天人团聚。即便她在十六岁结婚并育有四个孩子,但她始终坚持布施僧众、积德行善,并不断发愿:“愿以此功德,助我得以投生忉利天,重回男天人身边。”
เวลาผ่านไปจนเธออายุได้ราว 50 ปี ก็ล้มป่วยและตายลงด้วยโรคปัจจุบันทันด่วน แล้วเธอก็ได้กลับไปเกิดบนสวรรค์ชั้นดาวดึงส์ในที่เดิมตามที่ปรารถนาไว้
时光荏苒,当她年约五十岁时突发急病离世。随即,她如愿再次投生回到忉利天。
ภาพที่เธอมองเห็นเมื่อกลับไปถึงคือ เพื่อนๆ เทพธิดาของเธอยังคงเก็บดอกไม้และประดับตกแต่งให้เทพบุตรมาลาภารีอยู่ที่เดิม
当她回到天界时,眼前的景象令她惊讶:众天女竟然还在原地采摘鲜花,继续为摩罗婆离天人装饰。
เทพบุตรมาลาภารีเห็นเธอก็ทักขึ้นว่า “หายไปไหนมาตั้งแต่ตอนเช้าจนป่านนี้?“
摩罗婆离天人见到她,便问道:“从今早到现在,你去哪里了?”
นางปฏิปูชิกาตอบว่า “ข้าพเจ้าจุติไปเกิดเป็นมนุษย์มาแล้วเจ้าค่ะ”
这位天女回答:“我曾堕入人间,投生为人了。”
เทพบุตรตกใจถามต่อว่า “จริงหรือ? แล้วมนุษย์เขามีอายุขัยกันเท่าไหร่?“
男天人惊讶地问:“真的吗?那人间的寿命有多长?”
เมื่อเธอตอบว่าประมาณ 100 ปี เทพบุตรถึงกับสลดใจและรำพึงว่า “ชีวิตมนุษย์ช่างสั้นนัก แค่เพียงวันเดียวกับคืนเดียวของสวรรค์ชั้นดาวดึงส์เท่านั้นเอง”, ท่านประหลาดใจยิ่งนักที่รู้ว่ามนุษย์ที่มีอายุขัยสั้นเพียงเท่านี้ กลับใช้ชีวิตด้วยความประมาท มัวเมาในกามารมณ์ ราวกับว่าตนเองจะไม่แก่ไม่ตาย
当她回答大约一百年时,男天人不禁感慨道:“人类的生命竟如此短暂,不过是忉利天的一昼夜而已。”令他感到不可思议的是人类的寿命如此短暂却活得如此放逸,沉迷于感官享乐,仿佛自己永远不会老去、不会死亡。
ข้อคิด:
启示
ชีวิตมนุษย์ช่างสั้นนัก: 100 ปีบนโลกมนุษย์ เท่ากับเวลาเพียง 1 วันบนสวรรค์ชั้นดาวดึงส์ ดังนั้นเราไม่ควรใช้ชีวิตอย่างประมาท
人生苦短:人间一百年,仅相当于忉利天一日。因此,我们不应虚度光阴,放逸度日。
ความตายพรากเราไปเสมอ: มัจุราชหรือความตายมักจะพรากมนุษย์ไปในขณะที่พวกเขายัง “ไม่อิ่ม” หรือยังไม่สมปรารถนาในความรัก ความใคร่ และทรัพย์สมบัติ
死神如影随形:死神往往在人们对爱欲、财富和名利,还感到不满足时,就突然将人带走。
การไม่ประมาทคือทางรอด: ผู้ที่รู้เท่าทันความจริงของชีวิต หมั่นทำบุญกุศลและลดความกังวลในกิเลส จะเป็นผู้ที่มีทุกข์น้อยและเป็นที่ยกย่องของคนทั้งหลาย
不放逸是解脱之道:那些洞察生命真相、勤修善业、减少对欲望执着的人,痛苦较少,且受人敬仰。
อย่ามัวแต่ลุ่มหลงในความสุขชั่วคราว เพราะความตายอาจมาถึงก่อนที่เราจะได้ทำความดีหรือก่อนที่เราจะทันรู้ตัวเสียด้วยซ้ำ
不要沉溺于短暂的快乐,因为死亡很可能在我们行善之前,甚至在我们察觉之前,就已悄然降临。
——————————————————-
038 เศรษฐีผู้ตระหนี่ ผู้อยากกินขนมเบื้อง
38.想吃煎饼的吝啬富翁
ในเมืองราชคฤห์ มีเศรษฐีคนหนึ่งชื่อว่า “โกสิยะ” เขามีทรัพย์สมบัติมากมายมหาศาลถึง 800 ล้าน แต่กลับเป็นคนที่มีนิสัยตระหนี่ถี่เหนียวเป็นที่สุด ความขี้เหนียวของเขานั้นรุนแรงขนาดที่ว่า น้ำมันเพียงหยดเดียวเขาก็ไม่เคยแบ่งปันให้ใคร แม้แต่ตัวเองหรือลูกเมียก็ไม่ค่อยจะได้กินของดีๆ เพราะเขากลัวว่าทรัพย์สินจะลดน้อยลงไป
在王舍城,有一位名为拘私夜的富翁。他拥有多达八亿的巨额财富,却极为吝啬。他的吝啬程度严重到连一滴油都不肯与人分享,甚至对自己和妻儿也是如此,因为生怕自己的财产会减少。
วันหนึ่ง เศรษฐีโกสิยะเกิดอยากกิน “ขนมเบื้อง” ขึ้นมาอย่างมาก แต่ความกลัวเสียทรัพย์ก็ยังครอบงำใจ เขาคิดว่าถ้าทำขนมกินที่บ้าน คนรับใช้หรือเพื่อนบ้านต้องรู้แน่ๆ แล้วเขาก็จะต้องแบ่งให้คนอื่นกินด้วย เขาจึงวางแผนกับภรรยา แอบพากันขึ้นไปทำขนมเบื้องที่ ชั้น 7 ของปราสาท พร้อมสั่งปิดประตูล็อคกลอนทุกชั้น เพื่อไม่ให้ใครตามขึ้นมาขอแบ่งกินได้
有一天,拘私夜富翁突然很想吃煎饼,但吝啬之心依然支配着他。他想:如果在家做煎饼,仆人或邻居一定会知道,到时就不得不分给他们。于是,他与妻子密谋偷偷溜到阁楼的第七层去做煎饼,并下令把每一层的门都锁死,以防有人跟上来讨食。
แต่ในเช้าวันนั้น พระพุทธเจ้าทรงทราบด้วยญาณว่าเศรษฐีและภรรยามีหัวใจที่พร้อมจะเข้าถึงธรรม จึงทรงส่ง พระมหาโมคคัลลานะ ผู้มีฤทธิ์มาก ให้เดินทางไปโปรด
然而,那天早晨佛陀以神通知晓富翁及其妻子的善根已经成熟,便派神通第一的目犍连尊者前去度化。
พระมหาโมคคัลลานะแสดงปาฏิหาริย์ ลอยตัวที่นอกหน้าต่างชั้น 7 เศรษฐีตกใจมาก แทนที่จะเห็นถึงคุณวิเศษของพระมหาโมคคัลลานะ แต่กลับพยายามไล่ท่านด้วยถ้อยคำต่างๆ แต่พระเถระก็นิ่งสงบและแสดงอิทธิฤทธิ์จนเศรษฐีเริ่มใจอ่อน เศรษฐีจึงบอกภรรยาว่า “ทอดชิ้นเล็กๆ ให้ท่านไปชิ้นหนึ่งเถอะ” แต่ปรากฏว่าพอภรรยาหยอดแป้งเพียงนิดเดียว ขนมกลับฟูใหญ่จนเต็มถาด พอจะหยิบชิ้นเล็กในตะกร้าถวาย ขนมทุกชิ้นกลับติดกันแน่นจนดึงไม่ออก
目犍连尊者施展神通,悬浮在七楼的窗外。富翁见状大惊失色,非但没有对尊者的神通生起敬意,反而试图用各种恶语驱赶。但尊者依然安然不动,继续施展神通,富翁的心终于软化。他对妻子说:“那就煎一小块给他吧。”不料,妻子刚倒入一点面糊,煎饼就膨胀到填满了整个托盘。当她试图从篮子里拿出一小块供养时,所有煎饼却紧紧粘在一起,怎么也分不开。
สุดท้ายเศรษฐีเห็นถึงความอัศจรรย์และเกิดความเลื่อมใส จึงยอมสละความตระหนี่ ถวายขนมทั้งตะกร้านั้นแด่พระมหาโมคคัลลานะ ท่านจึงใช้ฤทธิ์พาเศรษฐีและภรรยาเหาะไปเฝ้าพระพุทธเจ้าที่วัดเชตวัน ขนมเพียงตะกร้าเดียวในวันนั้นสามารถเลี้ยงพระได้ถึง 500 รูป รวมถึงคนในวัดจนอิ่มหนำสำราญแต่ขนมก็ยังไม่หมด ในวันนั้นเอง เศรษฐีและภรรยาก็ได้ดวงตาเห็นธรรมและกลายเป็นคนใจบุญสุนทานนับแต่นั้นมา
最后,富翁目睹了这番奇迹后,内心生起虔诚的信仰,终于放下吝啬,将一整篮的煎饼都供养了目犍连尊者。尊者随即施展神通,带着富翁夫妇飞到祇园精舍拜见佛陀。当天,那仅有的一篮煎饼竟能供养五百位比丘及寺中众人,令大家都饱足有余,而煎饼却丝毫未减。当天,富翁与妻子都证得了法眼,从此成为了乐善好施的大护法。
ข้อคิด:
启示
การให้คือการเปลี่ยนทรัพย์ที่ไม่มีสาระให้มีสาระ: ทรัพย์สมบัติถ้าเก็บไว้เฉยๆ โดยไม่ใช้ประโยชน์หรือแบ่งปัน ก็เหมือนของที่ไม่มีค่า แต่ถ้าเรานำมาแบ่งปัน ทรัพย์นั้นจะกลายเป็น “บุญ” ที่ติดตัวเราไปตลอด
布施能赋予财富真正的价值:若死守财富,既不利用也不分享,就如同无价之物。但若能将其布施分享,这些财富就会转化为伴随我们生生世世的功德。
ความตระหนี่นำมาซึ่งความทุกข์: เหมือนเศรษฐีที่รวยมากแต่กลับต้องทนหิวและเป็นทุกข์เพราะกลัวเสียทรัพย์ แต่เมื่อเขารู้จักการให้ ใจเขาก็กลับมีความสุขและสว่างไสว
吝啬带来痛苦:如同这位富翁虽富可敌国,却因害怕失去财富而忍受饥饿与苦恼。而当他学会布施后,内心将充满喜悦与光明。
การทำบุญกับผู้มีศีลเปรียบเสมือนการหว่านพืชลงใน “นาดี” ที่ย่อมจะให้ผลผลิตงอกงามมหาศาลนั่นเองครับ
供养持戒者犹如将种子播撒在肥沃的良田里,必将结出丰硕的果实。
——————————————————-
039 อย่าเก็บคำคนอื่นมาใส่ใจ
39.莫在意他人的言论
ในสมัยพุทธกาล มีหญิงผู้ใจบุญคนหนึ่ง นางให้ความอุปถัมภ์บำรุงนักบวชนอกศาสนาชื่อ “ปาติกะ” มานานจนรักใคร่เหมือนลูกแท้ๆ
在佛陀时代,有一位乐善好施的女居士。她长期供养一位名为巴帝迦的外道修行者,对他关怀备至,甚至视如己出。
วันหนึ่ง นางได้ยินชื่อเสียงความดีงามของพระพุทธเจ้า จึงอยากจะไปฟังธรรมบ้าง แต่นายปาติกะกลับขัดขวาง เพราะกลัวว่าถ้านางไปเลื่อมใสพระพุทธเจ้าแล้ว ตนเองจะขาดคนคอยดูแลและสูญเสียลาภสักการะ นางจึงวางแผนนิมนต พระพุทธเจ้ามาที่บ้านแทน โดยให้ลูกชายไปทูลอาราธนา แต่นายปาติกะก็ยังไม่เลิกเจ้าเล่ห์ เขาแอบสั่งเด็กชายว่า “ไม่ต้องบอกทางเข้าบ้านนะ พระสมณโคดมจะได้มาไม่ถูก”
有一天,她听闻佛陀德行殊胜,心中萌生了想去听法的念头。然而,巴帝迦得知后却极力阻拦,因为他担心一旦这位女居士归依佛陀,自己便会失去依靠与供养。女居士只好改变主意,让儿子去请佛陀来家中应供。可是巴帝迦并未就此罢休,他偷偷嘱咐男孩:“不要告诉佛陀进家的路,这样他就找不到地方了。”
ทว่าด้วยพระญาณของพระพุทธเจ้า พระองค์ทรงทราบทางทุกสายในโลก แม้แต่นรกหรือสวรรค์ พระองค์จึงเสด็จมาถึงบ้านของอุบาสิกาได้อย่างถูกต้อง เมื่อพระองค์เสด็จมาถึงและทรงแสดงธรรมด้วยเสียงอันไพเราะ อุบาสิกาก็เปล่งวาจาด้วยความซาบซึ้งว่า “สาธุ สาธุ”
然而,佛陀的智慧知晓世间所有道路,乃至地狱与天界之道。因此,佛陀准时抵达女居士的家,并向其宣说悦耳动听的妙法。女居士听后满心欢喜,由衷地赞叹道:“善哉!善哉!”
ทันใดนั้น นายปาติกะที่แอบฟังอยู่ห้องข้างหลังก็ทนไม่ได้ด้วยความริษยา เขาตะโกนด่าทอทั้งพระพุทธเจ้าและอุบาสิกาด้วยคำหยาบคายว่า “อีหญิงกาลกิณี! มึงจงฉิบหาย!” ทำให้อุบาสิกาตกใจและอับอายจนจิตใจฟุ้งซ่าน ไม่สามารถตั้งสมาธิฟังธรรมต่อได้
躲在隔壁房间偷听的巴帝迦,因嫉妒而怒不可遏。他冲出来用恶毒的语言辱骂佛陀和女居士:“你这个贱女人!去死吧!” 这突如其来的辱骂让女居士惊恐万分,既羞愧难当又心神不宁,再也无法专心听法。
พระพุทธเจ้าทรงทราบความกระสับกระส่ายในใจของนาง จึงทรงตรัสสอนเตือนสติว่า “อย่าได้ไปใส่ใจกับคำพูดที่เลวร้ายของคนอื่นเลย” พระองค์เปรียบเทียบว่า เราไม่ควรเสียเวลาไปมองว่าบ้านคนอื่นสกปรกแค่ไหน หรือใครทำอะไรผิดไปบ้าง แต่ควรหมั่นตรวจตราดู “ความสกปรกในห้องของตัวเอง” และพิจารณาว่าหน้าที่ของตัวเราเองนั้นทำได้สมบูรณ์แล้วหรือยัง เมื่อนางได้ฟังดังนั้นก็ดึงจิตกลับมาที่ตนเอง จนในที่สุดก็ได้บรรลุธรรมเป็นพระโสดาบัน
佛陀察觉到她内心的不安,便慈悲地开示道:“不必在意他人的恶言。”佛陀做了一个生动的比喻:我们不应该浪费时间去盯着别人的房子有多脏,或指责他人的过失,而应时常检视自家屋内的尘垢,省察自身的职责是否已圆满成就。女居士听后立刻收回散乱的心,最终证得了须陀洹果。
ข้อคิด:
启示
อย่าเก็บคำคนอื่นมาใส่ใจ: คำหยาบคายเปรียบเหมือนของสกปรก ถ้าเราไม่รับมา ของชิ้นนั้นก็ยังเป็นของผู้พูดเอง อย่าเอาคำพูดเหล่านั้นมาทำให้หัวใจเราหม่นหมอง
莫在意他人的言论:恶言秽语如同污秽之物,若我们不去接纳,它便属于出口之人,莫让别人的言论扰乱自己清净的心。
หยุดเพ่งโทษคนอื่น: อย่ามัวแต่จับผิดว่าคนโน้นคนนี้ทำตัวไม่ดี หรือไม่ทำหน้าที่ของเขา เพราะนั่นเป็นเรื่องของเขาที่เขาต้องรับผิดชอบเอง
停止指责他人:不要总是盯着他人的过失或失职,那是他们自己的责任,应由他们自己承担。
หมั่นสำรวจตัวเอง: หน้าที่สำคัญที่สุดของเราคือการตรวจตราดูจิตใจตัวเองว่าทำความดีครบถ้วนหรือยัง และพยายามขัดเกลาจิตใจให้พ้นจากกิเลส
勤于自省:我们最重要的任务是审视自己的心,检视自己是否已圆满善业,并努力净化心灵,远离烦恼。
คติเตือนใจ: “จงมองดูความผิดของตนเอง มากกว่าคอยจับผิดการกระทำของผู้อื่น”
座右铭:多省察自身的过错,少管别人的过失。
——————————————————-
040 คำสอน ถ้าไม่นำไปปฏิบัติ ก็ไม่มีค่าอะไร
40.教诲若不付诸实践将毫无价值
ณ วัดเชตวันมหาวิหาร เมืองสาวัตถี มีชายคนหนึ่งชื่อ ฉัตตปานิ เขาเป็นอุบาสกที่เคร่งครัดและมีความรู้ในธรรมะอย่างลึกซึ้ง วันหนึ่งขณะที่เขานั่งฟังธรรมอยู่ต่อหน้าพระพุทธเจ้า พระเจ้าปเสนทิโกศล ได้เสด็จมาพอดี อุบาสกจึงตัดสินใจ “ไม่ลุกขึ้นต้อนรับ” เพราะเขาคิดว่าการลุกขึ้นแสดงความเคารพพระราชาในขณะที่อยู่ต่อหน้าพระพุทธเจ้าซึ่งเป็นราชาแห่งธรรมที่ยิ่งใหญ่กว่า ถือเป็นการไม่เคารพพระพุทธองค์
在舍卫城的祇园精舍,有一位名为差陀波尼的男子。他是一位持戒严谨,对佛法有深刻见解的在家居士。有一天,当他正在佛陀面前专心听法时,波斯匿王恰好驾临。差陀波尼决定不起身迎接,因为他认为在至高无上的佛陀面前,起身向世俗的国王致敬,反而是对佛陀的一种不敬。
พระเจ้าปเสนทิโกศลทรงกริ้วมาก แต่พระพุทธเจ้าทรงช่วยคลายความโกรธด้วยการสรรเสริญคุณงามความดีของอุบากสกว่าเขาเป็นบัณฑิตที่รู้ธรรมอย่างแท้จริง จนพระราชาทรงยอมรับและเลื่อมใส ถึงขั้นอยากเชิญให้เขาไปสอนธรรมะแก่พระมเหสีในวัง
波斯匿王对此十分恼怒,于是佛陀为了化解了国王的怒火,随即赞叹差陀波尼是一位真正通达佛法的智者。国王听后转怒为喜,对他心生敬仰,想邀请他入宫教导王后们佛法。
ต่อมา พระพุทธเจ้าทรงมอบหมายให้ พระอานนท์ เป็นผู้ไปสอนธรรมะแก่พระมเหสีสองพระองค์ คือ พระนางมัลลิกา และ พระนางวาสภัตติยา ปรากฏว่าทั้งสองคนมีการเรียนที่ต่างกันอย่างสิ้นเชิง:
后来,佛陀指派阿难尊者去教导两位王后——摩利王后与禹翅刹利王后。结果两人的学习态度截然不同:
พระนางมัลลิกา: ตั้งใจฟัง ท่องจำ และพยายามทำความเข้าใจอย่างเคารพ
摩利王后:恭敬聆听、用心背诵,努力理解法义。
พระนางวาสภัตติยา: ไม่ตั้งใจเรียน ไม่ยอมท่องจำ และไม่ใส่ใจในคำสอน
禹翅刹利王后:心不在焉,不愿背诵,对教诲毫不在意。
เมื่อพระพุทธเจ้าทรงทราบเรื่อง จึงทรงตรัสสอนเป็นคติธรรมที่สำคัญว่า: “คำสอนหรือวาจาสุภาษิตที่ไพเราะ หากคนพูดไม่ยอมทำตาม ก็เหมือนดอกไม้ที่มีสีสันสวยงามแต่ไม่มีกลิ่นหอม ย่อมไม่เกิดประโยชน์อะไร”, แต่ในทางกลับกัน หากใครนำคำสอนนั้นไปปฏิบัติด้วยความตั้งใจ ก็จะเหมือน “ดอกไม้ที่ทั้งสวยและมีกลิ่นหอมชื่นใจ” ซึ่งย่อมมีคุณค่าและส่งผลดีแก่ผู้ปฏิบัติอย่างยิ่ง
佛陀得知此事后,宣说了一段极具深意的话:“美妙的言辞或教诲,若说者不肯践行,就像一朵颜色鲜艳却没有香气的花朵,没有任何益处。反之,若能将教诲付诸实践,则如同一朵既美丽又芬芳的花朵,必定能给实践者带来真正的价值与善果。”
ข้อคิด:
启示
การปฏิบัติสำคัญกว่าคำพูด: ความรู้หรือคำสอนที่สวยหรูจะไม่มีค่าเลยถ้าเราไม่เอามาใช้ เหมือนดอกไม้พลาสติกที่ดูสวยแต่ไม่มีกลิ่นหอม
实践重于言说:再美妙的学问或教诲,若不付诸实践,便毫无价值,如同塑料花般徒具其形,却无芬芳。
คุณธรรมสำคัญกว่าหน้าตา: ท่านเปรียบว่าคนดีเหมือนดอกกุหลาบ แม้มีหนาม คือ ชีวิตมีอุปสรรคหรือรูปร่างอาจไม่ได้สมบูรณ์แบบ แต่คนก็อยากเข้าหาเพราะความหอมของความดี ส่วนคนชั่วต่อให้รูปงาม แต่ไร้ศีลธรรม ก็เหมือนดอกไม้สวย แต่กลิ่นเหม็น ไม่มีใครอยากเข้าใกล้
德行重于外表:佛陀将善人比作玫瑰,纵有尖刺(比喻生活中的磨难或外表不完美),人们仍因其德行的芳香而乐于亲近。而恶人纵使外表貌美,若无德行,就像外表好看却散发着恶臭的花,没人愿意靠近。
ความเคารพต้องถูกที่ถูกทาง: เหมือนที่ฉัตตปานิอุบาสกให้ความสำคัญกับธรรมะเป็นอันดับหนึ่งเหนือสิ่งอื่นใด
尊敬需分场合与对象:正如差陀波尼居士将法置于世权之上,体现了对至高无上的真理的尊重。
ผลลัพธ์อยู่ที่ความตั้งใจ: ธรรมะจะมีผลดีต่อเราได้ ก็ต่อเมื่อเราตั้งใจเรียนรู้และนำไปปรับใช้จริง เหมือนพระนางมัลลิกาที่ได้รับประโยชน์จากคำสอนเพราะความเคารพในธรรม
结果取决于用心:佛法能否产生益处,取决于我们是否用心学习并实践。正如摩利王后因尊重佛法而从中受益。
——————————————————-
041 ทำกุศลเหมือนรวมพวงดอกไม้
41. 行善如编花鬘
ในเมืองภัททิยะ มีเด็กหญิงตัวน้อยคนหนึ่งชื่อว่า “วิสาขา” เธอไม่ใช่เด็กธรรมดา เพราะเธอเปี่ยมไปด้วยปัญญาและศรัทธาตั้งแต่อายุเพียง 7 ขวบ, จนกระทั่งเมื่อเธอเติบโตเป็นสาววัย 16 ปี เธอได้รับเลือกให้เป็นเจ้าสาวของลูกชายเศรษฐีแห่งเมืองสาวัตถี เพราะเธอเป็นหญิงที่งดงามด้วย “เบญจกัลยาณี” 5 ประการ คือ ผมงาม ริมฝีปากงาม ฟันงาม ผิวงาม และวัยงาม
在跋提城,有一个名为毘舍佉的女子。她并非寻常之辈,年仅七岁便展现出非凡的智慧与虔诚之心。当她长到十六岁成为亭亭玉立的少女时,因具足“五美”——发美、唇美、齿美、肤美、青春之美,而被选中嫁给舍卫城一位富翁之子。
มีเหตุการณ์หนึ่งที่แสดงถึงปัญญาของเธอ คือในวันที่ฝนตกหนัก หญิงคนอื่นต่างวิ่งหนีฝนเข้าศาลา แต่แม่นางวิสาขากลับเดินอย่างปกติ เมื่อถูกถาม เธอตอบด้วยปัญญาว่า “หญิงที่วิ่งนั้น ดูไม่งาม” และหากวิ่งแล้วลื่นล้มจนอวัยวะหักเสียโฉม จะกลายเป็นภาระของพ่อแม่ ส่วนเสื้อผ้าที่เปียกนั้นเดี๋ยวก็แห้งได้
有一件事,充分体现了她的智慧。在一个大雨滂沱的日子,其他女子都纷纷跑向亭子避雨,唯有毘舍佉依然优雅地步行。当被人问及原因时,她聪明地回答道:“奔跑的女子姿态不雅。如果奔跑时跌倒,导致身体伤残破相,反而会成为父母的负担。至于淋湿的衣服,反正一会儿就干了。”
เมื่อเธอแต่งงานและย้ายไปอยู่บ้านพ่อตาที่ชื่อ “มิคารเศรษฐี” วันหนึ่งเธอเห็นพ่อตากำลังนั่งกินข้าวอย่างมีความสุข แต่กลับเพิกเฉยต่อพระภิกษุที่มายืนรับบาตร วิสาขาจึงกล่าวว่า “คุณพ่อกำลังบริโภคของเก่าอยู่” คำพูดนี้ทำให้พ่อตาโกรธมากจนเกือบจะไล่เธอออกจากบ้าน แต่เมื่อวิสาขาได้อธิบายความหมายที่แท้จริงว่า “ของเก่า” หมายถึง บุญเก่าที่เคยทำมาแต่ปางก่อน หากเสวยสุขจากบุญเก่าโดยไม่สร้างบุญใหม่ ก็เหมือนกินของเก่าไปวันๆ
她结婚后,搬到公公弥迦罗富翁的家中同住。有一天,她看见公公正享受美食,却对前来托钵的比丘视而不见。毘舍佉便公公说:“父亲正在吃旧食。”这句话让公公非常生气,差点把她赶出家门。毘舍佉随即解释了这句话的真正含义:旧食指的是过去世所积累的旧福报。如果只是一味享受往昔的功德而不积累新功德,那就如同每天都在吃旧食。
ในที่สุด พ่อตาของเธอก็ได้ฟังธรรมจากพระพุทธเจ้าจนบรรลุธรรม และรักใคร่วิสาขามากถึงขนาดเรียกเธอว่า “มารดา” ผู้ให้ชีวิตใหม่ในทางธรรม
最终,她的公公在听闻佛陀说法后证悟,并对毘舍佉感激涕零,甚至称呼她为“母亲”,意为赋予了他佛法上的新生命。
ต่อมาวิสาขาได้สร้าง “บุพพาราม” วัดที่ยิ่งใหญ่ด้วยการขายเครื่องประดับล้ำค่าของเธอมาเป็นทุน เธอมีชีวิตที่ยืนยาวถึง 120 ปี โดยที่ยังคงความงดงามและมีความสุขท่ามกลางลูกหลานมากมาย
后来,毘舍佉变卖了自己珍贵的嫁妆,筹资兴建了著名的鹿母讲堂。她活了一百二十岁依然美丽动人,在儿孙满堂中幸福地度过了一生。
พระพุทธเจ้าได้ทรงสรรเสริญนางวิสาขาว่า ชีวิตของคนเราควรใช้เพื่อการทำความดี เหมือนกับช่างร้อยดอกไม้ที่ชาญฉลาด เมื่อมีกองดอกไม้กองใหญ่ ซึ่งก็คือชีวิตและทรัพย์สมบัติ ก็ควรนำมาร้อยเป็นพวงมาลัยแห่งกุศลให้สวยงามและมากที่สุดเท่าที่จะทำได้
佛陀称赞毘舍佉说,人的一生应当用来行善,如同聪慧的花鬘师,面对一大堆鲜花(象征生命与财富)时,应当将它们编织成美丽而繁盛的功德花鬘。
ข้อคิด:
启示
ความงดงามที่แท้จริง ไม่ใช่แค่รูปลักษณ์ภายนอก แต่คือการมีกิริยาที่เหมาะสมและมีสติปัญญา
真正的美不仅在于外表,更在于得体的言行举止与具足正念智慧。
ชีวิตคนเรามันสั้น เปรียบเหมือนศาลาพักใจชั่วคราวระหว่างทาง เราจึงควรเร่งทำความดีหรือสร้าง “กุศล” ให้มากที่สุด
人生短暂,生命就像旅途中暂避风雨的凉亭,我们应当抓紧时间行善积德。
การมีทรัพย์มากและศรัทธามาก จะช่วยให้เราสร้างประโยชน์ที่ยิ่งใหญ่ได้ เหมือนนางวิสาขาที่ร้อยพวงมาลัยแห่งความดีจากกองดอกไม้ที่เธอมี
拥有财富与坚定的信仰能成就广大的善行,如同毘舍佉将手中的鲜花编织成功德花鬘。
อย่ามัวแต่กิน “ของเก่า” หรือเสวยสุขจากบุญเดิมจนลืมสร้างความดีใหม่ๆ เพราะบุญคือต้นทุนที่แท้จริงสำหรับอนาคต
不要沉溺于享受旧功德,而忘了积累新功德,因为功德才是未来真正的资粮。
——————————————————-
042 กลิ่นศีล หอมทวนลม
42.戒香逆风飘香
ในช่วงเวลาเย็นอันเงียบสงบ ณ สถานที่หลีกเร้นแห่งหนึ่ง พระอานนท์เถระได้นั่งพักผ่อนเพียงลำพังและเกิดความสงสัยขึ้นในใจ ท่านครุ่นคิดถึงความหอมของไม้หอมชนิดต่าง ๆ ที่พระพุทธเจ้าเคยทรงแสดงไว้ ไม่ว่าจะเป็นกลิ่นจากดอกไม้ กลิ่นจากแก่นไม้ หรือกลิ่นจากรากไม้หอม
一个宁静的傍晚,在一处幽静的禅修之地,阿难尊者独自静坐休息,突然心中生起一个疑问。他思惟佛陀曾经开示过的各种花木的香气,无论是花香、木香或根香。
ท่านสังเกตว่า กลิ่นของดอกไม้หรือไม้หอมเหล่านั้น เช่น ดอกมะลิ ไม้จันทน์ หรือกฤษณา แม้จะมีความหอมรัญจวนใจเพียงใด แต่ความหอมนั้นก็มีข้อจำกัด คือมันสามารถพัดไปได้เพียงตามกระแสลมเท่านั้น ไม่สามารถส่งกลิ่นหอมทวนลมกลับมาได้ และยังหอมไปได้ในระยะทางที่ไม่ไกลนัก แม้แต่ดอกแคฝอยบนสวรรค์ชั้นดาวดึงส์ที่ว่าหอมนักหนา ก็ยังส่งกลิ่นไปตามลมได้เพียงร้อยโยชน์เท่านั้น
他观察到无论是茉莉花、檀香木或沉香木,不管它们多么沁人心脾,其香气都有局限。他们只能随风飘散,无法逆风飘香,传播的距离也并不远。即使是忉利天上极为芬芳的波利质多树花,其香气也只能随风飘散一百由旬而已。
ด้วยความสงสัยนี้เอง พระอานนท์จึงได้เข้าไปทูลถามพระพุทธเจ้าว่า “จะมีกลิ่นหอมชนิดใดบ้างไหมหนอ ที่สามารถหอมฟุ้งไปได้ทั้งตามลมและทวนลม และหอมกระจายไปได้ทั่วทุกทิศทาง?”
带着这个疑问,阿难尊者去请教佛陀:“是否有一种香气,既能顺风而飘,也能逆风而飘,向四面八方弥漫呢?”
พระพุทธเจ้าทรงเมตตาไขข้อข้องใจนั้นว่า “มีสิอานนท์ กลิ่นนั้นคือ ‘กลิ่นแห่งศีล’ และความดีนั่นเอง”
佛陀慈悲开示道:“有的,阿难。那种香气就是戒香。”
พระองค์ทรงอธิบายว่า ไม่ว่าจะเป็นชายหรือหญิง หากเป็นผู้ที่มีพระรัตนตรัยเป็นที่พึ่ง รักษาศีล 5 อย่างเคร่งครัด ไม่เบียดเบียนชีวิตผู้อื่น ไม่ลักขโมย ไม่ประพฤติผิดในกาม ไม่พูดปด และไม่ดื่มสุราเมรัย อีกทั้งยังเป็นคนที่มีจิตใจเอื้อเฟื้อเผื่อแผ่ ไม่มีความตระหนี่ พร้อมที่จะเสียสละและแบ่งปันแก่ผู้อื่นกลิ่นแห่งความดีของคนเหล่านี้เองที่จะฟุ้งขจรขจายไปได้ไกลทั่วโลก และที่พิเศษที่สุดคือมันสามารถหอมทวนลมได้ ซึ่งแตกต่างจากกลิ่นดอกไม้ทั่วไป เหล่าบัณฑิตและผู้ทรงศีลทั้งหลายต่างจะพากันสรรเสริญในคุณงามความดีนั้น
佛陀解释说,无论是男子或女子,只要皈依三宝,严谨持守五戒——不杀生、不偷盗、不邪淫、不妄语、不饮酒,并且心怀慈悲,乐于助人,没有吝啬之心,乐于布施和分享,那么这些人的戒德之香便能远播世界各地。最殊胜的是它能逆风飘散,这与普通的花香截然不同。所有智者与有德之士,都会赞叹这种美德。
ที่สำคัญ กลิ่นของดอกไม้เมื่อเวลาผ่านไปก็ย่อมจางหาย แต่กลิ่นแห่งศีลและเกียรติคุณของคนดีนั้นจะหอมอยู่ได้ยาวนานนับพันปีหรือหมื่นปี ดังเช่นกลิ่นศีลของพระพุทธเจ้าและเหล่าคนดีในอดีต แม้ท่านจะจากโลกนี้ไปนานกว่า 2,000-3,000 ปีแล้ว แต่เรื่องราวและความดีของท่านก็ยังคงถูกกล่าวขานและเป็นที่ชื่นชมหอมฟุ้งมาจนถึงปัจจุบัน
更重要的是,花香会随时间的流逝而消散,但戒香与善名的芬芳却能历经万年而不衰。正如佛陀及古往今来众贤圣的戒香,即使他们已离世两千多年,但他们的德行与事迹至今仍被人传颂赞叹,芬芳依旧。
ข้อคิด:
启示
กลิ่นดอกไม้มีข้อจำกัด: กลิ่นหอมจากธรรมชาติ เช่น ไม้จันทน์หรือดอกมะลิ จะพัดไปได้แค่ตามลมและไปได้ไม่ไกลนัก
花香有局限:世间的自然香气,如檀香或茉莉花香只能随风飘散,且范围有限。
กลิ่นศีลคือที่สุด: “กลิ่นแห่งความดี” หรือการรักษาศีลและการเป็นคนมีน้ำใจ เป็นกลิ่นที่วิเศษที่สุด เพราะสามารถหอมทวนลมและฟุ้งกระจายไปได้ทั่วทุกทิศทาง
戒香最殊胜:善行、持戒或仁慈之香,是最殊胜的香气,因为它能逆风飘散,遍传四面八方。
หอมนานข้ามกาลเวลา: กลิ่นดอกไม้ไม่นานก็หายไป แต่ความดีนั้นจะคงอยู่และถูกชื่นชมยาวนานนับพันปี แม้เจ้าของความดีจะไม่อยู่แล้วก็ตาม
跨越时空的芳香:花香易逝,但美德能长存于世。即使行善者已不在人世,其德行依然流芳百世。
ใคร ๆ ก็สร้างกลิ่นหอมนี้ได้: เพียงแค่เราหมั่นรักษาศีล ไม่เบียดเบียนใคร และรู้จักแบ่งปัน เราก็สามารถสร้างกลิ่นหอมที่ชนะทุกความหอมในโลกนี้ได้
人人皆可成就戒香:只要我们坚持持戒,不伤害众生,并懂得分享,就能成就这世上最殊胜的戒香。
——————————————————-
043 ท้าวสักกะแปลงร่างเป็นคนยากจน มาใส่บาตรพระมหากัสสปะ
43. 帝释天化身穷人供养大迦叶尊者
ในสมัยพุทธกาล มีพระเถระผู้มีตบะบารมีแก่กล้านามว่า พระมหากัสสปะ วันหนึ่งท่านได้ออกจาก “นิโรธสมาบัติ” ซึ่งเป็นการทำสมาธิขั้นลึกที่ท่านปฏิบัติมาตลอด 7 วัน ตามความเชื่อโบราณว่าไว้ว่า ใครก็ตามที่ได้ถวายทานแก่พระที่เพิ่งออกจากสมาธินี้ ผลบุญจะส่งผลทันตาเห็นภายในวันนั้นเลยทีเดียว
在佛陀时代,有一位德高望重的长老名为大迦叶尊者。有一天,尊者刚从“灭尽定”中出定。根据古老的信仰,谁若有缘布施刚出定的圣者,福报将在当日即刻显现。
ด้วยความเมตตา พระมหากัสสปะตั้งใจจะไปโปรด “คนยากจน” ในเมืองราชคฤห์ เพื่อให้พวกเขาได้พ้นจากความลำบาก แต่ทว่าข่าวนี้รู้ไปถึงหูของเหล่านางฟ้า 500 นาง พวกนางอยากได้บุญใหญ่จึงเตรียมอาหารทิพย์มาดักรอถวาย แต่พระเถระกลับปฏิเสธและบอกว่า “พวกเธอเป็นเทพที่มีความสุขสบายอยู่แล้ว จงหลีกไปเถิด เราจะไปช่วยคนจนจริงๆ”
大迦叶尊者出于慈悲,打算去度化王舍城中的穷人,让他们能因布施的功德而脱离困苦。然而,这个消息传到了五百位天女的耳中。她们也渴望获得大功德,便准备了天界的美食在路边等候供养。但尊者拒绝了她们,说道:“你们身为天人已享有极大的福报,请离开吧。我要去度化那些贫穷的人。”
เมื่อ ท้าวสักกะ จอมเทพบนสวรรค์ทราบเรื่อง ก็อยากจะได้บุญนี้เช่นกัน จึงออกอุบายปลอมตัวเป็น “ชายชราผู้ยากไร้” ทำอาชีพช่างทอผ้า ส่วนนางสุชาดาเทพกัญยาก็ปลอมเป็นหญิงแก่ ทั้งสองเนรมิตกระท่อมเก่าๆ และถนนสายหนึ่งขึ้นมา
当忉利天的天主——帝释天得知此事后,也希望获得这份功德。于是他心生一计,化身成一位以织布为生的贫困老翁,而他的妻子善生天女则化身成一位老妇人。他们用神通变出一间破旧的小屋和一条道路。
เมื่อพระมหากัสสปะเดินผ่านมา ท่านเห็นสองตายายหลังค่อมดูขัดสนและตรากตรำทำงานหนัก ก็เกิดความสงสารจับใจ คิดว่าคงไม่มีใครยากจนไปกว่าสองคนนี้อีกแล้ว ท่านจึงเดินเข้าไปรับบาตร ท้าวสักกะในร่างคนแก่รีบนำข้าวสุกใส่จนเต็มบาตร แต่ทันทีที่รับมา พระเถระก็สัมผัสได้ถึงกลิ่นหอมทิพย์และรสชาติที่ประณีตเกินกว่าจะเป็นอาหารของคนจน
当大迦叶尊者路过,看到这对弯腰驼背、生活拮据的老夫妇时,心中顿生怜悯,心想世上恐怕没有比他们更穷的人了,便走上前去接受他们的供养。化身老翁的帝释天赶忙将米饭盛满尊者的钵。然而,尊者刚接过钵便闻到一股沁人心脾的天界芳香,而且食物的精致程度绝非凡间穷人能做出来。
ท่านจึงเข้าสมาธิตรวจสอบดูจนรู้ความจริงว่านี่คือท้าวสักกะปลอมตัวมา ท่านจึงตำหนิว่า “ท่านทำกรรมหนักเสียแล้ว มาแย่งสมบัติ คือ บุญ ของคนยากจนทำไม?”
尊者便入定观察,得知这些食物皆由帝释天变幻而成。于是,他责备道:“你犯下了大错,为何要来抢夺穷人的福报?”
ท้าวสักกะตอบอย่างนอบน้อมว่า “ข้าพเจ้าก็เป็นคนเข็นใจ คนจน ในหมู่เทพเช่นกัน เพราะเทพบุตรองค์ใหม่ๆ ที่มีบุญมาก มีรัศมีสว่างไสวจนข้าพเจ้าต้องอับอายและต้องคอยหลบหน้า ข้าพเจ้าจึงปรารถนาจะสร้างบุญเพิ่มพูนบารมีบ้าง”
帝释天恭敬地回答:“我也是天人中的穷人。那些新生的天人福报极大,光芒四射,以至于让我感到羞悔难当。因此,我也渴望积累更多的功德。”
หลังจากนั้นท้าวสักกะและนางสุชาดาก็คืนร่างเดิมแล้วเหาะขึ้นสู่ท้องฟ้า พลางเปล่งอุทานด้วยความดีใจว่า “โอ้! ทานนี้เป็นทานอันเลิศ เราได้ถวายดีแล้ว!” เมื่อพระพุทธเจ้าทรงทราบเรื่อง จึงทรงตรัสชื่นชมว่า “กลิ่นของศีลนั้นหอมหวนที่สุด” หอมยิ่งกว่ากลิ่นดอกไม้หรือน้ำหอมใดๆ ในโลก และกลิ่นแห่งความดีนี้เองที่ดึงดูดแม้แต่ทวดาให้ลงมาเคารพบูชา
随后,帝释天与善生天女恢复原形升入空中,欢喜地赞叹道:“这是最殊胜的布施,我已圆满完成了供养!”佛陀知晓此事后,赞叹道:“戒德之香最为芬芳。”它比世间任何花香或香料都更香,也正是这种善德之香,连天人都被吸引下来恭敬礼拜。
ข้อคิด:
启示
อานุภาพแห่งศีล: ศีลและความดีเป็นสิ่งที่ทรงพลังที่สุด กลิ่นของความดีจะฟุ้งขจรไปไกลจนถึงสวรรค์ ทำให้เป็นที่รักและเคารพของทั้งมนุษย์และเทวดา
戒德的力量:戒行与善德是最强大的力量。善德之香能远播至天界,令人与天人皆生敬爱。
การไม่หยุดสร้างบุญ: แม้จะเป็นถึงท้าวสักกะผู้ครองสวรรค์ ก็ยังไม่ประมาทและยังปรารถนาที่จะสั่งสมความดีอยู่เสมอ
行善不止:即使是统治天界的帝释天也毫不懈怠,始终渴望积累善业。
ความเมตตาของพระอริยสงฆ์: พระมหากัสสปะแสดงให้เห็นถึงความเมตตาที่มุ่งเน้นช่วยเหลือผู้ที่ลำบากที่สุดก่อน เพื่อให้เขาได้มีโอกาสลืมตาอ้าปากด้วยผลแห่งบุญ
圣者的慈悲:大迦叶尊者展现了佛弟子的慈悲心,优先考虑帮助最困难的人,让他们有机会通过积累功德改变命运。
——————————————————-
044 หลุดพ้นพร้อมกับละสังขาร
44. 圆寂前获得解脱
ในสมัยที่พระพุทธเจ้ายกระดับจิตใจของผู้คนอยู่ที่วัดเวฬุวัน มีพระภิกษุรูปหนึ่งชื่อว่า “พระโคธิกะ” ท่านเป็นผู้มีความเพียรอย่างมาก โดยไปบำเพ็ญตบะอยู่ที่ถ้ำหินดำข้างภูเขาอิสิคิริ พระโคธิกะตั้งใจฝึกสมาธิมากจนได้ฌานสมาบัติ แต่ทว่าท่านกลับเสื่อมจากฌานนั้นไปถึง 6 ครั้ง
佛陀在竹林精舍教化众生的时期,有一位名为瞿低迦的比丘。他是一位极其精进的修行者,常独自在仙人山的黑石窟中禅修。瞿低迦比丘一心精进修行,虽然证得了禅定,但却又连续六次从禅定中退失。
เมื่อถึงครั้งที่ 7 ท่านจึงคิดว่า “คติของผู้เสื่อมจากฌานนั้นไม่แน่นอนเสียเลย” ท่านจึงตัดสินใจว่าครั้งนี้เมื่อทำฌานให้เกิดขึ้นได้แล้ว จะใช้มีดโกนปลิดชีพตัวเองเพื่อไม่ให้ฌานเสื่อมลงอีก ในตอนนั้นเอง “พญามาร” ผู้คอยขัดขวางความดีได้เห็นเหตุการณ์เข้า มารตกใจมากเพราะรู้ว่าหากพระโคธิกะตัดความอาลัยในชีวิตได้เช่นนี้ ท่านอาจจะบรรลุธรรมเป็นพระอรหันต์จนหลุดพ้นจากอำนาจของตนไปได้
到了第七次,他心想:“对于禅定退失的人来说,往生后的去向是极不确定的。”于是他下定决心重新证得禅定后,要用剃刀结束自己的生命,以免禅定再次退失。就在这时,常阻碍众生行善的魔王看到了这一幕。魔王大为震惊,因为他知道若瞿低迦比丘能斩断对生命的眷恋,极有可能证得阿罗汉果,彻底脱离魔王的掌控。
มารจึงรีบแปลงกายไปทูลขอให้พระพุทธเจ้าช่วยห้ามพระโคธิกะไว้ แต่ในขณะเดียวกันนั้นเอง พระโคธิกะได้ใช้มีดโกนปลิดชีพตนเอง พร้อมกับเจริญวิปัสสนาไปด้วย จนท่านสามารถบรรลุเป็นพระอรหันต์และนิพพานไปในทันทีที่สิ้นใจ
魔王随即化身去祈求佛陀阻止瞿低迦比丘。就在同一时间,瞿低迦比丘一边用剃刀自刎,一边修习毗婆舍那,就在命终前的一瞬间证得了阿罗汉果并般涅槃。
หลังจากท่านนิพพาน พญามารพยายามอย่างสุดความสามารถที่จะตามหาว่า “วิญญาณของพระโคธิกะหายไปอยู่ที่ไหน” มารถึงกับแปลงกายเป็นเด็กน้อยถือพิณเที่ยวเที่ยวตามหาไปทั่ว แต่ก็หาไม่เจอ จนต้องไปทูลถามพระพุทธเจ้า ซึ่งพระองค์ได้ตรัสตอบว่า “โคธิกะเป็นปราชญ์ผู้มีศีลสมบูรณ์ ชนะเหล่ามัจจุราชได้แล้ว และไม่ต้องกลับมาสู่ภพนี้อีก” เพราะท่านได้ถอนตัณหาขึ้นมาพร้อมกับรากจนหมดสิ้นแล้ว มารจึงต้องพ่ายแพ้และหายตัวไปด้วยความโศกเศร้า
尊者入灭后,魔王竭尽全力想要寻找瞿低迦的灵魂去向了何处。魔王甚至化身为一个手持琵琶的孩童四处寻找,却始终找不到。他只好去请教佛陀。佛陀对他说:“瞿低迦是戒德圆满的智者,他已战胜死神,不再轮回于此世。”因为尊者已将渴爱连根拔除,魔王只得认输,黯然离去。
ข้อคิด:
启示
เพื่อให้เราปลอดภัยจากการครอบงำของ “มาร” (หรือกิเลสที่ทำลายความดี) เราควรมีคุณสมบัติ 3 ประการ ดังนี้:
为了免受魔王(即破坏善行的烦恼)的掌控,我们应具备三种品质:
ความมีศีลสมบูรณ์: คือการเป็นคนดี มีมารยาท และสำรวมระวังไม่ทำผิดกฎระเบียบหรือศีลธรรมแม้เพียงเล็กน้อย
戒德圆满:即做一个品德高尚、言行端正的人,要谨慎小心,即使是微小的戒或道德也不轻易违犯。
การอยู่ด้วยความไม่ประมาท: คือการมี “สติ” รู้เท่าทันตัวเองในทุกอิริยาบถ ไม่ว่าจะทำอะไรก็ให้รู้ตัวอยู่เสมอ
安住不放逸:即具备正念,在行、住、坐、卧中保持觉知,无论做什么都要保持正念。
ความหลุดพ้นเพราะรู้ชอบ: คือการมองเห็นความจริงของโลก ว่าทุกอย่างไม่เที่ยง เป็นทุกข์ และไม่ใช่ตัวตนของเรา เพื่อไม่ให้สิ่งใดมาหลอกล่อใจเราได้
因正知而解脱:如实观照世间的真相,了知众生万物皆为无常、苦、无我,从而不被任何事物所诱惑。
——————————————————-
045 บัณฑิตแม้อยู่ท่ามกลางคนไม่ดี ก็ยังคงความดีงามไว้เสมอ
45.智者纵使身处恶境也坚守善德
ณ เมืองสาวัตถี มีเพื่อนรักคู่หนึ่งชื่อว่า สิริคุต และ ครหทิน ทั้งคู่เป็นเพื่อนที่รักกันมาก แต่มีความเชื่อที่ต่างกัน โดยสิริคุตเป็นสาวกของพระพุทธเจ้า ส่วนครหทินเป็นสาวกของพวกนิครนถ์
在舍卫城,有一对挚友名为尸利掘多与俱罗陀。两人虽交情深厚,却有着不同的信仰。尸利掘多是佛陀的弟子,而俱罗陀则是尼乾子的信徒。
ครั้งหนึ่ง ครหทินพยายามชักชวนให้สิริคุตมานับถืออาจารย์ของตน โดยอ้างว่าพวกนิครนถ์นั้นรู้แจ้งเห็นจริงทุกอย่าง ทั้งอดีต อนาคต และปัจจุบัน สิริคุตจึงอยากลองดีเพื่อพิสูจน์ความจริง เขาจึงวางแผนนิมนต์พวกนิครนถ์มาฉันภัตตาหารที่บ้าน แต่กลับขุดหลุมขนาดใหญ่เติมด้วยอุจจาระเหลวพรางตาไว้ เมื่อพวกนิครนถ์มาถึงและนั่งลงพร้อมกันตามแผนของสิริคุต พวกเขาก็ตกลงไปในหลุมสิ่งปฏิกูลนั้นจนได้รับความอับอายขายหน้า
有一次,俱罗陀试图劝说尸利掘多皈依自己的导师,声称尼乾子无所不知,能洞悉过去、现在与未来。尸利掘多为了验证真伪,设下了一个计谋。他邀请尼乾子的信徒们来家中应供,且预先挖好了一个填满稀粪的大坑,在上方做了掩盖。当尼乾子的信徒们按计划一同入座时,纷纷掉入粪坑中,颜面尽失。
เหตุการณ์นี้ทำให้ครหทินโกรธแค้นมากและรอคอยโอกาสแก้แค้น วันหนึ่งครหทินแสร้งทำเป็นดีด้วยแล้วนิมนต์พระพุทธเจ้าพร้อมภิกษุ 500 รูปมาที่บ้านตนบ้าง เขาแอบขุดหลุมขนาดใหญ่แล้วสุมไฟไม้ตะเคียนจนร้อนจัดไว้ตลอดคืน จากนั้นเอาไม้และเสื่อลำแพนมาปิดทับทาด้วยขี้วัวสดพรางตาไว้ แถมยังเตรียมตุ่มเปล่าที่เอาขี้ตมป้ายปากตุ่มให้ดูเหมือนมีอาหารเต็มไปหมด
这件事让俱罗陀怀恨在心,一直等待报复的机会。有一天,俱罗陀假装与尸利掘多和好,并邀请佛陀与五百比丘来家中应供。他暗中挖了一个大坑,并在坑底点燃炽热的木炭,然后上方覆以木板和草席,再涂上新鲜牛粪加以伪装。此外,他还准备了一些空坛子,在坛口涂上泥垢,制造出食物充盈的假象。
เมื่อพระพุทธเจ้าเสด็จมาถึง ครหทินก็นึกท้าทายในใจว่า “หากพระองค์รู้แจ้งจริงอย่างที่เขาว่า ก็อย่าเสด็จเข้าไปเลย เพราะในบ้านนี้ไม่มีอาหารแม้แต่หยดเดียว และมีแต่หลุมถ่านเพลิงรออยู่”
当佛陀抵达时,俱罗陀在心中暗自挑衅:“若他真如传闻般无所不知就不要踏进这间屋子。因为屋内没有半点食物,只有火坑在等着他。”
แต่ทันทีที่พระพุทธเจ้าทรงหย่อนพระบาทลงบนหลุมถ่านเพลิงนั้น สิ่งมหัศจรรย์ก็เกิดขึ้น! เปลวไฟที่ร้อนระอุกลับดับสนิทลง และมีดอกบัวขนาดใหญ่เท่ากงรถผุดขึ้นมารองรับพระบาท พระพุทธเจ้าและเหล่าสาวกจึงเดินผ่านหลุมไฟนั้นไปประทับนั่งได้อย่างสง่างาม
然而,当佛陀的脚刚踏向火坑的那一刻,奇迹发生了!炽热的火焰瞬间熄灭,一朵大如车轮的莲花从坑中涌现,托住佛陀的双足。佛陀与弟子们就这样安然地走过火坑,庄严就座。
ครหทินเห็นดังนั้นก็ตกใจแทบสิ้นสติ รีบไปหาสิริคุตให้ช่วย เพราะตนไม่มีอาหารเตรียมไว้เลย แต่เมื่อลองเปิดตุ่มดูอีกครั้ง กลับพบว่าตุ่มที่เคยว่างเปล่าบัดนี้เต็มไปด้วยข้าวทิพย์และอาหารอันประณีต ครหทินจึงเกิดความเลื่อมใสในพระพุทธเจ้าอย่างสุดซึ้ง
俱罗陀见此情景,感到非常不可思议,急忙去找尸利掘多求助,因为他根本没有准备任何食物。但当他再次打开那些空坛子时,却发现原本空无一物的坛中,竟已盛满了天界的美味佳肴。俱罗陀从此对佛陀生起了深厚的信仰。
ข้อคิด:
启示
พระพุทธเจ้าได้ทรงกล่าวสรุปเป็นพระคาถาที่กินใจว่า “ดอกบัวที่เกิดในกองขยะหรือสิ่งปฏิกูลริมทาง ย่อมส่งกลิ่นหอมสะอาดและเป็นที่รื่นรมย์ใจได้ฉันใด สาวกของพระสัมมาสัมพุทธเจ้า แม้ต้องเกิดท่ามกลางผู้คนที่มืดบอดหรืออยู่ในสภาพแวดล้อมที่เลวร้าย ก็ยังสามารถรุ่งเรืองด้วยปัญญาและรักษาความดีงามของตนไว้ได้ฉันนั้น”
佛陀意味深长的总结道:“正如生长在路边粪堆或垃圾堆中的莲花,依然能散发出清净宜人的芬芳;同样,如来的弟子即使身处于愚昧无知的人群中或恶劣的环境中,也能凭智慧熠熠生辉,坚守自身的善德。”
คนพาลมักโอ้อวด: เหมือนนิครนถ์ที่อ้างว่ารู้ทุกอย่างแต่กลับตกหลุมพรางง่ายๆ
愚者常自夸:如同尼乾子的信徒自称知晓一切,却轻易落入陷阱。
คุณภาพอยู่ที่ตัวเรา: เหมือนดอกบัวที่เกิดในโคลนตมแต่ไม่เปื้อนโคลน และยังส่งกลิ่นหอมได้ บัณฑิตที่แท้จริงแม้จะลำบากหรืออยู่ท่ามกลางคนไม่ดี ก็จะไม่ทิ้งธรรมะและยังคงความดีงามไว้เสมอ
德行取决于自身:如同莲花生于淤泥而不染,且散发芬芳。真正的智者即便身处逆境或恶人群中,也绝不会舍弃正法,始终守护自己的善德。
——————————————————-
046 สังสารวัฏของคนพาลนั้นยาวนานมาก
46. 愚者的漫漫轮回
ณ เมืองสาวัตถี วันหนึ่งขณะที่พระราชาเสด็จเลียบพระนคร ทรงทอดพระเนตรเห็นหญิงงามนางหนึ่งที่หน้าต่างเพียงชั่วครู่ แต่ความงามนั้นทำให้พระองค์ตกหลุมรักอย่างรุนแรงจนลุ่มหลง เมื่อทรงทราบว่านางมีสามีแล้ว แทนที่จะตัดใจ พระองค์กลับวางอุบายสั่งให้สามีของนางไปทำภารกิจที่ไม่มีทางเป็นไปได้ คือการไปนำ “ดินสีอรุณและดอกไม้พิเศษจากเมืองบาดาล” มาถวายให้ทันก่อนพระองค์สรงน้ำตอนเย็น หากทำไม่ได้จะมีโทษถึงชีวิต
在舍卫城,有一天国王巡视都城时,偶然瞥见一位倚窗而立的美貌女子。只是看了一眼,国王便瞬间坠入爱河,对她十分迷恋。当得知这名女子已有丈夫时,国王非但没有打消念头,反而心生毒计,下令让女子的丈夫去执行一项不可能完成的任务,即在傍晚国王沐浴前,从遥远的海底龙宫取来红土与奇异花,否则将处以死刑。
ฝ่ายสามีผู้เคราะห์ร้าย แม้จะกลัวตายแต่ก็ต้องทำ เขาใช้ความดีที่มีแบ่งส่วนบุญจากการให้ทานแก่ผู้อื่นและเหล่าปลาในน้ำ จนพญานาคซาบซึ้งและนำของวิเศษมามอบให้ เขาเร่งเดินทางกลับมาแต่พระราชาสั่งปิดประตูเมืองก่อนเวลา เพราะหวังจะหาเหตุประหารเขาในรุ่งเช้า
这位不幸的丈夫虽恐惧死亡,但也只能从命。一路上,他凭借平日积累的善行,将布施的功德回向给众人和水中的鱼儿感化了龙王。龙王便赠予他所求之物。随后,他拼命往回赶,但国王为了有借口处死他,竟然下令提前关闭城门。
ในคืนนั้นเอง พระราชาผู้เต็มไปด้วยความกระวนกระวายจากกามราคะ นอนไม่หลับตลอดทั้งคืน พระองค์รู้สึกว่า “ราตรีนั้นยาวนานเหลือเกิน” และกลางดึกนั้นเอง พระองค์ได้ยินเสียงประหลาด 4 คำดังขึ้นว่า “ทุ-สะ-นะ-โส” ซึ่งน่าสยดสยองจนพระองค์หวาดกลัวว่าจะเป็นลางร้ายต่อชีวิต
那一夜,被情欲折磨的国王彻夜难眠,对他来说夜晚漫长得仿佛没有尽头。到了深夜,他突然听到四个令人毛骨悚然的声音:“突、萨、那、索”。那声音令国王惊恐万分,以为是大难临头的凶兆。
รุ่งเช้า พราหมณ์ปุโรหิตแนะให้ทำพิธี “บูชายัญ” โดยการฆ่าสัตว์ต่างๆและมนุษย์อย่างละ 100 รวมเป็นพันชีวิตเพื่อสะเดาะเคราะห์ แต่โชคดีที่ พระนางมัลลิกาเทวี ผู้ชาญฉลาดทรงห้ามไว้และแนะนำให้ไปเฝ้าพระพุทธเจ้า
次日清晨,婆罗门祭司建议举行一场“祭祀大典”,通过杀数百头牲畜和数百个人,凑足一千条命来消灾。幸好聪慧的摩利王后及时劝阻了这场杀戮,并建议国王去请教佛陀。
พระพุทธเจ้าทรงเฉลยว่า เสียงนั้นไม่ใช่ลางร้ายสำหรับพระราชา แต่เป็นเสียงของสัตว์นรก 4 ตนที่เคยทำบาปผิดลูกเมียผู้อื่นในอดีต พวกเขาพยายามจะตะโกนบอกความทุกข์ทรมานและคำขอขมา แต่พูดได้เพียงอักษรตัวแรกก็ต้องจมลงไปในหม้อเหล็กแดงตามเดิม
佛陀向国王解释道,那声音并非国王的凶兆,而是来自四个地狱众生的哀号。他们因前世霸占他人妻女的恶行而堕入地狱受苦,每当试图开口诉说苦楚与忏悔时,刚喊出第一个字便又沉入沸腾的铁锅中。
เมื่อพระราชาได้ฟังดังนั้นก็ทรงสลดพระทัยและเลิกลุ่มหลงในภรรยาผู้อื่นทันที พระพุทธเจ้าจึงทรงสรุปความจริงของโลกไว้ว่า:
国王听闻开示,当下心生惭愧,立刻断绝对他人妻子的邪念。于是,佛陀借此机会揭示世间的真相:
ราตรีหนึ่งยาวนานสำหรับผู้ที่นอนไม่หลับ (เหมือนพระราชาที่รุ่มร้อนด้วยกิเลส)
对于失眠之人,长夜漫漫(如被情欲折磨的国王)。
ระยะทางหนึ่งโยชน์ ยาวนานสำหรับผู้ที่เหนื่อยล้า (เหมือนสามีที่ต้องเดินทางไกลด้วยความกลัว)
对于疲惫之人,一由旬的路也觉得遥远(如被迫远行且恐惧的丈夫)。
สังสารวัฏ (การเวียนว่ายตายเกิด) ยาวนานสำหรับ “คนพาล” ผู้ไม่รู้พระสัทธรรม
对于不闻正法的愚者,轮回(生死流转)更是漫长无尽。
ข้อคิด:
启示
เวลาหรือระยะทางจะสั้นหรือยาว ขึ้นอยู่กับ “สภาวะจิตใจ” ของเรา หากเราทำตัวเป็นคนพาล ไม่รู้จักผิดชอบชั่วดี จิตใจย่อมเต็มไปด้วยความทุกข์และกังวล ทำให้ต้องทนทุกข์อยู่ในวงจรชีวิตที่หาทางออกไม่ได้อย่างยาวนาน เหมือนคนที่ติดคุกแล้วทำชั่วซ้ำๆ จนไม่ได้ออกมาเสียที การรู้จักธรรมะและทำความดีจึงเป็นวิธีเดียวที่ช่วยให้เส้นทางชีวิตที่ยาวไกลนี้สั้นลงและมีความสุขมากขึ้นครับ
时间的长短或路途的远近,其实取决于我们的心境。若我们如同愚者一样不辨善恶是非,内心必然充斥着痛苦与焦虑,使我们在无尽的轮回中找不到出口,如同一个在狱中不断作恶的人,永远无法刑满释放。唯有修习佛法、广行善事,才是缩短这段漫长旅途,通往解脱的唯一途径。
——————————————————-
047 ยอมอยู่คนเดียวดีกว่ามีเพื่อนชั่ว
47. 宁可独处也不结交损友
ณ เชตวันมหาวิหาร เมืองสาวัตถี พระพุทธเจ้าได้ทรงเล่าเรื่องราวที่เป็นบทเรียนล้ำค่าเกี่ยวกับ “การเลือกคบคน” ผ่านเรื่องราวของพระมหากัสสปะเถระและศิษย์สองรูป
在舍卫城的祇园精舍,佛陀通过大迦叶尊者及其两位弟子的故事,讲述了一个关于择友的故事。
ในสมัยนั้น พระมหากัสสปะมีศิษย์อยู่ 2 รูป (สมมติว่าชื่อ พระดี กับ พระจอมปลอม)
当时,大迦叶尊者有两位弟子(暂且称他们为善比丘与伪比丘)。
พระดี เป็นคนขยัน ตั้งใจปรนนิบัติอาจารย์ทุกอย่างด้วยความเคารพ
善比丘为人勤奋恭敬,无微不至地侍奉师父。
พระจอมปลอม กลับเป็นคนขี้เกียจและชอบเอาหน้า เมื่อเห็นพระดีเตรียมน้ำล้างหน้าหรือไม้สีฟันไว้ให้อาจารย์เสร็จแล้ว ตนเองจะรีบวิ่งไปบอกอาจารย์ว่า “ผมเตรียมไว้ให้แล้วครับ” เพื่อรับความดีความชอบเพียงคนเดียว
伪比丘则生性懒惰,爱慕虚荣。每当他看到善比丘为师父准备好洗脸水或刷牙用的木条后,便抢先跑去告诉师父:“是我为您准备的!”试图独占功劳。
วันหนึ่ง พระดีอยากจะดัดนิสัยพระจอมปลอม จึงแอบต้มน้ำอาบไว้ให้พระอาจารย์แล้วนำไปซ่อนไว้หลังซุ้ม แล้วแกล้งเอากาเปล่าไปตั้งบนเตาให้มีควันพุ่งออกมา พอพระจอมปลอมเห็นควันก็รีบไปบอกพระอาจารย์ทันทีว่าต้มน้ำเสร็จแล้ว แต่พอจะตักน้ำจริงๆ กลับพบแต่หม้อเปล่า เมื่อถูกจับโกหกได้และถูกพระอาจารย์ตำหนิ แทนที่พระจอมปลอมจะสำนึกผิด เขากลับโกรธแค้นและผูกอาฆาต
有一天,善比丘想教训一下这个虚伪的同门,便悄悄为师父烧好洗澡水藏在屏风后,然后在炉子上放了一个冒着烟雾的空锅。伪比丘看到烟雾立刻跑去禀告师父说水已烧好,结果去舀水时却发现是一口空锅。谎言当场被揭穿,遭到师父责备。然而,伪比丘非但不悔改,反而心生怨恨。
ความพาลของเขาหนักขึ้นเรื่อยๆ เขาแอบไปหลอกโยมผู้อุปัฏฐากเพื่อเอาของกิน และเมื่อเห็นพระอาจารย์มอบผ้าจีวรให้พระดีที่ขยัน เขาก็ยิ่งริษยา จนในที่สุด ความโกรธก็ครอบงำใจ ในวันที่พระอาจารย์เข้าไปบิณฑบาต พระจอมปลอมได้ทำลายข้าวของและ จุดไฟเผากุฏิของพระอาจารย์ จนวอดวายแล้วหนีไป สุดท้ายเมื่อเขาละสังขารแล้วก็ต้องตกนรกอเวจีจากกรรมหนักนี้
他的恶行愈演愈烈:暗中欺骗施主以获取食物;看到师父把袈裟赐予勤勉的善比丘时更是嫉妒发狂。最终,愤怒吞噬了他的理智。在师父外出托钵的那天,他不仅砸毁资具,还放火烧毁了师父的寮房,然后逃之夭夭。后来,他命终之后,因造下上述重业而堕入无间地狱。
พระพุทธเจ้าทรงเล่าต่อว่า เรื่องนี้ไม่ใช่ครั้งแรกที่คนพาลผู้นี้ทำเช่นนี้ ในอดีตชาติเขาเคยเกิดเป็น ลิง ที่หนาวสั่นท่ามกลางสายฝน ส่วนพระมหากัสสปะเกิดเป็น นกขมิ้น ที่อยู่ในรังอย่างปลอดภัย นกขมิ้นเห็นลิงหนาวจึงแนะนำด้วยความหวังดีว่า “ท่านมีมือเท้าเหมือนมนุษย์ ทำไมไม่ลองสร้างที่อยู่อาศัยดูล่ะ?” ลิงพาลนอกจากจะไม่ฟังแล้ว ยังโกรธที่นกมาสั่งสอน จึงเข้าไปทำลายรังนกจนพังพินาศ
佛陀接着讲述,这并非此恶人第一次做出这种事。在过去世中,他曾转世为一只猴子,在雨中冻得瑟瑟发抖,而大迦叶尊者则是一只住在温暖巢穴里的黄莺。黄莺见猴子受寒,好心劝道:“你有像人一样的手脚,为何不自己造一个住所呢?”那只愚蠢的猴子非但不听,反而觉得被黄莺教导而恼羞成怒,最终将鸟巢破坏殆尽。
ข้อคิด:
启示
อย่าคบคนพาล: คนพาลคือคนที่ไม่ยอมรับคำแนะนำ ชอบเอาเปรียบ และมักโกรธแค้นเมื่อถูกตักเตือน การคบคนพาลมีแต่จะนำความเสื่อมมาให้
勿结交愚者:愚者往往听不进劝告,爱占便宜,且在被指正时容易怀恨在心。与愚者交往,只会给自己带来衰败。
มิตรที่ดีต้องเสมอกันหรือสูงกว่า: เราควรเลือกคบเพื่อนที่มีศีลธรรมและคุณธรรมเท่ากับเราหรือดีกว่าเรา เพื่อส่งเสริมกันไปในทางที่เจริญ
结交益友:我们应该选择那些在道德和品行上与我们相当,或者比我们更好的人做朋友,这样才能互相促进,共同精进。
ยอมอยู่คนเดียวดีกว่ามีเพื่อนชั่ว: หากหาเพื่อนที่ดีไม่ได้ พระพุทธเจ้าทรงสอนว่า “การเที่ยวไปคนเดียวเสียยังดีกว่า” เพราะในคนพาลนั้นไม่มีความจริงใจหรือคุณสมบัติของความเป็นเพื่อนที่แท้จริงเลย
宁可独处也不结交损友:若找不到真正的善友,佛陀教导说:“宁可独自前行,也不要与损友同行。”因为在损友身上,找不到丝毫的真诚与真正的友谊。
——————————————————-
048 ความเดือดร้อนของคนเขลา
48. 愚者的苦恼
ในเมืองสาวัตถี มีเศรษฐีผู้มั่งคั่งคนหนึ่งชื่อว่า “อานันทะ” เขามีสมบัติมหาศาลถึง 800 ล้าน แต่หัวใจของเขากลับคับแคบและเต็มไปด้วยความตระหนี่ถี่เหนียว ทุกๆ ครึ่งเดือน เขาจะเรียกบุตรและหลานมาสั่งสอนเสมอว่า “อย่าให้ทรัพย์แก่ใคร จงหมั่นเก็บออมเหมือนหยอดรอยาหยอดตา และสะสมให้พูนเหมือนจอมปลวก” ด้วยความหวงแหน เขาจึงแอบฝังขุมทรัพย์มหาศาลไว้ 5 แห่ง โดยไม่บอกใครแม้แต่ลูกชายของตนเอง
在舍卫城,有一位极其富有的长者名为阿难陀。他拥有多达八亿的家产,内心却吝啬狭隘。他每隔半个月都会召集子孙来训话:“千万不要把财物分给别人,要像滴眼药水一样一滴一滴地积攒,要像蚂蚁筑巢那样不断累积。” 由于对财富的执着,他偷偷将巨额财富分藏在五个地方,连自己的儿子也未告知。
เมื่ออานันทเศรษฐีสิ้นใจลงด้วยจิตที่ยึดติดในทรัพย์ เขาจึงกลับมาเกิดในท้องของหญิงจัณฑาลผู้ยากไร้ในหมู่บ้านใกล้ๆ กันนั้นเอง ทันทีที่เขามาปฏิสนธิ ครอบครัวจัณฑาลก็พบกับความวิบัติ หากินฝืดเคืองจนถูกขับออกจากหมู่บ้าน เมื่อเด็กน้อยคลอดออกมา เขากลับมีรูปร่างพิกลพิการอัปลักษณ์ราวกับปีศาจคลุกฝุ่น
当阿难陀长者命终后,因心执着于财产,便投生到附近村庄一个贫困潦倒的妇女腹中。自从他投胎的那一刻起,这个贫苦的家庭便灾祸连连,生计日益艰难,最终被逐出村庄。这个孩子出生后,相貌极其丑陋,如同沾满灰尘的怪物。
วันหนึ่ง เมื่อเด็กน้อยเติบโตพอจะขอทานเองได้ แม่จึงมอบเศษกระเบื้องให้เขาออกไปหาเลี้ยงปากท้อง เด็กน้อยเดินโซซัดโซเซไปจนถึงคฤหาสน์หลังเดิมของตนในชาติก่อน ด้วยอำนาจแห่งความผูกพันทำให้เขาระลึกชาติได้และพยายามจะเดินเข้าไปในบ้าน แต่ทว่าคนเฝ้าประตูจำเขาไม่ได้ กลับมองว่าเป็นตัวกาลกิณีจึงช่วยกันทุบตีและลากเขาไปทิ้งที่กองขยะ
ขณะนั้นเอง พระพุทธเจ้าเสด็จผ่านมาพอดี จึงรับสั่งให้พระอานนท์ไปตามลูกชายในชาติก่อนมาพบ
有一天,当孩子长到能自行乞讨的年纪时,母亲给了他一片破瓦罐,让他自谋生路。孩子跌跌撞撞地走到了前世居住的大豪宅。凭着前世未断的缘分,他竟然记起了前世,并试图走进屋内。然而,守门人根本不认识他,当他是不祥之物,对他拳打脚踢,并拖走扔到垃圾堆旁。就在这时,佛陀正好路过,便让阿难尊者去叫来阿难陀前世的儿子。
พระองค์ทรงเฉลยว่าเด็กขอทานผู้นี้คือพ่อของเขาที่กลับชาติมาเกิด แม้ลูกชายจะไม่เชื่อในตอนแรก แต่เมื่อเด็กน้อยสามารถชี้จุดที่ฝังขุมทรัพย์ทั้ง 5 แห่งได้อย่างถูกต้อง ลูกชายจึงยอมจำนนด้วยหลักฐานและหันมาศรัทธาในพระธรรม
佛陀揭示这个小乞丐正是他死去的父亲转世而来。起初,儿子根本不相信,但当小乞丐准确指出五处藏宝的地点后,儿子不得不信服,并对佛法生起坚定的信仰。
ข้อคิด:
启示
คนเขลามักทุกข์ร้อนเพราะคิดว่า “นี่ลูกของเรา นี่ทรัพย์ของเรา” แต่ในความเป็นจริง แม้แต่ “ตัวเราเอง” ก็ยังไม่ใช่ของเรา เมื่อยามความตายมาถึง ทรัพย์และลูกก็ไม่สามารถช่วยต้านทานความทุกข์หรือความตายได้เลย
愚者常因执着于“这是我的儿子,这是我的财产”而苦恼。然而,就连我们自己都不真正属于自己。当死亡来临时,财富和子女都无法帮助我们抵御痛苦或逃避死亡。
ภาระที่หนักอึ้ง: การมัวแต่กังวลเรื่องการหาทรัพย์และเลี้ยงดูลูก จนละเลยการสร้างที่พึ่งทางใจ ทำให้ชีวิตเต็มไปด้วยความกังวลทั้งในอดีต ปัจจุบัน และอนาคต
沉重的负担:终日为积攒财富和养育儿女而焦虑,却忽视了为心灵寻找依靠,那么生命将充满对过去、现在和未来的无尽焦虑。
เมื่อถึงวาระสุดท้าย มีเพียง “ธรรมะ” และ “บุญกุศล” เท่านั้นที่เป็นเพื่อนแท้ ส่วนทรัพย์สมบัติที่หวงแหนนักหนา ก็อาจกลายเป็นสิ่งที่ทำให้เราต้องไปเกิดในภพภูมิที่ลำบากหากจิตยังยึดติดอยู่กับมัน
临终之际,唯有佛法与功德才是真正的依靠。而生前百般守护的财产,若内心依然执着不放,反而会成为我们投生到困苦之地的因缘。
——————————————————-
049 คนโง่สำคัญตนว่าฉลาด
49. 愚者自以为聪明
ในสมัยพุทธกาล ณ เมืองสาวัตถี มีชายสองคนที่มีอาชีพเป็น “โจร” เหมือนกัน ทั้งคู่ได้ติดตามมหาชนไปยังวัดเชตวันในวันที่พระพุทธเจ้าทรงแสดงธรรม
在佛陀时代,舍卫城有两个以偷盗为生的男子。有一天,他们随着人群一同前往祇园精舍聆听佛陀说法。
เมื่อไปถึงวัด โจรคนแรก กลับละทิ้งนิสัยเดิมและตั้งใจฟังพระธรรมที่พระพุทธเจ้าทรงสั่งสอนอย่างจดจ่อ จนในที่สุดเขาก็ได้บรรลุโสดาปัตติผล กลายเป็นพระโสดาบันผู้มีปัญญาเห็นธรรม
到了寺院后,第一个小偷放下往日的恶习,专心致志地聆听佛陀的教诲,最终证得须陀洹果,成为一位初果圣者。
ในขณะที่ โจรคนที่สอง ใจกลับไม่ได้อยู่ที่พระธรรมเลย เขามัวแต่สอดส่ายสายตาหาของมีค่า และในที่สุดก็แอบฉกเอาเงิน จากชายผ้าของชาวบ้านคนหนึ่งไปได้สำเร็จ
第二个小偷的心思却完全不在佛法上。他四处张望寻找值钱的东西,最后趁人不备成功从一位村民的衣角里偷走了一些钱。
เมื่อทั้งคู่กลับมาถึงบ้าน โจรผู้ขโมยเงินมาได้ก็นั่งกินอาหารอย่างสำราญใจ พร้อมกับเอ่ยเยาะเย้ยเพื่อนที่เป็นพระโสดาบันว่า “ท่านนี่ช่างโง่จริงๆ ไปนั่งฟังธรรมตั้งนาน กลับมามือเปล่าไม่มีแม้แต่เงินจะซื้อข้าวกินสักมื้อ ส่วนข้านี่สิฉลาดกว่าเห็นๆ ได้เงินมาเลี้ยงปากท้องสบายเลย”
两人回到住处后,偷到钱的小偷悠然自得地吃着饭,还嘲讽那位证得须陀洹果的同伴说:“你可真傻!去听那么久的法,回来却两手空空,连买饭的钱都没有。我显然比你聪明,弄到了钱,吃喝不愁。”
โจรผู้เป็นโสดาบันได้ยินดังนั้นก็นึกสงสารเพื่อนอยู่ในใจว่า “เพื่อนเราคนนี้ช่างโง่แท้ๆ แต่กลับสำคัญตนว่าฉลาด” แต่เขาก็ไม่ได้โต้ตอบอะไร ต่อมาเขาได้นำเรื่องนี้ไปกราบทูลให้พระพุทธเจ้าทรงทราบ
那位已经证得须陀洹果的小偷听后,心中暗自怜悯自己的同伴:“我的朋友真是愚不可及,还自以为聪明。”可是他并没有当面反驳。后来,他将此事禀告了佛陀。
พระพุทธเจ้าจึงได้ทรงแสดงธรรมและตรัสข้อคิดที่สำคัญยิ่งไว้ว่า: “คนโง่ที่รู้ตัวว่าตนเองโง่ ยังถือว่ามีส่วนที่เป็นคนฉลาดอยู่บ้าง เพราะเขายังยอมรับความจริงและพร้อมจะปรับปรุงตัว แต่คนโง่ที่สำคัญตนว่าเป็นคนฉลาด นั่นแหละคือคนโง่ที่แท้จริงและโง่ดักดานที่สุด”
佛陀听闻后,以此因缘开示了一段极具深意的法义:“一个知道自己愚昧的愚者,尚且还算有几分聪明,因为他能承认事实并愿意改进。然而,一个愚昧却自以为聪明的人,才是真正顽固不化的愚者。”
ทรงอธิบายเพิ่มเติมว่า คนที่รู้ตัวว่าโง่ยังสามารถพัฒนาเป็นบัณฑิตได้หากคบหาและยอมให้คนฉลาดแนะนำ แต่คนที่มีทิฐิมานะ คิดว่าตัวเองดีแล้ว ฉลาดแล้ว มักจะหาเหตุผลเข้าข้างตัวเองเสมอ และไม่มีวันที่จะฉลาดขึ้นมาได้เลย
佛陀进一步解释道,知道自己愚笨的人,若能亲近智者并接受引导,仍有机会成为智者;但那些傲慢无知、自以为是、总为自己找借口的人,永远无法成为真正的智者。
ข้อคิด:
启示:
การยอมรับความจริงคือจุดเริ่มต้นของปัญญา: หากเรารู้ว่าเรายังไม่รู้ หรือยังไม่เก่ง เราจะขวนขวายหาความรู้และพัฒนาตัวเองจนกลายเป็นคนฉลาดได้ในที่สุด
承认事实是智慧的起点:如果我们知道自己有所不足或不够优秀,就应该努力求知、提升自己,最终成为有智慧的人。
อย่าเป็นน้ำเต็มแก้ว: คนที่โง่แต่คิดว่าตนเองฉลาด คือคนที่น่ากลัวที่สุด เพราะเขาจะปิดกั้นการเรียนรู้ และไม่ยอมรับคำแนะนำจากใคร ทำให้เสียโอกาสในการพัฒนาชีวิต
勿做满杯之水:愚昧却自以为聪明的人最可怕,因为他们关上了学习的大门,拒绝接受任何人的建议,从而失去了改善人生的良机。
คุณค่าของสิ่งที่ได้รับ: เงินทองเพียงเล็กน้อยที่ได้มาด้วยทางที่ผิด (เหมือนโจรคนที่สอง) ไม่สามารถเทียบได้เลยกับ “ปัญญา” หรือ “ธรรมะ” ที่จะช่วยยกระดับจิตใจให้พ้นจากความทุกข์ได้อย่างยั่งยืน
价值的衡量:通过不正当手段得来的微薄钱财(如同第二个小偷),根本无法与能提升心灵、让人永远脱离痛苦的智慧或佛法相提并论。
——————————————————-
050 คนพาลเหมือนทัพพีไม่รู้รสแกง
50.愚者如不识汤味的勺子
ณ วัดเชตวันมหาวิหาร มีพระรูปหนึ่งชื่อว่า “พระอุทายี” ท่านเป็นผู้ที่อาศัยอยู่ใกล้ชิดกับพระพุทธเจ้าและเหล่าพระเถระผู้ใหญ่มาช้านาน แต่ทว่าพระอุทายีกลับมีนิสัยที่แปลกอยู่อย่างหนึ่ง คือท่านชอบพูดจาเลอะเทอะ จนบางคนแอบเรียกท่านว่า “อุทายีผู้พูดเพ้อเจ้อ”
在祇园精舍,有一位名为优陀夷的比丘。他长期生活在佛陀及诸位长老身边。然而,优陀夷却有一个古怪的习性,喜欢信口开河,有人私下称他为胡言乱语的优陀夷。
วันหนึ่ง หลังจากที่พระพุทธเจ้าและพระเถระผู้ใหญ่เสร็จสิ้นการแสดงธรรมและปลีกตัวไปพักผ่อนแล้ว พระอุทายีก็เดินไปนั่งบนธรรมาสน์แทนที่ด้วยท่าทางภูมิฐาน ในขณะนั้นมีพระอาคันตุกะกลุ่มหนึ่งเดินทางมาจากแดนไกล เมื่อเห็นพระอุทายีนั่งอยู่เช่นนั้น ก็เข้าใจผิดคิดว่าท่านต้องเป็นพระผู้ใหญ่ที่เชี่ยวชาญในธรรมะเป็นแน่
有一天,佛陀与诸位长老说法完毕,各自回去休息后,优陀夷便大摇大摆地走上法座,端坐在上面。此时,恰好有一群远道而来的比丘,看到优陀夷端坐在法座上,误以为他是精通佛法的长老。
พระกลุ่มนั้นจึงเข้าไปขอความรู้และถามปัญหาธรรมะที่ลึกซึ้ง เช่น เรื่องของขันธ์ ธาตุ และอายตนะ แต่ปรากฏว่า พระอุทายีกลับนั่งอึ้ง ตอบไม่ได้แม้แต่เรื่องเดียว ทำให้พระอาคันตุกะเหล่านั้นผิดหวังและแปลกใจมากว่า “เหตุใดพระที่อยู่ใกล้ชิดพระพุทธเจ้าแท้ๆ กลับไม่มีความรู้ในธรรมะเลย”
于是,这群比丘便向他请教深奥的佛法,例如蕴、界、处等义理。结果,优陀夷坐在上面瞠目结舌,一个问题也答不上来。那些远道而来的比丘大失所望,心中疑惑:“为何这位常伴佛陀身边的比丘,竟对佛法一无所知?”
เมื่อเรื่องนี้ทราบถึงพระพุทธเจ้า พระองค์จึงได้ตรัสสอนเปรียบเทียบว่า:
此事传到佛陀耳中,佛陀便用一个比喻开示道:
“คนพาลที่อยู่ใกล้บัณฑิต ต่อให้ใช้เวลาอยู่ด้วยกันยาวนานตลอดทั้งชีวิต ก็ไม่อาจจะรู้รสของพระธรรมได้ เหมือนกับ ‘ทัพพี’ ที่แช่อยู่ในหม้อแกง คลุกคลีอยู่กับแกงทุกวัน แต่ทัพพีนั้นก็ไม่เคยรับรู้รสชาติของแกงเลย”
“愚者即便长久亲近智者,哪怕一生相伴,也无法品尝到佛法的真味,就像勺子浸在汤锅里,天天与汤羹为伴,却从不知晓汤羹的味道。”
เหตุที่เป็นเช่นนั้น เพราะคนพาลมักไม่ใส่ใจ ไม่เคยไถ่ถาม และไม่ตั้งใจฟังว่าสิ่งใดควรทำหรือไม่ควรทำ มิหนำซ้ำยังมองว่าการประพฤติธรรมเป็นเรื่องของคนอ่อนแอที่ยอมให้คนอื่นเอาเปรียบ ในขณะที่บัณฑิตจะมองเห็นว่าความอดทนและการไม่โกงคือความสุขที่แท้จริง ทัศนะที่ต่างกันราวฟ้ากับดินและเหตุนี้เอง ที่ทำให้คนพาลแม้จะอยู่ใกล้บัณฑิตแค่ไหน ก็ไม่อาจเข้าถึงแก่นแท้ของความดีได้
之所以如此,是因为愚者往往心不在焉,从不请教,也不用心听闻什么是应做与不应做。不仅如此,他们甚至将修行善法当作软弱者的行为,是甘愿被人欺压的表现。而智者则视忍耐与不欺诈为真正的安乐。正是这种天壤之别的见解,使得愚者即使与智者共处,也无法触及善法的真谛。
ข้อคิด:
启示
ความใกล้ชิดไม่ได้การันตีความรู้: การที่เราอยู่ใกล้คนเก่งหรือคนดี ไม่ได้หมายความว่าเราจะเก่งหรือดีตามไปด้วย หากเราไม่เปิดใจเรียนรู้
亲近不等于获得:与贤者、智者朝夕相处,并不意味着我们就能变得贤能或良善,关键在于是否虚心学习。
อย่าเป็นเหมือน “ทัพพี”: ทัพพีที่อยู่ในแกงแต่ไม่รู้รสชาติ เปรียบเหมือนคนที่ฟังธรรมแต่ไม่เอาไปใช้ หรืออยู่ใกล้แหล่งความรู้แต่ไม่เคยเก็บเกี่ยว
切勿成为“勺子”:勺子浸在汤中却不知其味,如同听法而不实践,或身处知识的源泉却从未汲取。
กุญแจสำคัญคือ “การใส่ใจ”: การจะรู้ธรรมหรือมีความรู้ได้ ต้องเริ่มจากการรู้จักถาม การตั้งใจฟัง และการพิจารณาว่าอะไรคือสิ่งที่ควรปฏิบัติ
关键在于用心:要通达佛法或获得智慧,须从请教、倾听、思惟什么是应行之道开始。
มุมมองที่ต่างกัน: คนพาลมักมองการทำดีว่าเป็นการเสียเปรียบ แต่บัณฑิตมองว่าการอดทนและซื่อสัตย์คือทางแห่งความสงบสุข
见解迥异:愚者往往视行善为吃亏,而智者则视忍辱与正直为安乐之道。
——————————————————-
051 คนมีปัญญาเหมือนลิ้นรู้รสแกง
51. 智者如舌能识汤味
มีกลุ่มชายหนุ่มเพื่อนซี้ 30 คนจากเมืองปาฐา วันหนึ่งพวกเขาเข้าไปในไร่ฝ้ายเพื่อตามหาหญิงสาวที่หายตัวไป แต่ในระหว่างทางนั้นเอง พวกเขาได้พบกับบุคคลผู้ยิ่งใหญ่ที่สุดคนหนึ่ง นั่นคือ พระพุทธเจ้า
从前,巴吒城有三十位情同手足的年轻男子。有一天,他们一同进入一片棉田,寻找一位失踪的女子。途中,他们遇见了世间最伟大的觉者——佛陀。
แทนที่จะมุ่งหน้าหาหญิงสาวต่อไป เมื่อได้ฟังธรรมะจากพระองค์เพียงชั่วครู่ ใจของพวกเขากลับสว่างไสวและเกิดความเลื่อมใสอย่างมาก จนตัดสินใจขอบวชเป็นพระภิกษุทันที หลังจากบวชแล้ว พวกเขาไม่ได้อยู่เฉยๆ แต่ตั้งใจประพฤติปฏิบัติธรรมอย่างเคร่งครัดที่เรียกว่า ธุดงค์ 13 ข้อ เป็นเวลานาน จนกระทั่งวันหนึ่ง เมื่อได้ฟังธรรมะเกี่ยวกับความยาวนานของสังสารวัฏที่น่าเบื่อหน่าย พวกเขาก็สามารถบรรลุเป็นพระอรหันต์ได้อย่างรวดเร็ว
他们没有继续寻找那位女子,而是在听闻佛陀简短地开示后,内心豁然开朗,生起极大的信仰,当即决定出家为僧。出家之后,他们并没有懈怠,而是精进修持十三头陀支。直到有一天,他们在听闻关于轮回漫长而令人厌离的开示后,迅速证得阿罗汉果。
เรื่องนี้ทำให้ภิกษุรูปอื่นๆ ประหลาดใจมากว่า “ทำไมกลุ่มเพื่อน 30 คนนี้ถึงรู้ธรรมได้รวดเร็วเหลือเกิน?”
这件事令其他比丘十分惊讶:“为何这三十位同修能如此快速证悟佛法?”
พระพุทธเจ้าจึงทรงเฉลยความลับว่า เป็นเพราะในชาติก่อนๆ ชายหนุ่มกลุ่มนี้เคยฟังธรรมและรักษาศีล 5 มาอย่างดี สะสมความมีปัญญาทางธรรมไว้ เปรียบเสมือน “ลิ้นที่รู้รสแกง”
佛陀揭示了其中的因缘:这是因为在过去世中,这群年轻人曾听闻正法并持守五戒,累积了深厚的智慧资粮,犹如“能识汤味的舌头”。
พระองค์ทรงอธิบายว่า คนมีปัญญาเมื่อได้เข้าใกล้บัณฑิตหรือผู้รู้ แม้เพียงชั่วครู่เดียว ก็จะสามารถเรียนรู้และเข้าใจความดีงามได้ทันที เหมือนกับลิ้นที่พอสัมผัสรสแกงปุ๊บ ก็รู้ปั๊บว่ารสชาติเป็นอย่างไร ต่างจากคนเขลาที่ต่อให้ใกล้ชิดผู้รู้แค่ไหน ก็เหมือน “ทัพพีในหม้อแกง” ที่จมอยู่ในแกงตลอดเวลาแต่กลับไม่เคยรู้รสชาติของแกงเลย
佛陀进一步解释道:有智慧的人,即使短暂亲近智者或贤者,也能立即学习并领悟善法,如同舌头一触及羹汤,便能立刻知晓其味。这与愚痴者截然不同,愚者即使长久亲近智者,也如同“汤锅中的汤勺”,虽然终日浸泡在汤中,却始终不知汤的味道。
ข้อคิด:
启示
การเลือกคบคนสำคัญมาก: เมื่อเราอยู่ใกล้คนดีหรือผู้รู้ (บัณฑิต) ให้หมั่นสังเกตและนำแบบอย่างที่ดีมาปรับใช้
择友至关重要:当我们亲近善士或智者时,应勤于观察并将其美德融入自身。
ความมีปัญญาเกิดจากการสะสม: การที่คนเราจะเข้าใจอะไรได้รวดเร็ว มักมาจากการที่เราเคยฝึกฝนหรือสะสมความรู้ (พื้นฐานศีลธรรม) มาก่อนหน้านี้
智慧源自积累:一个人能快速领悟真理,往往是因为在过去世中已打下坚实的道德与智慧根基。
อย่าเป็นทัพพีในหม้อแกง: อย่าเพียงแค่ได้อยู่ใกล้คนดี แต่จงเป็นเหมือน “ลิ้น” ที่พร้อมจะเปิดรับและซึมซับรสชาติแห่งความดีและความถูกต้องเข้ามาสู่ตัวเราทันทีที่มีโอกาส
勿作汤中之勺:切莫仅仅满足于身处善人群中,而应像“舌头”一样,当机会来临时随时准备汲取善法之味。
——————————————————-
052 คนพาลทำตนเป็นศัตรูแก่ตน
52. 愚者自为敌
ณ เมืองราชคฤห์ มีชายเข็ญใจคนหนึ่งชื่อว่า “สุปปพุทธะ” เขาไม่ได้เพียงแค่ยากจนเท่านั้น แต่ทั่วทั้งร่างกายยังเป็นโรคเรื้อนน่ารังเกียจ ต้องใช้ชีวิตอย่างทุกข์ทรมาน
在王舍城,有一个穷人名叫善觉。他不仅贫穷潦倒,全身还患有令人厌恶的麻风病,终日饱受痛苦的折磨。
วันหนึ่ง สุปปพุทธะได้มีโอกาสฟังธรรมจากพระพุทธเจ้า จนเกิดความเข้าใจอย่างแจ่มแจ้งเหมือน “หงายของที่คว่ำ หรือส่องไฟในที่มืด” จนบรรลุเป็นพระโสดาบัน เมื่อเขามีศรัทธามั่นคงแล้ว ท้าวสักกเทวราช ต้องการจะลองใจ จึงเหาะลงมาแล้วตรัสว่า “สุปปพุทธะเอ๋ย เจ้าเป็นคนจนที่น่าสงสารเหลือเกิน หากเจ้ายอมกล่าวว่า พระพุทธ พระธรรม พระสงฆ์ ไม่ได้มีประโยชน์อะไรกับเจ้าเลย เราจะมอบทรัพย์สมบัติมหาศาลให้เจ้าทันที”
有一天,善觉有缘听闻佛陀说法,内心豁然开朗,如同“翻转了覆盖之物,在黑暗中点亮了明灯”,当下证得须陀洹果。当他信心坚定后,帝释天王便想考验他,于是从天而降对他说:“善觉,你这般贫穷可怜,若你肯说佛、法、僧三宝对你毫无益处,我将立刻赐予你无量财富。”
แต่สุปปพุทธะกลับตอบอย่างเด็ดเดี่ยวว่า “ท่านต่างหากที่เป็นคนพาล ข้าพเจ้าไม่ใช่คนจน เพราะข้าพเจ้ามี ‘อริยทรัพย์‘ ทั้ง 7 ประการ (เช่น ศรัทธา ศีล ปัญญา เป็นต้น) ใครที่มีทรัพย์นี้ ย่อมไม่ชื่อว่าเป็นคนจน” เมื่อท้าวสักกะได้ยินดังนั้นก็นำความไปกราบทูลพระพุทธเจ้า ซึ่งพระองค์ก็ทรงยืนยันว่า แม้พระอินทร์นับร้อยนับพันก็ไม่อาจสั่นคลอนศรัทธาของสุปปพุทธะได้
然而,善觉却坚定地回答:“你才是愚者。我并不贫穷,因为我拥有七圣财(信、戒、惭、愧、闻、施、慧)。拥有这些财富者绝非穷人。”帝释天听后,将此事禀告佛陀。佛陀也印证道:“即使有成百上千的帝释天,也无法动摇善觉的信心。”
แล้วทำไมเขาถึงต้องเป็นโรคเรื้อนและมีจุดจบที่น่าเศร้า? สาเหตุที่เป็นโรคเรื้อนและยากจน เพราะในอดีตชาติเขาเกิดเป็นลูกเศรษฐีที่เย่อหยิ่ง วันหนึ่งเห็นพระปัจเจกพุทธเจ้าเดินบิณฑบาต แทนที่จะเคารพ เขากลับดูหมิ่นและถ่มน้ำลายใส่ กรรมเพียงเท่านี้ทำให้เขาต้องตกนรกนานนับพันปี และเกิดมาเป็นคนโรคเรื้อนในชาตินี้
那么,他为何会得麻风病并遭遇悲惨的结局呢?他之所以患麻风病且贫穷,是因为在过去世中,他曾是一个傲慢的富家子。有一天,他见到一位辟支佛在托钵,非但没有恭敬,反而轻蔑地向尊者吐口水。仅此恶业,使他堕入地狱受苦千年,并在今世投生为麻风病人。
ส่วนจุดจบของเขา หลังจากที่เขาบรรลุธรรมได้ไม่นาน เขาก็ถูกแม่โคตัวหนึ่งขวิดจนเสียชีวิต ซึ่งแม่โคตัวนั้นแท้จริงคือ “นางยักษิณี” ที่ผูกพยาบาทกับเขามาหลายชาติ เพราะในอดีตเขาเคยเป็นหนึ่งในบุตรเศรษฐีที่ฆ่านางเพื่อชิงทรัพย์
至于他的结局,在其证悟后不久,便被一头母牛顶撞而死。那头母牛其实是一位女夜叉,因累世的宿怨而报复,因为在过去世中,他曾是为了抢夺财物而杀害女夜叉的富家子之一。
ข้อคิด:
启示
การทำชั่วคือการเป็นศัตรูกับตัวเอง: คนที่ทำความชั่ว แม้จะคิดว่าไม่มีใครเห็น แต่ผลของกรรมจะตามมา “เผาผลาญ” เราในภายหลัง เหมือนที่เราทำร้ายตัวเองโดยไม่รู้ตัว
作恶即是与自己为敌:造作恶业的人即使以为无人知晓,但业报终将在日后“焚烧”自身,如同在不知不觉中伤害了自己。
กรรมเล็กน้อยก็น่ากลัว: สุปปพุทธะเพียงแค่ถ่มน้ำลายใส่พระด้วยความดูหมิ่น ยังต้องรับผลกรรมยาวนานนับพันปี ดังนั้นเราจึงควรกลัวความชั่วมากกว่าความตาย
微小恶业亦不可轻视:善觉只因轻蔑地向圣者吐了口唾沫,便承受了长达千年的苦果。因此,我们应当畏惧恶业更甚于畏惧死亡。
ความรวยที่แท้จริงคือความดี: ทรัพย์สินเงินทองอาจหายไปได้ แต่ “อริยทรัพย์” หรือความดีในใจ (ศีล สมาธิ ปัญญา) จะติดตัวเราไปทุกชาติและไม่มีใครแย่งชิงไปได้
真正的财富是善德:钱财可能散尽,但“圣财”或内心的善德(戒、定、慧)将生生世世伴随我们,没有人可以夺走。
เวรย่อมระงับด้วยการไม่จองเวร: เรื่องราวของนางยักษิณีที่ตามฆ่าสุปปพุทธะทุกชาติ แสดงให้เห็นว่าแรงอาฆาตนั้นน่ากลัวและยืดเยื้อ
怨恨唯有以无怨方能止息:女夜叉累世追杀善觉报仇的故事,表明怨恨的力量既可怕又绵延不绝。
คติธรรมปิดท้าย: บัณฑิตควรเว้นจากบาป เหมือนคนตาดีที่พยายามเดินหลีกทางที่เป็นหล่มเลน
结语:智者应当远离诸恶,如同明眼人避开泥泞之路。
——————————————————-
053 “ลาภลอย” แต่สุดท้ายกลายเป็น “อสรพิษ”
53. 飞来横财终成毒蛇
ณ ทุ่งนาใกล้เมืองสาวัตถี ในคืนที่มืดมิดคืนหนึ่ง มีกลุ่มโจรได้ไปขโมยทรัพย์สินมหาศาลมาจากตระกูลที่มั่งคั่ง แล้วพากันมาแบ่งสมบัติกันที่กลางทุ่งนาของชาวนาคนหนึ่ง แต่ด้วยความรีบร้อน โจรเหล่านั้นกลับทำถุงเงินตกไว้หนึ่งถุงโดยไม่รู้ตัว
在舍卫城附近的田野里,一个漆黑的夜晚,一群盗贼从一户富贵人家偷走了大量财物,然后来到一位农夫的田里分赃。他们由于匆忙,不慎遗落了一袋钱。
รุ่งเช้า ชาวนาผู้ไม่รู้อีโหน่อีเหน่ก็ออกมาไถนาตามปกติ ในเช้าวันนั้นเอง พระพุทธเจ้าทรงทราบด้วยญาณว่าชาวนาคนนี้กำลังจะประสบภัยพิบัติครั้งใหญ่ และทรงเห็นว่ามีเพียงพระองค์เท่านั้นที่จะเป็นพยานช่วยเขาได้ พระองค์จึงเสด็จมาที่ทุ่งนาพร้อมกับพระอานนท์ เมื่อเดินผ่านจุดที่ถุงเงินตกอยู่ พระพุทธเจ้าทรงชี้ไปที่ถุงนั้นแล้วตรัสถามว่า “อานนท์ เธอเห็นอสรพิษนั่นไหม?” พระอานนท์ก็ทูลตอบทันทีว่า “เห็นพระเจ้าข้า เป็นอสรพิษที่ร้ายกาจมาก”
第二天清晨,毫不知情的农夫照常来到田里耕地。那天早上,佛陀以神通知晓这位农夫即将遭遇大难,唯有自己能救他,便与阿难尊者一同来到田间。当走到钱袋掉落的地方时,佛陀指着袋子问阿难:“阿难,你看到那条毒蛇了吗?”阿难尊者回答:“看到了,世尊,是一条极其危险的毒蛇。”
ชาวนาที่อยู่ใกล้ๆ ได้ยินเข้าก็ตกใจ คิดว่ามีงูพิษอยู่ใกล้ตัว จึงรีบถือด้ามปฏักไปเพื่อจะตีงู แต่พอไปถึงกลับพบถุงเงินที่บรรจุเงินไว้ถึงหนึ่งพันกหาปณะ! เขาดีใจมากและเข้าใจผิดว่าพระพุทธเจ้าทรงบอกขุมทรัพย์ให้ จึงรีบนำเงินนั้นไปขุดหลุมฝังซ่อนไว้แล้วไถนาต่อไปอย่างสบายใจ
附近的农夫听到对话大吃一惊,以为有毒蛇在附近,便连忙拿起犁柄准备去打蛇。可当他走近一看却发现是一袋钱,里面足足有一千迦利沙。他喜出望外,误以为佛陀是在暗示他财富的所在,于是赶紧将钱埋藏起来,然后心安理得地继续耕地。
แต่ความสุขนั้นช่างสั้นนัก เมื่อเจ้าของเงินตื่นขึ้นมาพบว่าทรัพย์สินหายไป พวกเขาจึงตามรอยเท้าโจรมาจนถึงทุ่งนา และพบรอยเท้าของชาวนาที่เดินวนเวียนอยู่รอบๆ จุดที่ซ่อนเงิน เมื่อขุดดินดูจนเจอถุงเงิน ชาวนาจึงถูกจับกุมและถูกโบยตีอย่างหนัก ก่อนจะถูกส่งตัวไปให้พระราชาสั่งประหารชีวิตในฐานะหัวขโมย
然而,这个喜悦极其短暂。当失主醒来发现财物被盗后,便循着盗贼的踪迹追到田里,发现农夫在藏钱地点周围徘徊的脚印。当他挖出钱袋子后,农夫随即被逮捕,遭受严刑拷打,并被国王以盗窃罪判处死刑。
ขณะที่ชาวนาถูกมัด และนำตัวไปสู่ลานประหาร เขาไม่ได้ร้องขอชีวิตด้วยความขลาดกลัว แต่กลับพร่ำบ่นซ้ำไปซ้ำมาว่า “อานนท์ เห็นอสรพิษนั่นไหม… เห็นพระเจ้าข้า อสรพิษร้าย” คำพูดที่แปลกประหลาดนี้ทำให้พวกราชบุรุษสงสัยจนต้องนำตัวเขาไปเฝ้าพระราชา เมื่อพระราชาทรงถามที่มาของคำพูดนั้น ชาวนาจึงเล่าเรื่องราวทั้งหมดให้ฟัง
当农夫被捆绑着押往刑场时,他并未因恐惧而求饶,而是反复念叨:“阿难,你看到那条毒蛇了吗?看到了,世尊,是一条极其危险的毒蛇。”这古怪的话语引起了行刑官的疑惑,于是又将他带到国王面前。国王问起这句话的缘由时,农夫便讲述了整个事情的经过。
พระราชาทรงฉุกคิดได้ว่าเรื่องนี้อาจมีเงื่อนงำ จึงพาไปเฝ้าพระพุทธเจ้า เมื่อพระพุทธองค์ทรงยืนยันเรื่องราวทั้งหมดว่าเป็นความจริง ชาวนาจึงรอดพ้นจากความตายมาได้ ในตอนนั้นเอง พระพุทธเจ้าได้ทรงสั่งสอนชาวนาและพระราชาว่า “กรรมใดที่ทำลงไปแล้ว ต้องมาเดือดร้อนใจภายหลัง มีหน้านองด้วยน้ำตาเพื่อเสวยผลแห่งกรรมนั้น กรรมนั้นถือว่าไม่ดี”
国王听后意识到此事另有隐情,便带农夫去见佛陀。佛陀证实了事情的原委,农夫才得以脱罪。随后,佛陀教导国王与农夫说:“任何行为,若做后令人懊恼、流泪、承受苦果,那样的行为便属于不善行。”
ข้อคิด:
启示
กรรมดีหรือชั่ว ดูได้จากผลของมัน: บางครั้งในขณะที่เราทำอะไรลงไป เราอาจไม่แน่ใจว่าถูกหรือผิด แต่เมื่อผลของมันปรากฏออกมาเราจะรู้ได้ทันที เหมือนที่เราดูต้นไม้ได้จากใบและลูกของมัน
善恶因果,观其后果:有些行为在当下难以判断对错,但果报显现时,真相便一目了然,就像通过叶子和果实辨认树的种类一样。
อสรพิษในคราบขุมทรัพย์: สิ่งของที่เราได้มาโดยไม่ชอบธรรม หรือการหยิบฉวยของที่ไม่ใช่ของเรา แม้จะดูเหมือน “ลาภลอย” แต่สุดท้ายมันอาจกลายเป็น “อสรพิษ” ที่ย้อนกลับมาทำร้ายเราจนถึงแก่ชีวิตได้
披着宝藏外衣的毒蛇:那些不义之财或顺手牵羊所得的东西,看似是“横财”,实则可能像毒蛇一样反噬我们,甚至招致杀身之祸。
อย่าทำสิ่งที่ต้องเสียใจภายหลัง: บัณฑิตหรือผู้รู้ ย่อมไม่เลือกทำกรรมใดๆ ที่ทำเสร็จแล้วต้องมานั่งเศร้าโศกหรือเดือดร้อนใจในภายหลังครับ
莫做追悔之事:真正的智者不会去做任何事后令自己悲伤或苦恼的行为。
——————————————————-
054 กรรมดีอันทำให้อิ่มใจ
54.法喜充满的善行
ในสมัยพุทธกาล ณ เมืองราชคฤห์ มีช่างจัดดอกไม้คนหนึ่งชื่อว่า “นายสุมนมาลาการ”
在佛陀时代,王舍城中有一位名叫须摩那的花匠。
ทุก ๆ เช้า นายสุมน มีหน้าที่นำดอกมะลิสด 8 ทะนาน ไปถวายแด่พระเจ้าพิมพิสาร และจะได้รับเงินค่าตอบแทนวันละ 8 กหาปณะเป็นประจำ
每天清晨,须摩那的职责是送八束新鲜的茉莉花入宫,献给频婆娑罗王,以此获得八迦利沙的报酬。
เช้าวันหนึ่ง ขณะที่เขากำลังหอบดอกไม้เข้าเมืองตามปกติ เขาได้เห็นพระสัมมาสัมพุทธเจ้าเสด็จผ่านมาพอดี พร้อมด้วยเหล่าภิกษุสงฆ์ ในตอนนั้นพระองค์ทรงเปล่ง “ฉัพพรรณรังสี” สว่างไสวและงดงามยิ่งนัก เมื่อนายสุมนได้เห็นภาพอันน่าเลื่อมใสนั้น เขาก็เกิดศรัทธาอย่างแรงกล้าจนยอมสละได้แม้กระทั่งชีวิต
有一天早晨,他像往常一样抱着茉莉花进城时,恰好看见佛陀与僧众路过。那时,佛陀周身散发出“六色祥光”,无比庄严璀璨。但须摩那亲眼目睹这番殊胜的景象后,当下生起强烈的信仰,甚至甘愿献出生命。
เขาคิดในใจว่า “ถ้าเราเอาดอกไม้ที่จะไปถวายพระราชา มาบูชาพระพุทธเจ้าแทน พระราชาอาจจะโกรธจนประหารชีวิตเรา หรือขับไล่เราออกจากเมืองก็ได้ แต่ถึงอย่างนั้น เราก็ยอมตายเพื่อบูชาพระพุทธองค์”
他在心中暗想:“若我将献给国王的鲜花拿去供养佛陀,国王或许会震怒将我逐出城,或者处死我。即便如此,我也甘愿为供养佛陀而死。”
นายสุมนตัดสินใจโยนดอกมะลิขึ้นไปบนอากาศเพื่อบูชาพระพุทธเจ้าทันที! และสิ่งอัศจรรย์ก็เกิดขึ้น… ดอกไม้เหล่านั้นไม่ได้ตกลงพื้น แต่กลับลอยค้างอยู่กลางอากาศ แวดล้อมรอบพระวรกายของพระพุทธเจ้าเหมือนเป็นซุ้มดอกไม้ที่งดงามตามเสด็จไปทุกที่ ชาวเมืองที่เห็นต่างพากันแซ่ซ้องสาธุการด้วยความปีติยินดี
须摩那当即将茉莉花抛向空中供养佛陀。奇迹也随之发生,那些花并没有落在地上,而是悬停在空中,如同一个美丽的花环拱门,环绕在佛陀周身,随佛陀一路前行。城中百姓目睹此景,纷纷齐声赞叹。
แต่เมื่อเขากลับถึงบ้าน ภรรยาของเขากลับตกใจกลัวและด่าทอเขาว่าโง่เขลา เพราะกลัวพระราชาจะลงโทษ นางรีบไปเฝ้าพระเจ้าพิมพิสารเพื่อทูลตัดความสัมพันธ์กับสามีทันที แต่พระเจ้าพิมพิสารทรงเป็นอริยบุคคลชั้นโสดาบัน เมื่อทรงทราบเรื่อง แทนที่จะกริ้ว พระองค์กลับทรงชื่นชมในความใจเด็ดของนายสุมน และทรงพระราชทานรางวัลอย่างงามที่เรียกว่า “ของอย่างละ 8” ได้แก่ ช้าง 8 เชือก, ม้า 8 ตัว, ทาสชายหญิงอย่างละ 8 คน, เครื่องประดับชุดใหญ่ 8 ชุด, เงิน 8,000 กหาปณะ และบ้านส่วยอีก 8 ตำบล
然而,当须摩那回到家中时,妻子却惊恐万分,责骂其愚昧无知,深怕国王会降罪。她急忙进宫觐见频婆娑罗王,请求与丈夫撇清关系。但频婆娑罗王是已证得须陀洹果的圣者,在得知此事后非但没有动怒,反而随喜赞叹须摩那的决心,并赐予他各种奖赏:八头象、八匹马、男女奴仆各八名、八套华丽的首饰、八千迦利沙,以及八个村庄的税收权。
พระพุทธเจ้าทรงตรัสถึงเรื่องนี้ว่า กรรมที่นายสุมนทำนั้นยิ่งใหญ่นัก เขาจะเสวยสุขในเทวโลกและมนุษย์โลกนานนับแสนกัป และในอนาคตจะได้ตรัสรู้เป็นพระปัจเจกพุทธเจ้านามว่า “สุมานะ”
佛陀借此机缘开示道:“须摩那所做的善业极为殊胜,他将在天界和人间享受长达数万劫的安乐,并在未来证悟成名为须摩那的辟支佛。”
ข้อคิด:
启示
กรรมดีที่ทำแล้วอิ่มใจ: การทำความดีที่ถูกต้อง คือการทำแล้วไม่รู้สึกเสียดายหรือเดือดร้อนใจในภายหลัง แต่จะรู้สึกเอิบอิ่มและมีความสุขทุกครั้งที่นึกถึง แม้เวลาจะผ่านไปนานกี่สิบปีก็ตาม
法喜充满的行善:真正的行善是做了之后不会后悔或懊恼,而是每当忆念起来皆法喜充满,即便过去数十年,那份法喜依然如故。
ความเสียสละ: นายสุมนยอมสละทั้งอาชีพและชีวิตเพื่อสิ่งที่เขามั่นใจว่าเป็นความดีงามสูงสุด ผลแห่งความเสียสละนั้นย่อมนำมาซึ่งรางวัลที่ยิ่งใหญ่เกินคาด
布施的智慧:须摩那为了坚守内心的至善,甘愿舍弃生计乃至生命,这份布施带来的果报不可思议。
ความเข้าใจในธรรม: ในขณะที่ภรรยามองเห็นแต่โทษและด่าทอเพราะความกลัว แต่พระราชาผู้มีธรรมกลับมองเห็นคุณงามความดีและให้การสนับสนุน
认知不同:当妻子因恐惧而只看到祸患并责骂丈夫时,已证得须陀洹果的频婆娑罗王却看到了其中的善行,并赐予各种奖赏。
——————————————————-
055 คนพาลเห็นบาปเหมือนของหวาน
55. 愚者视恶如蜜
มีหญิงสาวผู้หนึ่งนามว่า “อุบลวรรณา” เธอมีผิวพรรณงดงามราวกับกลีบดอกบัวขาบ จนเป็นที่หมายปองของเศรษฐีและเจ้าชายมากมาย เพื่อหลีกเลี่ยงความวุ่นวายในการแย่งชิงตัวเธอ คุณพ่อของเธอจึงเสนอให้เธอบวชเป็นภิกษุณี ซึ่งเธอก็เต็มใจรับทันที
有一位名为莲华色的少女,她的肤色美丽纯净如青莲花瓣,引得众多王子与富家子弟的倾心追求。为了避免因争夺她而引发纷争,父亲便建议她出家为比丘尼,结果她欣然接受。
หลังจากบวชได้ไม่นาน ขณะที่เธอกำลังกวาดโรงอุโบสถและเพ่งมองเปลวเทียน เธอก็ได้บรรลุธรรมเป็นพระอรหันต์ผู้มีฤทธิ์เดช วันหนึ่งท่านได้ไปอาศัยอยู่ในกระท่อมกลางป่ามืดเพียงลำพัง, แต่แล้วก็มีชายหนุ่มคนหนึ่งชื่อ “นันทมาณพ” ซึ่งแอบรักท่านมาตั้งแต่สมัยเป็นฆราวาส ได้แอบเข้ามาซ่อนตัวอยู่ใต้เตียง
出家后不久,有一天莲华色比丘尼在打扫法堂凝视着烛火时,当下证得阿罗汉果,成为一位具足神通的圣者。某日,她独自在林中一座小木屋居住。然而,一位名为难陀的青年,暗恋她已久,竟偷偷潜入木屋藏于床底。
เมื่อพระเถรีกลับมาจากบิณฑบาต นันทมาณพก็ออกมาใช้กำลังข่มขืนท่าน แม้จะเป็นการทำบาปที่ร้ายแรงต่อพระอรหันต์ แต่นันทมาณพกลับรู้สึกเพลิดเพลินในกามารมณ์ชั่วขณะนั้น ทว่าความสุขนั้นสั้นนัก เพราะทันทีที่เขาเดินก้าวพ้นกระท่อมไป แผ่นดินก็ได้สูบเขามิให้ไปทำบาปที่ไหนต่อ และตกลงไปรับกรรมในอเวจีมหานรกทันที
当莲华色比丘尼托钵归来,难陀便冲出来强行侵犯了她。这是对阿罗汉犯下的重罪,但难陀却在那短暂的瞬间沉溺于情欲之乐。然而,这种快乐转瞬即逝。因为当他刚走出小屋,大地便裂开将其吞噬,最终堕入无间地狱承受无尽的苦报。
เมื่อเรื่องนี้ทราบถึงพระพุทธเจ้า พระองค์จึงทรงสอนให้เราเห็นว่า “คนพาลมักเห็นบาปเป็นเหมือนของหวาน ตราบเท่าที่บาปนั้นยังไม่ส่งผล”, เหมือนกับยาพิษที่เคลือบด้วยน้ำตาลไว้ข้างนอก ทำให้คนหลงผิดไปลิ้มลองด้วยความเพลิดเพลิน แต่เมื่อบาปนั้นสุกงอมและส่งผลเมื่อใด ความทุกข์ที่ได้รับจะมหาศาลเกินกว่าความสุขเล็กน้อยที่เคยได้รับมาหลายเท่าตัวนัก
佛陀得知此事后教导道:“愚者往往在恶业尚未成熟时,视恶如蜜。”就像包裹糖衣的毒药,让人在迷惑中贪图一时之快。可一旦恶业成熟,其所受之苦远超当初那微不足道的快感无数倍。
ท้ายที่สุด เพื่อป้องกันไม่ให้เกิดเหตุการณ์เลวร้ายเช่นนี้อีก พระพุทธเจ้าจึงทรงขอให้พระเจ้าปเสนทิโกศลสร้างที่พักให้ภิกษุณีอยู่ภายในเขตเมือง และทรงมีพระพุทธบัญญัติห้ามไม่ให้ภิกษุณีอยู่จำพรรษาในป่าอีกต่อไป
最后,为防止再次发生此类恶行,佛陀请憍萨罗国的波斯匿王在城内为比丘尼建造住所,并制定戒律,禁止比丘尼独自在林中安居修行。
ข้อคิด:
启示
บาปเหมือนยาพิษเคลือบน้ำตาล: ในตอนแรกที่ทำ คนมักจะรู้สึกสนุกหรือเพลิดเพลิน (เหมือนของหวาน) เพราะบาปยังไม่ส่งผลทันที ทำให้คนประมาทและกล้าทำความผิด
恶业犹如裹糖的毒药:在作恶之初,人们往往感到快意或愉悦(如同糖果),因为恶报尚未立即显现,这使人产生侥幸心理,敢于作恶。
เมื่อบาปส่งผลจะทุกข์หนัก: เมื่อถึงเวลาที่กรรมตามทัน ความทุกข์ที่ได้รับจะรุนแรงและยาวนาน เหมือนนันทมาณพที่สุขเพียงครู่เดียวแต่ต้องทุกข์ทรมานในนรกยาวนาน
恶报成熟时痛苦万分:当因果报应临头,所受的痛苦既剧烈又漫长。正如难陀贪图一时之欲,却换来在地狱中承受漫长之苦。
จิตใจที่บริสุทธิ์ไม่ติดในกาม: พระพุทธเจ้าเปรียบพระอรหันต์เหมือน “หยาดน้ำบนใบบัว” หรือ “เมล็ดผักกาดบนปลายเหล็กแหลม” ที่ความชั่วร้ายและกามารมณ์ไม่สามารถซึมซาบหรือเกาะติดอยู่ในใจได้เลย
清净之心不染于欲乐:佛陀将阿罗汉比作“莲叶上的水珠”或“针尖上的芥子”,邪恶与情欲皆无法渗透或附着其心。
——————————————————-
056 กรรมจากการเบียดเบียนผู้บริสุทธิ์ ทำให้ต้องมากินอุจจาระ
56. 因迫害清白之人而食粪便
ในสมัยพุทธกาล มีนักบวชคนหนึ่งชื่อว่า “ชัมพุกะ” ผู้คนต่างเลื่อมใสเขามาก เพราะเขาดูเป็นนักบวชที่มีตบะแก่กล้า เขายืนด้วยขาข้างเดียว อ้าปากกินลมเป็นอาหาร ไม่ยอมนุ่งห่มเสื้อผ้า และนอนบนพื้นดิน, เมื่อมีคนนำอาหารเลิศรสมาถวาย เขาก็จะใช้เพียง “ปลายหญ้าคา” แตะที่อาหารแล้ววางบนปลายลิ้น เพื่อแสดงว่าเขาแทบจะไม่บริโภคอะไรเลยนอกจากลม
在佛陀时代,有一位名为阎浮迦的苦行外道,世人对他极为崇敬,因为他看起来像一位道行高深的苦行者。他常常单足站立,以食风为生,不穿衣服,卧于地面。当有人献上精美的食物时,他也只会用茅草尖触碰一下食物,然后放在舌尖上,以示自己除了风之外几乎不吃其他东西。
แต่ความจริงที่ซ่อนอยู่หลังภาพลักษณ์ที่ดูศักดิ์สิทธิ์นั้นน่าเศร้าใจนัก เพราะในยามที่ไม่มีใครเห็น ชัมพุกะจะแอบไปกิน “อุจจาระ” เป็นอาหาร, ซึ่งพฤติกรรมประหลาดนี้มีที่มาจาก “แรงอาฆาตและคำสาปแช่ง” ในอดีตชาติของเขาเอง
然而,在这副看似神圣的外表背后,却隐藏着可悲的事实:每当无人之时,阎浮迦便会偷偷以粪便为食。这种怪异的行为,源于他过去世的仇恨与诅咒。
ย้อนกลับไปในอดีต ชัมพุกะเคยเป็นพระภิกษุผู้ดูแลวัดแห่งหนึ่ง วันหนึ่งมีพระอรหันต์รูปหนึ่งจาริกมาพักด้วย เศรษฐีเจ้าของที่ดินเห็นพระอาคันตุกะมีกิริยาน่าเลื่อมใส จึงถวายอาหารอย่างดีและดูแลอย่างใกล้ชิด สิ่งนี้ทำให้พระเจ้าถิ่นเกิดความ “ริษยา” อย่างรุนแรงจนขาดสติ เขาเข้าไปด่าทอพระอรหันต์ด้วยคำสาปแช่ง 4 ประการ คือ:
回溯过去,阎浮迦曾是一位负责看守寺院的比丘。有一天,一位阿罗汉游化至此借宿。一位富翁见阿罗汉举止庄严、令人起敬,便以精美饮食供养并悉心照顾。这让阎浮迦比丘生起了强烈的嫉妒心,以至于失去了理智。他辱骂那位阿罗汉,并发出四个恶毒的诅咒:
“การกินอุจจาระยังดีกว่ากินอาหารบ้านเศรษฐีนี้”
“吃粪便也比吃这个富翁的食物要好!”
“การใช้แปรงตาลถอนผมตัวเองยังดีกว่าให้ช่างที่เศรษฐีหามาปลงผมให้”
“用棕榈刷拔自己的头发,也比富翁请来的理发师剃发要好!”
“การเปลือยกายยังดีกว่านุ่งผ้าที่เศรษฐีถวาย”
“赤身裸体,也比穿富翁供养的袈裟要好!”
“การนอนบนพื้นดินยังดีกว่านอนบนเตียงที่เศรษฐีจัดให้”
“卧于地上,也比睡在富翁安排的床榻要好!”
แม้พระอรหันต์จะจากไปโดยไม่ถือโทษ แต่กรรมจากการเบียดเบียนผู้บริสุทธิ์นั้นหนักหนา หลังจากพระรูปนั้นตายไปต้องตกนรกอเวจีเป็นเวลานาน และเมื่อกลับมาเกิดเป็นชัมพุกะในชาตินี้ เขาก็ต้องใช้ชีวิตตามคำด่าที่เคยแช่งเขาไว้ทุกประการ คือกินอุจจาระ ถอนผมด้วยแปรงตาล เปลือยกาย และนอนบนดิน เป็นเวลาถึง 55 ปี
尽管阿罗汉毫不介怀地离开了,但迫害清白圣者的恶业极为深重。这位比丘死后,堕入无间地狱受尽苦报。当他在今世投生为阎浮迦时,不得不亲身承受自己过去世所发的诅咒:以粪便为食、用棕榈刷拔头发、赤身裸体、卧于地面,这样的生活整整持续了五十五年。
จนกระทั่งวันหนึ่ง พระพุทธเจ้าทรงเล็งเห็นว่าชัมพุกะพร้อมจะพ้นจากวิบากกรรมนี้แล้ว จึงเสด็จไปโปรด ในคืนนั้น เหล่าเทวดาและท้าวมหาพรหมต่างพากันมาเข้าเฝ้าพระพุทธเจ้าจนป่าสว่างไสว ชัมพุกะเห็นดังนั้นก็อัศจรรย์ใจ เพราะตลอด 55 ปีที่เขาบำเพ็ญตบะมา ไม่เคยมีเทวดาแม้แต่องค์เดียวมาหาเขาเลย
直到有一天,佛陀见阎浮迦摆脱此恶果的机缘已经成熟,便亲自前去度化他。那天夜里,众天人纷纷前来礼敬佛陀,整片森林被光明普照。阎浮迦见此情景极为震惊,因为他苦行五十五年,从未有任何天人前来探望过他。
พระพุทธเจ้าจึงทรงเปิดเผยความจริงเรื่องกฎแห่งกรรมให้เขาฟัง ชัมพุกะเกิดความสลดใจ (สังเวช) และละทิ้งทิฐิผิดๆ ทันที เขาได้ฟังธรรมจนบรรลุเป็นพระอรหันต์ และประกาศให้มหาชนรู้ว่า “พระพุทธเจ้าคือครูของตน”
佛陀随即向他揭示了因果报应的真相。阎浮迦听后心生惭愧,当即放下过往的执念与偏见。在聆听佛陀开示后,他证得了阿罗汉果,并向大众宣告:“佛陀是我的导师。”
ข้อคิด:
启示
คำพูดมีพลัง: สิ่งที่ชัมพุกะเคยด่าแช่งผู้อื่นไว้ กลับกลายเป็นวิถีชีวิตที่เขาต้องเผชิญเองในที่สุด ดังนั้นเราควรระวังคำพูด ไม่ควรดูหมิ่นหรือริษยาใคร
言语极具力量:阎浮迦曾用来诅咒他人的话语,最终竟成了自己不得不承受的宿命。因此,我们必须谨言慎行,不要轻蔑或嫉妒他人。
ความดีไม่ได้อยู่ที่เปลือก: การทรมานตนเองหรือสร้างภาพว่ามีตบะสูง (เช่น การใช้ปลายหญ้าคาแตะอาหาร) ไม่ได้ช่วยให้บรรลุธรรมได้ หากจิตใจยังเต็มไปด้วยความหลอกลวง
美德不在于表象:自我折磨或装出高深苦修的形象(例如用茅草尖触食),并不能让人解脱。如果内心依然充斥着欺骗,一切皆为枉然。
การทำตามรูปแบบที่ดูขลังแต่ไม่มีเจตนาที่บริสุทธิ์ แม้ทำเป็นร้อยปีก็สู้การมีจิตที่เป็นกุศลและรู้แจ้งในธรรมเพียงชั่วครู่ไม่ได้
流于形式的修行,即使修一百年也比不上拥有一颗向善的心,以及在刹那间如实知见佛法。
——————————————————-
057 พระมหาโมคคัลลานะเห็นเปรต
57. 目犍连尊者见饿鬼
ในสมัยที่พระพุทธเจ้ายังทรงพระชนม์อยู่ ณ วัดเวฬุวัน เมืองราชคฤห์ วันหนึ่งพระมหาโมคคัลลานะและพระลักขณะได้เดินลงจากเขาคิชฌกูฏเพื่อเข้าไปบิณฑบาตในเมือง ระหว่างทาง พระมหาโมคคัลลานะได้ยิ้มออกมาน้อยๆ เมื่อพระลักขณะถามถึงสาเหตุ ท่านก็บอกว่า “ตอนนี้ยังไม่ใช่เวลาตอบ ให้ไปทูลถามต่อหน้าพระพุทธเจ้าเถิด”
佛陀常住王舍城竹林精舍期间,有一天,目犍连尊者和勒叉那尊者一同从灵鹫山下来,准备进城托钵。途中,目犍连尊者忽然微微一笑。勒叉那尊者问及原因,目犍连尊者说:“现在还不能回答,等我们回到佛陀面前,再请佛陀亲自解答吧。”
เมื่อทั้งสองกลับมาเฝ้าพระพุทธเจ้า พระมหาโมคคัลลานะจึงเฉลยว่า สาเหตุที่ท่านยิ้มเพราะท่านได้เห็นภาพที่น่าอัศจรรย์และน่าสะพรึงกลัว นั่นคือ “อหิเปรต” หรือเปรตที่มีหัวเป็นมนุษย์แต่มีตัวเป็นงูยาวถึง 25 โยชน์ และมีเปลวไฟลุกท่วมตัวตั้งแต่หัวจรดปลายหาง
当两个人托钵回来拜见佛陀时,目犍连尊者才道出原委。原来他刚才之所以微笑,是因为看到了一幅奇异又恐怖的画面,那是一个蛇身饿鬼,长着人头,身体却是长达二十五由旬的巨蛇,从头至尾燃烧着熊熊烈火。
พระพุทธเจ้าจึงทรงเป็นพยานว่าสิ่งที่พระโมคคัลลานะเห็นนั้นเป็นเรื่องจริง และทรงเล่า “บุพกรรม” หรืออดีตชาติของเปรตตนนี้ให้ฟังว่า
佛陀证实了目犍连尊者所见为实,并讲述了该饿鬼的宿世因缘:
ในอดีต ชายคนนี้เคยเป็นชาวนาในเมืองพาราณสี ใกล้ๆ ที่นาของเขามีศาลาของพระปัจเจกพุทธเจ้าตั้งอยู่ ทำให้ทุกเช้าและเย็นจะมีผู้คนจำนวนมากเดินผ่านที่นาของเขาเพื่อไปทำบุญ จนข้าวกล้าในนาถูกเหยียบย่ำเสียหาย ชายคนนี้โกรธมากและคิดว่า “ถ้าไม่มีศาลาหลังนี้ คนก็คงไม่เดินผ่านนาของเรา” ด้วยความโมโหขาดสติ เขาจึงตัดสินใจ เผาศาลาของพระปัจเจกพุทธเจ้าจนวอดวาย
在过去世,这个饿鬼曾是波罗奈城的一名农夫。在其农田附近有一座供奉辟支佛的凉亭,因此每天早晚都会有许多人穿过他的农田去供养,导致庄稼时常被践踏。这名农夫因此耿耿于怀,心想:如果没有这座凉亭,人们就不会穿过我的农田了。他一怒之下竟放火烧了那座辟支佛的凉亭。
เมื่อชาวบ้านมาเห็นศาลาถูกไฟไหม้และรู้ว่าเป็นฝีมือของชายคนนี้ พวกเขาจึงโกรธแค้นและรุมประชาทัณฑ์จนเขาเสียชีวิต ผลกรรมนั้นส่งให้เขาไปตกนรกอเวจีเป็นเวลานานแสนนาน และเมื่อพ้นจากนรกแล้ว เศษกรรมที่เหลือยังส่งผลให้เขาต้องมาเกิดเป็นเปรตงูที่ถูกไฟคลอกอยู่เช่นนี้
村民们发现凉亭被烧,得知是农夫所为便群起愤怒,将其殴打致死。此恶业令他堕入无间地狱,受无量劫之苦。当地狱的果报受尽后,残余的业力仍牵引他转世为被烈火焚烧的蛇身饿鬼,继续承受痛苦。
พระพุทธเจ้าจึงได้สรุปเป็นบทเรียนสำคัญไว้ว่า “กรรมชั่วที่ทำแล้ว อาจจะยังไม่ให้ผลทันที”
佛陀借此开示了一个重要的教诫:“恶造下业后,或许不会立即显现果报。”
ทรงเปรียบเทียบไว้ 2 อย่าง คือ:เหมือนนมสดที่เพิ่งรีดออกมาใหม่ๆ ซึ่งยังไม่บูดเน่าทันที แต่ถ้าทิ้งไว้สักพักมันจะค่อยๆ บูดและเสียไปเอง
佛陀用两个比喻来说明:如同刚挤出的鲜奶不会立刻变酸,但放置一段时间后会腐坏变质。
เหมือนไฟที่ถูกเถ้ากลบไว้ มองภายนอกอาจดูไม่ร้อน แต่ถ้าใครเอามือไปแหย่โดนเข้าเมื่อไหร่ ไฟนั้นก็จะลุกไหม้ทำลายผู้นั้นทันที
又如同被灰烬覆盖的炭火,表面看似不烫,但若有人伸手去拨弄,会立刻被炭火灼伤。
ข้อคิด:
启示
อย่าประมาทว่าทำชั่วแล้วไม่มีใครเห็น หรือทำแล้วยังไม่เกิดเรื่องร้ายๆ เพราะกรรมชั่วเปรียบเสมือนไฟที่รอเวลาปะทุขึ้นมาเผาผลาญเราในวันที่ผลกรรมนั้น “แก่รอบ” หรือถึงเวลาของมันนั่นเองครับ ดังนั้นการเป็นคนดีและใจเย็นรอคอยผลแห่งความดี จึงเป็นทางเลือกที่ปลอดภัยที่สุด
千万不要抱有侥幸心理,以为做了恶事无人知晓,或者暂时没有招致灾祸便相安无事。恶业犹如被灰烬覆盖的炭火,只待时机成熟便会爆发出来将我们吞噬。因此,做一个善良的人,耐心等待善业开花结果才是人生最安全的选择。
——————————————————-
058 ความรู้ของคนพาล มีไว้ก็เอาไปทำความไม่ดี
58. 愚者用技能作恶
ณ เมืองพาราณสี มีชายพิการคนหนึ่งที่มีทักษะพิเศษที่ไม่เหมือนใคร คือเขามีความสามารถในการ “ดีดกรวด” ได้แม่นยำราวจับวาง เขาสามารถดีดกรวดใส่ใบไม้ให้เป็นรูปร่างต่างๆ เช่น รูปช้างหรือรูปม้า จนพวกเด็กๆ ในเมืองต่างพากันชื่นชอบและนำขนมมาให้เขาเป็นรางวัล
在波罗奈城,有一位身患残疾的男子拥有一项绝活——弹石子,技艺出神入化,百发百中。他可以用石子将树叶弹成各种形状,如大象或马匹,城里的孩子都非常喜欢他,纷纷拿零食来奖赏他。
อยู่มาวันหนึ่ง ความเก่งกาจนี้ไปเข้าพระเนตรของพระราชา พระองค์ทรงมีปัญหาเรื่องปุโรหิตคนหนึ่งที่พูดมากจนเกินไป จนทำให้พระองค์ทรงรำคาญ จึงทรงจ้างชายพิการคนนี้ให้ช่วยกำจัดนิสัยพูดมากของปุโรหิต ในขณะที่ปุโรหิตกำลังอ้าปากพูด ชายพิการก็ดีด “มูลแพะ” เข้าไปในปากของปุโรหิตทีละเม็ดๆ จนเต็มปาก ทำให้ปุโรหิตเขินอายและไม่กล้าพูดมากอีกเลย พระราชาทรงพอพระทัยมาก จึงพระราชทานรางวัลมหาศาล ทั้งหมู่บ้าน ทาส และทรัพย์สมบัติ
有一天,他的这项技艺传到国王耳中。当时,国王正因为一位多嘴的国师而烦恼不已。于是,国王便雇佣这位残疾男子,让他帮忙整治国师话多的毛病。当国师张嘴滔滔不绝时,残疾男子便将一粒一粒的羊粪球弹入国师口中,直至塞满整个口腔。国师羞愧难当,从此不敢再多嘴。国王大喜,赏赐他巨额的财富,包括村庄、奴仆以及无数财宝。
แต่แล้ว เรื่องราวกลับพลิกผันเมื่อมีชายคนหนึ่งเห็นความร่ำรวยนั้นแล้วเกิดกิเลส อยากจะได้วิชานี้บ้าง เขาเฝ้าปรนนิบัติชายพิการจนยอมสอนวิชาให้ แต่ก่อนจะจากไป อาจารย์ได้เตือนสติว่า “อย่าไปลองวิชากับคนหรือสัตว์ที่มีเจ้าของ เพราะจะเดือดร้อน”
然而,事情随后发生了反转。有一名男子看到残疾男子因此技艺而致富便心生贪念,也想学这门技艺。他竭尽所能侍奉这名残疾男子,最终感动了对方,并学到了此技艺。但临别前残疾男子语重心长地告诫道:“切勿对人类或有主的动物试演此技,否则必招祸端。”
ทว่าชายผู้นี้เป็น “คนพาล” ที่ขาดปัญญาและศีลธรรม เขาออกไปหาเป้าหมายเพื่อลองวิชา จนไปพบพระปัจเจกพุทธเจ้าท่านหนึ่งที่กำลังบิณฑบาต เขาคิดเอาเองว่า “ท่านผู้นี้ไม่มีพ่อแม่พี่น้อง ไม่มีใครคุ้มครอง (ไม่มีเจ้าของ)” จึงดีดกรวดเข้าไปในช่องหูของท่านจนทะลุอีกข้าง ทำให้พระปัจเจกพุทธเจ้าต้องปรินิพพานในเวลาต่อมา เมื่อชาวบ้านรู้เรื่องเข้าก็โกรธแค้นและรุมประชาทัณฑ์ชายคนนั้นจนตาย
然而,此男子是一个缺乏智慧与道德的愚者。他一离开便着急寻找目标来小试身手,随后遇到了一位正在托钵的辟支佛。他自作聪明地想:“这位尊者没有父母兄弟,无依无靠(是个无主之人)。”于是,他便将石子弹入辟支佛的耳中,石子贯穿而过,当下导致辟支佛般涅槃。村民们得知此事后愤怒不已,一拥而上将他活活打死。
ด้วยบาปกรรมที่ทำกับผู้บริสุทธิ์ ชายคนนั้นต้องตกนรกอเวจีเป็นเวลานาน และเมื่อพ้นจากนรกมาแล้ว เขาก็ต้องมาเกิดเป็น “เปรต” ที่มีค้อนเหล็กเผาไฟร้อนแดง 60,000 อัน ตกลงมากระแทกศีรษะให้แตกกระจายซ้ำแล้วซ้ำเล่าตามแรงกรรมที่เขาเคยทำไว้
由于迫害清净者的重罪,该男子堕入无间地狱受漫长的苦报。当地狱的果报受尽后,他又投生为饿鬼,日夜遭受六万把烧得通红的铁锤无休止地锤打其头颅,周而复始,以此偿还自己当年所造的恶业。
ข้อคิด:
启示
ความรู้ในมือคนผิดคืออันตราย: ความรู้หรือศิลปะต่างๆ หากตกอยู่ในมือของคนพาล ย่อมนำความพินาศมาสู่ตนเองและผู้อื่น เหมือนอาวุธที่อยู่ในมือโจร
技艺落入恶人手中即是灾难:学问或技艺若落入愚者与恶人之手,必将给自己和他人带来灾难,如同武器落入盗贼之手。
ศีลธรรมต้องนำหน้าวิชาความรู้: ก่อนจะเรียนรู้วิชาการใดๆ ควรฝึกฝนให้เป็นคนดีมีศีลธรรมเสียก่อน เพื่อให้ศีลธรรมนั้นเป็นเครื่องคุ้มครองไม่ให้นำความรู้ไปใช้ในทางที่ผิด
德行先于技艺:在学习任何技艺前,应先修身养性,培养良好的德行,只有用德行来约束才能确保技艺不会被滥用。
คนพาลมักลำพองตน: เมื่อคนพาลมีความรู้หรือมียศถาบรรดาศักดิ์สูงขึ้น มักจะลืมตัว ดูหมิ่นผู้มีพระคุณ และทำลายสิ่งดีงามเหมือนลิงที่ยิ่งอยู่สูงก็ยิ่งแสดงกิริยาไม่เหมาะสม
愚者常因自傲而堕落:当愚者获得技艺或地位后,常常忘乎所以,轻慢恩人,破坏善法,如同猴子爬得越高,行为越放肆不羁。
กฎแห่งกรรมนั้นยุติธรรมเสมอ: การนำความรู้ไปเบียดเบียนผู้อื่น โดยเฉพาะผู้มีพระคุณหรือผู้ทรงศีล ย่อมส่งผลเป็นความทุกข์ทรมานที่แสนสาหัสในที่สุด
因果不虚:利用自己的本事去伤害他人,尤其是迫害有德之人或恩人,最终必将招致惨烈的苦果。
——————————————————-
059 ความดำริของคนพาล
59. 愚者的执念
มีพระเถระรูปหนึ่งชื่อว่า พระสุธรรม ท่านเป็นเจ้าอาวาสดูแลวัดใหญ่ที่สร้างโดยมหาเศรษฐีผู้ใจบุญชื่อ จิตตคหบดี
有一位名叫苏达摩的长老,是一座大寺院的住持,该寺院由一位名为质多长者的虔诚富翁所建。
วันหนึ่ง พระอัครสาวกทั้งสอง (พระสารีบุตรและพระมหาโมคคัลลานะ) ได้เดินทางมาที่เมืองนี้ จิตตคหบดีด้วยความเลื่อมใสจึงนิมนต์พระอัครสาวกไปฉันภัตตาหารที่บ้าน แล้วจึงค่อยไปนิมนต์พระสุธรรมให้ไปด้วยกัน แต่แทนที่พระสุธรรมจะยินดี ท่านกลับ โกรธและน้อยใจ เพราะคิดว่าตนเองเป็นเจ้าอาวาสแท้ๆ แต่กลับถูกนิมนต์ทีหลัง ท่านจึงปฏิเสธและพูดจาประชดประชันเสียดสีจิตตคหบดีถึงชาติตระกูล
有一天,佛陀的两位上首弟子(舍利弗与目犍连)云游来到此城。质多长者怀着敬信之心,先邀请两位尊者到家中应供,随后才去邀请苏达摩长老同行。然而,苏达摩长老非但不欢喜,反而心生恼怒与委屈,心想自己身为住持却被排在后面邀请。于是,他拒绝前往并出言讥讽,挖苦质多长者的出身。
ความผิดพลาดของพระสุธรรมในตอนนั้น คือสิ่งที่พระพุทธเจ้าเรียกว่า “ความดำริของคนพาล” นั่นคือการปรารถนาความยกย่องในสิ่งที่ตนไม่มีจริง อยากเป็นใหญ่เหนือผู้อื่น และอยากให้ทุกคนเข้าใจว่า “ความสำเร็จทั้งหลายที่เกิดขึ้นในวัดนี้ เป็นเพราะเราเพียงผู้เดียว” ความคิดเช่นนี้ทำให้ความริษยาและมานะละโมบพอกพูนขึ้นในใจ
苏达摩长老的过失,正是佛陀所说的“愚者的执念”——渴望得到自己并不具备的赞誉,想要凌驾在他人之上,希望所有人都认同这座寺院的一切成就都是靠他一个人。这种想法只会让内心的嫉妒、傲慢与贪欲不断滋长。
เมื่อเรื่องทราบถึงพระพุทธเจ้า พระองค์ทรงตำหนิพระสุธรรมและให้ท่านไปขอโทษจิตตคหบดี พระสุธรรมต้องใช้ความพยายามอย่างมากในการลดทิฐิมานะของตนเอง จนในที่สุดท่านก็นึกย้อนถึงความผิดและกลับตัวกลับใจได้ จนบรรลุเป็นพระอรหันต์ในเวลาต่อมา
这件事传到佛陀耳中后,佛陀严厉呵责了苏达摩长老,并让他去向质多长者道歉。苏达摩长老费了很大力气才降伏自身的傲慢与执念,最终痛改前非、真诚忏悔,后来证得了阿罗汉果。
ในทางตรงกันข้าม จิตตคหบดี ผู้มีศรัทธาและศีลอันบริสุทธิ์ เมื่อท่านเดินทางไปเฝ้าพระพุทธเจ้าที่วัดเชตวัน ด้วยอานุภาพแห่งบุญที่ท่านเคยทำมาในอดีต (เช่นการถวายอาหารและดอกไม้บูชาพระ) ทำให้เกิดปรากฏการณ์มหัศจรรย์ คือมี ฝนดอกไม้ 5 สี ตกลงมาต้อนรับท่านตลอดทาง พระพุทธเจ้าจึงทรงสอนว่า คนที่มีศรัทธาและศีลสมบูรณ์ ไม่ว่าจะไปอยู่ที่ไหน ย่อมได้รับการบูชาและต้อนรับอย่างดีเสมอ
与此相反,质多长者是一位具足清净信仰与戒行的人。当他前往祇园精舍拜见佛陀时,凭借过去世积累的善业(如以食物和鲜花供佛),沿途出现了奇妙的景观——五色花雨纷纷飘落迎接他。随后,佛陀开示道:具足清净信仰与圆满戒行者,无论走到哪里都会受到世人的敬仰与欢迎。
ข้อคิด:
启示
อย่าติดในลาภยศและการยอมรับ: คนพาลมักอยากให้คนอื่นเห็นว่าตัวเองสำคัญที่สุดและอยากให้คนยกย่องในสิ่งที่ตนไม่ได้เป็น ซึ่งจะนำมาซึ่งความทุกข์และความริษยา
莫贪图利养与赞誉:愚者常常希望他人重视自己,渴望得到名不副实的赞誉,这只会带来痛苦与嫉妒。
ลดทิฐิมานะ: การรู้จักยอมรับผิดและขอโทษเมื่อทำพลาด เหมือนที่พระสุธรรมยอมลดมานะไปขอโทษอุบาสก จะนำไปสู่ความเจริญในธรรม
降伏傲慢:懂得在犯错后承认错误并道歉,如同苏达摩长老放下傲慢去向居士忏悔一样,这将引领我们在修行路上不断进步。
บุญคือที่พึ่ง: การเป็นคนมีศีล มีศรัทธา และรู้จักให้ทาน (เหมือนจิตตคหบดี) จะทำให้เราเป็นที่รักของทั้งมนุษย์และเทวดา ไม่ว่าจะไปที่ไหนก็จะมีแต่ความสุขและสิ่งดีๆ เกิดขึ้น
功德是最好的依靠:具足戒行、信仰与乐善好施(如质多长者),无论走到哪里都会受到人天爱戴,身边也总会充满快乐与善缘。
——————————————————-
060 สามเณรวนวาสีติสสะ
60.林居提舍沙弥
มีพราหมณ์ยากจนคนหนึ่งชื่อ มหาเสน เขาเป็นเพื่อนกับพ่อของพระสารีบุตร แม้จะยากจนแต่เขาก็มีหัวใจที่ยิ่งใหญ่ วันหนึ่งเขาได้ถวายข้าวและผ้าผืนหนึ่งแก่พระสารีบุตรด้วยศรัทธาอย่างแรงกล้า ด้วยอานิสงส์นี้ เมื่อเขาตายไปจึงได้ไปเกิดในครอบครัวที่ร่ำรวยและได้บวชเป็น สามเณรวนวาสีติสสะ ตั้งแต่อายุเพียง 7 ขวบ
从前有一位名叫摩诃森的贫穷婆罗门。他是舍利弗尊者父亲的挚友。虽然他家境贫寒,却心胸宽广。有一天,他怀着强烈的信仰将米饭和一块布供养给舍利弗尊者。凭借这份善业,他往生后投生到一个富裕的家庭,并在年仅七岁时出家成为沙弥,法号林居提舍。
สามเณรเป็นผู้ที่มีบุญมาก ไม่ว่าจะไปที่ไหนก็มีแต่คนอยากถวายของให้ ครั้งหนึ่งในฤดูหนาว มีคนนำผ้าห่มขนสัตว์เนื้อดีมาถวายท่านถึง 1,000 ผืนภายในวันเดียว แต่แทนที่ท่านจะหลงระเริงในลาภสักการะเหล่านั้น ท่านกลับรู้สึกว่าความวุ่นวายในเมืองทำให้ใจไม่สงบ ท่านจึงตัดสินใจกราบลาพระพุทธเจ้าเพื่อไป บำเพ็ญเพียรในป่าลึก ที่ห่างไกลถึง 120 โยชน์
这位沙弥福报深厚,无论去往何处都有人争相供养。有一次在寒冷的冬天,一天之内就有人供养他一千件上等的毛毯。然而,他并未因此而耽溺于名闻利养中,反而觉得城里的喧嚣令心不得安宁。于是,他决定辞别佛陀前往一百二十由旬外的森林精进修行。
ในป่าแห่งนั้น สามเณรติสสะใช้ชีวิตอย่างสมถะ ท่านมักจะให้พรชาวบ้านสั้นๆ เพียงว่า “ขอให้ท่านทั้งหลายจงมีความสุข และพ้นจากทุกข์เถิด” จนกระทั่งพระสารีบุตรและพระพุทธเจ้าเสด็จมาเยี่ยม ท่านจึงได้แสดงธรรมอย่างลึกซึ้งว่า ความสุขที่แท้จริงคือการบรรลุธรรมเป็นพระอรหันต์
在森林中,林居提舍沙弥过着简朴的生活。他常给村民们简短的祝福:“愿诸位皆得安乐,远离诸苦。”直到佛陀和舍利弗尊者前来探望,他才开示深奥的佛法:真正的快乐是证得阿罗汉果。
พระพุทธเจ้าได้ทรงสอนบทเรียนสำคัญผ่านเรื่องราวของสามเณรติสสะไว้ว่า ทางที่จะนำไปสู่ “ลาภยศ” กับทางที่จะนำไปสู่ “นิพพาน” นั้นเป็นคนละเส้นทางกัน ท่านเปรียบเทียบว่า การจะได้มาซึ่งลาภสักการะ บางครั้งคนเราอาจต้องทำตัว “คด” เหมือนการงอนิ้วมือลงในชามข้าวเพื่อให้ข้าวติดมือขึ้นมา แต่ผู้ที่จะไปถึงนิพพานต้องละทิ้งความโลภ ไม่โอ้อวด และหมั่นพอกพูนความสงบหรือ “วิเวก” 3 ประการ คือ สงบกาย สงบใจ และสงบจากกิเลส
佛陀通过林居提舍沙弥的故事,教导了一个重要的道理:通往“名闻利养”之路与通往“涅槃”之路,是截然不同的两条路。佛陀打了个比方说为了获得利养与名声,有时人不得不像弯手指去抓碗里的米饭那样,做出曲心阿谀的举动(意指变得圆滑或不正直);然而,一个想要证得涅槃的修行者,必须断除贪欲,戒骄戒躁,不断增长三种远离——身远离、心远离、依远离。
ข้อคิด:
启示
เป้าหมายต่างกัน วิธีการก็ต่างกัน: หากเรามุ่งหวังเพียงทรัพย์สินเงินทอง (ลาภ) เราอาจต้องวุ่นวายและทำตัวคดโกงบ้างในบางครั้ง แต่ถ้าเรามุ่งหวังความสงบสุขที่แท้จริง (นิพพาน) เราต้องซื่อสัตย์และรู้จักปล่อยวาง
目标不同,道亦不同:如果我们毕生追逐财富与名利,免不了要在俗世中奔波劳累,有时甚至要违背良心。但若我们追求真正的寂静安乐(涅槃),就必须保持诚实正直并学会放下。
ความสงบคือความสุขที่แท้จริง: แม้จะมีสิ่งของมากมายแค่ไหน (เหมือนผ้า 1,000 ผืนของสามเณร) ก็ไม่เท่ากับการมีจิตใจที่สงัดจากกิเลส
寂静才是真正的安乐:无论拥有多少财物(如沙弥的一千件毛毯),都不如拥有一颗远离烦恼的清净之心。
ความกตัญญูและใจที่เสียสละ: เริ่มต้นจากพราหมณ์ที่สละของชิ้นสุดท้าย จนกลายเป็นสามเณรผู้ปล่อยวางลาภยศ เพื่อหาทางพ้นทุกข์อย่างยั่งยืน
感恩与奉献之心:这一切始于那位婆罗门舍得布施自己最后仅有的物品,最终成就了放下名利、寻求永恒解脱的小沙弥。
——————————————————-
061 ผู้ชี้บอกขุมทรัพย์ให้
61. 指引宝藏的人
ในสมัยพุทธกาล มีพราหมณ์ชราคนหนึ่งชื่อว่า “ราธะ” ท่านอาศัยอยู่ในวัดเชตวัน คอยช่วยงานจิปาถะ ทั้งกวาดลานวัดและถวายน้ำใช้แก่พระสงฆ์ด้วยความขยันขันแข็ง ราธะมีความปรารถนาอย่างยิ่งที่จะบวชเป็นพระ แต่ไม่มีใครยอมบวชให้เลยเพราะเห็นว่าท่านแก่มากแล้ว จนทำให้ท่านเสียใจและผ่ายผอมลง
在佛陀时代,有一位名叫罗陀的老婆罗门。他住在祇园精舍中,平日里勤恳地帮忙做各种杂务,比如打扫寺院或为僧众供水。罗陀非常渴望出家,但因年事已高,无人愿意为他剃度,为此他伤心不已,日渐消瘦。
วันหนึ่ง พระพุทธเจ้าทรงทราบด้วยข่ายพระญาณ จึงเสด็จไปหาและตรัสถามเหล่าภิกษุว่า “ใครจำคุณความดีของพราหมณ์ผู้นี้ได้บ้าง?” พระสารีบุตรเถระจึงกราบทูลว่า ท่านจำได้ว่าพราหมณ์ผู้นี้เคยถวายข้าวแก่ท่านเพียงหนึ่งทัพพีขณะบิณฑบาต ด้วยความกตัญญูนั้น พระพุทธเจ้าจึงอนุญาตให้พระสารีบุตรเป็นอุปัชฌาย์บวชให้ราธะพราหมณ์
有一天,佛陀以慧眼知晓此事,便来到僧众面前问道:“有谁记得这位婆罗门曾做过哪些善行?”舍利弗尊者禀告说,他记得有一次在托钵时,这位婆罗门曾虔诚地供养他一勺饭。出于知恩图报的心,佛陀允许舍利弗尊者作为戒师,为罗陀婆罗门剃度出家。
เมื่อบวชแล้ว พระราธะกลายเป็นลูกศิษย์ที่ “ว่าง่ายสอนง่าย” อย่างยิ่ง ไม่ว่าพระสารีบุตรจะคอยตักเตือนหรือชี้ข้อบกพร่องอย่างไร ท่านก็ไม่เคยโกรธเลยแม้แต่น้อย แต่กลับน้อมรับคำสอนนั้นด้วยความเคารพ ท่านปฏิบัติตามโอวาทของอาจารย์อย่างเคร่งครัด จนในที่สุดก็ได้บรรลุเป็นพระอรหันต์ในเวลาไม่นาน
出家之后,罗陀比丘成为一位听话受教的弟子。无论舍利弗尊者如何训诫或指出他的过失,他从未生起一丝怨恨,反而恭敬地虚心接受。他严格奉行导师的教诲,精进修行,不久就证得了阿罗汉果。
พระพุทธเจ้าจึงทรงยกย่องพระราธะและตรัสสอนว่า “บุคคลผู้ชี้โทษและตักเตือนเราเมื่อเห็นความผิด เปรียบเสมือนผู้ที่ชี้ขุมทรัพย์อันมีค่าให้”, การคบบัณฑิตที่คอยเตือนให้เราเว้นจากความชั่วและดำเนินในทางที่ถูกที่ควรนั้น มีแต่จะทำให้ชีวิตเจริญขึ้น ไม่มีเสื่อมเลย
对此,佛陀对罗陀比丘称赞有加,开示道:“那些看到我们的过错并敢于指正、劝诫我们的人,就像是为我们指引宝藏的人。” 与那些能劝阻我们作恶、引导我们走上正道的智者相伴,生命只会走向繁荣,不会堕落衰败。
ข้อคิด:
启示
มองคำตักเตือนเป็นขุมทรัพย์: คนที่กล้าเตือนเราด้วยความหวังดี คือคนที่ชี้ทางสว่างให้เราเห็นข้อบกพร่องเพื่อพัฒนาตนเอง เปรียบเหมือนคนชี้เป้าให้เราไปขุดเอาขุมทรัพย์
视劝诫为宝藏:敢于以善意劝诫我们的人,正是为我们指引明灯,让我们看清自身不足以便提升的人,如同为我们指出宝藏的所在。
เสน่ห์ของการเป็นคนว่าง่าย: ความเป็นคนสอนง่าย ไม่ดื้อรั้น เป็นกุญแจสำคัญที่นำไปสู่ความสำเร็จและความดีงามทั้งปวง
听话受教的可贵:易于教导、不固执己见,是通向一切成就与善行的关键。
ความกตัญญูคือเครื่องหมายคนดี: แม้เพียงความช่วยเหลือเล็กน้อย เช่น ข้าวหนึ่งทัพพี บัณฑิตย่อมไม่ลืมและหาทางตอบแทน
知恩图报是善人的标志:哪怕是微不足道的帮助,如一勺饭的恩情,智者亦不会忘记,并寻找机会予以报答。
เลือกคบคนให้ดูที่นิสัย: บัณฑิตจะชอบคบบัณฑิตเพื่อชักชวนกันไปในทางที่ดี เหมือนผึ้งที่ชอบตอมดอกไม้สะอาด ส่วนคนพาลจะชอบคบคนพาลเพื่อพาไปในทางเสื่อม
择友观其品行:智者乐于与智者相交,彼此勉励向善,如同蜜蜂喜欢采摘洁净的花朵;而愚者则喜欢与愚者为伍,彼此互相拖累走向堕落。
——————————————————-
062 คนพาลเกลียดชังคำสั่งสอน
62. 愚者厌恶教诲
ครั้งหนึ่ง ณ กิตาคิรีวิหาร มีภิกษุสองรูปนามว่า อัสสชิ และ ปุนัพพสุกะ แม้จะเป็นศิษย์ของพระสารีบุตรและพระมหาโมคคัลลานะ แต่กลับมีความประพฤติที่ไม่เหมาะสม ไม่มียางอายในการทำชั่ว พวกเขาชักชวนบริวารทำอนาจารหลายอย่าง เช่น การประจบชาวบ้านเพื่อเลี้ยงชีพด้วยปัจจัยที่ได้มาอย่างไม่เหมาะสม จนทำให้วัดนั้นไม่เหมาะจะเป็นที่พักของภิกษุผู้มีศีลอีกต่อไป
有一次,在基塔吉利寺里有两位名叫阿说示和富那婆娑的比丘。他们虽是舍利弗尊者与目犍连尊者的弟子,却行为不端,无耻造恶。他们带领随从做了许多不当之事,例如阿谀奉承村民,以此谋取不如法的资具,导致该寺院逐渐变得不再适合持戒清净的比丘居住。
เมื่อพระพุทธเจ้าทรงทราบเรื่อง จึงตรัสสั่งให้พระสารีบุตรและพระมหาโมคคัลลานะเดินทางไปที่นั่น เพื่อให้ “โอวาท” และ “อนุศาสน์” แก่ภิกษุเหล่านั้น, พระองค์ทรงย้ำว่า “ผู้ที่กล่าวสั่งสอนย่อมไม่เป็นที่รักของคนพาล แต่จะเป็นที่รักและปรารถนาของบัณฑิต”
佛陀知晓此事后,派舍利弗尊者和目犍连尊者前往该地,对两位比丘予以教诫与教授。佛陀强调说:“那些直言教诲的人,往往不被愚者所喜爱,但却是智者所爱戴和向往的人。”
เมื่อพระอัครสาวกทั้งสองไปถึง ผลลัพธ์ที่ได้ก็แตกต่างกันไปตามเนื้อในของแต่ละคน ภิกษุบางพวกยอมรับคำสอนและตั้งใจปฏิบัติใหม่ แต่บางพวกที่ใจร้อนและทิฐิสูงก็ยอมสึกออกไป หรือบางพวกที่ไม่ยอมปรับปรุงก็ถูกขับออกจากหมู่คณะ
当两位上首弟子到达后,结果因人而异:有些比丘接受了教导,决心重新精进修行;有些心浮气傲的比丘则选择还俗离去;还有一些不肯悔改的比丘则被逐出了僧团。
ข้อคิด:
启示
หัวใจของคนดี (สัตบุรุษ): จะมีความสุขเมื่อได้รับคำแนะนำหรือคำเตือน เหมือนมหาสมุทรที่ไม่เคยอิ่มด้วยน้ำ เขาจะรักและเคารพผู้ที่ตักเตือนเสมือนเป็นญาติสนิท
善人的心态:善士在得到劝诫或建议时会感到欢喜,犹如百川汇海,大海从不嫌水多。他们会爱戴和尊重劝诫者,视如至亲。
หัวใจของคนพาล (อสัตบุรุษ): จะเกลียดชังคำสั่งสอน คำสอนที่ตกลงไปในใจเขาเปรียบเสมือนน้ำที่ตกลงบนหินที่ไม่ซึมซับเอาเสียเลย แถมยังจะโกรธเคืองผู้หวังดี และถือตัวว่ามีทรัพย์หรือมีความรู้จนไม่ยอมฟังใคร
愚人的心态:愚者厌恶被教诲。善意的教诲对他们来说,就像水滴落在顽石上,根本无法渗透吸收。他们还会对心怀善意的人怀恨在心,自恃有财或有识而目空一切,不愿听从任何人的意见。
ความแตกต่างของคำสอน:
教诫与教授的区别:
โอวาท: คือการสั่งสอนเมื่อมีเหตุการณ์หรือเรื่องราวเกิดขึ้นแล้ว หรือเป็นการสอนแบบส่งสารไป
教诫:指事情或问题发生后给予的教导,或通过传达的方式进行的教导。
อนุศาสน์: คือการสอนเพื่อป้องกันไว้ก่อน (ชี้โทษชี้คุณก่อนเกิดเรื่อง) หรือการพร่ำสอนบ่อยๆ
教授:指事先预防性的教导(在事情发生前指明利弊),或者反复不断的谆谆教诲。
บทบาทของครูและพ่อแม่: พ่อแม่และครูไม่ควรกลัวว่าลูกหรือศิษย์จะโกรธเมื่อต้องดุด่าว่ากล่าว เพราะในอนาคตเมื่อเขาเติบโตและต้องรับผิดชอบชีวิตตัวเอง เขาจะระลึกถึงและกราบไหว้ในความหวังดีนั้น
师长与父母的责任:父母与师长不应因担心子女或学生会生气而不敢批评指正。因为将来当他们长大成人,需对自己的人生负责时,他们终将会感念当初的良苦用心。
ครูที่แท้จริง: ครูที่ไม่เพียงแต่สอนวิชาการ แต่ยังปลูกฝังความเป็นคนดี จะกลายเป็น “ปูชนียบุคคล” ที่สถิตอยู่ในใจศิษย์ตลอดไป
真正的师长:那些不仅传授学问,还注重培养学生成为善人的师长,将成为学生心中永远敬仰的恩师。
——————————————————-
063 พระฉันนะ ผู้ถือตนว่า ตนเคยเป็นผู้ใกล้ชิดกับพระพุทธเจ้า
63. 自恃曾亲近佛陀的车匿比丘
ณ วัดเชตวันมหาวิหาร มีเรื่องราวของพระรูปหนึ่งชื่อว่า “พระฉันนะ” ซึ่งเป็นบุคคลสำคัญ เพราะในอดีตท่านคือ “นายฉันนะ” ผู้ที่เคยตามเสด็จเจ้าชายสิทธัตถะในวันที่พระองค์ทรงม้ากัณฑกะออกมหาภิเนษกรมณ์เพื่อสละทางโลกออกผนวช
在祇园精舍,有一位名叫车匿的比丘。他身份特殊,因为以前他曾是车匿侍者,在悉达多太子骑犍陟马逃离世俗出家修行时,正是他一路随侍左右。
เมื่อนายฉันนะได้บวชเป็นพระในเวลาต่อมา ท่านกลับกลายเป็นคนที่มี ทิฐิมานะสูงมาก ท่านมักจะถือตัวว่าเป็น “ข้าเก่าเต่าเลี้ยง” ของพระพุทธเจ้า และชอบพูดจาดูหมิ่นเสียดสีพระอัครสาวกอย่างพระสารีบุตรและพระโมคคัลลานะอยู่เสมอ ท่านมักจะอ้างว่าตอนที่พระพุทธเจ้าออกบวช ไม่มีใครอยู่ข้างพระองค์เลยนอกจากท่าน แต่ตอนนี้พระรูปอื่นกลับมาได้รับยกย่องว่าเป็นอัครสาวก
后来,车匿出家为比丘后却变得傲慢自负。他总是仗着自己曾是佛陀的“老侍者”的身份自视甚高,还常出言嘲讽两位上首弟子舍利弗和目犍连。他常把一句话挂在嘴边:当年佛陀出家时,除了我没人不在佛陀身边,可如今你们反倒被尊为上首弟子。
พระพุทธเจ้าทรงทราบเรื่องจึงได้เรียกพระฉันนะมาตักเตือนถึง 3 ครั้งว่าไม่ควรประพฤติเช่นนั้น เพราะพระสารีบุตรและพระโมคคัลลานะเป็น “กัลยาณมิตร” เป็นบุรุษผู้สูงสุดที่ควรคบหา, พร้อมทั้งประทานพระพุทธภาษิตว่า “บุคคลไม่ควรคบมิตรเลว ไม่ควรคบคนต่ำช้า แต่ควรคบกัลยาณมิตรและบุรุษผู้สูงสุด”, เพราะการคบคนดีจะนำพาชีวิตไปสู่ความเจริญ ไม่เสื่อมจากกุศลธรรม
佛陀知晓此事后,曾三次召见车匿比丘,告诫他不应如此行事,因为舍利弗与目犍连是真正的善知识,是应亲近的善士。佛陀还教诲道:“不应结交恶友,不应与卑劣者为伍,应当结交善知识,与善士为伴。”因为亲近善士,生命才会日益增上,使善法永不退转。
แต่ถึงจะโดนเตือนอย่างไร พระฉันนะก็ยังดื้อรั้นและทำพฤติกรรมเดิมๆ จนพระพุทธเจ้าทรงพยากรณ์ไว้ว่า “เมื่อเรายังมีชีวิตอยู่ ฉันนะจะยังกลับตัวไม่ได้ แต่เมื่อเรานิพพานแล้ว เขาจะกลับตัวได้เอง”
然而,无论怎样劝诫,车匿比丘依然固执己见,我行我素。对此,佛陀预言道:“我住世时,车匿很难改过;待我涅槃后,他自会醒悟。”
ก่อนพระพุทธเจ้าจะเสด็จดับขันธปรินิพพาน พระองค์ได้สั่งพระอานนท์ไว้ว่า ให้ลงโทษพระฉันนะด้วยวิธี “พรหมทัณฑ์” คือการให้สงฆ์เลิกคบหาสมาคมด้วย ไม่ต้องว่ากล่าวตักเตือน ไม่ต้องสั่งสอน ใครจะทำอะไรก็ปล่อยไปเหมือนไม่มีตัวตน
佛陀在般涅槃前,特意嘱咐阿难尊者,对车匿比丘施以“梵罚”,即僧团不再与他往来,不再规劝或教导他,对他视若无睹。
เมื่อพระพุทธเจ้าปรินิพพานและพระอานนท์ประกาศบทลงโทษนี้ พระฉันนะเสียใจและตกใจมากถึงขั้น สลบไปถึง 3 ครั้ง ท่านรู้สึกโดดเดี่ยวและสำนึกผิดอย่างรุนแรง จึงได้ขอร้องพระอานนท์ว่าอย่าทอดทิ้งท่านเลย จากนั้นพระฉันนะก็ได้เปลี่ยนจากคนดื้อรั้นกลายเป็นคนที่ตั้งใจปฏิบัติธรรมอย่างเคร่งครัด จนในที่สุดท่านก็ได้บรรลุเป็น พระอรหันต์
佛陀般涅槃后,阿难尊者宣布了这项处罚。车匿比丘悲痛万分,当场昏厥三次。他感到前所未有的孤独,产生了强烈的悔意,恳求阿难尊者不要舍弃他。从那以后,曾经顽固的车匿彻底脱胎换骨,变成了一位严谨精进的修行者,最终证得了阿罗汉果。
ข้อคิด:
启示
การเลือกคบมิตรสำคัญมาก: อย่าคบคนที่จะพาเราไปทางเสื่อม หรือคนที่ชักชวนให้ทำความชั่ว แต่ควรเลือกคบกัลยาณมิตรที่ชักชวนให้เราทำความดีและมีคุณธรรม
择友至关重要:不应结交那些将我们引向堕落或教唆我们作恶的人,应选择能劝勉我们行善积德的善知识。
การลดทิฐิและมานะ: การยึดติดกับอดีตหรือความภูมิใจในตัวเองที่ผิดๆ (อย่างที่พระฉันนะถือว่าเป็นคนใกล้ชิด) อาจทำให้เรามองไม่เห็นความดีของคนอื่นและปิดกั้นการพัฒนาของตัวเอง
放下傲慢与自恃:执着于过去或错误的自我优越感(如同车匿以亲近佛陀自居),会让我们看不见他人的优点,并阻碍自身的进步。
ไม่มีคำว่าสายเกินไปที่จะกลับตัว: แม้จะเคยดื้อรั้นหรือทำผิดพลาดมามาก แต่ถ้าสำนึกผิดและตั้งใจปฏิบัติใหม่ด้วยความจริงจัง ก็สามารถพบกับความสำเร็จสูงสุดในชีวิตได้
改过自新为时未晚:即使曾经固执己见或犯过许多错误,若能真诚悔悟,以真诚之心重新精进修行,也能获得人生的至上成就。
——————————————————-
064 พระมหากัปปินะ
64.摩坷劫宾那尊者
มีพระราชาองค์หนึ่งพระนามว่า มหากัปปินะ ผู้ครองเมืองกุกกุฏวดี พระองค์ทรงมีทุกอย่างที่โลกีย์จะหยิบยื่นให้ได้ ทั้งอำนาจ ทรัพย์สมบัติ และบริวารอำมาตย์นับพันคน, แต่ลึก ๆ ในใจของพระองค์และพระนางอโนชาผู้เป็นมเหสี กลับเฝ้ารอคอยข่าวสำคัญอย่างหนึ่ง นั่นคือการอุบัติขึ้นของพระรัตนตรัย
有一位名为摩坷劫宾那的国王,统治着鸡冠城。他拥有一切世俗所能赋予的东西:无上的权力、无尽的财富,以及成千上万的臣子侍从。然而,在他与王后阿诺阇的内心深处,却一直在期盼三宝的出世。
วันหนึ่ง ข่าวที่รอคอยก็มาถึง เมื่อพวกพ่อค้าม้าได้บอกข่าวดีว่า “พระพุทธ พระธรรม และพระสงฆ์ ได้เกิดขึ้นในโลกแล้ว!” ทันทีที่ได้ยินเพียงคำว่า “พระพุทธเจ้า” พระราชาทรงเกิดความปิติอย่างท่วมท้นจนบรรยายไม่ถูก พระองค์ทรงสละราชสมบัติทันที และควบม้าออกเดินทางพร้อมอำมาตย์พันคนเพื่อไปเฝ้าพระองค์
有一天,他们期盼的消息终于传来。一群马商带来了好消息:佛陀、佛法和僧团已经应现世间。仅仅听闻“佛陀”二字,国王便生起了难以言喻的喜悦。他当即舍弃王位率领上千位大臣一同去拜见佛陀。
ความมหัศจรรย์เกิดขึ้นระหว่างทาง เมื่อขบวนของพระราชาต้องข้ามแม่น้ำใหญ่ถึง 3 สาย แต่ด้วยความศรัทธาอันแรงกล้า พระองค์ทรงระลึกถึงคุณของพระรัตนตรัยแล้วอธิษฐานว่า “ขอให้น้ำนี้อย่าได้เป็นอุปสรรคเลย”, ม้าทั้งพันตัวจึงวิ่งไปบนผิวน้ำได้อย่างน่าอัศจรรย์ ราวกับวิ่งอยู่บนแผ่นหิน โดยที่เท้าของม้าไม่เปียกน้ำเลยแม้แต่น้อย
途中,发生了不可思议的奇迹。国王的队伍需渡过三条大河,但凭着强烈的信仰,并在心中忆念三宝的功德,至诚发愿道:“愿这条河流别成为我们前行的阻碍。”千匹骏马便不可思议地踏水而行,就像在平地上奔跑一样,甚至连水花都没有溅起来。
เมื่อพระราชาได้พบกับพระพุทธเจ้าที่ประทับรออยู่ใต้ต้นไทรใหญ่ พระองค์และบริวารก็ได้บวชและบรรลุธรรมเป็นพระอรหันต์,, แม้แต่พระนางอโนชาราชินีและเหล่าภรรยาอำมาตย์ เมื่อทราบข่าวก็สละทรัพย์สมบัติออกบวชตาม และได้บรรลุธรรมเช่นกัน
当国王来到一棵大榕树下见到早已等候的佛陀时,他和大臣们当即请求出家,并很快证得了阿罗汉果。王后阿诺阇与众位大臣的夫人们得知消息后,也纷纷舍弃荣华富贵追随出家,并证得了圣果。
สิ่งที่น่าประทับใจที่สุดคือ หลังจากบวชแล้ว ไม่ว่าพระมหากัปปินะจะประทับอยู่ที่ใด จะทรงเปล่งอุทานออกมาเสมอว่า “สุขจริงหนอ สุขจริงหนอ” จนพระภิกษุรูปอื่นเข้าใจผิดว่าท่านยังคิดถึงความสุขในครั้งที่เป็นพระราชา แต่พระพุทธเจ้าทรงเฉลยว่า ความสุขที่ท่านเปล่งออกมานั้นไม่ใช่สุขจากกามหรืออำนาจ แต่เป็น “ธรรมปีติ” คือความสุขที่เกิดจากใจที่สงบและสะอาดจากการปฏิบัติธรรม ซึ่งประณีตและลึกซึ้งกว่าความสุขทางโลกมากมายนัก
令人动容的是,摩坷劫宾尊者出家后,无论住在何处,总会情不自禁地发出感叹:“真是快乐啊!真是快乐啊!”其他比丘误以为他仍在怀念当年做国王时的快乐。佛陀却解释道:他所感叹的并非来自感官享乐或权力的快乐,而是源于修行所带来的“法喜”,那是源自内心宁静、远离烦恼的清净之乐,其殊胜微妙远超世间一切快乐。
ข้อคิด:
启示
ความสุขมีหลายระดับ: มนุษย์มักหาความสุขจากสิ่งภายนอก (กามสุข) เช่น เงินทอง ชื่อเสียง ซึ่งมักแฝงไปด้วยความทุกข์และความไม่แน่นอน
快乐有不同的层次:世人常从外境中寻求快乐(欲乐),比如金钱、名声,但这些往往伴随着痛苦与无常。
ความสุขที่แท้จริงคือ “ธรรมปีติ”: คือความสุขที่เกิดจากจิตใจที่สงบ ปราศจากกิเลส เป็นความสุขที่ปลอดภัยและประณีตที่สุด
真正的快乐是“法喜”:那是由心清净、远离烦恼所生的快乐,是最安稳、最殊胜的快乐。
พลังแห่งศรัทธา: เมื่อเรามีเป้าหมายที่ยิ่งใหญ่และศรัทธาที่แน่วแน่ อุปสรรคต่าง ๆ (เหมือนแม่น้ำที่ข้ามยาก) ก็จะสามารถผ่านพ้นไปได้
信仰的力量:当我们拥有崇高的目标与坚定的信仰时,种种障碍(如难以跨越的河流)皆可跨越。
การรู้จักสละ: พระมหากัปปินะแสดงให้เห็นว่า การสละความสุขส่วนตัวที่ดูยิ่งใหญ่ เพื่อเป้าหมายที่สูงส่งกว่า นำมาซึ่งความสุขที่ยั่งยืนอย่างแท้จริง
懂得放下:摩坷劫宾尊者向我们展示了,为了追求更崇高的目标,敢于舍弃那些看似巨大的个人享乐,最终换来的才是真正永恒的快乐。
——————————————————-
065 บัณฑิตสามเณร ผู้รักในการฝึกตน
65.热爱修行的沙弥
ในสมัยของพระสัมมาสัมพุทธเจ้า มีสามเณรน้อยรูปหนึ่งชื่อว่า “บัณฑิต” ซึ่งบวชตั้งแต่อายุเพียง 7 ขวบ ในอดีตชาติท่านเคยเป็นชายยากจนชื่อว่า “มหาทุคตะ” ผู้มีความเพียรพยายามทำงานจ้างเพื่อนำเงินมาทำบุญเลี้ยงพระ แม้จะลำบากเพียงใดก็ไม่ท้อถอย จนผลบุญส่งให้ท่านไปเกิดในสวรรค์และกลับมาเกิดใหม่เป็นผู้มีปัญญาเฉลียวฉลาด
在佛陀时代,有一位名叫班迪的沙弥,自七岁起就出家了。在过去世中,他曾是一位名为“大贫穷”的穷人,以极大的毅力做工赚钱用来供养僧众。无论多么艰辛,他都从未退缩。这个善业使他往生后转世天界,并在今生转世为聪慧过人的沙弥。
เช้าวันหนึ่ง ขณะที่สามเณรบัณฑิตเดินตามพระสารีบุตรผู้เป็นอาจารย์ไปบิณฑบาต ท่านได้สังเกตเห็นเหตุการณ์ต่าง ๆ ระหว่างทางและเกิดความสงสัยจึงเอ่ยถามอาจารย์
一天清晨,班迪沙弥跟随师父舍利弗尊者一同外出托钵。途中,他观察到一些现象后心生疑问,便向师父请教。
เช่น เมื่อเห็นชาวนากำลังไขน้ำเข้านา จึงถามว่า “น้ำมีจิตใจไหมครับ?” พระอาจารย์ตอบว่า “ไม่มี” ท่านจึงคิดได้ว่า ขนาดน้ำที่ไม่มีชีวิต จิตใจ มนุษย์ยังสามารถบังคับให้ไหลไปในที่สูงหรือที่ที่ต้องการเพื่อประโยชน์ได้เลย
例如,当他看到农夫引水灌溉农田时,问道:“水有心识吗?”尊者回答说:“没有”。沙弥随即思惟:水虽然没有生命,也没有心识,但人类却能引导它流向高处或所需之处以造福人类。
ต่อมาท่านเห็นช่างกำลังลนไฟเพื่อดัดลูกศรให้ตรง ท่านก็คิดว่า ขนาดลูกศรที่แข็งกระด้างและไม่มีชีวิต ช่างยังดัดให้ตรงตามใจชอบได้
接着,他看到工匠用火烤炙并矫正箭矢。他又思惟:箭矢如此坚硬,且没有生命,但匠人却能通过技巧将它矫正。
และเมื่อท่านเห็นช่างไม้กำลังถากไม้เพื่อทำล้อเกวียน ท่านก็เกิดปัญญาว่า ไม้ที่เป็นเพียงท่อนไม้ทื่อๆ ช่างยังถากและแต่งให้กลายเป็นรูปร่างต่าง ๆ ได้
后来,他又看到木匠砍削木材制作车轮。他再次思惟:如此粗钝的木材,工匠也能砍削、加工,使它变成各种形状。
เมื่อเห็นดังนั้น สามเณรน้อยจึงบอกอาจารย์ว่า “ขอตัวกลับวัดก่อนเถิดครับ” เพราะท่านได้แง่คิดสำคัญว่า หากสิ่งของที่ไม่มีชีวิตจิตใจยังถูกฝึกและดัดแปลงได้ แล้วมนุษย์เราที่มีจิตใจ ไฉนจะฝึกตนเองให้ดีงามไม่ได้เล่า?
看到这些现象后,小沙弥便对师父说:“请允许我先回寺院。” 因为他已经领悟到一个重要的道理:如果连那些没有生命与心识的事物都能被训练或改造,而我们人类拥有心识,又怎么会无法训练自己呢?
เมื่อกลับถึงวัด ท่านตั้งใจฝึกจิตบำเพ็ญเพียรอย่างหนัก จนในที่สุดท่านก็สามารถบรรลุธรรมเป็นพระอรหันต์ได้สำเร็จตั้งแต่อายุเพียง 7 ขวบในวันนั้นเอง
回到寺院后,他精进修习禅定。当天,年仅七岁的班迪沙弥就证得了阿罗汉果。
ข้อคิด:
启示
ตนเป็นที่พึ่งแห่งตน: ความดีหรือความเลวไม่ได้ขึ้นอยู่กับสิ่งแวดล้อมหรือพันธุกรรมเพียงอย่างเดียว แต่ขึ้นอยู่กับการ “ฝึกตน” ของเราเอง
以自己为依靠:一个人的好与坏,不仅仅取决于环境或基因,更关键在于是否懂得自我训练。
ทุกอย่างฝึกฝนได้: ขนาดน้ำ ลูกศร หรือท่อนไม้ที่ไม่มีชีวิต มนุษย์ยังฝึกให้เป็นไปตามปรารถนาได้ จิตใจของเราก็เช่นกัน หากเรามีความตั้งใจและไม่ประมาท เราก็สามารถฝึกตนให้เป็นคนที่ดีและประเสริฐได้
万物皆可磨炼:即使是水流、箭矢或木材等无生命之物,人类尚能训练它们顺从自己的意愿。我们的心性也是如此,若能发心精进不放逸,便能将自己训练成一个优秀的人。
บัณฑิตคือผู้ที่รับผิดชอบต่อการกระทำของตน ไม่โยนความผิดให้สิ่งอื่น และหมั่นสำรวมตนทั้งในยามสุขและยามทุกข์
真正的智者是对自己行为负责的人,不将过失推诿给他人,无论身处顺境或逆境,都懂得时刻约束和修养自己的身心。
——————————————————-
066 พระตัวเล็ก
66. 身材矮小的比丘
ณ วัดเชตวัน เมืองสาวัตถี มีพระเถระรูปหนึ่งนามว่า พระลักกุณฏกภัททิยะ ท่านเป็นพระอรหันต์ผู้มีจิตใจบริสุทธิ์ยิ่ง แต่รูปร่างของท่านกลับเล็กมาก มองดูภายนอกแล้วคล้ายกับสามเณรน้อยตัวเล็กๆ เท่านั้นเอง
在舍卫城的祇园精舍,有一位名叫跋提亚的长老。他是一位内心清净的阿罗汉,可是身材矮小,外表看起来就像一位小沙弥。
ด้วยรูปลักษณ์ที่ดูเหมือนเด็กเช่นนี้ เมื่อเหล่าภิกษุหนุ่มหรือสามเณรที่ไม่รู้จักท่านเดินสวนทางมา ก็มักจะเข้าไปหยอกล้อด้วยความเอ็นดู บ้างก็เข้าไป ลูบหัวบ้าง จับหูบ้าง ดึงจมูกเล่นบ้าง แล้วก็แกล้งถามเย้าแหย่ว่า “เจ้าเณรน้อย ไม่คิดอยากสึกไปหาเมียบ้างหรือยัง? ยังอยากบวชต่อจริงๆ หรือ?“
正因如此,当一些不认识他的年轻比丘或沙弥与他迎面相遇时,往往会出于喜爱而与他嬉闹。有的人摸他的头,有的人揪他的耳朵,有的人拉他的鼻子,还打趣地问道:“小沙弥,不想还俗去找一个妻子吗?真的还想继续出家吗?”
แต่เชื่อไหมว่า ไม่ว่าใครจะมารังแกหรือล้อเลียนอย่างไร พระภัททิยะก็ไม่เคยแสดงอาการโกรธเคือง หรือหงุดหงิดเลยแม้แต่นิดเดียว ท่านยังคงมีใบหน้ายิ้มแย้มและสงบนิ่งอยู่เสมอ จนเหล่าภิกษุรูปอื่นๆ เห็นแล้วก็รู้สึกอัศจรรย์ใจว่า “ทำไมท่านถึงอดทนได้ขนาดนี้?“
然而,令人难以置信的是无论谁戏弄或取笑他,跋提亚长老从未表现出丝毫的生气或烦躁。他始终面带微笑,平静面对。其他比丘看见后都惊叹不已:“他为什么能一直保持忍耐?”
เมื่อพระพุทธเจ้าทรงทราบเรื่อง จึงได้เสด็จมาตรัสสอนความจริงที่สำคัญยิ่งว่า “พระอรหันต์นั้นมีจิตใจที่มั่นคง ไม่หวั่นไหวต่อสิ่งใด ประดุจดังภูเขาศิลาแท่งทึบที่ไม่เคยสะเทือนด้วยแรงลมพายุ”
佛陀知晓此事后,开示了一个重要的道理:“阿罗汉内心坚不可摧,不为任何外境所动摇,犹如一块巍峨的磐石,不为狂风所撼动。”
พระองค์ทรงอธิบายต่อว่า ในโลกนี้มีสิ่งที่เรียกว่า “โลกธรรม 8” ซึ่งเป็นเหมือนคลื่นในมหาสมุทรที่ขึ้นๆ ลงๆ อยู่ตลอดเวลา ได้แก่ การมีลาภ-เสื่อมลาภ, มียศ-เสื่อมยศ, การได้รับคำสรรเสริญ-การถูกนินทา และความสุข-ความทุกข์
佛陀进一步解释道:世间有所谓的“八世间法”, 它们就像大海中的海浪一样起伏不定,即:利、衰、誉、毁、称、讥、乐、苦。
คนส่วนใหญ่เวลามีคนชมก็มักจะตัวลอย หลงระเริง แต่พอถูกนินทาก็กลับเป็นทุกข์และโกรธแค้น พระพุทธองค์จึงทรงเปรียบเทียบให้เห็นภาพง่ายๆ ว่า “หากเราเป็นต้นขนุน ต่อให้ใครจะมาตะโกนใส่เราทุกวันว่าเราเป็นต้นสะเดา เราก็ยังคงเป็นขนุนที่แสนหวานอยู่ดี คำพูดของคนอื่นไม่สามารถเปลี่ยนความจริงในตัวเราได้”
大多数人在受人赞叹时,往往会飘飘然、得意忘形;而遭人毁谤时,则痛苦不堪、嗔怒交加。佛陀作了一个生动的比喻:“如果我们是一棵菠萝蜜树,就算有人天天对着我们喊说‘你是一棵苦楝树’,我们也依然是一棵甘甜的菠萝蜜树。他人的言语无法改变我们真实的本质。”
ดังนั้น บัณฑิตที่แท้จริงจึงเป็นผู้ที่รู้จักสำรวจความดีของตนเอง เมื่อเรามั่นใจว่าเราได้ทำในสิ่งที่ถูกต้องตามศีลธรรมแล้ว ใครจะนินทาหรือสรรเสริญก็เป็นเพียงแค่ “ลม” ที่พัดผ่านไปเท่านั้น
因此,真正的智者懂得审视自身的德行。当我们确信自己正依循正法而行时,他人的毁誉不过是拂面而过的微风罢了。
ข้อคิด:
启示
จิตใจต้องมั่นคงเหมือนภูเขา: อย่าปล่อยให้คำนินทาหรือคำชมมาทำให้ใจเราแกว่งไปมา เพราะมันเป็นเรื่องธรรมดาของโลกที่ไม่มีใครหนีพ้น
心坚如磐石:莫让外在的毁谤或赞誉动摇自身的心境,因为这些本就是世间常态,谁也逃不过。
ความจริงอยู่ที่การกระทำ: ใครจะว่าเราอย่างไรไม่สำคัญเท่ากับ “เราทำอะไร” หากเราทำดีแล้ว คำพูดร้ายๆ ของคนอื่นก็ไม่สามารถทำให้เรากลายเป็นคนเลวตามคำนินทานั้นได้
真相在于行动:别人怎么评价我们并不重要,重要的是我们做了什么。如果我们行得正,别人的恶语中伤根本无法把我们变成像他们嘴里的那种坏人。
ชนะใจด้วยความไม่โกรธ: การไม่โกรธตอบต่อผู้ที่มารังแก คือสัญลักษณ์ของผู้ที่มีปัญญาและมีจิตใจที่ฝึกฝนมาดีแล้ว
以无嗔胜有嗔:面对他人的冒犯与欺凌能做到不迁怒、不嗔恨,是智者与善修心者的标志。
——————————————————-
067 นางกานาเสียใจที่ล่วงเกินสงฆ์
67. 迦娜因冒犯僧众而懊悔
มีหญิงสาวคนหนึ่งชื่อว่า “นางกานา” เรื่องราวของเธอเริ่มต้นขึ้นเมื่อคุณแม่ของเธอตั้งใจทอดขนมแสนอร่อยเพื่อให้เธอนำไปฝากครอบครัวของสามี แต่ในเช้าวันนั้นเอง มีพระภิกษุ 4 รูปมาบิณฑบาตพอดี ด้วยความใจบุญ คุณแม่จึงถวายขนมเหล่านั้นไปจนหมด และเป็นเช่นนี้ถึง 4 ครั้ง จนทำให้ขนมไม่เหลือถึงมือนางกานาเลย
有一位名叫迦娜的年轻女子。她的故事始于母亲精心制作了一盘美味的点心,让她带回婆家。可是当天清晨,恰好有四位比丘来托钵。母亲心生善念,将点心供养了比丘。如此反复四次,最后点心都被供养完了。
เมื่อนางกานารอนานเข้าและไม่มีขนมไปฝาก ฝ่ายสามีที่รออยู่ก็เข้าใจผิดคิดว่าเธอไม่กลับมาแล้ว จึงตัดสินใจไปรับหญิงอื่นมาเป็นภรรยาใหม่ เมื่อนางกานาทราบเรื่องก็เสียใจและโกรธแค้นมาก เธอปักใจเชื่อว่าเป็นความผิดของพระภิกษุเหล่านั้นที่ทำให้ชีวิตคู่ของเธอพังทลาย เธอจึงด่าทอและบริภาษพระสงฆ์ทุกครั้งที่เดินผ่านหน้าบ้าน จนพระท่านไม่กล้าเดินผ่านถนนเส้นนั้นอีกเลย
由于迦娜太久没带点心回去,丈夫便误以为她再也不回来了,于是决定另娶他人为妻。迦娜得知此事后,既伤心又愤怒。她认定是众比丘毁了她的婚姻,因此每当有比丘经过家门口时,她都会出言辱骂,致使僧众不敢再走那条路。
เมื่อพระพุทธเจ้าทรงทราบเรื่อง จึงเสด็จไปเยี่ยมนางกานาที่บ้านด้วยความเมตตา พระองค์ไม่ได้ดุด่า แต่ทรงใช้ความจริงเตือนสติให้เธอเห็นว่า พระภิกษุรับเพียงสิ่งที่โยมถวายให้เท่านั้น ท่านไม่ได้มีเจตนาทำร้ายใคร จากใจที่เคยขุ่นมัวด้วยความโกรธแค้น เหมือนน้ำที่เต็มไปด้วยฝุ่นละออง เมื่อได้ฟังธรรมจากพระพุทธองค์ จิตใจของเธอก็กลับมาใสสะอาดเหมือนห้วงน้ำลึกที่สงบนิ่ง จนเธอได้บรรลุเป็นพระโสดาบันในที่สุด
佛陀知晓此事后,慈悲亲自前往迦娜家中探望。佛陀并未斥责她,而是用事实开导让她明白:比丘们只是接受施主自愿供养的东西,并无伤害任何人之意。迦娜原本被愤怒蒙蔽的心,如同满是尘垢的浊水,在听闻佛陀讲法后变得清澈宁静,犹如深潭止水。最终,她证得了须陀洹果。
เรื่องราวความดีงามนี้ทราบไปถึงพระเจ้าปเสนทิโกศล พระองค์จึงทรงรับนางกานาเป็นพระราชธิดาบุญธรรม และมอบทรัพย์สินให้มากมาย ต่อมามหาอำมาตย์ผู้ใหญ่ได้มารับเธอไปดูแลและมอบอำนาจให้เธอทำบุญกุศลได้ตามใจปรารถนา พระพุทธเจ้ายังได้ทรงเล่าอดีตชาติว่า ทั้งนางกานาและพระภิกษุทั้ง 4 รูปเคยมีความผูกพันกันมาตั้งแต่อดีตชาติที่เป็นหนูกับแมว และพระองค์เองก็เคยเป็นที่พึ่งให้เธอมาตั้งแต่ครั้งนั้น
这件善事传到波斯匿王的耳中后,国王便决定收迦娜为义女,赐予她丰厚的财物。后来,一位官员娶她为妻,并让她随心所欲地行善布施。佛陀还讲述了他们的宿世因缘:迦娜与那四位比丘在过去世中曾分别是猫与鼠,而佛陀也从那时起成为了她的依靠。
ข้อคิด:
启示
การฟังธรรมเปรียบเสมือน “การซักฟอกจิตใจ” เพราะโดยปกติใจของคนเรามักจะเกลือกกลั้วด้วยความรัก โลภ โกรธ หลง เหมือนเสื้อผ้าที่ใส่แล้วย่อมสกปรก หรือเหมือนของที่วางกลางแจ้งซึ่งฝุ่นเกาะได้ง่าย การฟังธรรมมีอานิสงส์สำคัญ 5 ประการ คือ:
听闻佛法如洗涤心灵。因为人心常常被爱、贪、嗔、痴所染污,就像衣物穿久了会脏,或物品置于户外易沾灰尘。听闻佛法有五大功德利益:
1. ได้ฟังสิ่งใหม่ ได้รู้ในสิ่งที่ไม่เคยรู้มาก่อน
1. 能学到以前从未了解过的佛法。
2. สิ่งที่เคยรู้แต่ยังไม่ชัดแจ้ง ก็จะเข้าใจลึกซึ้งขึ้น
2. 对以前知道但不甚明了的佛法,有更深刻的领悟。
3. ช่วยคลายความลังเลสงสัยในใจ
3.能消除内心的疑惑与犹豫。
4. ทำความเห็น (ทิฐิ) ให้ถูกต้องตามความเป็นจริง
4. 让自己的见解和观念符合客观真理。
5. จิตใจผ่องใส สะอาด สงบ และเบาสบาย เหมือนนางกานาที่เปลี่ยนจากความโกรธเป็นความสงบได้ด้วยธรรมะ
5. 让心变得明亮、清净、安宁、自在,就像卡娜一样凭借佛法将内心的愤怒转化为平静。
——————————————————-
068 บัณฑิตไม่แสดงอาการขึ้นลงตามสถานการณ์
68. 智者不随境遇起伏
ครั้งหนึ่งพระพุทธเจ้าพร้อมด้วยพระสาวก 500 รูป ได้เสด็จไปจำพรรษาที่เมืองเวรัญชกัณฑ์ ตามคำนิมนต์ของพราหมณ์คนหนึ่ง แต่พราหมณ์ท่านนั้นกลับลืมสนิท ไม่ได้มาดูแลหรือถวายอาหารเลยตลอดทั้งพรรษา, มิหนำซ้ำปีนั้นยังเกิดทุพภิกขภัย ข้าวยากหมากแพงไปทั่วเมือง พระสงฆ์ทั้ง 500 รูปต้องอดทนฉันเพียง “ข้าวแดงตากแห้ง” ที่คนเลี้ยงม้านำมาถวายเท่านั้น
有一次,佛陀与五百位比丘应一位婆罗门邀请,前往毘兰若城坐雨安居。然而,那位婆罗门却完全忘记了此事,整个安居期间从未来供养或照料。更不巧的是那年恰逢饥荒,全城粮食匮乏。五百位比丘不得不忍饥挨饿,以养马人供养的马粮充饥。
แม้จะลำบากขนาดไหน พระสงฆ์เหล่านั้นกลับมีใจที่สงบ ไม่บ่นเพ้อรำพัน หรือแสดงอาการเศร้าโศกเสียใจเลยแม้แต่น้อย,
ต่อมาเมื่อออกพรรษา พระพุทธเจ้าได้เสด็จไปยังเมืองสาวัตถี ที่นั่นชาวเมืองต่างต้อนรับอย่างยิ่งใหญ่ ถวายภัตตาหารอันประณีตและดีเลิศที่สุด แต่พระสงฆ์กลุ่มเดิมนั้น ก็ยังคงรักษาความสงบเสงี่ยมไว้ได้เหมือนเดิม ไม่ได้ตื่นเต้นหรือหลงระเริงไปกับอาหารเลิศรสเหล่านั้นเลย
尽管处境艰难,但比丘们的心态却始终平静,没有怨言哀叹,也没有流露出丝毫悲伤之情。安居结束后,佛陀前往舍卫城。那里的人们举行了盛大的欢迎仪式,供养了极其精致美味的饮食。而比丘们也依然保持着同样的心态与庄严,没有因美食而兴奋或迷失。
ในขณะเดียวกัน มีกลุ่มคนวัด 500 คนที่ติดตามพระไป เมื่อได้กินอาหารดีๆ ที่เหลือจากพระ ก็กลับส่งเสียงดีใจโห่ร้อง เอ็ดอึงอย่างคึกคะนอง จนพระพุทธเจ้าต้องทรงเล่านิทานเปรียบเทียบให้ฟังว่า… “พวกเจ้าจงดูความแตกต่างระหว่าง ‘ม้าสินธพ’ กับ ‘ลา’ เถิด”
与此同时,有五百位随行的杂役人员在享用比丘们剩余的精美食物后却欢呼雀跃,大声喧哗,表现得极其浮躁。佛陀便用一个比喻来教导他们:“你们要了解骏马与驴子的区别。”
ม้าสินธพ ซึ่งเป็นม้าสายพันธุ์ดี แม้จะได้ดื่มน้ำรสเลิศเพียงใด ก็ยังคงสงบนิ่งและมีสติ ส่วน พวกลา นั้น แค่ได้ดื่มน้ำล้างถังที่มีรสเพียงน้อยนิด ก็เมามาย คึกคะนอง และส่งเสียงร้องวุ่นวาย, พระองค์ทรงสอนว่า คนที่มีจิตใจดีและมั่นคง ต่อให้ได้รับลาภ ยศ หรือความสุขมากเพียงใด ก็จะไม่หลงระเริง แต่จะนำสิ่งเหล่านั้นไปใช้ทำประโยชน์ต่อ
骏马是血统高贵的良驹,即使喝到极其甘美的水,也依然能保持冷静,不失正念。而驴子哪怕只是喝了一点洗桶的浊水,也会得意忘形,大声嘶鸣,躁动不安。佛陀借此教导众人,一个内心善良且坚定的人,无论获得多少财富、名誉或快乐都不会沉溺迷失,而是会将这些善缘用于利益众生。
ข้อคิด:
启示
โลกนี้ไม่มีอะไรแน่นอน: ชีวิตคนเราเหมือนสนามทดลองกรรม มีทั้งช่วงที่ “ขึ้น” คือ มีสุข ลาภ ยศ และช่วงที่ “ลง” คือ มีทุกข์ เสื่อมลาภ เสื่อมยศ สลับกันไปมาเสมอ
世事无常:人生如同业力的试验场,有起——快乐、财富、名誉,也有落——痛苦、损失、衰败,它们会交替出现,没有什么是永恒不变的。
อย่าเป็นเหมือนใบไม้ที่ไหวตามลม: บัณฑิตหรือผู้รู้ จะไม่แสดงอาการขึ้นลงตามสถานการณ์ เมื่อเจอทุกข์ก็ไม่ซบเซา เมื่อเจอสุขก็ไม่เมามัวจนเสียคน
不要做随风摇摆的树叶:智者不会随着境遇的好坏而情绪起伏。遇到痛苦时不会萎靡不振,遇到快乐时也不会沉迷其中而迷失自我。
กามและความใคร่คือบ่อเกิดแห่งความวุ่นวาย: ความอยากได้ อยากมีในรูป เสียง กลิ่น รส เป็นตัวทำให้ใจเราไม่สงบ เหมือนใบไม้ที่ต้องไหวเพราะแรงลม
欲望是混乱的根源:对色、声、香、味的渴求与贪爱,是心不得安宁的根源,犹如树叶随风摇摆。
ธรรมะคือเรือ: พระพุทธเจ้าสอนว่า ธรรมะมีไว้เพื่อ “ข้ามฝั่ง” จากความทุกข์ไปสู่ความสุข คือ นิพพาน เมื่อถึงฝั่งแล้วเราก็ไม่ต้องแบกเรือนั้นไว้กับตัวตลอดไป แต่ต้องรู้จักละวางเมื่อถึงเวลาที่เหมาะสม
佛法如舟筏:佛陀教导我们,佛法是为了渡过苦海,到达涅槃彼岸。当我们到达彼岸后,就不必一直背着舟筏走,而是要懂得适时的放下。
ข้อคิดเตือนใจ: ในวันที่เรามีความสุขหรือได้ดิบได้ดี ให้ระวังอย่าเมามัวเหมือน “ลาที่ดื่มน้ำล้างถัง” แต่ให้รักษาใจให้มั่นคง สงบ และมีสติเหมือน “ม้าสินธพ” นั่นเอง
警世格言:当我们享有顺境或得意时,要警惕别像那头喝了洗桶水的驴子一样得意忘形,而是要努力保持内心的坚定、平静与正念,做一匹沉稳的千里马。
——————————————————-
069 ชีวิตคฤหัสถ์ เป็นภาระที่เจือไปด้วยความทุกข์
69. 在家人的生活交织着痛苦的负担
ณ เมืองสาวัตถี มีอุบาสกคนหนึ่ง เป็นผู้ที่มีใจเลื่อมใสในพระรัตนตรัยอย่างมาก เขาใช้ชีวิตอย่างสงบและมีธรรมะประจำใจมาโดยตลอด วันหนึ่งเขาเกิดความปรารถนาอย่างแรงกล้าที่จะออกบวชเพื่อแสวงหาความสงบที่แท้จริง จึงไปบอกภรรยาว่า “ภรรยาจ๋า ฉันอยากจะบวช”
在舍卫城,有一位优婆塞对三宝怀有极大的信仰。他一直以来都过着平静而如法的生活。有一天,他生起强烈的愿望,想要出家寻求真正的安宁,便对妻子说:“老婆,我想出家。”
แต่ภรรยากลับขอร้องว่า “ขอให้ฉันคลอดลูกในท้องนี้ก่อนเถิด แล้วท่านค่อยบวช” อุบาสกก็ยอมรอจนลูกคลอดออกมา พอจะไปบวชอีก ภรรยาก็อ้อนวอนอีกว่า “รอให้ลูกเดินได้ก่อนเถิด” และพอจะไปจริงๆ อีกครั้ง เธอก็ขอให้ “รอให้ลูกโตเป็นหนุ่มก่อน”
妻子听后却恳求道:“请等我腹中的孩子出生后,你再出家吧。” 优婆塞心软答应了,一直等到孩子出生。当他要再次出家时,妻子又请求道:“等孩子学会走路先吧。”当他又一次下定决心要走时,妻子再次请求道:“等孩子长大成人了再走吧。”
อุบาสกผู้นี้จึงได้คิดว่า หากเขามัวแต่ทำตามคำขอของผู้อื่นจนต้องผิดต่อความตั้งใจดีของตนเอง หรือมัวแต่ห่วงกังวลในทรัพย์สมบัติและบุตรธิดา ซึ่งล้วนเป็นภาระที่เจือไปด้วยความทุกข์ เขาคงไม่มีโอกาสพบความสุขที่บริสุทธิ์ เขาจึงตัดสินใจ “ออกบวชโดยไม่บอกลา” เพื่อไปฝึกฝนจิตตภาวนา จนในที่สุดเขาก็ได้บรรลุเป็นพระอรหันต์
这位优婆塞深思熟虑后心想:如果我一味顺从他人的请求,而违背自己向善的初衷,或一直牵挂财产与儿女,而这些其实都是夹杂着痛苦的负担,那我恐怕永远无法寻得清净的安乐。于是,他决定不告而别,出家精进修行,最终证得了阿罗汉果。
หลังจากนั้น ท่านได้กลับมาหาลูกชายและแสดงธรรมจนลูกชายเกิดความเลื่อมใสออกบวชตามและบรรลุธรรมเช่นกัน เมื่อภรรยาเห็นว่าทั้งสามีและลูกออกบวชหมดแล้ว จึงคิดได้ว่าไม่มีประโยชน์ที่จะอยู่ครองเรือนต่อไป เธอจึงไปบวชเป็นภิกษุณีและบรรลุธรรมเป็นพระอรหันต์ในที่สุด
后来,他回家探访,为儿子开示佛法。儿子听后心生信仰,也同样出家修行,证得了圣果。妻子见丈夫与儿子都已出家,心想自己再守着这个家已无意义,于是也出家为比丘尼,最终证得了阿罗汉果。
เมื่อเรื่องนี้ทราบถึงพระพุทธเจ้า พระองค์จึงทรงสรรเสริญและตรัสสอนว่า บัณฑิตที่แท้จริงนั้น ย่อมไม่ทำบาปเพื่อเห็นแก่ประโยชน์ของตนเองหรือผู้อื่น และไม่ปรารถนาความสำเร็จที่ได้มาโดยอธรรม
此事传到佛陀耳中,佛陀高度赞扬他们,并开示道:“真正的智者不会为了自己或他人的利益而去造作恶业,也不渴望通过不正当的手段获得成就。”
ข้อคิด:
启示
บัณฑิตไม่ทำชั่วเพื่อใคร: คนที่ฉลาดและมีปัญญา จะไม่ยอมทำสิ่งที่ผิดศีลธรรม แม้จะเป็นไปเพื่อช่วยตัวเอง ลูกเมีย หรือเพื่อนพ้องก็ตาม
智者不为任何人行恶:有智慧的人绝不会因为要保全自己、妻儿或朋友,去做违背道德和戒律的事情。
ความสำเร็จที่ใสสะอาด: ความสำเร็จที่ได้มาจากการทำผิดหรือ “อธรรม” เป็นสิ่งที่น่าอัปยศ ส่วนความสำเร็จที่ได้มาอย่างถูกต้อง แม้จะเพียงเล็กน้อยก็น่าภาคภูมิใจและเป็นมงคลชีวิต
清净的成就:通过不正当或非法手段获得的成就是可耻的,而通过正当途径获得的成就,即使微小也值得自豪,是人生真正的吉祥。
กลัวบาป รักบุญ: “บาป” คือสิ่งที่ทำแล้วใจเศร้าหมองและเป็นทุกข์ ส่วน “บุญ” คือสิ่งที่ทำแล้วใจผ่องใสและเป็นสุข บัณฑิตจึงมี “หิริโอตตัปปะ” คือความละอายและเกรงกลัวต่อผลของบาปเสมอ
畏惧罪恶,热爱善行:恶业是做了之后会令心浑浊、痛苦的事;而善业是做了之后会令心清净安乐的事。智者始终具备惭与愧,即对罪恶感到羞耻与畏惧。
ความพ้นทุกข์เริ่มที่การปล่อยวาง: บางครั้งความรักและความห่วงใยในบุตรหรือทรัพย์สิน หากมีมากเกินไปก็อาจกลายเป็นทางมาแห่งบาปและภาระหนักใจ การตั้งมั่นอยู่ในธรรมจะช่วยให้เราพบทางสว่างเหมือนครอบครัวของอุบาสกท่านนี้
解脱始于放下:有时对子女与财产的过度爱与牵挂,可能会成为造恶的根源与沉重的负担。安住于正法才能让我们找到光明之路,如同这位优婆塞的家庭一样。
——————————————————-
070 คนส่วนมากไม่กล้าข้ามแม่น้ำ คือ กิเลส
70. 多数人不敢渡过烦恼之河
ณ เมืองสาวัตถี มีกลุ่มชาวบ้านที่อาศัยอยู่ในละแวกเดียวกันได้รวมตัวกันทำเรื่องที่น่าเลื่อมใส พวกเขาช่วยกันลงขันรวบรวมเงินทองเพื่อถวายทานแก่พระสงฆ์ และตั้งใจกันว่าจะนั่งฟังธรรมะร่วมกันให้ตลอดทั้งคืนเพื่อเป็นสิริมงคล
แต่พอเวลาผ่านไปไม่นาน จิตใจของแต่ละคนก็เริ่มสั่นคลอน
在舍卫城,有一群住在同一城区的村民,共同发心做了一件令人赞叹的事。他们筹集善款供养僧团,并决心整夜聆听佛法,以祈求人生吉祥。然而,没过多久大家的心就开始动摇了。
กลุ่มแรก เริ่มคิดถึงความสุขทางโลก คิดถึงความสนุกสนานที่บ้าน จึงขอตัวกลับไปหาความรื่นรมย์ส่วนตัว
第一群人,开始思念世俗的快乐,想起了家里的娱乐消遣,便找借口离开,回去寻找个人的欢愉。
กลุ่มที่สอง เกิดความไม่พอใจ ขัดใจในบางสิ่งบางอย่างด้วยอำนาจของโทสะ จึงเดินหนีไป
第二群人,因嗔恨心的驱使,对某些事情产生了不满和抵触情绪,于是愤然离去。
กลุ่มที่สาม แม้จะยังนั่งอยู่ แต่ก็นั่งง่วงนอน สัปหงก จนไม่ได้ยินธรรมะที่พระท่านแสดงเลย
第三群人,虽然还坐在那里,却困倦不堪,昏昏欲睡,完全听不进比丘尊者宣讲的佛法。
สุดท้ายแล้ว เหลือเพียงคนไม่กี่คนเท่านั้นที่ตั้งใจฟังจนจบ เช้าวันต่อมา พระพุทธเจ้าได้ทรงทราบเรื่องนี้จึงตรัสสอนเปรียบเทียบชีวิตมนุษย์กับ “แม่น้ำที่กว้างใหญ่”
最后,只剩下寥寥数人坚持听闻佛法直至结束。第二天清晨,佛陀得知此事后,便将人生比喻为一条“宽阔的大河”来进行开示。
พระองค์ทรงอธิบายว่า ฝั่งที่เรายืนอยู่นี้ คือโลกที่เรามีทั้งสุขและทุกข์ปนกันไป ส่วน ฝั่งโน้น คือ “พระนิพพาน” ซึ่งเป็นที่ที่ปลอดภัยและสงบสุขอย่างแท้จริง
佛陀解释道:我们所站的此岸是苦乐参半的世间,而河对岸则是真正安稳寂静的涅槃彼岸。
แต่ปัญหาคือ “คนส่วนใหญ่มักจะเดินเลาะอยู่ตามชายฝั่งนี้เท่านั้น” ไม่ยอมข้ามแม่น้ำไปเสียที เพราะเห็นว่าฝั่งโน้นดูเงียบเหงา ไม่สนุกสนานเหมือนฝั่งนี้ มนุษย์ส่วนใหญ่ยังติดอยู่ใน “สามิสสุข” หรือความสุขที่มีเหยื่อล่อ เปรียบเหมือนปลากินเบ็ดที่ติดใจในรสเหยื่อ คือ กามคุณ จนข้ามห้วงน้ำนี้ไปไม่ได้
然而,问题在于大多数人只愿在此岸徘徊,不肯渡过河流。因为他们觉得对岸太过冷清,不如此岸热闹。多数人仍沉溺于“有食乐”,即带有诱饵的快乐,这就好比鱼儿贪吃鱼钩上的诱饵,人类也沉迷于感官的欲乐,因而无法渡过这条大河。
พระองค์ทรงย้ำว่า มีมนุษย์เพียง “จำนวนน้อยนิด” เท่านั้นที่จะข้ามไปถึงฝั่งโน้นได้ ส่วนที่เหลือก็ยังคงเวียนว่าย วิ่งวนอยู่ตามชายฝั่งเดิมๆ เพราะยังไม่ทันจะอิ่มในกาม มัจจุราชหรือความตายก็มาพรากไปเสียก่อน แล้วก็ต้องกลับมาเกิดใหม่เพื่อวิ่งวนอยู่ที่ชายฝั่งเดิมนี้อีกซ้ำแล้วซ้ำเล่า
佛陀强调,只有极少数人能成功抵达彼岸,其余的人仍在此岸不断徘徊。因为他们还没来得及在感官欲乐中得到满足,死神便已降临,夺走了生命。之后,他们又再次投生,继续在同一岸边周而复始地流转。
ข้อคิด:
启示
โลกนี้คือฝั่งน้ำที่วุ่นวาย: เรามักจะติดใจในกามคุณ ซึ่งเป็นความสุขชั่วคราว ที่มีทุกข์เจือปนอยู่เสมอ เหมือนเดินเลาะเล่นอยู่บนชายหาดที่ดูเหมือนจะปลอดภัย แต่แท้จริงแล้วไม่ปลอดภัยเลย เพราะต้องเจอความทุกข์ซ้ำๆ เรื่อยไป
此岸是喧嚣的世间:我们往往沉迷于感官欲乐,这种快乐既短暂又掺杂着痛苦。如同在海滩上嬉戏,看似安全,实则不然,因为我们不得不一次又一次地遭遇痛苦。
พระนิพพานคือฝั่งที่ปลอดภัย: เป็นเป้าหมายที่สงบสุขที่สุด แต่คนส่วนใหญ่มองว่าไม่น่าสนุกจึงไม่คิดจะไป
涅槃是安稳的彼岸:那是最寂静安乐的终极目标,但多数人觉得它缺乏趣味,不愿意前往。
อุปสรรคสำคัญ: คือ ความโลภ ซึ่งก็คืออยากในกาม ความโกรธ และความง่วงเหงาหาวนอน (ความหลง) ซึ่งทำให้เราไม่ได้ยินและไม่ได้ปฏิบัติธรรม
主要障碍:是贪欲(对感官享乐的渴求)、嗔恚,以及昏沉睡眠(愚痴的表现),这些使我们无法听闻并实践正法。
ทางรอด: มีเพียงผู้ที่ปฏิบัติธรรมสมควรแก่ธรรมตามที่พระพุทธเจ้าสอนเท่านั้น จึงจะสามารถ “ข้ามฝั่ง” ไปสู่ความสงบสุขที่แท้จริงได้ ซึ่งในหมู่มนุษย์นั้นมีคนที่ทำได้น้อยเหลือเกิน
出路:唯有依佛陀所教,如法修行的人才能渡过此岸,抵达究竟的寂静安乐,而在茫茫人海中能做到这一点的人实在是凤毛麟角。
——————————————————-
071 ถ้าใครสามารถปล่อยวางได้มากเท่าไหร่ ความสุขก็จะยิ่งมีมากขึ้นเท่านั้น
71. 放下越多越快乐
ณ เชตวันมหาวิหาร เมืองสาวัตถี มีพระภิกษุประมาณ 500 รูป ที่ได้เดินทางไปจำพรรษาอยู่ในแคว้นโกศลจนครบกำหนด เมื่อออกพรรษาแล้ว พระภิกษุเหล่านั้นต่างก็มีความคิดถึงพระศาสดา จึงได้ชวนกันเดินทางกลับมาเพื่อเข้าเฝ้าและฟังธรรมจากพระองค์
在舍卫城的祇园精舍,约有五百位比丘前往拘萨罗国度雨安居。安居期结束后,他们非常思念佛陀,便相约一同启程回去礼敬和闻法。
เมื่อทั้งหมดมาถึงและนั่งลงในที่อันสมควร พระพุทธเจ้าผู้ทรงเป็นธรรมราชา ทรงทราบถึงอัธยาศัยและจิตใจของภิกษุเหล่านี้เป็นอย่างดี พระองค์จึงเริ่มตรัสสอนถึงวิถีแห่ง “บัณฑิต” หรือผู้ที่มีปัญญา โดยเปรียบเทียบชีวิตเหมือนกับการเลือกทางเดิน
当他们抵达并坐好后,佛陀以无上智慧明了众比丘的根机与心境后,便开始为他们开示智者的处世之道,并将人生比作一场选择道路的过程。
พระองค์สอนว่า บัณฑิตที่แท้จริงต้องรู้จัก “ละทิ้งธรรมดำ” ซึ่งหมายถึงการเลิกทำสิ่งที่ไม่ดีหรือทุจริตทั้งทางกาย วาจา และใจ แล้วหันมา “เจริญธรรมขาว” หรือการสร้างความสุจริตให้เกิดขึ้นแทน บัณฑิตจะต้องรู้จักก้าวออกจากสิ่งที่น่าหลงใหลแต่ทำให้ใจติดขัด ที่เรียกว่า “อาลัย” หรือความยินดีในรูป รส กลิ่น เสียงที่น่าพอใจ
佛陀教导说,真正的智者必须懂得“舍弃黑法”,即断除身、口、意的不善与不正直,转而“修习白法”,即培养良善与正直。同时,智者应当远离那些看似迷人,实则会让内心受到束缚的“阿赖耶”,也就是对令人愉悦的色、声、香、味等感官享受的贪爱与执着。
จากนั้นพระองค์ทรงแนะให้บัณฑิตค้นหาความสุขในสิ่งที่คนทั่วไปทำได้ยาก นั่นคือ “วิเวก” หรือความสงบเงียบ ซึ่งความสงบนี้มีตั้งแต่การอยู่เพียงลำพังไม่วุ่นวาย (กายวิเวก) การฝึกจิตให้ตั้งมั่นเป็นสมาธิ (จิตตวิเวก) ไปจนถึงการที่ใจสะอาดปราศจากกิเลสทั้งปวง (อุปธิวิเวก)
接着,佛陀进一步指引比丘们去寻求一种常人难以企及的快乐,即是“远离”,也就是清净,包括从不与外界纷扰纠缠的身远离,到通过修习禅定让心专注安定的心远离,最终实现心彻底清净、解脱烦恼的依远离。
หัวใจสำคัญที่พระพุทธองค์ทรงเน้นย้ำ คือเรื่องของ “ความยึดมั่น” พระองค์เปรียบเปรยว่า การยึดมั่นถือมั่นในสิ่งต่างๆ ว่าเป็นตัวเราของเรานั้น เหมือนกับการกำของหนักหรือของร้อนไว้กับตัว “ยิ่งยึดมั่นมาก ก็ยิ่งมีทุกข์มาก แต่ถ้าใครสามารถปล่อยวางได้มากเท่าไหร่ ความสุขก็จะยิ่งมีมากขึ้นเท่านั้น” บัณฑิตจึงควรฝึกฝนจิตใจให้ปล่อยวาง ไม่ยึดมั่นแม้แต่ในร่างกายของตนเอง เพื่อให้จิตใจผ่องแผ้วและดับทุกข์ได้อย่างสนิท
佛陀强调的核心是“执着”。佛陀比喻道:“执着于诸法为‘我’、‘我所’,如同紧握着重物或炽热之物。执着越多,痛苦就越多,若能放下越多,就会越快乐。”因此,智者应当不断训练自己的心学会放下,甚至对自己的身体也不要执着,使心变得清澈明亮,彻底断除一切苦。
ข้อคิด:
启示
เปลี่ยนจากมืดเป็นสว่าง: ให้ละทิ้งการทำชั่ว (ธรรมดำ) แล้วหันมาทำความดี (ธรรมขาว) เพื่อทำให้ชีวิตผ่องใส.
从黑暗转向光明:舍弃作恶(黑法),转而修善(白法),给生命带来光明。
หาความสงบให้ใจ: ฝึกใจให้อยู่กับความสงบ ไม่วุ่นวายกับสิ่งเร้าภายนอก และฝึกจิตตามหลักธรรมเพื่อความหลุดพ้น.
让心安住于寂静:训练自己的心,令其远离外境纷扰,依循正法修习,最终获得解脱。
เคล็ดลับความสุขคือการปล่อยวาง: ความทุกข์เกิดจากการยึดติดว่าสิ่งต่างๆ เป็นของเรา (โดยเฉพาะร่างกายและจิตใจ) หากเราฝึก “ปล่อยวาง” ได้ ใจก็จะสว่างไสวและพ้นจากความทุกข์ทั้งปวง.
快乐的秘诀是放下:痛苦源于执着于事物为我所有(尤其是身心)。若能学会放下,心就会充满光亮,摆脱一切痛苦。
——————————————————-
072 ความเร่าร้อนทางใจ ไม่มีในพระพุทธเจ้า
72. 佛陀心中无热恼
ในสมัยพุทธกาล ครั้งหนึ่งพระเทวทัตได้ร่วมมือกับพระเจ้าอชาตศัตรู วางแผนปลงพระชนม์พระพุทธเจ้า โดยพระเทวทัตได้ขึ้นไปบนยอดเขาคิชฌกูฏแล้วกลิ้งหินก้อนใหญ่ลงมาหวังจะให้ทับพระองค์ แต่โชคดีที่มีชะง่อนหินอีกก้อนมาขวางไว้ทัน ถึงอย่างนั้น สะเก็ดหินที่แตกออกมาก็ยังกระเด็นไปกระแทกพระบาทของพระพุทธเจ้า จนทำให้ห้อพระโลหิตและเกิดทุกขเวทนาทางกายอย่างมาก
在佛陀时代,有一次,提婆达多与阿阇世王联手密谋杀害佛陀。提婆达多从灵鹫山顶推下巨石,企图砸死佛陀。幸好有一块突出的岩石挡住了巨石,但飞溅的碎石仍击中了佛陀的脚,导致脚受伤流血,身体承受了极大的痛苦。
เหล่าภิกษุจึงรีบพาพระองค์ไปที่สวนมะม่วงของหมอชีวกโกมารภัจจ์ เมื่อหมอชีวกทราบเรื่องก็รีบมาปรุงยาอย่างดีและพันแผลให้พระองค์ ก่อนจะลากลับไปดูคนไข้ในเมือง โดยกำชับว่าห้ามแกะผ้าพันแผลออกจนกว่าเขาจะกลับมา แต่ทว่าวันนั้นหมอชีวกกลับออกมาไม่ทันเพราะประตูเมืองปิดเสียก่อน เขาจึงเกิดความเร่าร้อนใจอย่างหนัก เพราะยาทาแผลนั้นเป็นยาแรง หากไม่แกะออกตามเวลาจะทำให้พระพุทธเจ้าทรงรู้สึกเร่าร้อนในพระสรีระและบรรทมไม่หลับตลอดคืน
众比丘赶忙将佛陀带到名医耆婆的芒果园。耆婆立刻赶来调配良药和包扎伤口。随后,耆婆因为还要赶回城里治疗其他病人便匆匆告辞,并叮嘱佛陀千万不要拆开绷带,直到他回来为止。然而,那天耆婆未能在城门关闭前及时出城。他内心焦虑万分,因为所敷的药药性猛烈,若不按时拆除,佛陀会感到全身灼热,彻夜难眠。
เช้าวันรุ่งขึ้น หมอชีวกจึงรีบไปเฝ้าพระพุทธเจ้าด้วยความเป็นห่วงและทูลถามว่า “พระองค์ทรงมีความเร่าร้อนเกิดขึ้นในพระสรีระหรือไม่?” พระพุทธเจ้าทรงทราบดีว่าหมอชีวกหมายถึงความร้อนจากฤทธิ์ยา แต่พระองค์ประสงค์จะสอนธรรมะจึงตรัสตอบว่า “ชีวก ความเร่าร้อนทั้งปวงของตถาคตนั้น ได้สงบราบคาบไปแล้วตั้งแต่อยู่ที่โพธิมณฑล (ตอนตรัสรู้)”
次日清晨,耆婆怀着忐忑不安的心情去拜见佛陀,关切地问道:“世尊,您身体有没有感到热恼?”佛陀深知耆婆所指的是药性引起的身体灼热,但想借此机会开示佛法,便回答道:“耆婆,如来的所有热恼早已在菩提树下证悟成道后完全止息了。”
ข้อคิด:
启示
ความเร่าร้อนมี 2 อย่าง: คือ ความเร่าร้อนภายนอก (ความเจ็บปวดทางกาย) และ ความเร่าร้อนภายใน (ความทุกข์ใจที่เกิดจากกิเลส เช่น ความโกรธ ความริษยา หรือความยึดมั่นถือมั่น)
热恼有两种:一是外在的热恼(身体的疼痛),二是内在的热恼(由贪、嗔、痴等烦恼引发的内心痛苦,比如愤怒、嫉妒或执着)。
ผู้ที่เดินทางไกลถึงจุดหมาย: “ทางไกล” ในที่นี้คือ สังสารวัฏ หรือการเวียนว่ายตายเกิด ผู้ที่บรรลุธรรมแล้วจะไม่มีความเร่าร้อนใจอีกเลย เพราะท่านละกิเลสเครื่องร้อยรัดและไม่ต้องยึดมั่นในสิ่งใดให้เป็นทุกข์
已抵达终点的远行者:远行在此意指漫长的生死轮回。那些已经证悟真理的人,内心不会再有任何热恼,因为他们已断除束缚心灵的烦恼,不再执着于任何事物而自寻烦恼。
ความสงบที่แท้จริง: แม้ร่างกายจะเจ็บป่วยหรือถูกกระทบกระทั่ง (เหมือนพระบาทของพระองค์ที่บาดเจ็บ) แต่หากจิตใจหลุดพ้นจากกิเลสแล้ว “ไฟแห่งความทุกข์” ก็ไม่สามารถแผดเผาใจเราได้อีกต่อไปครับ
真正的寂静:即使身体患病或受伤(如佛陀的脚伤),若心已解脱烦恼,“痛苦之火”便再也无法灼烧心灵。
——————————————————-
073 พระมหากัสสปะเถระ
73. 大迦叶尊者
ในสมัยที่พระพุทธเจ้าประทับอยู่ ณ วัดเวฬุวัน เมืองราชคฤห์ วันหนึ่งพระองค์ได้ประกาศแก่เหล่าภิกษุว่า “อีกครึ่งเดือน เราจะออกเดินทางจาริกไปยังที่ต่าง ๆ” เพื่อให้พระสงฆ์ได้เตรียมตัวซ่อมแซมบาตรและจีวรให้เรียบร้อย
佛陀住在王舍城竹林精舍期间,有一天,佛陀告诉众比丘说:“再过半个月,我们将启程云游四方。”以便让僧众有时间提前修补钵和袈裟。
ในบรรดาพระสงฆ์เหล่านั้น พระมหากัสสปะ ผู้เป็นพระเถระผู้ใหญ่ ก็ได้เตรียมตัวอย่างแข็งขันเช่นกัน แต่ทว่า เหล่าภิกษุบางรูปกลับพากันซุบซิบว่า “ท่านกัสสปะมีญาติโยมและอุปัฏฐากในเมืองนี้มากมายถึง 18 โกฏิ ท่านคงตัดใจจากลาภสักการะเหล่านี้ไม่ได้หรอก ถึงจะเตรียมตัวไปอย่างไร สุดท้ายท่านก็คงหาทางอยู่ต่ออยู่ดี”
为此,大迦叶尊者也积极做着准备。然而,有些比丘却私下议论说:“大迦叶在王舍城拥有多达1.8亿的亲戚与护持者,他肯定割舍不下这些名闻利养。就算他积极准备,最后也会找借口留下来。”
เมื่อถึงกำหนดการเดินทาง พระพุทธเจ้าทรงรำพึงว่า เมืองราชคฤห์นี้มีงานบุญงานกุศลอยู่เสมอ หากพระสงฆ์ไปหมดจะไม่มีใครคอยดูแลญาติโยม จึงทรงมีพุทธบัญชาให้ พระมหากัสสปะและบริวารอยู่เฝ้าที่วัดเวฬุวันต่อ เมื่อเห็นดังนั้น ภิกษุที่เคยนินทาก็ยิ่งมั่นใจว่า “เห็นไหมล่ะ ท่านกัสสปะไปไม่รอดจริง ๆ ด้วย”
到了出发的日子,佛陀心想:王舍城经常有各种法事活动,若全部僧众都离开,将没有人来照顾和引领当地的信众。于是,佛陀便任命大迦叶及其随从留在竹林精舍。见此情形,那些曾议论的比丘更加确信了自己的猜想,得意地说:“看吧,大迦叶果然走不了。”
พระพุทธเจ้าทรงทราบความคิดของภิกษุเหล่านั้น จึงตรัสชี้แจงว่า “พวกเธอเข้าใจผิดแล้ว กัสสปะไม่ได้ติดอยู่ในลาภหรือบุคคลเลย แต่ที่เขากลับไปเพราะต้องการทำตามความประสงค์ของเรา”
佛陀得知这些比丘的想法后,开示道:“你们误会了。大迦叶并非执着于利养或人情,他留下是因为他愿意遵从如来的意愿。”
แล้วพระองค์จึงทรงเปรียบเทียบใจของพระมหากัสสปะให้ฟังว่า “ท่านผู้มีสติ ย่อมไม่ติดอยู่ในที่พำนัก เหมือนพญาหงส์ที่ร่อนลงในสระน้ำเพื่อหาอาหาร เมื่ออิ่มแล้วก็บินจากไปสู่ท้องฟ้ากว้างอย่างอิสระ โดยไม่เคยนึกหวงแหนว่าน้ำนี้เป็นของฉัน หรือบัวนี้เป็นของฉันเลย” ท่านเปรียบเสมือน ดวงจันทร์ ที่ให้แสงสว่างแก่ผู้คนแต่ไม่เคยเข้าไปพัวพันหรือยึดติดกับใคร
于是,佛陀以大迦叶尊者的心境作了一个比喻:“具足正念的圣者,不会执着于任何居所。如同天鹅之王降落于湖中觅食,吃饱后便振翅飞向广阔的天空,绝不会留恋不舍地认为这水是我的或者这莲花是我的。” 佛陀赞叹大迦叶尊者就像天上的明月,无私地洒下光辉照亮世人,却从不攀缘或执着于任何人。
ข้อคิด:
启示
ความเป็นผู้ไม่ยึดติด: ท่านผู้มีสติหรือพระอรหันต์ (พระขีณาสพ) จะอยู่ในที่ใดก็ได้โดยไม่ยึดติดว่าเป็น “ของเรา” ไม่ว่าจะเป็นวิหาร บริวาร หรือลาภสักการะ
不执着:具足正念的智者或阿罗汉(漏尽者),无论身在何处都不会执着于“这是我的”,无论是寺院、随从或利养。
อุปมาดั่งพญาหงส์: หงส์เมื่อหาอาหารเสร็จจะบินจากไปทันที ไม่หลงเหลือความอาลัยในโคลนตมหรือสระน้ำนั้น เปรียบได้กับผู้ที่ละความยินดีในการอยู่ประจำที่นาน ๆ เพื่อจาริกไปทำประโยชน์ตามปรารถนา,
天鹅之喻:天鹅觅食完便会立刻飞走,不会对池塘或湖水产生半点留恋。这比喻修行者不应贪恋安逸的住所,应像天鹅一样自由翱翔,随缘利益众生。
โทษของการติดที่อยู่: การยึดติดที่อยู่ทำให้มีภาระมาก ต้องพัวพันกับผู้คนจนเกินงาม และอาจทำให้เกิดมานะละทิฐิว่าเป็น “เจ้าถิ่น” หรือคนเก่าแก่
贪恋住处的过患:执着于住处会带来沉重的负担,让人陷入复杂的人际纠葛中,甚至容易滋生傲慢和偏见,觉得自己是主人或资深的前辈。
——————————————————-
074 ให้ว่างจากความโลภ โกรธ หลง
74.让心远离贪、嗔、痴
ณ วัดเชตวัน เมืองสาวัตถี มีพระเถระรูปหนึ่งนามว่า พระเบลัฏฐสีสะ ท่านเป็นผู้ที่รักความสงบและมีความมักน้อยสันโดษอย่างยิ่ง
在舍卫城的祇园精舍,有一位名叫贝拉塔西萨的长老。他是一位喜爱寂静、少欲知足的尊者。
วันหนึ่ง ท่านเกิดความคิดว่า “การต้องออกไปบิณฑบาตทุกวันนั้นช่างลำบากและเสียเวลาในการบำเพ็ญเพียรเหลือเกิน” ท่านจึงนำข้าวที่ได้มาไปตากแห้งแล้วเก็บไว้ฉันในวันต่อๆ ไป เพื่อจะได้ใช้เวลาส่วนใหญ่ไปกับการเข้าฌานสมาบัติ เมื่อพระรูปอื่นๆ มาเห็นเข้า ก็พากันตำหนิว่าท่านเป็นผู้สะสมอาหาร ซึ่งผิดวิสัยของสมณะ
有一天,他在心中暗想:“每天外出托钵太辛苦了,也耽误修行。”于是,他将托钵所得的食物晒干储存,留待日后食用,以便将大部分时间用来禅修。其他比丘见到后纷纷指责他储存食物,有违沙门的清净戒行。
เรื่องนี้ทราบถึงพระพุทธเจ้า พระองค์จึงทรงเรียกประชุมและวางระเบียบห้ามภิกษุสะสมอาหารไว้ฉันในวันรุ่งขึ้น แต่สำหรับพระเบลัฏฐสีสะนั้น พระองค์ทรงประกาศว่าท่านไม่มีความผิด เพราะสิ่งที่ท่านทำไม่ได้เกิดจากความโลภ แต่เกิดจาก “เจตนา” ที่อยากจะอยู่อย่างเรียบง่ายและตั้งใจปฏิบัติธรรม
此事传到佛陀耳中。佛陀便召集僧众制定戒律,禁止比丘储存食物留到次日食用。但对于贝拉塔西萨长老,佛陀却宣布他无罪。因为他的行为并非出于贪婪,而是源于一份想要过简朴生活、专心修行的发心。
จากเหตุการณ์นี้ พระพุทธเจ้าได้ทรงแสดงธรรมเปรียบเทียบชีวิตของผู้ที่ฝึกตนจนละกิเลสได้แล้วว่า “เหมือนทางไปของนกในอากาศ”
借此因缘,佛陀开示了有关修行者断除烦恼后的境界,就像飞鸟划过天空的轨迹。
พระองค์อธิบายว่า นกที่บินไปบนฟ้านั้น ย่อมไม่ทิ้งรอยเท้าไว้ให้ใครตามรอยได้ฉันใด ท่านผู้ที่จิตหลุดพ้นแล้วก็ฉันนั้น โดยท่านเหล่านี้มีคุณสมบัติสำคัญคือ:
佛陀解释道:鸟在天空飞翔,不会留下任何足迹让人追寻。同样,心已解脱的圣者,具备以下特质:
ไม่สั่งสม: ไม่ว่าจะเป็นการสั่งสมของกินของใช้ หรือการสั่งสมกรรมชั่ว
不积蓄:他们不积蓄任何食物与生活用品,更不积攒任何恶业。
รู้จักการกินที่แท้จริง: ท่านมองอาหารเป็นเพียงสิ่งที่ประคองชีวิต เหมือนการหยอดน้ำมันให้เครื่องยนต์ทำงานได้ต่อไป ไม่ได้กินเพื่อความเพลิดเพลินหรือความกำหนัด
如法受食:他们仅将食物视为维持生命的工具,如同给车轴上油使其能顺利运转一样,而并非为了享乐或贪着而进食。
มีจิตที่ว่างและเป็นอิสระ: จิตของท่านว่างจากกิเลส (ราคะ โทสะ โมหะ) ทำให้ไม่มี “เครื่องหมาย” ของกิเลสทิ้งไว้ให้ใครตามรอยได้
内心空明自在:他们的心已远离烦恼(贪、嗔、痴),因此不会留下任何烦恼的“痕迹”让人追寻。
ด้วยเหตุนี้ ชีวิตของท่านผู้รู้แจ้งจึงมีความอิสระและตามรอยได้ยาก เพราะท่านไม่ได้ยึดติดกับอะไรเลย แม้แต่รอยเท้าแห่งกรรมก็ไม่ปรากฏ เหมือนความว่างเปล่าของท้องฟ้านั่นเอง
因此,觉悟者的生活自在且无迹可寻。因为他们不执着于任何事物,甚至连业力的痕迹都不会显现,如同虚空一般。
ข้อคิด:
启示
เจตนาคือหัวใจ: การกระทำอย่างเดียวกัน คนหนึ่งอาจจะผิด แต่อีกคนอาจจะไม่ผิด ขึ้นอยู่กับว่าทำด้วยใจที่โลภหรือใจที่บริสุทธิ์ เหมือนพระเถระที่เก็บข้าวตากเพื่อเอาเวลาไปปฏิบัติธรรม
发心是关键:同样的行为,一个人做可能是错的,另一个人做可能没错,这取决于他是出于贪婪之心还是清净的发心。就像这位长老储存食物是为了腾出时间精进修行。
กินเพื่ออยู่ ไม่ใช่อยู่เพื่อกิน: การฝึกตนในเบื้องต้นเริ่มจากการรู้จักประมาณในการกิน (ปริญญา 3) คือรู้ว่านี่คืออาหาร พิจารณาให้เห็นความไม่สะอาดของมัน เพื่อจะได้ละความติดใจ และกินเพียงเพื่อให้ร่างกายมีแรงทำความดีต่อไป
为活而食,而不是为食而活:初学者的修行始于对饮食的知量(三遍知),即了知这是食物,并通过观照其不净来断除对食物的执着,进食仅仅是为了让身体有体力去修习善法。
ฝึกจิตให้เบาเหมือนนก: เป้าหมายสูงสุดคือการทำจิตให้ว่างจากความโลภ โกรธ หลง (วิโมกข์ 3) เมื่อจิตไม่ยึดติดกับสิ่งใด เราก็จะใช้ชีวิตได้อย่างเบาสบายและอิสระ เหมือนนกที่บินไปบนฟ้าโดยไม่ต้องทิ้งรอยเท้าให้เป็นภาระแก่ใคร
修心轻安如鸟:最高目标是让心远离贪、嗔、痴(三解脱)。当心不执着于任何事物时,我们的生命就会变得无比轻盈与自由,如同鸟儿翱翔虚空,无需留下任何足迹成为负担。
——————————————————-
075 กำลังบุญของพระอนุรุทธะเถระ
75. 阿那律尊者的功德
ณ ป่าไผ่เวฬุวันมหาวิหาร เมืองราชคฤห์ ว่า “พระอนุรุทธะ” ท่านเป็นพระอริยบุคคลผู้ใช้ชีวิตอย่างเรียบง่าย วันหนึ่งจีวรของท่านเก่าและขาดจนใช้การเกือบไม่ได้ ท่านจึงออกเดินไปตามกองขยะและที่ทิ้งขยะต่างๆ เพื่อหาเศษผ้าบังสุกุลมาเย็บเป็นจีวรใหม่ตามวัตรปฏิบัติของท่าน
在王舍城的竹林精舍,阿那律尊者是一位过着简朴生活的圣者。有一天,他的袈裟已破旧得无法再穿,于是他便按照出家人修持的律仪,前往垃圾堆和废弃处寻找被丢弃的碎布,打算将它们缝合成一件新袈裟。
ในขณะนั้นเอง บนสรวงสวรรค์ชั้นดาวดึงส์ มีเทพธิดาองค์หนึ่งนามว่า “ชาลินี” ซึ่งในอดีตชาติเมื่อ 3 ภพก่อนเคยเป็นภรรยาของพระเถระ เมื่อนางมองลงมาเห็นพระอนุรุทธะกำลังลำบากหาเศษผ้า ก็นึกอยากจะถวายผ้าทิพย์ให้ แต่เหล่านักบวชผู้ทรงศีลย่อมไม่รับของถวายโดยตรงหากเป็นของที่มีมูลค่าเกินจำเป็น นางจึงใช้อุบายนำผ้าทิพย์ผืนงามไปซ่อนไว้ในกองขยะ โดยแกล้งให้เหลือเพียงชายผ้าโผล่ออกมาเล็กน้อย
此时,忉利天上有一位名叫闍利仁的天女,在此前三世曾是阿那律尊者的妻子。当她看到尊者正在辛苦地寻找碎布时心生净信,想要供养天衣。然而,持戒清净的比丘通常不会直接接受超出必要的贵重物品。于是她心生一计,将一件精美的天衣藏于垃圾堆中,只露出一点衣角。
เมื่อพระอนุรุทธะมาพบเข้า ท่านก็นึกว่าเป็นผ้าที่เจ้าของทอดทิ้งแล้วจึงเก็บไป ในวันที่ท่านเริ่มเย็บจีวร เหล่าพระอัครสาวกอย่างพระสารีบุตร พระมหากัสสปะ พระอานนท์ และแม้แต่พระพุทธเจ้า ก็เสด็จมาช่วยท่านสนเข็มและเย็บผ้าด้วยความเมตตา
阿那律尊者发现后以为是被遗弃的布料,便将之取走了。在他开始缝制袈裟的那天,如舍利弗、大迦叶、阿难乃至佛陀都慈悲前来帮他穿针引线,协助缝制袈裟。
เทพธิดาชาลินีเห็นดังนั้นก็ปลื้มใจ จึงไปชักชวนชาวบ้านให้ช่วยกันปรุงอาหารเลิศรสมาถวายพระสงฆ์ที่มาช่วยงาน จนอาหารนั้นมากมายก่ายกองเหลือเฟือ ทว่าเหตุการณ์นี้กลับทำให้พระรูปอื่นๆ เกิดความเข้าใจผิดและพากันตำหนิพระอนุรุทธะว่า “ท่านคงอยากจะอวดบารมีว่ามีญาติโยมศรัทธามาก ถึงได้ให้คนขนอาหารมามากมายขนาดนี้”
迦利尼天女见此情景,内心欢喜赞叹,便去动员当地村民烹饪美食来供养僧众。结果食物堆积如山,无比丰盛。然而,此事却引起了其他比丘的误解,他们纷纷指责阿那律尊者:“他大概是想炫耀自己的功德和威望,才故意让人送来这么多食物吧!”
เมื่อความทราบถึงพระพุทธเจ้า พระองค์จึงทรงชี้แจงเพื่อปกป้องพระอนุรุทธะว่า “ภิกษุทั้งหลาย อาหารเหล่านี้ไม่ได้มาจากคำสั่งหรือความต้องการของอนุรุทธะเลย แต่มันเกิดขึ้นจากอานุภาพของเทวดา”
佛陀知晓此事后,出面为阿那律尊者澄清道:“诸比丘,这些食物并非出于阿那律的授意或要求,而是源于天人的威德力感召而来。”
พระองค์ทรงสอนต่อไปว่า ผู้ที่สิ้นกิเลสแล้ว ย่อมไม่ยึดติดในรสชาติอาหาร ไม่บริโภคด้วยความตัณหา แต่กินเพียงเพื่อให้ร่างกายดำรงอยู่ได้เพื่อทำความดีเท่านั้น พระองค์เปรียบเปรยว่า “ร่องรอยของผู้ที่หมดจดจากกิเลสนั้น ตามตัวได้ยาก เหมือนกับรอยเท้าของนกที่บินไปในอากาศ” ซึ่งไม่มีใครสามารถมองเห็นหรือตามรอยได้
佛陀接着开示道:“断尽烦恼的圣者,不执着于食物的味道,不为贪欲而食,仅为了维持色身以行善业而受食。”佛陀打了个比方说:“已断尽烦恼者的踪迹难以追寻,就如同飞鸟划过天空的足迹一样。”没有人能看见,也无法追寻。
ข้อคิด:
启示
การไม่ยึดติดในรสชาติ (อาหาร): เราควรบริโภคอาหารเพียงเพื่อให้ร่างกายมีแรงทำงานและทำความดี ไม่ใช่กินเพราะความโลภหรือติดในรสอร่อยจนลืมตัว
不执着于味(饮食):我们受用饮食,仅仅是为了维持身体以行善业,而非因贪欲或耽溺于美味而迷失自我。
กิเลสที่หมักดอง (อาสวะ): กิเลสเปรียบเหมือนของเสียที่หมักอยู่ในใจ ทั้งความอยาก (กาม) ความติดในภพชาติ (ภพ) และความเห็นผิด (ทิฐิ/อวิชชา) หากเราละสิ่งเหล่านี้ได้ ใจจะสว่างและเบาสบาย
潜藏的烦恼(漏):烦恼如同心中累积的污垢,包括欲望(贪爱)、对存在的执着(有)、错误的认知(邪见与无明)。如果我们能断除它们,心就会明亮轻安。
ความอิสระของจิต: ผู้ที่ฝึกจิตจนสะอาดบริสุทธิ์แล้ว จะมีความเป็นอิสระเหมือนนกที่บินบนฟ้า ใครก็ไม่สามารถมาตำหนิหรือหาเหตุแห่งความทุกข์ในใจของเขาได้อีกต่อไป
心的自在:修行直至心清净无染的人,像天空中的飞鸟一样自由自在,无人能够指责或在他心中找到痛苦的根源。
——————————————————-
076 พระมหากัจจายนเถระ ภิกษุผู้เป็นที่รักของเทวดา
76. 受天人爱戴的大迦旃延尊者
ณ บุพพาราม เมืองสาวัตถี ในวันมหาปวรณาหรือวันออกพรรษาที่แสนสงบ พระพุทธเจ้าประทับอยู่ท่ามกลางเหล่าภิกษุสงฆ์และอุบาสิกาผู้ใจบุญอย่างนางวิสาขา
在舍卫城的鹿母讲堂,正值出雨安居日,佛陀端坐在僧众及毘舍佉优婆夷等信众的中间。
ในวันนั้น ท้าวสักกเทวราช พร้อมด้วยเหล่าเทวดามากมายได้เสด็จลงมาเฝ้าพระพุทธเจ้าด้วย ท้าวสักกะทรงกวาดสายตาไปรอบๆ เพื่อมองหาพระเถระรูปหนึ่งที่ท่านเคารพรักยิ่ง นั่นคือ พระมหากัจจายนเถระ ผู้เก่งกาจในการอธิบายธรรม เมื่อพระมหากัจจายนะเดินทางมาถึง ท้าวสักกะทรงดีใจมาก ถึงกับเข้าไปจับข้อเท้า นวดเท้าให้ และบูชาท่านด้วยดอกไม้และของหอมอย่างนอบน้อม
那天,帝释天王率领众天人前来礼敬佛陀。帝释天环顾四周,寻找一位自己无比敬重的长老,即以擅长阐释佛法而著称的大迦旃延尊者。当尊者到来时,帝释天法喜充满,上前握住尊者的脚踝,为他按摩双足,并恭敬供养鲜花和香料。
ภาพที่ราชาแห่งเทวดาปรนนิบัติพระสงฆ์เช่นนั้น ทำให้ภิกษุบางรูปเกิดความสงสัยและติเตียนว่า ทำไมท้าวสักกะถึงทำเช่นนี้กับพระมหากัจจายนะเพียงรูปเดียว พระพุทธเจ้าเมื่อทรงทราบความสงสัยนั้น จึงได้ทรงไขความลับว่าเหตุใดพระเถระรูปนี้จึงเป็นที่รักของเทวดานัก
帝释天这般恭敬服侍一位比丘的景象,令一些比丘心生疑惑:为何帝释天只对大迦旃延尊者如此?佛陀得知了大家的疑惑后,揭示了尊者为何深受天人爱戴的缘由。
พระองค์ทรงเปรียบเทียบว่า บุคคลที่น่ารักและน่าเคารพที่สุดคือ ผู้ที่มีอินทรีย์สงบ เหมือนม้าที่สารถีฝึกมาอย่างดีแล้ว หมายความว่า ท่านฝึกฝน ตา หู จมูก ลิ้น กาย และใจ ของท่านจนนิ่งสงบ ไม่หวั่นไหวไปกับรูปสวยๆ เสียงเพราะๆ หรือสิ่งยั่วยุรอบตัว ท่านเป็นนายของตัวเอง ไม่ยอมตกเป็นทาสของความอยาก
佛陀比喻道:最可爱可敬的人是那些诸根清净的人,就像被驯马师训练得极好的良驹。这意味着长老善调伏眼、耳、鼻、舌、身、意,不为美色、妙音或任何外境所动摇。他是自己的主人,绝不会沦为欲望的奴隶。
นอกจากนี้ ท่านยังเป็นผู้ที่ “ละมานะ” หรือความถือตัวได้ โดยปกติคนเรามักชอบเอาตัวเองไปเทียบกับคนอื่น แล้วสรุปว่า “เราดีกว่าเขา” “เราเสมอเขา” หรือ “เราเลวกว่าเขา” ซึ่งจริงๆ แล้วเป็นสิ่งที่ผิด
此外,尊者还是“断除慢心”(骄傲自满)的人。通常,人们总喜欢将自己与他人比较,然后得出自己比对方强,自己与对方相当,或自己比对方差的结论,这其实是错误的。
ลองนึกถึงภาพ “รัฐมนตรี” กับ “ชาวนา” หากเทียบเรื่องการบริหารงาน รัฐมนตรีอาจจะเก่งกว่า แต่ถ้าเทียบเรื่องความอดทนต่อแดดฝนและการทำนา รัฐมนตรีก็สู้ชาวนาไม่ได้ ดังนั้น แต่ละคนมีความเก่งในแง่มุมที่ต่างกัน การไปเปรียบเทียบกันจึงไม่มีประโยชน์ พระพุทธเจ้าทรงสอนว่า ทางที่ถูกคือไม่ควรเทียบกับคนอื่นเลย แต่ให้เทียบตัวเองกับ “อุดมคติ” หรือความดีที่เราตั้งเป้าไว้ เพื่อให้เราพัฒนาตัวเองไปสู่จุดนั้นได้เร็วขึ้น
试想大臣与农夫:若论行政才能,大臣可能胜过农夫,但若论顶着烈日暴雨在田间耕作的耐力,大臣则远不如农夫。因此,每个人各有各的长处,比较没有意义。佛陀教导说,正确的方式是不与他人比较,而是应该拿自己与设立的崇高理想或美德对齐,从而不断的激励和提升自己。
เมื่อพระมหากัจจายนะเป็นผู้ที่ฝึกตนจนสงบ ละความถือตัวได้ และไม่มีกิเลสหมักดองในใจ ท่านจึงกลายเป็นบุคคลที่เทวดารักและมนุษย์ต่างพากันเคารพบูชาอย่างที่ท้าวสักกะแสดงให้เห็นนั่นเอง
大迦旃延尊者通过修行实现了诸根寂静,断除慢心,心中再无烦恼,因此成为了人天所爱戴和敬仰的对象,正如帝释天所展现的那样。
ข้อคิด:
启示
เรื่องนี้สอนให้เรารู้ว่า เคล็ดลับการเป็น “คนโปรด” ของทั้งเทวดาและมนุษย์ ไม่ใช่การมีอำนาจหรือเงินทอง แต่คือ: การรู้จักฝึกตน (สำรวมอินทรีย์): ฝึกควบคุมอารมณ์ ความรู้สึก ไม่ให้ไหลไปตามสิ่งยั่วยุ
这个故事告诉我们,受人天爱戴的秘诀并非权力或财富,而是懂得自我克制(守护诸根):训练并管理好自己的情绪与感受,不让心随外境而转。
การเลิกเปรียบเทียบ (ละมานะ): อย่ามัวแต่คิดว่าเราเก่งกว่าใคร หรือด้อยกว่าใคร เพราะทุกคนมีดีในแบบของตัวเอง
放下盲目攀比(断除慢心):不要总去计较自己比别人强或比别人弱,因为每个人都有自己的长处。
แข่งกับตัวเอง: เปลี่ยนจากการเทียบกับคนอื่น มาเป็นการเทียบตัวเองกับเป้าหมายความดีที่เราตั้งไว้ เพื่อพัฒนาชีวิตให้ดียิ่งขึ้นในทุกๆ วัน
与自己竞争:将与他人比较的心态,转化为与自己所设定的美德目标相比较,不断提升自己的人生价值。
——————————————————-
077 ผู้มีวัตรดี ทำตัวเหมือนวัวที่เขาขาด
77. 持戒清净者如折角之牛
ณ วัดเชตวันมหาวิหาร เมืองสาวัตถี เมื่อออกพรรษาแล้ว พระสารีบุตรตั้งใจจะเดินทางไปจาริกเพื่อเผยแผ่ธรรมะ ท่านจึงไปทูลลาพระพุทธเจ้าและเดินทักทายพระภิกษุรูปอื่นๆ อย่างทั่วถึง แต่ด้วยความที่มีพระจำนวนมาก ท่านจึงทักทายได้ไม่ครบทุกคน มีพระภิกษุรูปหนึ่งรู้สึกน้อยใจที่ท่านไม่ได้ทักตน และในจังหวะที่พระสารีบุตรเดินผ่าน ชายจีวรของท่านก็ได้ไปกระทบกับพระรูปนั้นเข้าโดยบังเอิญ
在舍卫城的祇园精舍,雨安居结束后,舍利弗尊者打算出发游化,弘扬佛法。于是他向佛陀辞行,并逐一向其他比丘告别。但因人数众多,他未能向所有人告别。其中有一位比丘因未被告别而感到不满,就在舍利弗尊者经过时,袈裟的衣角无意中碰到了他。
พระรูปนั้นโกรธมาก จึงรีบไปฟ้องพระพุทธเจ้าว่า “พระสารีบุตรถือตัวว่าเป็นอัครสาวก เดินชนข้าพระองค์แล้วไม่ยอมขอโทษ!”
这位比丘当下动怒,跑去向佛陀告状说:“舍利弗自恃是上首弟子,撞了我却不道歉。”
พระพุทธเจ้าจึงเรียกพระสารีบุตรมาสอบถาม ท่ามกลางเหล่าพระสงฆ์ที่มาชุมนุมกัน พระสารีบุตรไม่ได้ปฏิเสธหรือโต้เถียง แต่ท่านกลับแสดงความบริสุทธิ์ใจด้วยการเปรียบเทียบสภาพจิตใจของท่านไว้อย่างน่าประทับใจถึง 9 อย่าง เช่น:
佛陀随即召集僧众,当众询问舍利弗尊者。尊者并未辩驳或否认,而是以九种比喻来表明自己的心境清净无染:
จิตของท่านเป็นเหมือนแผ่นดิน: ที่ยอมรับได้ทั้งของที่สะอาดและของที่สกปรกโสโครก โดยไม่แสดงอาการยินดียินร้าย
他说自己的心如大地:能承载清净与污秽之物,而不生喜厌。
จิตเป็นเหมือนน้ำ ลม และไฟ: ที่ทำหน้าที่ชำระล้างหรือพัดผ่านไปได้ทั้งของดีและของเสีย
心如水、风、火:无论是好东西还是坏东西,都能尽自己的本分去清洗、吹拂或燃烧。
จิตเป็นเหมือนผ้าเช็ดธุลี: ที่ยอมแปดเปื้อนเพื่อเช็ดสิ่งสกปรก
心如抹布:甘愿沾染尘垢,只为擦去脏东西。
ท่านทำตัวเหมือนเด็กจัณฑาลหรือวัวที่เขาขาด: ที่มีความอ่อนน้อมถ่อมตนเสมอ ไม่คิดทำร้ายใคร
将自己比作首陀罗之子或折角之牛:永远保持谦卑温顺,无害他之心。
ท่านดูแลร่างกายด้วยความระมัดระวัง: เปรียบเหมือนคนที่ต้องประคองบาตรที่เต็มไปด้วยน้ำมัน โดยมีเพชฌฆาตถือดาบจ่อคออยู่ข้างหลัง ถ้าทำหกแม้หยดเดียวก็ต้องตาย ท่านจึงมีสติกำกับใจอยู่ตลอดเวลา
谨慎守护身心:犹如一个人手中捧着盛满油的钵,身后有刽子手持刀相随,若滴出一滴油就会丧命,因此必须时刻保持正念。
ขณะที่ท่านกล่าวอุปมาเหล่านี้ แผ่นดินใหญ่ถึงกับสั่นสะเทือนถึง 9 ครั้ง พระภิกษุที่กล่าวหาท่านเมื่อได้ฟังก็เกิดความร้อนใจในสิ่งที่ตนโกหก จนต้องหมอบลงแทบพระบาทพระพุทธเจ้าเพื่อสารภาพผิด พระสารีบุตรผู้มีเมตตาก็ได้ให้อภัยทันที และยังกล่าวอย่างอ่อนน้อมว่า “หากข้าพเจ้ามีโทษอยู่อันใด ก็ขอให้ท่านยกโทษให้ข้าพเจ้าด้วย”
当尊者讲述这些比喻时,大地竟然震动了九次。那位诬告他的比丘听后,对自己的妄语深感懊悔,立刻跪在佛足下忏悔。而慈悲的舍利弗尊者当即原谅了他,并谦逊地说:“若我有任何过失也请您原谅。”
พระพุทธเจ้าทรงสรรเสริญพระสารีบุตรว่า ผู้ที่มีจิตใจมั่นคงเหมือนแผ่นดินหรือเสาเขื่อน และใสสะอาดเหมือนน้ำที่ไร้โคลนตมเช่นนี้ ย่อมไม่มีการเวียนว่ายตายเกิดอีกต่อไป
佛陀赞叹舍利弗说:“心如大地般坚固、如门柱般安稳、如无浊之水般清净的人,将不再受生死轮回。”
ข้อคิด:
启示
ความหนักแน่น: จิตใจที่ดีควรเป็นเหมือนแผ่นดิน ใครจะชม (ของสะอาด) หรือจะนินทาว่าร้าย (ของสกปรก) เราก็ไม่หวั่นไหวไปตามคำเหล่านั้น
坚稳:良善之心应如大地,无论面对他人的赞美(干净之物)或毁谤(污秽之物),皆不为之所动。
ความอ่อนน้อม: แม้เราจะมีตำแหน่งสูงหรือมีความสามารถมากเพียงใด การมีใจที่อ่อนน้อมถ่อมตนและรู้จักให้อภัยผู้อื่นเสมอ จะทำให้เราเป็นที่รักและน่ายกย่องเหมือนพระสารีบุตรนั่นเองครับ
谦和:无论地位多高、能力多强,若能常怀谦卑之心,懂得宽恕他人,便能像舍利弗尊者那样受人爱戴与敬仰。
——————————————————-
078 ใจเป็นประธาน
78. 心为主导
ในเมืองโกสัมพี มีพระเถระรูปหนึ่งชื่อว่า “พระติสสะ” ท่านเป็นพระที่มักน้อยถือสันโดษ จนมีอุบาสกเลื่อมใสอยากถวายผ้าไตรจีวรและของใช้ต่างๆ แต่ท่านก็ปฏิเสธเพราะไม่มีใครช่วยดูแลเก็บรักษา อุบาสกท่านนั้นจึงตัดสินใจส่งลูกชายวัยเพียง 7 ขวบมาบวชเป็น “สามเณรน้อย” เพื่อคอยรับใช้พระเถระ
在憍赏弥城,有一位名叫提舍的长老。他是一位少欲知足的比丘,有一位优婆塞很敬重他,想供养他三衣及各种资具,但长老因无人帮忙保管而婉拒了。于是,优婆塞便将年仅七岁的儿子送来出家侍奉长老。
ความอัศจรรย์เกิดขึ้นตั้งแต่วันแรก เพราะในขณะที่ช่างกำลังปลงผมให้นั้น สามเณรน้อยผู้นี้ก็ได้บรรลุธรรมเป็น พระอรหันต์ ทันที
第一天就发生了神奇的事情,在长老为沙弥落发期间,沙弥就证得了阿罗汉果。
วันหนึ่ง ทั้งสองออกเดินทางไปเฝ้าพระพุทธเจ้าที่เมืองสาวัตถี ระหว่างทางได้พักแรมที่วัดแห่งหนึ่ง ตามพระวินัยนั้นพระภิกษุห้าม นอนร่วมห้องกับผู้ที่ไม่ใช่ภิกษุเกิน 3 คืน พอเข้าคืนที่ 3 สามเณรน้อยเกรงว่าพระอุปัชฌาย์จะอาบัติ จึงนั่งสมาธิตลอดทั้งคืนโดยไม่ยอมนอน
有一天,师徒二人启程前往舍卫城拜见佛陀。途中,他们在一座寺院借宿。根据戒律,比丘不得与非比丘同屋共宿超过三晚。到了第三晚,小沙弥担心长老会因此犯戒,便整夜坐禅,没有躺下休息。
พอใกล้รุ่ง พระติสสะซึ่งยังเป็นปุถุชนอยู่ได้ตื่นขึ้นมา และต้องการให้สามเณรออกไปข้างนอกก่อนสว่างเพื่อไม่ให้ผิดวินัย ท่านจึงใช้พัดใบตาลตีลงบนเสื่อเพื่อปลุกสามเณร แต่เคราะห์ร้ายที่พัดนั้นกลับไป กระทบถูกนัยน์ตาของสามเณรจนแตกและบอดลงทันที
临近天亮时,仍是凡夫的提舍长老醒来,想让沙弥在天亮前先出去,以免违犯戒律。于是他用棕榈扇拍打草席想唤醒沙弥,不幸的是扇子却意外击中了沙弥的眼睛,导致眼球破裂,当即失明。
ถึงจะเจ็บปวดแสนสาหัส แต่สามเณรน้อยผู้มีใจสงบ กลับไม่ร้องโอดครวญเลยแม้แต่คำเดียว ท่านเอามือข้างหนึ่งกุมตาไว้ แล้วใช้มืออีกข้างกวาดวัด เตรียมน้ำใช้น้ำฉันให้พระอุปัชฌาย์ตามปกติ เมื่อถึงเวลาถวายไม้สีฟัน สามเณรส่งให้ด้วยมือข้างเดียว จนถูกพระเถระดุว่า “ทำไมไม่ส่งให้ด้วยสองมือ ไม่รู้จักมารยาทเลยหรือ?”
尽管剧痛难忍,但内心寂静的小沙弥却没有发出一声呻吟。他一手捂住眼睛,另一只手依然如常打扫住处,准备饮用水和洗漱用水。到了供养齿木时,沙弥单手递上,被长老责备道:“为何不用双手递送?难道不懂礼仪吗?”
สามเณรจึงตอบอย่างอ่อนน้อมว่า “พระคุณเจ้า มืออีกข้างของกระผมไม่ว่าง เพราะต้องใช้กุมนัยน์ตาที่แตกไปครับ”
小沙弥恭敬地回答:“尊者,我的另一只手不得空,因为得捂住破裂的眼睛。”
เมื่อพระติสสะทราบความจริงก็ตกใจและเสียใจอย่างสุดซึ้ง ท่านรีบคุกเข่าขอโทษสามเณรน้อยทันที แต่สามเณรกลับกล่าวด้วยใจที่เปี่ยมด้วยเมตตาว่า “อย่าได้โทษตัวเองเลยครับ เรื่องนี้ไม่มีใครผิด แต่มันเป็นความผิดของ ‘วัฏฏะ’ (วงเวียนกรรม) ต่างหาก”
提舍长老得知真相后震惊不已,悲痛万分。他立刻跪下来向小沙弥忏悔。沙弥却慈悲地说道:“请不要自责,这件事没有谁对谁错,只不过是业力的流转罢了。”
เมื่อทั้งคู่ไปถึงพระวิหารเชตวัน พระพุทธเจ้าทรงทราบเรื่องราวทั้งหมดจึงทรงยกย่องสามเณรน้อยว่า ผู้ที่หลุดพ้นแล้วย่อมมีใจที่สงบ ไม่โกรธเคืองใคร และทรงสอนว่า “ใจเป็นประธานของทุกสิ่ง” เมื่อใจสงบแล้ว กายและวาจาก็จะสงบตาม เหมือนเงาที่ตามตัวเราไปเสมอ หลังจากฟังธรรมจบ พระติสสะก็ได้บรรลุเป็นพระอรหันต์เช่นกัน
当他们抵达祇园精舍,佛陀知晓了整件事的来龙去脉后,赞叹小沙弥道:“断除烦恼的圣者,内心清净寂静,绝不会生起一丝怨恨。”佛陀进而开示道:“心是一切的主导。”当心平静时,身与语也随之平静,就像影子永远跟随着身体。听闻开示后,提舍长老也证得了阿罗汉果。
ข้อคิด:
启示
ใจเป็นใหญ่: ทุกอย่างเริ่มที่ใจ ถ้าเราคิดดี ใจเราสงบ คำพูดและการกระทำของเราก็จะดีตามไปเอง
心为主导:一切始于心。若我们心存善念,内心平静,言语和行为自然也会变得柔和美好。
ความสงบสยบทุกอย่าง: แม้สามเณรจะได้รับบาดเจ็บหนัก แต่เพราะใจของพระอรหันต์ที่ฝึกมาดีจนสงบระงับ ท่านจึงไม่โกรธแค้นและให้อภัยได้อย่างแท้จริง
寂静可以化解一切:小沙弥虽然身受重伤,但因为阿罗汉的心透过修行已达至寂静,故而不生嗔恨,反而能真诚地宽恕。
การให้อภัยคือความสุข: แทนที่จะจองเวรกัน สามเณรเลือกที่จะมองว่าเป็นเรื่องของวิบากกรรม ทำให้ทั้งตัวท่านและพระอุปัชฌาย์ไม่ต้องทุกข์ใจนาน
宽恕是安乐:小沙弥没有选择冤冤相报,而是将其视为业力果报,这使他与长老都免于长久之苦。
สติในการใช้ชีวิต: พระเถระทำพลาดเพราะความไม่ระวัง แต่เมื่อรู้ตัวว่าผิดก็กล้ายอมรับและขอโทษ ส่วนสามเณรก็มีสติมั่นคงแม้ในยามวิกฤต
生活中的正念:长老因为一时疏忽而犯错,但当他意识到错误后也勇于承认并道歉。而小沙弥即使在危机时刻,依然能够保持正念。
——————————————————-
079 คุณสมบัติของยอดบุรุษไว้ 5 ประการ
79. 杰出之士的五种特质
ณ วัดเชตวันมหาวิหาร มีพระภิกษุผู้บำเพ็ญเพียรอยู่ในป่าประมาณ 30 รูป เดินทางมาเข้าเฝ้าพระพุทธเจ้าด้วยความเลื่อมใส ในขณะนั้น พระพุทธองค์ทรงทราบด้วยญาณว่าภิกษุเหล่านี้มีบารมีแก่กล้าพร้อมจะบรรลุธรรมแล้ว จึงทรงต้องการจะสอนบทเรียนสำคัญผ่าน พระสารีบุตร ผู้เป็นพระธรรมเสนาบดี
在祇园精舍,有三十位在林中修行的比丘心怀恭敬地前来拜见佛陀。当时,佛陀以神通得知这些比丘的波罗蜜已经成熟,即将证悟佛法,便想透过智慧第一的舍利弗尊者来开示佛法。
พระพุทธเจ้าทรงตรัสถามพระสารีบุตรต่อหน้าภิกษุเหล่านั้นว่า “สารีบุตร เธอเชื่อไหมว่า การเจริญอินทรีย์ 5 (เช่น ความเพียร สติ สมาธิ ปัญญา) จะนำไปสู่พระนิพพานอันเป็นอมตะได้จริง?“
佛陀当着那些比丘的面问舍利弗尊者:“舍利弗,你相信修习五根(信、精进、念、定、慧)能导向不死涅槃吗?”
แทนที่พระสารีบุตรจะรีบตอบว่า “เชื่อพระพุทธเจ้าข้า” ทันที ท่านกลับกราบทูลตามความจริงว่า “ข้าแต่พระองค์ ข้าพระองค์ไม่ได้เชื่อเพียงเพราะคำบอกเล่าของพระองค์ แต่ข้าพระองค์รู้แจ้งด้วยปัญญาของตนเองแล้วว่า ผู้ที่ไม่ได้ฝึกฝนตนเองย่อมต้องอาศัยการเชื่อคนอื่น แต่สำหรับผู้ที่ปฏิบัติจนเห็นแจ้งแล้ว ย่อมไม่ต้องอาศัยความเชื่อจากใครอีก”
舍利弗尊者并未立即回答“我相信,世尊”,而是如实答道:“世尊,我并非因为相信您的宣说就盲目相信,而是已经通过智慧亲自证知。未曾亲身体证的人,才需要依靠他人的话来相信;但对于那些通过实修已亲自证知的人来说,无需再依赖他人的话来相信了。”
เมื่อภิกษุทั้ง 30 รูปได้ยินเช่นนั้นก็ตกใจและเริ่มซุบซิบกันว่า “ดูเถิด พระสารีบุตรช่างโอหังนัก ขนาดพระพุทธเจ้าตรัสเองแท้ๆ ท่านยังบอกว่าไม่เชื่อเลย!”
那三十位比丘听后大为震惊,开始窃窃私语:“看啊,舍利弗真是太傲慢了!连佛陀亲口说的话,他竟然都敢说不信!”
พระพุทธเจ้าทรงทราบความคิดของภิกษุเหล่านั้น จึงทรงตรัสอธิบายเพื่อชี้แจงว่า พระสารีบุตรไม่ได้ลบหลู่พระองค์ แต่ท่านคือ “ยอดบุรุษ” ตามความหมายที่แท้จริง พระองค์ได้อธิบายคุณสมบัติของยอดบุรุษไว้ 5 ประการ ดังนี้:
佛陀察觉到这些比丘的心思后,便解释澄清舍利弗并非对佛陀不敬,相反,他是真正意义上的“杰出之士”。佛陀接着阐述了杰出之士所具备的五种特质:
1. เป็นคนไม่เชื่อง่าย : ไม่ใช่คนดื้อรั้น แต่เป็นคนที่ไม่ยอมเชื่ออะไรเพียงเพราะฟังตามกันมา แต่จะเชื่อเมื่อได้ไตร่ตรองด้วยปัญญาจนเห็นจริงด้วยตนเองแล้ว
1. 不轻信盲从:这并不是指顽固不化,而是不盲从传闻,只有在用智慧去审视、思惟,并亲自见证真相后才会相信。
2. รู้พระนิพพาน : หมายถึง “ผู้รู้ในสิ่งที่ไม่มีอะไรปรุงแต่งได้” ซึ่งก็คือพระนิพพานนั่นเอง
2.知见涅槃:指了知不被任何因缘所造作、不生不灭的境界即为涅槃。
3. ตัดวงจรแห่งการเกิด แก่ เจ็บ ตาย หรือการเวียนว่ายตายเกิดได้สิ้นเชิง
3.断除生死轮回:即彻底断除生、老、病、死的流转。
4. ทำลายโอกาสการเกิด : เหมือนเมล็ดพืชที่ถูกทำลายยางเหนียวไปแล้ว ย่อมไม่มีวันงอกเงยขึ้นมาในภพใหม่ได้อีก
4.摧毁再生的因缘:如同被破坏了胶质的种子,再也无法在新生中萌芽。
5. คายความหวังทั้งปวง : คือผู้ที่หมดความอยาก ความทะยานอยากในโลก เพราะท่านพบความสุขที่แท้จริงแล้ว เหมือนพระราชาที่ได้ครองราชย์แล้วก็ไม่จำเป็นต้องฝันอยากเป็นพระราชาอีกต่อไป
5.舍弃一切虚妄:即已断除世间的一切渴求与贪恋,因为已证得究竟安乐。如同已登基的国王,无需再梦想成为国王。
เมื่อพระพุทธเจ้าตรัสจบ ภิกษุทั้ง 30 รูปที่เคยเข้าใจผิด ก็เกิดปัญญาเห็นแจ้งตามพระสารีบุตร และบรรลุเป็นพระอรหันต์พร้อมกันในที่นั้นเอง
佛陀开示结束后,误解舍利弗尊者的三十位比丘随之生起智慧,当下一同证得阿罗汉果。
ข้อคิด:
启示
อย่าเป็น “เหยื่อ” ของคำลวง: คนที่เชื่อคนง่ายโดยไม่ใช้ปัญญาพิจารณา มักตกเป็นเหยื่อของการหลอกลวงและนำภัยมาสู่ตน
勿做谎言的牺牲品:那些不用智慧思惟便轻信他人的人,往往容易沦为谎言与欺骗的受害者,给自己带来灾祸。
สร้างความเชื่อที่มั่นคง (อัจจรศรัทธา): ความเชื่อที่เกิดจากการพิสูจน์ด้วยตัวเองจนเห็นผลจริง จะเป็นความเชื่อที่หนักแน่น ไม่หวั่นไหว และไม่ต้องคอยพึ่งพิงคำยืนยันจากผู้อื่นอยู่เสมอ
建立坚固的信心:通过亲自实践、如实知见建立的信心坚固不动摇,无需时刻依赖他人的肯定。
ใช้ปัญญาเป็นเครื่องนำทาง: พระพุทธศาสนาสอนให้เราเชื่อในสิ่งที่มีเหตุผล เช่น เชื่อเรื่องกรรมและผลของกรรม และเน้นย้ำให้เราลงมือปฏิบัติจน “เห็นจริง” มากกว่าแค่ “ฟังเขามา”
以智慧为导:佛教教导我们相信符合因果真理之事,比如相信因果业报,并强调通过实践达到“亲证”,而不仅仅是“道听途说”。
เป้าหมายสูงสุดคือความปล่อยวาง: การเป็นยอดบุรุษคือการฝึกตนจนอยู่เหนือความหวังและความกลัว มีจิตที่บริสุทธิ์ ผ่องใส และเป็นอิสระจากความโลภทั้งปวง
终极目标是放下:成为杰出之士,意味着将自己修习至超越一切渴求与恐惧,心清净光明,解脱一切贪欲。
——————————————————-
080 พระเรวตะ ผู้มีจิตปราศจากกิเลส
80. 心无烦恼的离婆多尊者
ในสมัยพุทธกาล มีเด็กชายคนหนึ่งชื่อว่า “เรวตะ” เขาเป็นน้องชายคนสุดท้องของพระสารีบุตร พระอัครสาวกเบื้องขวาของพระพุทธเจ้า มารดาของเรวตะเห็นลูกๆ พากันออกบวชไปหมด จึงกลัวว่าเรวตะจะหนีไปบวชอีกคน เลยจัดการบังคับให้เขาแต่งงานตั้งแต่ยังเด็กเพียงอายุ 7 ขวบ
在佛陀时代,有一个名叫离婆多的男孩。他是右上首弟子舍利弗尊者的弟弟。离婆多的母亲看到儿子们一个个都去出家了,担心离婆多也会步哥哥的后尘,便在年仅七岁时强行安排其结婚了。
ในวันแต่งงาน ขณะที่ญาติผู้ใหญ่กำลังอวยพร เรวตะกุมารได้สังเกตเห็นหญิงชราคนหนึ่งอายุร่วม 120 ปี มีสภาพฟันหลุด ผมหงอก หลังโก่ง และผิวหนังเหี่ยวย่น ภาพนั้นสะกิดใจเด็กน้อยอย่างแรง เขาตระหนักได้ว่า ร่างกายที่ดูงดงามในวันนี้ ท้ายที่สุดก็ต้องแก่ชราและร่วงโรยไปตามกาลเวลาเช่นนี้เหมือนกันหมด
婚礼当天,正当亲友们祝福时,离婆多注意到一位年约一百二十岁的老妇人,牙齿脱落、头发花白、驼背弯腰、脸上满是皱纹。这一幕深深触动了他幼小的心灵。他猛然领悟到:如今看似美丽的身体,最终也必将随着时光的流逝而衰老。
ด้วยความสลดใจ เรวตะจึงตัดสินใจหนี ระหว่างนั่งรถม้ากลับบ้าน เขาแกล้งทำเป็นปวดท้อง ท้องเสีย ขอลงไปถ่ายหนัก ถ่ายเบา ข้างทางหลายต่อหลายครั้ง จนญาติๆ เลิกเฝ้าระวัง เขาจึงสบโอกาสวิ่งหนีเข้าไปในป่า และได้ขอบวชเป็นสามเณรกับกลุ่มพระธุดงค์
心生厌离的离婆多决定逃离。在乘车回家的路上,他多次假装腹泻要求下车方便。等到随行的亲属们放松警惕后,他便趁机逃入森林中向一群游方僧众请求出家,成为了一名沙弥。
สามเณรเรวตะปลีกวิเวกเข้าไปปฏิบัติธรรมอย่างเด็ดเดี่ยวในป่าไม้สะแก ซึ่งเต็มไปด้วยหนามแหลมคม ท่านไม่ปล่อยใจให้เศร้าโศกนึกถึงอดีตที่ผ่านพ้นไป และไม่วิตกกังวลถึงอนาคตที่ยังมาไม่ถึง แต่ท่านเลือกที่จะมีสติอยู่กับ “ปัจจุบัน” ด้วยความมุ่งมั่นนี้ เพียงพรรษาแรก ท่านก็สามารถละทิ้งกิเลสทั้งหมด และบรรลุธรรมเป็นพระอรหันต์ได้สำเร็จ
离婆多沙弥决意独自进入一片长满荆棘的洋槐林中修行。他不让自己沉溺于过去的悲伤回忆,也不为尚未到来的未来焦虑,而是将正念安住于当下。凭借这份坚韧不拔的精进,在第一个雨安居期间,他就断尽一切烦恼,证得了阿罗汉果。
ต่อมา พระพุทธเจ้าพร้อมด้วยคณะสงฆ์หมู่ใหญ่ได้เดินทางไปเยี่ยมสามเณรเรวตะ เมื่อสามเณรทราบข่าว จึงใช้ฤทธิ์เนรมิตป่าสะแกที่เต็มไปด้วยหนาม ให้กลายเป็นที่ประทับอันงดงามตระการตาราวกับสวรรค์ เพื่อต้อนรับพระพุทธองค์
后来,佛陀率领僧团来探访离婆多沙弥。沙弥得知消息后,以神通力将那片遍布荆棘的洋槐林,化现为如天界般庄严瑰丽的居所,以迎接佛陀和僧团的莅临。
แต่เมื่อพระพุทธเจ้าและคณะสงฆ์เดินทางกลับ สามเณรเรวตะก็คลายฤทธิ์นั้นลง สถานที่แห่งนั้นจึงกลับกลายเป็นป่ารกชัฏตามเดิม มีพระภิกษุชราสองรูปลืมของเอาไว้ จึงรีบเดินย้อนกลับมาหา แต่ก็ต้องตกตะลึง เพราะที่พักอันงดงามหายไปหมดสิ้น เห็นแต่ข้าวของของตนแขวนต่องแต่งอยู่บนกิ่งไม้สะแกที่เต็มไปด้วยหนาม
后来,当佛陀与僧团离开后,离婆多沙弥便收回神通,那片地方又恢复了荆棘丛生的原貌。有两位年长比丘因遗忘物品而折返,却惊愕地发现先前庄严华丽的居所消失得无影无踪,只见自己的物品挂在长满荆棘的树枝上。
เมื่อเรื่องนี้แพร่ออกไป จึงเกิดเสียงเล่าลือแตกเป็นสองฝั่ง พระหนุ่มที่เห็นตอนเนรมิตก็ชมว่า “ที่นั่นงดงามน่ารื่นรมย์ราวกับสวรรค์” ส่วนพระแก่ที่กลับไปเห็นป่าหนามก็บอกว่า “ที่นั่นรกชัฏน่ากลัวเหมือนที่อยู่ของเปรต”
此事传开后,大家议论纷纷,分成了两派。年轻的比丘们说:“那里美如天界,令人愉悦。”而年长的比丘们则说:“那里遍布荆棘,就像饿鬼住的地方。”
มหาอุบาสิกาวิสาขาได้ฟังก็เกิดความสงสัย จึงกราบทูลถามความจริงจากพระพุทธเจ้า พระพุทธองค์จึงได้ตรัสสรุปเป็นคำสอนอันงดงามว่า…
毘舍佉优婆夷听闻此事心生疑惑,便去向佛陀请教真相。佛陀以一句美妙的法语总结道:
“ไม่ว่าจะเป็นบ้านหรือป่า จะเป็นที่ลุ่มหรือที่ดอน หากพระอรหันต์ (ผู้มีจิตใจบริสุทธิ์ ปราศจากกิเลส) อาศัยอยู่ในที่ใด ที่แห่งนั้นย่อมเป็นสถานที่อันน่ารื่นรมย์เสมอ”
“无论是村庄或森林,是低地或高地,只要有阿罗汉(断尽烦恼、内心清净的圣者)居住的地方,那个地方便是最令人心旷神怡的乐土。”
ข้อคิด:
启示
ความสุขที่แท้จริงไม่ได้ขึ้นอยู่กับ “สถานที่” แต่อยู่ที่ “สภาพจิตใจ” ของเรา
真正的快乐并不取决于外在的环境,而是取决于自己的心境。
มนุษย์เรามักชอบสร้างความทุกข์ให้ตัวเองด้วยการวิตกกังวลล่วงหน้าไปไกลถึงสิ่งที่ยังไม่เกิด หรือมัวแต่เก็บอดีตที่ขมขื่นมาคิดวนเวียน เมื่อใจเราเต็มไปด้วยความทุกข์ ต่อให้เราได้นั่งอยู่ในปราสาทที่หรูหรา อาหารการกินอุดมสมบูรณ์แค่ไหน ใจเราก็รุ่มร้อนเหมือนอยู่ในนรก
人类常常自寻烦恼:为尚未发生的事焦虑,或沉溺于过去的不如意。当内心充满痛苦时,即使身处华美宫殿,享用丰盛美食,内心也依然如处在地狱般备受煎熬。
แต่ในทางกลับกัน หากเราเรียนรู้ที่จะ “ตัดอดีต ปิดประตูอนาคต และอยู่กับปัจจุบัน” ทำใจให้สงบและปล่อยวางจากความกังวลได้ ไม่ว่าเราจะอยู่ที่ไหน หรือเจอกับสถานการณ์ที่ยากลำบากเพียงใด ที่ตรงนั้นก็จะกลายเป็น “สถานที่อันน่ารื่นรมย์” และเราก็จะมีชีวิตที่มีความสุขได้อย่างแท้จริงครับ
反之,如果我们学会“斩断过去,关闭未来,安住当下”,让心平静并从焦虑中解脱出来,那么无论身在何处,面对多么艰难的处境,那里都会变成令人心旷神怡的乐土,我们也能真正拥有快乐的人生。
——————————————————-
081 ป่าเป็นที่รื่นรมย์ของผู้ไม่แสวงกาม
81.离欲者视丛林为乐土
ณ เมืองสาวัตถี มีพระภิกษุรูปหนึ่งท่านตั้งใจจะบำเพ็ญเพียรเพื่อหาความสงบทางใจ ท่านจึงตัดสินใจกราบลาพระพุทธเจ้าเพื่อไปปฏิบัติธรรมในสวนร้างที่เงียบสงบห่างไกลจากผู้คน
在舍卫城,有一位立志精进修行以求内心安宁的比丘。他决定辞别佛陀,前往一处远离人群、安静偏僻的荒废园林禅修。
ในขณะที่พระภิกษุรูปนั้นกำลังนั่งสมาธิอย่างสงบนิ่งอยู่นั้น ได้มีหญิงคนหนึ่งเดินเข้ามาในสวน เธอมาตามนัดของชายคนรัก แต่รอแล้วรอเล่าชายคนนั้นก็ไม่มาเสียที ด้วยความฟุ้งซ่านและความต้องการทางกามารมณ์ที่รุนแรง เธอจึงเดินไปมาจนกระทั่งมาพบพระภิกษุนั่งหลับตาสำรวมอยู่ เธอจึงคิดว่า “ชายผู้นี้ก็เป็นผู้ชายเหมือนกัน คงพอจะช่วยบรรเทาความต้องการของฉันได้”
正当这位比丘在禅修时,有一位女子突然进入园林。她原本和情人约好了在园林见面,但等了许久,情人始终未出现。她被强烈的情欲搅得心烦意乱,在园林中来回踱步,直到看见一位比丘在闭目打坐。她心想:“这个人也是男人,应该可以满足我的情欲。”
หญิงผู้นั้นจึงเริ่มโปรยเสน่ห์ด้วยท่าทางต่าง ๆ เพื่อยั่วยวนพระภิกษุ ทั้งแก้ผ้าออกแล้วนุ่งใหม่ สยายผมออกแล้วเกล้าใหม่ ปรบมือร่าเริงและหัวเราะเสียงดัง แต่แทนที่พระภิกษุจะลุ่มหลงไปตามภาพที่เห็น ท่านกลับเกิดความ “สังเวช” ในใจอย่างบอกไม่ถูก ท่านเห็นถึงความไม่เที่ยงและกิเลสที่เผาผลาญใจคน
于是,那位女子便以各种姿态引诱比丘,时而宽衣解带,时而重新披挂;时而披散秀发,时而重新盘起;时而拍手歌唱,时而放声娇笑。然而,比丘并没有因此沉沦,心中反而生起难以言喻的悲悯之情。他看到了世事的无常,以及情欲是如何焚烧人心的。
ในขณะนั้นเอง พระพุทธเจ้าทรงทราบด้วยวาระจิต จึงทรงเปล่งรัศมีและตรัสสอนพระภิกษุรูปนั้นว่า “ป่าหรือสถานที่เงียบสงัดนั้น อาจดูไม่น่ารื่นรมย์เลยสำหรับคนที่ยังแสวงหากามหรือความสนุกทางโลก แต่สำหรับผู้ที่ละวางกิเลสได้แล้ว ป่าแห่งนั้นกลับเป็นสถานที่สุดแสนจะรื่นรมย์และเป็นสุขยิ่งนัก”
后来,佛陀以他心通知晓一切后,便散发光芒并对那位比丘开示道:“森林或寂静之处,对于仍在追求感官享乐或世俗欲乐的人而言,或许并不令人愉悦;但对于已断除烦恼的人而言,那片森林却是无比美好、最为殊胜的乐土。”
ข้อคิด:
启发
ความสุขขึ้นอยู่กับ “มุมมอง”: แหล่งข่าวอธิบายว่าสิ่งต่าง ๆ ในโลกไม่มีความดีหรือความชั่วในตัวเอง แต่มันเป็นไปตามความรู้สึกของเรา คนที่ชอบเที่ยวแสวงหาความสนุกอาจมองว่าป่าเงียบๆ นั้นน่าเบื่อ แต่คนที่รักความสงบจะมองว่าป่าคือสวรรค์
快乐取决于视角:世间万物本身并无绝对的好与坏,一切皆因我们的心境而异。沉溺于感官享乐的人会觉得寂静的森林枯燥乏味,而热爱清净的人则把森林视作乐土。
สิ่งแวดล้อมกับใจ: แม้สิ่งแวดล้อมจะมีผลต่อคนเราบ้าง แต่ถ้าเรามี “ใจที่มั่นคงในคุณธรรม” เราจะไม่ยอมให้สิ่งแวดล้อมมาลากเราให้ตกต่ำลงได้ คนที่มีใจสงบ อยู่ที่ไหนก็สงบ แต่คนที่มีใจฟุ้งซ่าน อยู่ที่ไหนก็เหมือนโดนลงโทษ
环境与心:环境虽对人有一定影响,但如果我们内心坚守美德,便不会随波逐流而堕落。心清净的人,身在何处都能感到安宁;心散乱的人,无论身在何处都像是在受刑。
ความวุ่นวายในเมือง: ในเมืองมักเต็มไปด้วยผู้คนที่ถือตัว และแข่งดีกัน ทำให้เกิดความกังวลและฟุ้งซ่าน การปลีกวิเวกจึงเป็นวิธีช่วยให้ใจได้พักและมองเห็นความจริงของชีวิตได้ง่ายขึ้น
都市的喧嚣:都市中充满了明争暗斗与虚荣傲慢,容易让人陷入焦虑与浮躁。因此,偶尔远离喧嚣隐居独处,能让心灵获得休息,也更容易让人看清生命的真相。
——————————————————-
082 คำพูดไร้สาระมากมาย เทียบไม่ได้กับ ธรรมะประโยคเดียว
82. 千句废话不如一句法语
ณ เมืองราชคฤห์ มีชายคนหนึ่งที่มีเอกลักษณ์น่ากลัว คือมีหนวดเคราสีแดงและดวงตาเหลืองเหลือก ท่าทางดุร้ายจนใครเห็นก็หวาดกลัว ชายคนนี้ทำอาชีพเป็นเพชฌฆาต คอยประหารเหล่านักโทษมาอย่างยาวนานถึง 55 ปี
在王舍城,有一个长相十分凶恶的男子。他留着红胡须,眼珠发黄且向外凸出,神情凶恶,令人见而生畏。他以刽子手为业,在长达五十万年的时间里,一直负责处决囚犯。
เมื่อวันเวลาผ่านไปจนเขาแก่ชราลง กำลังวังชาก็ถดถอยจนไม่สามารถประหารชีวิตใครให้ตายได้ในดาบเดียว ชาวเมืองจึงขอให้เขาออกจากตำแหน่ง ในวันแรกที่เกษียณจากการทำงาน ชายเคราแดงตั้งใจจะทำบุญเพื่อเป็นสิริมงคลแก่ตนเอง เขาแต่งตัวด้วยชุดใหม่ ประดับดอกไม้ ทาของหอม และเตรียมอาหารรสเลิศไว้ประเดิมมื้อแรก
随着岁月流逝,他逐渐年迈体衰,力气大不如前,已无法一刀毙命,市民便要求他卸任。退休的第一天,这位红胡须男子便打算做功德来为自己讨个好彩头。他换上新衣服,佩戴花饰,涂抹香膏,并准备了丰盛的美食,准备好好享受退休后的第一餐。
ในขณะนั้นเอง พระสารีบุตร ได้เล็งเห็นด้วยญาณว่าชายคนนี้มีโอกาสจะได้บรรลุธรรม จึงมาปรากฏตัวที่หน้าบ้านของเขา ชายเคราแดงดีใจมากที่ได้พบพระเถระ เขาจึงนิมนต์ท่านเข้าบ้านและถวายอาหารด้วยความเลื่อมใส แต่เมื่อถึงเวลาที่พระสารีบุตรจะแสดงธรรม ใจของเขากลับฟุ้งซ่านและกระวนกระวาย เพราะเขานึกถึงกรรมที่ตนเองเคยฆ่าคนมามากมายตลอด 55 ปี จนไม่สามารถทำใจให้สงบเพื่อฟังธรรมได้
这时,舍利弗尊者以神通洞悉此人具备证悟佛法的机缘,便来到他家门前。红胡须男子见尊者到来欢喜不已,恭请尊者入内,虔诚供养饮食。然而,当尊者准备开示佛法时,他的心却开始散乱不安。因为他回想起自己过去五十五年杀了太多人,内心充满了罪恶感,无法专心闻法。
พระสารีบุตรทรงทราบถึงความกังวลนั้น จึงใช้กุศโลบายถามว่า “ท่านทำสิ่งเหล่านั้นเอง หรือมีใครสั่งให้ทำ?” ชายเคราแดงตอบว่า “พระราชาสั่งข้าพเจ้าพระคุณเจ้า” เมื่อพระสารีบุตรบอกว่าถ้าเช่นนั้นอกุศลจะตกแก่ท่านได้อย่างไร เป็นกุศโลบายพูดเพื่อให้เขาสบายใจ
舍利弗尊者察觉到了他的焦虑,便善巧地问:“那些事是你自己做的,还是别人命令你做的?”红胡须男子回答:“是国王命令我做的,尊者。”舍利弗尊者便说:“既然如此,恶业又怎么会完全归咎于你呢?”这是为了让他安心的权宜说法。
ชายเคราแดงก็คลายกังวลและตั้งใจฟังธรรมอย่างจดจ่อ จนเข้าถึงกระแสธรรมเบื้องต้น
红胡须男子听后,终于放下了心中的石头,专心致志地聆听佛法,最终证得了初果。
หลังจากพระเถระกลับไปได้ไม่นาน ชายเคราแดงก็ถูกแม่โคนมขวิดจนเสียชีวิตและได้ไปเกิดบนสวรรค์ชั้นดุสิต เหล่าภิกษุต่างสงสัยว่าคนที่ฆ่าคนมามากมายจะไปเกิดบนสวรรค์ได้อย่างไร พระพุทธเจ้าจึงทรงเฉลยว่า เพราะเขาได้พบกัลยาณมิตรอย่างพระสารีบุตร และได้ฟังคำที่เป็นประโยชน์เพียงไม่กี่คำแต่เปี่ยมด้วยความหมาย จนทำให้จิตใจสงบและหลุดพ้นจากความทุกข์ที่จะต้องตกอบายภูมิได้
舍利弗尊者离开后不久,红胡须男子就被一头母牛顶撞而死,投生到兜率天。众比丘都感到很疑惑,一个杀害无数人的人,为什么还能投生天界?佛陀解释道,因为他遇到了像舍利弗这样的善知识,听闻了简短却充满深意的法语,这使他的内心得以平静,从而脱离了堕入恶趣的苦报。
ข้อคิด:
启示
คุณภาพสำคัญกว่าปริมาณ: คำพูดแม้เพียงคำเดียวที่เป็นประโยชน์และทำให้ใจสงบ มีค่ามากกว่าคำพูดเป็นพันคำที่ไร้สาระหรือไม่ก่อให้เกิดปัญญา
质胜于量:一句有益、能令心安宁的法语,其价值远胜千句无益、不能带来智慧的废话。
ความสำคัญของกัลยาณมิตร: การมีผู้ชี้แนะที่ดีสามารถเปลี่ยนจิตใจที่เศร้าหมองให้สว่างไสวได้ แม้ในวาระสุดท้ายของชีวิต
善知识的重要性:有良师善友的指引,即使是在生命的最后时刻,也能使浑浊的心转为清净光明。
การปล่อยวางอดีต: การจมอยู่กับความผิดพลาดในอดีต (วจีทุจริตหรืออกุศลกรรม) จะปิดกั้นโอกาสในการพัฒนาจิตใจปัจจุบัน ดังนั้นควรตั้งสติและทำปัจจุบันให้ดีที่สุด
放下过去:沉溺于过去的过错(无论是言语上的过失还是造下的恶行),只会阻碍心灵的净化。因此,应该安住正念,把当下做到最好。
คำพูดที่มีประโยชน์มีค่ากว่าเงินทอง: เพราะคำพูดที่ดีนำไปสู่ทางพ้นทุกข์และสร้างความสุขที่ยั่งยืนให้แก่ทั้งตนเองและสังคม
良言比财宝珍贵:因为良言能指引我们导向解脱,为自身和社会带来长久的安乐。
——————————————————-
083 คำพูดตั้งมากมาย เทียบไม่ได้กับธรรมะสั้นๆแต่ทำให้บรรลุธรรมได้
83. 万语千言不及一句让人证悟的法语
มีชายคนหนึ่งชื่อว่า “พาหิยะ” เขาเป็นพ่อค้าวานิชที่ล่องเรือออกไปค้าขายในมหาสมุทร แต่แล้วโชคร้ายเรือเกิดอัปปางลงกลางทะเล เพื่อนฝูงล้มตายไปมากมาย เหลือเพียงเขาที่รอดชีวิตมาได้เพียงลำพังจนมาถึงฝั่งที่ท่าเรือแห่งหนึ่ง
有一位名叫婆酰迦的男子。他是一位航海商人,一次出海经商时,船只在海中不幸触礁沉没,同伴们都在海中丧生了,只有他一人幸免于难,并漂流到了一个港口。
ในตอนนั้นพาหิยะไม่มีเสื้อผ้าจะนุ่งห่ม จึงนำเปลือกปอมาพันรอบตัวแทนผ้า เมื่อชาวบ้านแถวนั้นเห็นชายผู้มีรูปลักษณ์แปลกตาเช่นนี้ ก็เข้าใจไปว่าเป็น “พระอรหันต์” ผู้สันโดษ เพราะไม่ยึดติดแม้แต่เสื้อผ้า เครื่องนุ่งห่ม ชาวบ้านจึงพากันกราบไหว้และนำอาหารมาถวาย
当时,婆酰迦没有衣服蔽体御寒,只能用树皮包裹身体。当地居民见到这位形貌奇异的人误以为是阿罗汉,一位不执着于衣物、知足少欲的圣者。于是,众人纷纷向他顶礼膜拜,并供养食物。
พาหิยะเองเมื่อได้รับลาภสักการะมากเข้า ก็หลงผิดคิดว่าตัวเองเป็นพระอรหันต์จริงๆ จนกระทั่งเพื่อนเก่าของเขาในอดีตชาติ ซึ่งตอนนี้เป็นเทพในพรหมโลกเห็นเข้า จึงรีบลงมาเตือนสติว่า “พาหิยะ ท่านไม่ใช่พระอรหันต์หรอก อย่าหลงผิดไปเลย”
婆酰迦收到这些供养后也开始迷失,误以为自己真是阿罗汉。直到他过去世的一位旧友,如今已投生梵天界的天人,看到这一幕急忙下来点醒他:“婆酰迦,你并非阿罗汉,不要误入迷途。”
พาหิยะเมื่อได้สติก็เกิดความสลดใจ จึงถามเทพองค์นั้นว่า แล้วตอนนี้มีพระอรหันต์อยู่ที่ไหนบ้าง? เทพจึงบอกว่าให้ไปเฝ้าพระพุทธเจ้าที่เมืองสาวัตถี, พาหิยะไม่รอช้า รีบเดินทางไกลถึง 120 โยชน์ ภายในคืนเดียวจนถึงเมืองสาวัตถีในตอนรุ่งสาง เขาได้พบพระพุทธเจ้าขณะที่พระองค์กำลังเสด็จบิณฑบาตอยู่ พาหิยะรีบเข้าไปกราบขอให้พระองค์แสดงธรรมให้ฟังทันที
婆酰迦听后心生惭愧,问天人现在哪里有阿罗汉?天人告诉他去舍卫城拜见佛陀。婆酰迦毫不迟疑,连夜赶了一百二十由旬的远路,终于在清晨时分抵达舍卫城。他见到佛陀时,佛陀正在托钵。他立刻上前顶礼,恳求佛陀开示佛法。
ในตอนแรกพระพุทธเจ้าทรงปฏิเสธถึงสองครั้ง เพราะทรงเห็นว่าพาหิยะยังเหนื่อยล้าจากการเดินทางและมีใจที่ตื่นเต้นเกินไปจนไม่อาจรับธรรมได้ จนเมื่อพาหิยะขอเป็นครั้งที่สาม พระองค์จึงตรัสสอนสั้นๆ ใจความว่า:
起初,佛陀两次婉拒,因为见婆酰迦长途跋涉太过疲惫,心绪过于激动,恐怕无法领受佛法。直到婆酰迦第三次恳求时,佛陀才开示了简短的法语:
“เมื่อเห็น…ให้สักแต่ว่าเห็น, เมื่อฟัง…ให้สักแต่ว่าฟัง, เมื่อรู้…ให้สักแต่ว่ารู้ อย่าไปยึดมั่นถือมั่นว่าเป็นตัวเราของเรา”
“在看见时,就只是看见;在听见时,就只是听见;在觉知时,就只是觉知。不要去执着那是‘我’或‘我的’。”
เพียงแค่ได้ฟังคำสอนสั้นๆ นี้ พาหิยะก็บรรลุเป็นพระอรหันต์ทันที แต่เรื่องก็น่าสลดใจเพราะหลังจากนั้นไม่นาน เขาก็ถูกแม่โคขวิดจนเสียชีวิตก่อนจะได้บวช พระพุทธเจ้าทรงยกย่องพาหิยะว่าเป็น เอตทัคคะในด้านการบรรลุธรรมเร็ว
仅听闻简短的法语,婆酰迦当下便证得了阿罗汉果。然而,令人惋惜的是,没过多久他就被一头母牛顶撞而死,还没来得及剃度出家。佛陀称赞婆酰迦为速证第一的弟子。
ข้อคิด:
启示
คุณภาพสำคัญกว่าปริมาณ: พระพุทธเจ้าทรงสอนว่า คำพูดหรือคาถาที่ไพเราะตั้งพันบท แต่ถ้าไม่มีประโยชน์ ฟังแล้วใจไม่สงบ ก็สู้คำสอนสั้นๆ เพียงบทเดียวที่ทำให้คนฟังหลุดพ้นจากความทุกข์ไม่ได้
质胜于量:佛陀教导说千句华美却无益、听后不能让心寂静的言辞,不如一句能让闻者解脱痛苦的简短教导。
การมีสติอยู่กับปัจจุบัน: เคล็ดลับที่ทำให้พาหิยะบรรลุธรรมเร็ว คือการฝึกใจให้ “สักแต่ว่า” คือการรับรู้สิ่งที่เกิดขึ้นตามความเป็นจริง โดยไม่เอาความชอบ ความไม่ชอบ หรือตัวตนเข้าไปจับจนเกิดความยึดติด
安住当下:婆酰迦能迅速证法的秘诀在于修习唯见、唯闻,也就是如实地感知当下发生的一切,不掺杂个人的好恶,也不把自我带入其中从而产生执着。
กัลยาณมิตร: การมีเพื่อนที่ดี อย่างเช่นเทวดาผู้เป็นสหายเก่า ที่ช่วยเตือนสติในยามที่เราหลงทาง เป็นสิ่งที่มีค่ามากในการดำเนินชีวิต
善知识:在人生中拥有一位善友,就像那位及时点醒婆酰迦的天人一样,能在我们迷失方向时及时给予提醒,这是生命中极其宝贵的财富。
——————————————————-
084 ภูเขาทิ้งโจร
84.弃贼山
ในเมืองราชคฤห์ มีลูกสาวเศรษฐีผู้เลอโฉมนามว่า “กุณฑลเกสี” วันหนึ่งนางได้พบกับโจรป่าที่กำลังถูกนำตัวไปประหารชีวิต แต่นางกลับตกหลุมรักโจรผู้นั้นอย่างถอนตัวไม่ขึ้น ถึงขั้นขู่พ่อแม่ว่าถ้าไม่ได้โจรคนนี้มาเป็นสามีจะยอมตาย
在王舍城,有一位美艳动人的富家千金,名叫昆达丽克西。有一天,她遇见一名正被押赴刑场的丛林大盗。她竟然对这个强盗一见钟情,深陷其中无法自拔,甚至以死相逼,威胁父母说如果不能嫁给这个强盗,自己宁愿去死。
ด้วยความรักลูก พ่อแม่จึงยอมจ่ายเงินถึง 1,000 กหาปณะเพื่อไถ่ตัวโจรมาให้นาง
爱女心切的父母只好花了一千迦利沙,将强盗赎了回来。
แต่ทว่า “นิสัยโจรก็เป็นโจรอยู่ดี” แม้นางจะปรนนิบัติอย่างดีเพียงใด เขาก็ยังโลภอยากได้เครื่องประดับของนางไปขายกินเหล้า เขาจึงหลอกนางขึ้นไปบน “ภูเขาทิ้งโจร” โดยอ้างว่าจะไปแก้บน แต่เมื่อถึงยอดเขา เขากลับบอกความจริงว่าจะฆ่านางเพื่อชิงทรัพย์
然而,江山易改,本性难移,强盗终究是强盗。尽管昆达丽克西悉心照料,但强盗仍然贪得无厌,想要骗走妻子的首饰去换酒喝。于是,他谎称要去山上还愿,把妻子骗上了弃贼山。到了山顶,他终于露出真面目,打算杀掉妻子抢夺财物。
ในวินาทีที่ความตายมาประชิดตัว ลูกสาวเศรษฐีไม่ได้ตื่นตระหนกจนขาดสติ แต่นางใช้ “ปัญญา” เข้าสู้ นางแสร้งจะขอกอดและไหว้ลาสามีเป็นครั้งสุดท้าย เมื่อโจรเผลอตัว นางจึงรวบรวมกำลังแรงกายทั้งหมดผลักโจรตกลงไปในเหว แหลกละเอียดทันที
在生死关头,这位富家千金并没有惊慌失措,而是从容应对。她假意请求最后一次拥抱丈夫,与其道别。趁强盗放松警惕时,她突然使出全身力气将对方推落悬崖,摔得粉身碎骨。
หลังจากนั้น นางตัดสินใจไม่กลับบ้านเพราะเกรงคำครหา จึงออกบวชเป็นนักบวชนอกศาสนาและเที่ยวท้าประลองปัญญาไปทั่วทุกแห่ง จนกระทั่งได้พบกับ “พระสารีบุตร” ผู้ตอบปัญหาของนางได้ทุกข้อ และเมื่อพระสารีบุตรถามนางกลับเพียงคำถามสั้นๆ ว่า “อะไรชื่อว่าหนึ่ง?“ นางกลับตอบไม่ได้ พระสารีบุตรเฉลยคำตอบ คือ พุทธมนต์
后来,她担心流言蜚语便没有回家,而是出家成了一名外道游方者,到处找人辩论。直到有一天,她遇到舍利弗尊者,而且尊者还解答了她提出的问题。当尊者反过来问她:“什么是一?”时,她却答不上来。舍利弗尊者随后给出的答案是:佛法。
ท้ายที่สุด นางจึงขอบวชในพระพุทธศาสนา และเมื่อได้ฟังพระธรรมเพียงบทเดียวจากพระพุทธเจ้า นางก็บรรลุเป็นพระอรหันต์อย่างรวดเร็ว พระพุทธองค์จึงทรงตรัสสอนว่า “การชนะคนเป็นล้านในสงคราม ก็สู้การชนะตนเองเพียงคนเดียวไม่ได้”
最终,她皈依佛教,聆听佛陀开示仅仅一偈语便迅速证得阿罗汉果。佛陀借此开示道:“在战场上战胜百万敌军,也比不上战胜自己来得伟大。”
ข้อคิด:
启示
การชนะตนเองประเสริฐที่สุด: “การชนะตน” คือการชนะกิเลสหรืออำนาจฝ่ายต่ำที่คอยชักนำให้เราทำชั่ว ต่อให้เราชนะคนอื่นเป็นล้านคนในสงคราม ก็ไม่ถือว่าเป็นยอดนักรบเท่ากับการชนะใจตนเองเพียงครั้งเดียว
战胜自己最为殊胜:战胜自己指的是战胜内心那些引诱自己去造作恶业的烦恼。即使在战场上战胜百万敌军,也比不上战胜自己的内心一次,后者才是真正的勇士。
ปัญญามีไว้เพื่อแก้ไขสถานการณ์: ดังเช่นนางกุณฑลเกสีที่ใช้สติและปัญญาพาตัวเองให้รอดพ้นจากมรณภัยได้ ซึ่งท่านเปรียบว่าผู้หญิงที่ใช้ปัญญาก็สามารถชนะผู้ชายผู้มีกำลังมากกว่าได้
以智慧化解危机:正如昆达丽克西在命悬一线时,能够运用正念和智慧让自己绝处逢生。这表明有智慧的女子也能够战胜比自己强壮的男子。
คุณภาพสำคัญกว่าปริมาณ: คำพูดหรือคาถาที่มีประโยชน์เพียงบทเดียวที่ฟังแล้วใจสงบ มีค่ามากกว่าคำพูดไร้สาระตั้งร้อยหรือพันคำ
质胜于量:一句能让内心平静的良言,其价值远胜成百上千句无益的废话。
กำลังใจคือสิ่งสำคัญ: การจะเอาชนะนิสัยไม่ดีหรืออำนาจฝ่ายต่ำได้ ต้องอาศัย “กำลังใจ” ที่เข้มแข็งและการฝึกฝนหลีกเลี่ยงสิ่งยั่วยุ
意志力至关重要:要战胜不良的习性或内心的阴暗面,需要坚强的意志力以及主动远离种种诱惑。
085 การชนะผู้อื่น ไม่ประเสริฐเท่ากับการชนะตนเอง
85. 战胜他人不如战胜自己
ในสมัยพุทธกาล มีพราหมณ์คนหนึ่งชื่อว่า “อนัตถปุจฉกะ” เขามีอาชีพเป็นนักพนันที่ใช้ชีวิตอยู่กับการแพ้และชนะสลับกันไปวันๆ อยู่มาวันหนึ่งเขาเกิดสงสัยขึ้นมาว่า “พระพุทธเจ้าจะทรงทราบแต่เรื่องที่มีประโยชน์ หรือทรงทราบเรื่องที่ไร้ประโยชน์ด้วยกันแน่” เขาจึงตัดสินใจเข้าเข้าไปทูลถามพระพุทธองค์
在佛陀时代,有一位名叫阿纳塔普查卡的婆罗门。他以赌博为生,每天都在输赢中虚度光阴。有一天,他心生疑惑:“佛陀是只懂得有益之事,还是连无益之事也了如指掌呢?”于是他决定前去请教佛陀。
พระพุทธเจ้าทรงตอบอย่างเมตตาว่า พระองค์ทรงทราบทั้งสองอย่าง และได้ตรัสถึง 6 พฤติกรรมที่ไร้ประโยชน์ ซึ่งนำไปสู่ความเสื่อม ได้แก่ การนอนตื่นสาย, ความเกียจคร้าน, ความดุร้าย, การเอาแต่นอน, การเดินทางไกลคนเดียว และการคบหาภรรยาผู้อื่น
佛陀慈悲地告诉他,自己对这两者皆了如指掌。接着,佛陀列举了六种导致人生走向衰败毁灭的无益行为:贪睡晚起、懈怠放逸、性情暴躁、耽于沉睡、独自远行、勾引他人妻子。
พราหมณ์ฟังแล้วก็เลื่อมใส แต่พระพุทธเจ้าทรงถามต่อถึงอาชีพของเขา เมื่อพราหมณ์บอกว่าเป็นนักพนัน ที่มีทั้งแพ้และชนะ พระองค์จึงทรงสอนบทเรียนสำคัญว่า “การชนะผู้อื่นในการพนันหรือในสนามรบนั้น ไม่ประเสริฐเท่ากับการชนะตนเอง” เพราะการชนะคนอื่นนั้นกลับมาแพ้ได้อีก แต่คนที่ฝึกตนเองจนชนะกิเลสได้แล้ว แม้แต่เทวดาหรือพรหมก็ไม่สามารถทำให้เขากลับมาพ่ายแพ้ได้อีกเลย
婆罗门听后心生敬佩。接着,佛陀问起他的职业,婆罗门回答说是一名赌徒,有输有赢。佛陀便借此教导说:“在赌博或战场上战胜他人,远不如战胜自己来得殊胜。”因为战胜别人,未来还可能再落败,而能通过修行降伏内心烦恼的人,即使天人或梵天也无法让他再陷入失败的境地。
ข้อคิด:
启示
การฝึกให้มีกิริยางดงาม คือ ฝึกเว้นจากการทำร้ายผู้อื่น การลักขโมย และการประพฤติผิดในกาม
训练良好的行为:即训练自己不去伤害他人、不偷盗、不邪淫。
มีมารยาทที่เรียบร้อย เช่น การรับประทานอาหารไม่ให้เสียงดัง ไม่พูดขณะมีข้าวเต็มปาก และรู้จักกาลเทศะเมื่ออยู่ต่อหน้าผู้ใหญ่ รักษาความสะอาดของร่างกายและเสื้อผ้าให้ดูดีอยู่เสมอ
保持优雅的仪态:例如吃饭时避免发出声响,口中含食不语,在长辈面前懂得进退的礼仪,并且时刻保持身体和衣着的整洁得体。
การฝึกวาจา คือ ฝึกให้มีคำพูดมีเสน่ห์ : ละเว้นการพูดเท็จ พูดสอดเสียด พูดคำหยาบ และพูดเพ้อเจ้อ ฝึกพูดคำสัตย์ พูดคำอ่อนหวาน พูดเพื่อสร้างความสามัคคี และพูดแต่สิ่งที่มีประโยชน์ รู้จักจังหวะที่ควรพูด ไม่พูดอวดตัวหรือข่มผู้อื่น และไม่นำความลับหรือเรื่องไม่ดีของเพื่อนและพ่อแม่ไปประจาน
训练言语的表达:训练自己说有魅力的话语。远离妄语、两舌、恶口、绮语。常说诚实语、柔和语、和合语、有益语。懂得说话的时机,不吹嘘自己或贬低他人,也不把朋友和父母的秘密或丑事到处宣扬。
การฝึกใจ “ใจ” คือส่วนที่สำคัญที่สุด เพราะถ้าใจสงบและผ่องใส การกระทำและคำพูดก็จะดีตามไปด้วย ฝึกใจให้มีความเมตตา กรุณา และความกตัญญูต่อผู้มีพระคุณ
训练自己的心:心是最重要的部分,因为如果心清净安宁,言行举止自然就会美好。培养慈悲心、怜悯心,以及对恩人心存感恩之心。
ใช้ “สติ” และ “ปัญญา” ในการควบคุมตนเองไม่ให้ไหลไปตามความต้องการที่ผิดๆ
要用正念和智慧守护自己的心,不让心随波逐流,被欲望牵着走。
——————————————————-
086 การบูชายัญ เป็นการทำบุญที่ผิดวิธี
86. 祭祀是错误的修福方式
ณ กรุงราชคฤห์ มีพราหมณ์ท่านหนึ่งซึ่งเป็นเพื่อนสนิทของ พระสารีบุตรเถระ พราหมณ์ผู้นี้มีความตั้งใจแรงกล้าที่จะไปเกิดในพรหมโลก เขาจึงใช้เวลาทั้งปีทุ่มเทไปกับการทำพิธี “บูชายัญ” ตามความเชื่อเดิม ทั้งการเผาสิ่งของ และการฆ่าสัตว์ตัดชีวิตเพื่อสังเวยเทพเจ้า
在王舍城,有一位婆罗门是舍利弗尊者的好友。这位婆罗门一心渴望投生梵天界,于是整年都在依照传统信仰举行祭祀仪式,包括焚烧供品、宰杀牲畜祭拜神灵。
วันหนึ่ง พระสารีบุตรได้ไปเยี่ยมเพื่อนและถามว่า “ท่านกำลังทำบุญอะไรอยู่หรือ?” พราหมณ์ตอบด้วยความภูมิใจว่าเขากำลังบูชายัญเพื่อให้ได้ไปถึงพรหมโลก พระสารีบุตรจึงกล่าวเตือนสติว่า ทั้งตัวพราหมณ์และอาจารย์ของเขา ต่างก็ไม่รู้จักทางไปพรหมโลกที่แท้จริง มีเพียงพระพุทธเจ้าเท่านั้นที่ทรงทราบ ท่านจึงพาพราหมณ์ไปเข้าเฝ้าพระพุทธองค์
有一天,舍利弗尊者去探望这位好友,问道:“您这是在做什么?”婆罗门自豪地说自己正在举行祭祀,以求往生梵天界。舍利弗尊者便提醒他:“您和您的老师都不知晓真正通往梵天界之道。世上唯有佛陀才了知。”于是,尊者便带他去拜见佛陀。
เมื่อไปถึง พระพุทธเจ้าได้ทรงสอนความจริงที่น่าอัศจรรย์ว่า การบูชายัญหรือการทำบุญเพื่อหวังผลทางโลกียะ แม้จะทำมาตลอดทั้งปี ก็มีค่าไม่เท่าเศษ 1 ใน 4 ของการกราบไหว้ท่านผู้ปฏิบัติตรงเพียงครั้งเดียว
到达之后,佛陀向他阐述了一个道理:为了追求世俗果报而举行的祭祀,哪怕做满整整一年,其功德也不及礼敬一位正直行者的四分之一。
พระองค์ทรงขยายความคำว่า “ท่านผู้ปฏิบัติตรง” ให้ฟังง่ายๆ ว่าคือผู้ที่มีความซื่อตรง 3 ประการ:
佛陀进一步阐释了正直行者的含义,即具备三种正直的人:
กายตรง: ไม่ประพฤติทุจริต ไม่หลอกลวงคนอื่นด้วยท่าทางที่ดูสำรวมแต่ใจคิดบาป
身正直:不造作恶业,不以看似威仪的表象欺骗他人,内心却存有恶念。
วาจาตรง: พูดความจริง ไม่พูดอย่างใจอย่าง
语正直:讲真话,心口如一。
ใจตรง: มีใจคอหนักแน่น ไม่โลเล รักและเคารพใครก็ทำด้วยความจริงใจ ไม่คิดคดโกง
意正直:内心坚定沉稳,不摇摆不定,对爱戴的人真诚以待,不存狡诈之心。
พระพุทธองค์ทรงสอนว่า การบูชายัญที่เบียดเบียนชีวิตสัตว์นั้น นอกจากจะไม่ได้บุญแท้จริงแล้ว ยังอาจเป็นบาปที่สร้างความเดือดร้อน ยัญที่แท้จริงที่ทรงสรรเสริญ คือการให้ทาน การรักษาศีล และการดูแลบิดามารดา ซึ่งเป็นการเดินตามทางสายกลาง (มรรคมีองค์ 8) เพื่อไปสู่พระนิพพาน เมื่อพราหมณ์ได้ฟังเช่นนั้น ใจที่เคยหลงผิดก็สว่างไสวและได้บรรลุเป็นพระโสดาบันในที่สุด
佛陀教导说,这种伤害生灵性命的祭祀,不仅无法获得真正的功德,反而会造下带来痛苦的恶业。真正值得赞叹的“祭祀”(供养),是布施、持戒、孝养父母,这才是依八正道导向涅槃的解脱之道。婆罗门听后,原本迷惘的心豁然开朗,最终证得了须陀洹果。
ข้อคิด:
启示
การทำพิธีกรรมใหญ่โตตลอดทั้งปี สู้การแสดงความเคารพต่อคนดีที่ปฏิบัติดีปฏิบัติชอบเพียงครั้งเดียวไม่ได้
举行一整年繁复的仪式,不如礼敬一次正直行道的修行者。
ความจริงใจคือหัวใจของบุญ: การเป็นคน “ตรง” ทั้งกาย วาจา และใจ คือสิริมงคลที่นำความสุขมาให้มากกว่าการอ้อนวอนร้องขอจากเทพเจ้า
真诚是功德的核心:身、语、意皆正直者所带来的吉祥与安乐,远胜于向神灵的祈求。
บุญที่ประเสริฐคือการไม่เบียดเบียนผู้อื่น แต่เน้นที่การขัดเกลาตนเองและการกตัญญู
殊胜的功德在于不伤害他人,专注于自我修行与知恩报恩。
——————————————————-
087 การบูชาที่ประเสริฐที่สุด
87. 最殊胜的供养
ในสมัยพุทธกาล มีพราหมณ์หนุ่มคนหนึ่งซึ่งเป็นหลานชายของพระสารีบุตร ชายหนุ่มคนนี้มีความเชื่อตามคำสอนของอาจารย์ว่า หากต้องการไปเกิดในพรหมโลก จะต้องทำการบูชาไฟ เขาจึงทำการฆ่าสัตว์ตัวหนึ่งเพื่อบำเรอไฟเป็นประจำทุกๆ เดือน
在佛陀时代,有一位年轻的婆罗门是舍利弗尊者的侄子。这位年轻人遵照老师的教导,相信若要投生梵天界,必须举行火祭。因此,他每个月都会宰杀一只牲畜祭祀火神。
วันหนึ่ง พระสารีบุตรผู้เป็นลุงได้ไปหาและสอบถามถึงการทำบุญประจำวันของเขา เมื่อได้ฟังคำตอบ พระเถระจึงกล่าวเตือนสติว่า ทั้งตัวหลานและอาจารย์ที่สอนมานั้นต่างก็ไม่รู้หนทางที่จะไปพรหมโลกที่แท้จริง พระสารีบุตรจึงพาหลานชายไปเข้าเฝ้าพระพุทธเจ้า เพื่อทูลขอให้พระองค์ทรงบอกทางไปพรหมโลกให้
有一天,舍利弗尊者去探望并询问他日常所做的功德。听完他的回答后,尊者提醒道:“您和您的老师都不知晓真正通往梵天界之道。这世上唯有佛陀才了知。”于是,舍利弗尊者带他去拜见佛陀,请佛陀开示通往梵天界之道。
เมื่อไปถึง พระพุทธองค์ได้ทรงตรัสสอนพราหมณ์หนุ่มว่า การบูชาไฟในป่าสิ้นเวลาถึงร้อยปีนั้น ก็ยังไม่ประเสริฐเท่ากับการบูชาหรือให้ความเคารพผู้ที่ฝึกฝนอบรมตนมาดีแล้วแม้เพียงครู่เดียว พระพุทธเจ้าทรงทราบดีว่าพราหมณ์ในยุคนั้นนิยมบูชาไฟ เพราะถือว่าไฟเป็นสิ่งบริสุทธิ์และสามารถเผาไหม้สิ่งโสโครกได้
到达之后,佛陀教导这位年轻婆罗门说:“即使在森林中举行长达一百年的火祭,其功德也不及在片刻间礼敬或供养一位善行道者。”佛陀深知当时的婆罗门都热衷于火祭,因为他们认为火是纯洁之物,能烧尽一切污秽。
แต่พระองค์ทรงสอนให้เปลี่ยนมา “บูชาไฟ” ในรูปแบบที่มีประโยชน์และเห็นผลได้จริงในชีวิตมากกว่า นั่นคือการประพฤติปฏิบัติดีต่อบิดามารดา ครูอาจารย์ สมณพราหมณ์ ตลอดจนการดูแลสงเคราะห์ครอบครัว ภรรยา บุตร และบริวารให้ดีตามฐานะ ในขณะเดียวกัน พระองค์ก็ทรงสอนให้ละทิ้งไฟที่คอยเผาผลาญจิตใจให้เร่าร้อน ซึ่งก็คือ กิเลส ความโลภ (ราคะ) ความโกรธ (โทสะ) และความหลง (โมหะ)
然而,佛陀却教导他修习一种在现实生活中更有价值、能见到真实果报的“祭火”(供养),那就是孝敬父母、尊敬师长、供养沙门与婆罗门,以及根据自身的能力妥善照料家庭、妻子、儿女与仆从。同时,佛陀还教导他要舍弃焚烧内心、令人焦躁不安的“火”,也就是贪欲、嗔恚和愚痴。
ข้อคิด:
启示
การบูชาที่ประเสริฐที่สุด: การปฏิบัติดีและทำความเคารพต่อบุคคลที่ควรบูชา เช่น พ่อแม่ ครูอาจารย์ และผู้ที่อบรมตนดีแล้ว เป็นสิ่งที่ประเสริฐและมีคุณค่ามากกว่าการประกอบพิธีกรรมบูชาสิ่งภายนอกเพียงอย่างเดียว
最殊胜的供养:善待并恭敬应受供养者,如父母、师长及善行道者,远比举行各种祭祀仪式更为殊胜、更有价值。
การดับไฟในใจ: ไฟที่เราควรให้ความสำคัญในการละทิ้งและดับให้สนิทคือ “กิเลส” ที่อยู่ในใจของเราเอง ได้แก่ ความโลภ ความโกรธ และความหลง
熄灭心中之火:我们真正应该重视并彻底熄灭的火,是心中的烦恼——贪、嗔、痴。
ความหมายของการบูชาพระรัตนตรัย: แม้ในปัจจุบันชาวพุทธจะนำดอกไม้ ธูป และเทียนมาใช้เป็นเครื่องบูชา โดยมักอธิบายว่าธูป 3 ดอกบูชาพระคุณ 3 ประการของพระพุทธเจ้า เทียน 2 เล่มบูชาพระธรรมและวินัย และดอกไม้บูชาความมีระเบียบวินัยของพระสงฆ์ แต่แท้จริงแล้ว พระพุทธ พระธรรม และพระสงฆ์นั้นมีความเป็นอันหนึ่งอันเดียวกัน ไม่สามารถแยกจากกันได้เหมือนเพชรเม็ดเดียวที่มีหลายเหลี่ยม การบูชาด้วยดอกไม้ ธูป เทียน จึงเป็นการบูชาคุณของพระรัตนตรัยรวมกันไปทั้งสิ้น
供养三宝的真实含义:现在的佛教徒常以花、香、烛作为供品。人们通常解释说三支香代表供养佛陀的三种功德,两支蜡烛代表供养法与律,鲜花则代表供养清净和合的僧团。然而,佛、法、僧三宝本是一体,不可分割,就像一颗拥有多个切面的钻石。因此,供养花、香、烛,其实是在整体礼敬三宝的功德。
——————————————————-
088 ผู้ดำเนินตรง
88. 正直行者
ณ วัดเวฬุวัน ในเมืองราชคฤห์ มีพราหมณ์ผู้หนึ่งซึ่งเป็นเพื่อนกับพระสารีบุตร เขากำลังวุ่นวายอยู่กับการทำพิธีบูชายัญครั้งใหญ่ พราหมณ์ผู้นี้ทำการฆ่าสัตว์มากมาย ทั้งแพะ แกะ และโค รวมไปถึงการนำข้าวตอกดอกไม้มาบวงสรวงเทพเจ้าอยู่เป็นประจำ เขาทำไปเพราะมีความเชื่อว่า การบูชายัญเหล่านี้จะช่วยปัดเป่าความทุกข์ นำความสุขมาให้ และจะทำให้เขาได้ไปเกิดบนสวรรค์ในชั้นพรหมโลก
在王舍城的竹林精舍,有一位婆罗门是舍利弗尊者的好友。他正忙于举行一场盛大的祭祀仪式。这位婆罗门经常宰杀大量的山羊、绵羊和牛,并用爆米花和鲜花祭拜神灵。他之所以这样做,是因为相信这些祭祀能驱除痛苦并带来快乐,使他能够投生梵天界。
วันหนึ่ง พระสารีบุตรได้แวะไปเยี่ยมและเห็นพราหมณ์กำลังวุ่นวายกับการทำพิธี จึงเอ่ยถามว่า “ท่านกำลังทำสิ่งใดอยู่หรือ?” เมื่อทราบว่าพราหมณ์อยากไปพรหมโลก พระสารีบุตรจึงกล่าวเตือนสติว่า “ทั้งตัวท่านและอาจารย์ของท่าน ไม่มีใครรู้จักพรหมโลกที่แท้จริงหรอก ในโลกนี้มีเพียงพระพุทธเจ้าองค์เดียวเท่านั้นที่ทรงทราบ” พูดจบ พระสารีบุตรก็พาพราหมณ์ไปเข้าเฝ้าพระพุทธเจ้าทันที
有一天,舍利弗尊者前去探望好友,见婆罗门正忙于祭祀就问道:“您在忙什么?”得知婆罗门渴望往生梵天,尊者便提醒道:“您和您的老师都不知晓真正通往梵天界之道。这世上唯有佛陀才了知。”随后,尊者立刻带他去拜见佛陀。
เมื่อได้เข้าเฝ้า พระพุทธองค์ทรงสอนพราหมณ์ว่า การบูชายัญที่ต้องฆ่าสัตว์เพื่อเอาใจเทพเจ้านั้น เป็นความเข้าใจผิดและเป็นการทำบาปอย่างทารุณ หากเทพเจ้าโปรดปรานให้คนฆ่าสัตว์ทำบาป เทพเจ้าองค์นั้นก็เลวร้ายเกินกว่าที่เราจะไปเคารพนับถือ แท้จริงแล้ว พระพุทธเจ้าทรงสรรเสริญการทำบุญที่ไม่เบียดเบียนผู้อื่นต่างหาก เช่น การให้ทาน การรักษาศีล และการเลี้ยงดูบิดามารดา
来到之后,佛陀教导这位婆罗门说通过宰杀牲畜取悦神灵的祭祀是一种错误的认知,更是一种残忍的恶行。若神灵欢喜于让人杀生造恶,那样的神灵也太邪恶了,根本不值得崇敬。实际上,佛陀所赞叹的是不伤害他人的善行,例如布施、持戒、孝养父母。
พระองค์ยังตรัสประโยคสำคัญให้พราหมณ์ฟังว่า “คนที่มุ่งหวังบุญและพยายามทำพิธีบวงสรวงอย่างยิ่งใหญ่ตลอดทั้งปีนั้น ได้บุญไม่ถึงเศษ 1 ส่วน 4 ของการน้อมใจกราบไหว้ ‘ท่านผู้ดำเนินตรง’ หรือผู้ปฏิบัติดีปฏิบัติชอบเพียงครั้งเดียว”
พราหมณ์สงสัยว่า “ท่านผู้ดำเนินตรง” คือใคร? พระพุทธองค์จึงอธิบายว่า คือคนที่มีความซื่อตรงจากเนื้อแท้ใน 3 ทาง ได้แก่:
佛陀还告诉婆罗门:“那些渴望功德、整年都在努力举办盛大祭祀仪式的人,所获得的功德还不及以虔诚心礼敬一位正直行者的四分之一。”婆罗门疑惑地问:“正直行者指的是谁?”佛陀说即是那些具备三种正直的人:
กายตรง: เป็นคนไม่หลอกลวง ไม่ใช่คนที่ต่อหน้าทำตัวเป็นคนดีเคร่งครัด แต่ลับหลังกลับทำบาปหยาบช้า
身正直:不虚伪,不是那种表面假装严谨,背地里却造作恶业的人。
วาจาตรง: พูดจริงและตรงกับใจ ไม่เป็นคนปากหวานก้นเปรี้ยว ไม่ใช่คนต่อหน้าสรรเสริญแต่ลับหลังนินทา
语正直:讲真话,心口如一,不是那种当面甜言蜜语,背后恶意中伤的人。
ใจตรง: มีความจริงใจ ไม่หลอกลวงให้ใครหลงผิด รักและเคารพใครก็ทำด้วยความบริสุทธิ์ใจ
意正直:真诚善良,不欺骗他人,对爱戴的人真诚以待。
และในขั้นสูงสุด “ท่านผู้ดำเนินตรง” ก็คือผู้ที่เดินตามทางสายกลาง (มรรคมีองค์ 8) มุ่งตรงสู่ความดับทุกข์หรือพระนิพพาน โดยไม่หลงระเริงในความสุขทางกาม และไม่ทรมานตัวเองให้ลำบากเปล่าประโยชน์
最殊胜的正直行者,是那些坚定不移地践行中道(八正道)者,他们既不沉溺于感官欲乐,也不修习无意义的苦行,直趋灭苦,证悟涅槃。
เมื่อพราหมณ์ได้ฟังความจริงข้อนี้ จิตใจที่เคยหลงผิดก็สว่างไสว เข้าใจแจ่มแจ้งถึงหนทางแห่งบุญที่แท้จริง และได้บรรลุธรรมเป็นพระโสดาบันในที่สุด
婆罗门听完后,原本迷失的心豁然开朗,彻底明了真正的善业之道,最终证得了须陀洹果。
ข้อคิด:
启示
บุญที่แท้จริงไม่ได้มาจากการเบียดเบียน: การบูชายัญด้วยการฆ่าสัตว์เป็นบาป ไม่ใช่บุญ การทำบุญที่ถูกต้องและประเสริฐคือการให้ทาน รักษาศีล และดูแลพ่อแม่
真正的功德并非源于伤害:以宰杀牲畜的祭祀求福,其实是恶业而非功德。正确而殊胜的功德是布施、持戒和孝养父母。
กราบคนดีครั้งเดียว ดีกว่าบวงสรวงทั้งปี: การน้อมไหว้ผู้มีคุณธรรม (ผู้ดำเนินตรง) ด้วยใจที่เลื่อมใสศรัทธาเพียงครั้งเดียว มีอานิสงส์มากกว่าการเสียเงินทำพิธีบวงสรวงราคาแพงตลอดทั้งปี
礼敬善人一次,胜过整年祭祀:以虔诚心礼敬一位正直行者(具足善德的人),其功德远胜于花费巨资举行一整年的祭祀仪式。
ลักษณะของคนดี (ผู้ดำเนินตรง) ที่ควรเคารพ: ต้องมีความซื่อตรงทั้งการกระทำ คำพูด และความคิด ไม่หน้าไหว้หลังหลอก และมีเป้าหมายในการดำเนินชีวิตที่ถูกต้องตามทางสายกลาง
值得尊敬的正直行者的特质:必须在身、语、意三方面都保持正直,表里如一,并以修习中道作为人生目标。
——————————————————-
089 ธรรมอะไรเป็นเหตุให้อายุยืน
89. 什么法能使人长寿
ในเมืองทีฆลัมพิกะ มีพราหมณ์สองเพื่อนรักที่ตัดสินใจออกบวชเพื่อแสวงหาความสงบ เวลาผ่านไปเนิ่นนาน พราหมณ์คนหนึ่งเริ่มกังวลว่าตระกูลของตนจะสิ้นสุดลง จึงตัดสินใจลาสึกออกมาใช้ชีวิตแบบคนทั่วไป จนกระทั่งมีลูกชายน่ารักคนหนึ่ง
在提伽罗毗迦城有两位婆罗门挚友,他们决定一同出家寻求内心的安宁。时光流逝,其中一位婆罗门开始担心自己的家族血脉会因此断绝,于是决定回归世俗生活。后来,他有了一个可爱的儿子。
วันหนึ่ง เมื่ออดีตเพื่อนพราหมณ์ที่ยังบวชอยู่จาริกกลับมาที่เมืองนี้ พราหมณ์ผู้เป็นพ่อจึงรีบพาภรรยาและลูกน้อยไปกราบเยี่ยม เมื่อพ่อแม่กราบ ท่านนักบวชก็ให้พรว่า “ขอให้มีอายุยืนยาวเถิด” แต่พอถึงคราวที่ให้ลูกน้อยกราบ ท่านกลับนิ่งเงียบไม่ยอมให้พรใดๆ พ่อจึงถามด้วยความตกใจ จนได้รู้ความจริงที่น่าใจหายว่า “ลูกน้อยคนนี้จะมีชีวิตอยู่ได้อีกเพียง 7 วันเท่านั้น”
有一天,那位依然出家的挚友游化回到这座城市。这位已为人父的婆罗门便带着妻儿去拜访。当婆罗门和妻子礼拜时,这位比丘祝愿说:“愿你们健康长寿。”但轮到孩子礼拜时,比丘却沉默不语,没有给予任何祝福。婆罗门追问原因,最终得知一个令人心碎的事实:这孩子只剩下七天的寿命。
ด้วยความรักลูกสุดหัวใจ พราหมณ์จึงรีบไปขอความช่วยเหลือจากพระพุทธเจ้า พระองค์ทรงเมตตาแนะอุบายให้พราหมณ์สร้างมณฑปหน้าบ้าน แล้วนิมนต์พระสงฆ์มาสวดพระปริตร ตลอด 7 วัน 7 คืนไม่ให้ขาดสาย
出于对儿子的爱,婆罗门急忙去寻求佛陀帮助。佛陀慈悲指点了一个方法:让婆罗门在家门前搭建一座亭子,然后恭请僧团连续念诵《守护经》七天七夜。
ในวันที่ 7 ซึ่งเป็นวันชี้ชะตา พระพุทธเจ้าได้เสด็จมาด้วยพระองค์เอง เมื่อพระองค์เสด็จมา เหล่าเทวดาผู้มีศักดิ์ใหญ่ทั่วจักรวาลต่างก็มารวมตัวกัน ทำให้ยักษ์ตนหนึ่งที่ได้รับพรให้มากินเด็กคนนี้ในวันที่ 7 ต้องถอยห่างออกไปเรื่อยๆ เพราะมีตบะน้อยกว่าเทวดาเหล่านั้น จนในที่สุดเมื่อขึ้นเช้าวันที่ 8 เด็กน้อยก็รอดพ้นจากอันตรายมาได้อย่างน่าอัศจรรย์
到了决定命运的第七天,佛陀亲自莅临。随着佛陀的到来,宇宙中无数地位崇高的天人也纷纷齐聚一堂。这使得原本要在第七天吃掉孩子的夜叉,知道自身法力远不及众天人,于是只好放弃。最终,到了第八天清晨,孩子奇迹般地脱离了危险。
เด็กน้อยคนนี้ได้รับชื่อใหม่ว่า “อายุวัฒนกุมาร” ซึ่งแปลว่า เด็กผู้มีอายุยืน และเขาก็ได้เติบโตขึ้นจนมีอายุยืนยาวถึง 120 ปี เป็นที่พึ่งของคนมากมาย
这个孩子被重新取名为长寿童子,意为寿命绵长的孩子。后来,他活到了一百二十岁高龄,成为许多人的依靠。
ข้อคิด:
启示
พระพุทธเจ้าได้ทรงสอนว่า สิ่งที่ทุกคนปรารถนา 4 ประการ หรือที่เรียกว่า “พร 4 ประการ” ได้แก่:
佛陀曾教导说世人渴望的四种利益或福报,分别是:
อายุ: มีชีวิตที่ยืนยาว
长寿:延年益寿,生命长久。
วรรณะ: มีผิวพรรณงดงาม เป็นที่เจริญตาเจริญใจ
容貌:美貌端庄,令人欢喜。
สุขะ: มีความสุขกายสบายใจ
安乐:身心安稳,舒适自在。
พละ: มีกำลังกายที่แข็งแรง ปราศจากโรคภัยไข้เจ็บ
力量:身体健康,无病无灾。
สิ่งเหล่านี้ไม่ได้เกิดขึ้นจากโชคชะตาเพียงอย่างเดียว แต่จะเจริญงอกงามแก่ “บุคคลผู้มีปกติกราบไหว้ และมีความอ่อนน้อมถ่อมตนต่อผู้ใหญ่ หรือผู้มีคุณธรรมอยู่เสมอ” การเคารพผู้อาวุโสด้วยความจริงใจจึงเปรียบเสมือนเกราะคุ้มครองและเป็นเหตุแห่งความเจริญในชีวิตนั่นเอง
这些并非仅凭运气就能获得,而是增长于常行礼拜,并恭敬尊长或有德者的人。以真诚之心尊敬长者,犹如穿上一层护身铠甲,也是人生走向繁荣的原因。
——————————————————-
090 ความประเสริฐแห่งผู้มีศีล
90. 持戒者的殊胜
มีคำกล่าวว่า หากมนุษย์เราเกิดมาแล้วใช้ชีวิตเพียงแค่วนเวียนอยู่กับการกินอาหาร การนอนหลับ ความหวาดกลัวภัย และการสืบพันธุ์ มนุษย์เราก็คงไม่มีอะไรแตกต่างไปจากสัตว์ป่าเลย สิ่งเดียวที่ทำให้มนุษย์ประเสริฐและแตกต่างจากสัตว์ได้อย่างแท้จริงก็คือ “ศีลและธรรม”
常言道,若人生在世,终日只知饮食、睡眠、恐惧以及繁衍后代,那么人类与林中野兽又有何异?真正让人类变得尊贵,与动物截然不同的是戒律和德行。
ณ เมืองสาวัตถี มีสามเณรน้อยรูปหนึ่งชื่อว่า “สังกิจจะ” ท่านเป็นเด็กที่มีบุญญาธิการ รอดชีวิตอย่างปาฏิหาริย์จากกองฟืนบนเชิงตะกอนเผาศพมารดาตั้งแต่แรกเกิด เมื่ออายุได้เพียง 7 ขวบ ท่านก็ได้บวชเป็นสามเณร และสำเร็จเป็นพระอรหันต์ผู้มีจิตใจบริสุทธิ์ตั้งแต่วันที่ปลงผม
在舍卫城,有一位名叫僧祇致耶的小沙弥。他福报深厚,刚出生时便从火葬堆中奇迹般的死里逃生。年仅七岁就出家为沙弥,并在剃度当天证得阿罗汉果,成为内心纯净无染的圣者。
วันหนึ่ง พระพุทธเจ้าได้ส่งสามเณรองค์น้อยรูปนี้ เดินทางเข้าไปในป่าลึกพร้อมกับพระภิกษุ 30 รูป แต่ในป่านั้นลึกนั้นเอง มีโจรป่าใจโฉดถึง 500 คน กำลังดักซุ่มรอจับคนไปฆ่าเพื่อบูชายัญให้แก่เทวดา โชคร้ายที่โจรกลุ่มนี้รู้ที่พักของพระภิกษุ จึงบุกมาเพื่อจะจับพระรูปใดรูปหนึ่งไปสังเวย
有一天,佛陀派僧祇致耶小沙弥与三十位比丘前往一片茂密的森林。然而,那片林中潜伏着五百名凶残的盗贼,他们想抓人来杀掉祭祀天神。不幸的是这群盗贼发现了比丘们的住处,于是冲过来想要抓走一位僧人去献祭。
ด้วยความรักและเสียสละ พระภิกษุทุกรูปต่างแย่งกันเสนอตัวยอมตายเพื่อปกป้องพระรูปอื่นๆ แต่สามเณรน้อยสังกิจจะ ผู้มีจิตใจกล้าหาญและมั่นคง ได้ขออาสาเดินเข้าสู่วงล้อมของโจรป่าด้วยตนเองแต่เพียงผู้เดียว
出于慈悲与舍己之心,比丘们纷纷争相请愿牺牲自己保护他人。最终,英勇坚定的僧祇致耶小沙弥,主动请求被盗贼抓走。
เมื่อถึงลานประหารหน้ากองไฟ สามเณรน้อยไม่ได้มีอาการหวาดกลัว สั่นเทา หรือร้องไห้คร่ำครวญเลยแม้แต่น้อย ท่านเพียงแค่หลับตาลงและเข้าสู่สมาธิอันล้ำลึกด้วยใบหน้าที่ผ่องใส หัวหน้าโจรเห็นดังนั้นจึงเงื้อดาบเล่มใหญ่ ฟาดฟันลงไปสุดแรงหมายจะบั่นคอสามเณร
在行刑场上,小沙弥面对熊熊烈火没有丝毫恐惧,也没有哀嚎。他只是闭目入定,表情淡定。盗贼首领见状举起大刀,用尽全力向沙弥的脖颈砍去。
แต่แล้วสิ่งมหัศจรรย์ก็บังเกิดขึ้น ดาบที่เคยคมกริบจนตัดเสาหินได้ กลับงอพับและม้วนเข้าหากันราวกับใบตาล ไม่สามารถทำอันตรายสามเณรผู้มีศีลบริสุทธิ์และมีสมาธิตั้งมั่นได้เลย
然而,不可思议的一幕发生了。那把锋利无比、可断石柱的大刀竟如棕榈叶般卷曲,根本无法伤害持戒清净、定力稳固的小沙弥分毫。
หัวหน้าโจรตกตะลึงจนต้องทิ้งดาบและก้มกราบแทบเท้าสามเณร เมื่อได้ฟังธรรมะที่เปี่ยมไปด้วยความสงบ โจรป่าทั้ง 500 คนก็เกิดความเลื่อมใส สำนึกผิด และขอบวชเพื่อเริ่มต้นชีวิตใหม่เป็นคนดีตั้งแต่นั้นเป็นต้นมา
盗贼首领惊骇不已,弃刀跪伏在小沙弥足下。在聆听了充满安宁与智慧的法语后,五百名盗贼皆心生净信,悔过自新并出家为僧,开启了新的人生。
ข้อคิด:
启示
การมีชีวิตอยู่เป็นเวลายาวนานถึง 100 ปี แต่เป็นคนทุศีล ไม่มีสมาธิ จิตใจไม่มั่นคง (เหมือนโจรป่าที่ทำบาปมาตลอด) นั้น เป็นชีวิตที่ “ไม่ประเสริฐเลย”
如果一个人活到一百岁,却不守戒律、没有禅定、心不安稳(如那些长期作恶的盗贼),这样的人生毫无殊胜可言。
ในทางกลับกัน การมีชีวิตอยู่เพียงแค่ “วันเดียว” แต่เป็นผู้ที่ตั้งมั่นอยู่ในศีล มีจิตใจสงบ ทำประโยชน์ให้สังคม ย่อมเป็นชีวิตที่ประเสริฐและมีคุณค่ามากกว่าร้อยปีนั้นอย่างเทียบกันไม่ได้
反之,即使只活一天,却能安住于戒,心安稳寂静,利益世间,这样的人生也比那浑浑噩噩的活一百年要殊胜和有价值。
เพราะเมื่อเราตายไป เนื้อหนังร่างกายก็เอาไปทำอะไรไม่ได้ สิ่งเดียวที่จะประทับและหลงเหลือไว้บนโลกให้ลูกหลานจดจำ ก็คือ “ความดีและความชั่ว” ที่เราได้สร้างไว้นั่นเอง
因为当我们往生后,血肉之躯毫无用处,唯一能留存于世,被后人铭记的只有我们所积累的善业与恶业。
091 ผู้ไร้ปัญญา100ปีไม่ประเสริฐเมื่อเทียบกับผู้มีปัญญาเพียงวันเดียว
91. 无智者百年不及智者一日
ในสมัยพุทธกาล มีพระเถระรูปหนึ่งชื่อว่า “พระขานุคณทัณฑัญญะ” ท่านเป็นผู้ที่มุ่งมั่นปฏิบัติธรรมจนบรรลุเป็นพระอรหันต์ วันหนึ่งขณะที่ท่านกำลังเดินทางไปเฝ้าพระพุทธเจ้า ท่านรู้สึกเหนื่อยล้าจึงแวะพักใต้ต้นไม้ในป่าแห่งหนึ่งและเข้าฌานสมาบัติอย่างสงบนิ่ง
在佛陀时代,有一位名叫卡努甘达坦雅的长老。他精进修行,证得了阿罗汉果。有一天,他在去拜见佛陀的途中感到有些疲惫,便在林中一棵树下歇息,安然入定。
ในคืนนั้นเอง มีกลุ่มโจรหอบเอาทรัพย์สมบัติที่ไปปล้นมาหนีเข้ามาพักในป่าพอดิบพอดี เนื่องจากความมืดและร่างของพระเถระที่นั่งนิ่งสนิทประดุจก้อนหิน พวกโจรจึงเข้าใจผิดคิดว่าท่านเป็น “ตอไม้” พวกโจรจึงพากันเอาห่อสมบัติวางสุมไว้บนศีรษะและพิงไว้รอบตัวท่านจนมิด
当天夜里,恰好有一伙强盗带着劫持而来的财物逃进这片树林。由于天色昏暗,加上长老静坐不动,强盗们误以为是一截“树桩”,便顺手将装有财宝的包裹放在长老的头上,并把其他财物堆靠在他身体四周。
พอรุ่งเช้า เมื่อแสงอาทิตย์สาดส่อง พวกโจรตื่นขึ้นมาเตรียมจะขนของต่อ แต่ทันใดนั้น “ตอไม้” ที่พวกเขาเห็นกลับขยับตัวได้! พระเถระลืมตาขึ้นมาอย่างสงบ พวกโจรตกใจสุดขีดนึกว่าเป็นปีศาจและเตรียมจะวิ่งหนี แต่พระเถระกลับเรียกไว้ด้วยความเมตตาว่า “อุบาสกทั้งหลาย อย่ากลัวเลย อาตมาเป็นเพียงนักบวช”
清晨,当强盗们醒来准备搬运财物继续逃跑时,看见那棵“树桩”竟然动了起来!长老缓缓睁开眼睛,强盗们惊恐万分,以为遇到了鬼怪,正要四处奔逃,长老却慈悲地叫住他们:“各位居士不要害怕,我只是一名出家人。”
ความสงบนิ่งและอานุภาพแห่งปัญญาของพระเถระ ทำให้พวกโจรเกิดความเลื่อมใสอย่างแรงกล้าจนยอมละทิ้งอาชีพโจรและขออุปสมบทเป็นพระภิกษุ เมื่อพระพุทธเจ้าทรงทราบเรื่องนี้ จึงทรงประทานโอวาทที่สำคัญใจความว่า “ผู้ใดที่ไร้ปัญญา ใจไม่มั่นคง แม้จะมีชีวิตยืนยาวถึง 100 ปี ก็ไม่ประเสริฐเท่ากับผู้ที่มีปัญญาและมีสมาธิ แม้จะมีชีวิตอยู่เพียงวันเดียวก็ตาม”
长老的定力与智慧,令这群强盗生起了强烈的信仰心。他们当即决定金盆洗手,出家为比丘。佛陀知晓此事后,便开示了一段意义深远的法语:“一个人如果缺乏智慧,内心不坚定,即使活到一百岁,也不及具足定力与智慧的人活一日。”
ข้อคิด:
启示
การมีชีวิตอยู่อย่างมีสติและมีปัญญาเพียงวันเดียว มีค่ามากกว่าการมีอายุยืนยาวแต่ใช้ชีวิตไปวันๆ โดยไร้จุดหมายหรือขาดความรับผิดชอบ
以正念和智慧活一天,其价值远胜过没有目标或不负责任地虚度百年。
ในทางธรรม ปัญญาไม่ใช่แค่ความรู้จากตำรา (Knowledge) แต่คือ “ความรอบรู้” (Wisdom) ที่ทำให้เรารู้จักเหตุผล มีความรับผิดชอบต่อตนเองและสังคม ไม่ทำอะไรตามอารมณ์ชั่ววูบ
在佛法中,智慧并非仅指学识,而是如实知见的智慧。它能让我们明辨事理,对自己和社会负责,而不是任由一时的情绪冲动去行事。
ที่มาของปัญญา: เราสามารถสร้างปัญญาได้ 3 ทาง คือ การเรียนรู้ (ฟัง/อ่าน), การคิดพิจารณา และ การลงมือปฏิบัติหรือฝึกฝนจิตใจ
智慧的来源:我们可以通过三种途径培养智慧——通过听闻或阅读来学习,通过独立思考来辨析,以及通过亲身实践来体悟。
พลังของการฝึกจิต: อย่างในเรื่องของพระเถระ การฝึกจิตจนนิ่งมั่นคงไม่เพียงแต่ทำให้พบความสุขส่วนตัว แต่ยังสามารถสร้างแรงบันดาลใจและเปลี่ยนใจผู้อื่นให้หันมาทำความดีได้ด้วย
修心的力量:如故事中的长老一样,将心训练到如如不动,不仅能让自己获得安宁,这种强大的定力还能感化他人弃恶从善。
——————————————————-
092 ชีวิตของผู้มีความเพียร ต่างกับผู้ขี้เกียจ
92. 勤奋者与懒惰者的人生
ในหมู่บ้านแห่งความจริง มีชายคนหนึ่งเป็น “คนเกียจคร้าน” เขามักจะมีข้ออ้างสารพัดเพื่อที่จะไม่ทำประโยชน์อะไรเลย เช่น “วันนี้หนาวไป” “พรุ่งนี้ค่อยทำ” หรือแม้แต่ตอนเจ็บป่วยเล็กน้อยเขาก็กลัวว่าถ้าทำงานจะป่วยหนักขึ้น พอหายป่วยก็ไม่ยอมทำเพราะกลัวโรคจะกลับมา เขาใช้ชีวิตผ่านไปวันๆ อย่างไร้จุดหมาย แม้จะมีอายุยืนยาวถึง 100 ปี แต่ชีวิตเขาก็เหมือนกับต้นไม้ที่ไม่มีดอกผล เป็นภาระแก่คนรอบข้าง และสุดท้ายก็ต้องมานั่งเสียใจเมื่อเห็นเพื่อนรุ่นเดียวกันประสบความสำเร็จไปไกลแล้ว
在一个名为真实的村庄里,住着一个懒惰的人。他总有找不完的借口来逃避做有益的事,比如“今天太冷了、明天再做吧”,甚至只是生点小病,也担心劳作会加重病情。等病好之后,又因害怕旧病复发而拒绝劳动。他就这样日复一日,毫无目标的虚度光阴。纵然活到百岁,其人生也如同一棵不结果的树,不仅成为身边人的负担,最终也只能看着同龄人功成名就,自己只能徒留悔恨。
ในทางกลับกัน มีอีกคนหนึ่งที่เป็น “คนมีความเพียร” เขาไม่เคยรอเวลา ไม่ว่าอากาศจะร้อนหรือหนาว จะเช้าหรือเย็น เขารีบลงมือทำหน้าที่ของตนเสมอ เพราะเขารู้ดีว่า “ใครจะรู้ว่าความตายจะมาถึงในวันพรุ่งนี้หรือไม่” เขาหาความสุขจากการทำงาน เห็นงานเป็นดั่งเทพบุตรที่คอยอำนวยพรให้ชีวิตมีความสุขที่แท้จริง
与之相反,还有一位勤奋的人。他从不等待时机,无论严寒酷暑,也不分清晨黄昏,他一直履行自己的职责。因为他深知:“没有人知道死亡会不会在明天降临?”他从工作中寻得快乐,将劳动视作赐予人生幸福的守护神。
มีเรื่องราวน่าอัศจรรย์ของพระภิกษุรูปหนึ่งชื่อ พระสัปปทาส ท่านเคยท้อแท้จนอยากจะละเพศบรรพชิต แต่แล้วท่านก็คิดได้ว่า “การตายในขณะที่เป็นพระประเสริฐกว่า” ท่านจึงพยายามหาทางจบชีวิต ครั้งหนึ่งท่านยอมให้งูพิษกัด แต่งูกลับไม่กัดเพราะในอดีตชาติงูตัวนั้นเคยเป็นทาสของท่านมาก่อน
还有一则关于妙贤比丘的故事。他曾一度心灰意冷想要还俗,但随后转念一想:“若能以比丘的身份往生,远比还俗要强。”于是,他尝试以各种方式结束生命。有一次,他故意让毒蛇来咬自己,结果那条毒蛇却没有咬他,因为在过去世中,那条毒蛇曾是他的奴仆。
จนกระทั่งวันหนึ่ง ขณะที่ท่านกำลังจะใช้มีดโกนตัดคอตัวเอง ท่านได้หยุดพิจารณาถึง “ศีล” ของตนเองที่รักษามาอย่างบริสุทธิ์ดุจดวงจันทร์ที่ปราศจากเมฆหมอก
直到有一天,当他拿起剃刀准备割喉自尽时,他突然停了下来,思惟一直以来持守的戒律,发现自己的戒行如无云之月般清净无瑕。
ในเสี้ยววินาทีที่คมมีดสัมผัสผิวหนัง ท่านไม่ได้ตัดเพียงแค่ร่างกาย แต่ท่านใช้ “ปัญญา” ตัดกิเลสจนขาดสะบั้น บรรลุเป็นพระอรหันต์ในชั่วขณะที่เท้ายังไม่ทันวางถึงพื้นเสียด้วยซ้ำ เรื่องนี้แสดงให้เห็นว่า ชีวิตของผู้ที่มีความเพียรและมีปัญญา แม้จะมีชีวิตอยู่เพียงแค่วันเดียว หรือเพียงชั่วขณะเดียว ก็ประเสริฐกว่าผู้ที่อยู่ไปร้อยปีแต่ใจบอดมืดและเกียจคร้าน
就在刀锋触及皮肤的一刹那,他切断的不仅仅是肉体,更是用智慧彻底斩断了内心的烦恼。甚至在双脚还未落地前,就证得了阿罗汉果。这个故事告诉我们:一个精进且有智慧的人,哪怕只活一日,甚至只活短短一瞬间,也远比一个浑浑噩噩、懒惰懈怠地活上一百年的人要高尚。
ข้อคิด:
启示
อย่ามีข้ออ้าง: ความเกียจคร้านมักมาพร้อมข้ออ้างเรื่องดินฟ้าอากาศและสุขภาพ แต่คนเก่งจะรีบทำทันทีเพราะรู้ว่าเวลาไม่คอยใคร
莫找借口:懒惰常以天气或健康等为借口,但真正优秀的人会立刻行动,因为他们深知时不我待。
ความเพียรต้องมาพร้อมปัญญา: ไม่ใช่แค่ขยันอย่างเดียว แต่อย่างที่แหล่งข้อมูลบอกคือต้อง “ขยันให้ถูกที่ ถูกเวลา” เหมือนการรีดนมจากแม่โค ไม่ใช่รีดจากเขาโค
勤奋与智慧并存:光有努力是不够的,还必须在正确的时间和地方勤奋,如同挤牛奶应当挤乳房,而不是去挤牛角。
คุณภาพชีวิตไม่ได้อยู่ที่จำนวนปี: การมีอายุยืนแต่ทำตัวไร้ประโยชน์นั้นน่าเสียดาย การใช้ชีวิตอย่างมีสติ รู้เท่าทันความเปลี่ยนแปลง (ความเกิด-ดับ) แม้เพียงวันเดียวก็ถือเป็นกำไรชีวิตอย่างมหาศาลครับ
生命的价值并非取决于寿命的长短:长寿却活得毫无价值,实在令人惋惜。带着正念生活,看透世间生灭无常的变化,哪怕只活一天也是人生极大的收获。
——————————————————-
093 ปฏาจารา ผู้เห็นความเกิดความดับของชีวิต
93. 洞见生命生灭的波吒左罗
ในเมืองสาวัตถี มีลูกสาวเศรษฐีผู้เลอโฉมชื่อว่า “ปฏาจารา” เธอหนีตามชายคนรักที่เป็นคนรับใช้ในบ้านไปใช้ชีวิตลำบากอยู่ในป่า เวลาผ่านไปหลายปี จนมีลูกสองคน ต่อมาตัดสินใจจะกลับไปที่บ้านเพื่อขอขมาเศรษฐีผู้เป็นพ่อ
在舍卫城,有一位容貌绝美的富家千金名叫波吒左罗。她与家中一名男仆相恋私奔,逃到林中过着清苦的生活。数年后,她生下两个孩子。后来,她决定带着丈夫和孩子回到故乡,向父亲请求原谅。
ขณะที่เธอกำลังเดินทางกลับบ้านเกิดพร้อมลูกน้อยและสามี พายุใหญ่ได้โหมกระหน่ำ สามีของเธอถูกงูพิษกัดตายขณะไปตัดไม้มาบังฝน ปฏาจาราต้องสูญเสียลูกชายคนเล็กไปอีกเพราะเหยี่ยวโฉบเอาตัวไป และลูกคนโตก็ถูกกระแสน้ำพัดหายไปต่อหน้าต่อตา ความทุกข์ยังไม่จบเพียงเท่านี้ เมื่อเธอกลับมาถึงบ้าน ก็ทราบข่าวว่าพ่อแม่และพี่ชายของเธอต่างก็เสียชีวิตจากเหตุการณ์บ้านพังทับในคืนพายุนั้นเอง
在她和丈夫带着幼子返乡的途中,一场暴风雨骤然袭来。丈夫在去砍树枝遮雨时,不幸被毒蛇咬死。随后,小儿子又被老鹰叼走,大儿子也在她眼前被洪水冲走了。接连的厄运并未就此终结,当她回到家乡,却得知父母与兄长也在暴风雨中因房屋坍塌而丧生。
ความสูญเสียที่ถาโถมทำให้เธอกลายเป็นหญิงเสียสติ เดินร้องไห้แก้ผ้าโซเซไปจนถึงพระวิหารเชตวัน เมื่อพระพุทธเจ้าทอดพระเนตรเห็นเธอด้วยความเมตตา จึงตรัสเตือนสติว่า “น้องหญิง จงกลับมามีสติเถิด” ด้วยพุทธานุภาพ ปฏาจารากลับมามีสติอีกครั้ง เธอได้ฟังธรรมจนบรรลุธรรมขั้นแรกและบวชเป็นภิกษุณี
接踵而至的丧亲之痛令她彻底崩溃,精神错乱,赤身裸体哭号着走到了祇园精舍。佛陀慈悲地望向她,轻声说道:“姑娘,请恢复你的正念吧。”凭借佛力的加持,波吒左罗立刻恢复清醒。随后,她在听闻佛法后证得了初果,并出家为比丘尼。
วันหนึ่ง ขณะที่นางกำลังตักน้ำล้างเท้า นางสังเกตเห็นน้ำที่เทลงไป ครั้งแรกไหลไปได้นิดเดียวก็หยุด ครั้งที่สองไหลไปไกลขึ้น และครั้งที่สามไหลไปไกลที่สุด นางจึงพิจารณาว่า ชีวิตของสัตว์โลกก็เหมือนน้ำที่เทลงพื้น บางคนตายตั้งแต่เด็ก (เหมือนน้ำครั้งแรก) บางคนตายตอนเป็นหนุ่มสาว (เหมือนน้ำครั้งที่สอง) และบางคนตายเมื่อแก่ชรา (เหมือนน้ำครั้งที่สาม) พระพุทธเจ้าทรงทราบความคิดของนางจึงตรัสย้ำว่า “การมีชีวิตอยู่เพียงวันเดียว แต่ได้เห็นความเกิดดับของร่างกายและจิตใจนั้น ประเสริฐกว่าการมีอายุยืนถึงร้อยปีแต่ไม่เคยเห็นความจริงนี้เลย”
有一天,当她正在打水洗脚时,无意间观察倒出的水:第一次倒水,水流很短便消失了;第二次水流得远些;第三次水流得最远。她由此思惟:众生的生命就如同倒在地上的水,有的人幼年夭折(如第一次倒出的水),有的人壮年离世(如第二次倒出的水),有的人活到暮年(如第三次倒出的水)。佛陀以神通得知她内心的思维,便进一步开示道:“哪怕只活一天,但能亲眼洞见生命生灭的实相,也远比活上一百岁却从未洞见这一实相要殊胜。”
ข้อคิด:
启示
ความไม่เที่ยงแท้: ทุกสิ่งในโลกนี้ ทั้งร่างกายและจิตใจ มีการเกิดขึ้น ตั้งอยู่ และดับไปตลอดเวลา เหมือนกระบวนการทางวิทยาศาสตร์ที่เราอาจมองไม่เห็นด้วยตาเปล่า แต่เป็นความจริงที่เกิดขึ้นทุกขณะ
无常的道理:世间的一切,无论是身体或心灵都在不断经历生起、存续和消亡的过程。这就像一种我们用肉眼无法直接看见的科学演变规律,但却是每一刻都在发生的事实。
คุณค่าของชีวิต: ความหมายของชีวิตไม่ได้อยู่ที่ความยาวนาน แต่อยู่ที่ “ความตื่นรู้” การใช้ชีวิตอย่างมีสติและเข้าใจความจริงว่าทุกอย่างต้องเปลี่ยนแปลง ช่วยให้เราลดความยึดมั่นถือมั่นและพ้นจากความทุกข์ได้
生命的价值:生命的意义不在于长度,而在于“觉醒”的程度。以正念生活,了知万物皆在变化的真相,能帮助我们放下执着,解脱痛苦。
สติคือที่พึ่ง: ในวันที่ชีวิตเผชิญมรสุมรุนแรงที่สุด “สติ” คือสิ่งเดียวที่จะช่วยฉุดรั้งเราให้กลับมายืนได้อย่างเข้มแข็งอีกครั้ง เหมือนที่ปฏาจารากลับมาเป็นผู้เป็นคนได้ด้วยสติ
正念是依靠:当人生的暴风雨猛烈袭来时,正念是唯一能拉住我们,让我们重新站稳的力量。如同波吒左罗一样,正是依靠正念而得以重生。
——————————————————-
094 กีสาโกตมี หญิงผู้เปลี่ยนถ่านเป็นทอง
94. 化炭成金的翅舍瞿云弥
ในเมืองสาวัตถี มีหญิงสาวร่างผอมบางคนหนึ่งชื่อว่า กีสาโกตมี เธอเป็นหญิงผู้มีบุญถึงขนาดที่สามารถมองเห็น “ถ่าน” ในบ้านของเศรษฐีให้กลับกลายเป็น “เงินและทอง” ได้ตามเดิม หลังจากที่ทรัพย์สมบัติเหล่านั้นเคยกลายเป็นถ่านไปเพราะบุญในอดีตของเศรษฐีหมดลง ด้วยเหตุนี้เธอจึงได้แต่งงานกับลูกชายของเศรษฐีและมีลูกชายน่ารักคนหนึ่ง
在舍卫城,有一位身形瘦弱的女子名叫翅舍瞿云弥。她是一位福报深厚的女子,可以令富翁因福报耗尽而化为碳灰的财宝,重新变回黄金。后来,她嫁给了富翁的儿子,并生下一个可爱的儿子。
แต่แล้ววันหนึ่ง หัวใจของเธอก็แตกสลายเมื่อลูกชายตัวน้อยที่เพิ่งหัดเดินได้กลับด่วนจากโลกนี้ไป กีสาโกตมีทำใจไม่ได้ เธออุ้มร่างไร้วิญญาณของลูกไปทั่วทุกแห่งเพื่อขอยามาช่วยชีวิต จนมีผู้แนะนำให้เธอไปหา พระพุทธเจ้า
然而有一天,刚学会走路的儿子突然夭折,她伤心欲绝,无法接受这个事实。她抱着孩子冰冷的遗体四处奔走,只为求得能救活孩子的药。后来,有人指引她去找佛陀。
เมื่อเธอไปถึง พระองค์ทรงมอบยารักษาให้แก่เธอ โดยตรัสว่า “จงไปหาเมล็ดผักกาดหนึ่งกำมือจากบ้านที่ไม่เคยมีคนตาย”
见到佛陀后,佛陀为她开了一剂“药方”,说道:“你到一户从未死过人的家里,讨来一把芥菜籽。”
นางกีสาโกตมีรีบวิ่งไปทุกบ้าน ทุกคนยินดีให้เมล็ดผักกาดแก่เธอ แต่พอเธอถามว่า “บ้านนี้เคยมีคนตายไหม?“ ทุกบ้านต่างตอบเป็นเสียงเดียวกันว่า “มี” บางบ้านเสียพ่อ บางบ้านเสียลูก
翅舍瞿云弥连忙挨家挨户去求取。每户人家都乐意给她芥菜籽,但当她问:“家里以前死过人吗?”每一户都给出了同样的答案:“死过”。有的家庭失去了父母,有的家庭失去了儿女。
ในที่สุด กีสาโกตมีก็ตระหนักได้ว่า “ความตายไม่ใช่เรื่องของเธอคนเดียว แต่เป็นเรื่องธรรมดาของทุกชีวิต” เธอจึงละความเศร้า วางร่างลูกลงในป่า และกลับไปบวชเป็นภิกษุณีเพื่อแสวงหาทางพ้นทุกข์
最终,翅舍瞿云弥恍然大悟:“死亡并不是我一个人的不幸,而是所有生命的常态。”于是,她放下心中的悲伤,将儿子的遗体安葬在森林中后,回去出家为比丘尼,寻找离苦之道。
คืนหนึ่ง ขณะที่เธอนั่งเฝ้าดวงประทีปในตะเกียง เธอเห็นเปลวไฟลุกโพลงขึ้นแล้วก็หรี่ดับลง เธอจึงพิจารณาได้ว่า “ชีวิตของสัตว์โลกก็เหมือนเปลวประทีปนี้ เกิดขึ้นแล้วก็ดับไป” พระพุทธเจ้าทรงทราบด้วยญาณจึงปรากฏพระวรกายต่อหน้าเธอและตรัสสอนว่า การมีชีวิตอยู่เพียงวันเดียวแต่ได้เห็น “อมตบท” คือ นิพพาน นั้น ประเสริฐกว่าการมีชีวิตอยู่ถึง 100 ปีแต่ไม่เคยเห็นเลย
一天夜里,当她静观油灯的火焰时,看到火焰忽明忽暗,时而燃起,时而熄灭。她由此领悟到:“众生的生命就像这油灯的火焰,生起后又灭去。”佛陀以神通得知她内心的思惟,便现身在她面前开示道:“哪怕只活一天,但能亲眼见证“不死道”——涅槃,也远比活上一百岁却从未见过要殊胜得多。”
ข้อคิด:
启示
นิพพาน: หมายถึงสภาวะที่ดับความร้อนจากกิเลส (โลภ โกรธ หลง) และดับความทุกข์ (การเกิด แก่ เจ็บ ตาย), เป็นจุดมุ่งหมายสูงสุดที่ทำให้เราไม่ต้องหมุนวนในวงล้อแห่งความทุกข์อีกต่อไป
涅槃:指熄灭烦恼(贪、嗔、痴)之火,止息一切苦(生、老、病、死)的境界。这是修行的最终目标,让我们不再流转于无尽的轮回中。
ความตายเป็นเรื่องธรรมดา ดังเช่น เรื่องของเมล็ดผักกาดสอนให้รู้ว่าไม่มีใครหนีความตายพ้น และการยึดติดในสิ่งที่ต้องสูญเสียมีแต่จะสร้างความทุกข์
死亡是常态:这个故事告诉我们,没有人能够逃脱死亡。执着于必将逝去的事物,只会徒增痛苦。
คุณภาพชีวิตสำคัญกว่าอายุขัย: การมีอายุยืนยาวถึง 100 ปี แต่ใช้ชีวิตไปวันๆ โดยไม่เข้าใจความจริงของโลก (ไม่เห็นนิพพาน) สู้คนที่มีชีวิตอยู่เพียงวันเดียวแต่เข้าใจสัจธรรมและเข้าถึงความสงบทางใจไม่ได้เลย
生命质量重于寿命长度:哪怕活到一百岁,如果浑浑噩噩度日,不明了生命的真相(未见涅槃),远不及只活一日却领悟真理,证得内心的寂静。
——————————————————-
095 ไม่มีคำว่าสายสำหรับการเริ่มต้นปฏิบัติธรรม
95. 修行永不嫌迟
ในเมืองสาวัตถี มีคุณยายท่านหนึ่งชื่อว่า “พหุปุตตติกา” ชื่อของท่านแปลว่า “ผู้มีลูกมาก” เพราะท่านมีลูกชายถึง 7 คน และลูกสาวอีก 7 คน รวมเป็น 14 คนเลยทีเดียว
在舍卫城,有一位名叫多子者的老妇人。她的名字意为拥有很多孩子的人,因为她有七个儿子和七个女儿,总共十四个孩子。
เมื่อสามีของนางเสียชีวิตลง บรรดาลูกๆ ที่แต่งงานมีครอบครัวกันไปหมดแล้ว ก็พากันมาหว่านล้อมนางว่า “แม่จ๊ะ แม่จะเก็บทรัพย์สมบัติไว้ทำไมให้เหนื่อยและเป็นกังวล พวกเราทุกคนพร้อมจะดูแลแม่ให้มีความสุขเอง แบ่งสมบัติให้พวกเราเถอะนะ”, ด้วยความรักและเชื่อใจลูก นางจึงตัดสินใจยกทรัพย์สมบัติทั้งหมดที่มีให้ลูกๆ ทุกคนเท่าๆ กัน
丈夫去世后,儿女们各自成家,纷纷来劝她说:“母亲,您何必守着这些财产操劳呢?我们会好好照顾您,让您安享晚年,把财产分给我们吧。”出于对儿女的爱与信任,她将所有财产平均分给了孩子们。
แต่ความจริงกลับไม่เป็นอย่างที่ฝัน เมื่อนางไปอาศัยอยู่กับลูกชายคนโตได้เพียง 2-3 วัน ลูกสะใภ้ก็เริ่มบ่นกระทบกระเทียบว่า “คุณแม่มาอยู่แต่บ้านเรา เหมือนยกสมบัติให้เราคนเดียวอย่างนั้นแหละ” พอนางย้ายไปอยู่กับลูกคนอื่นๆ ก็เจอคำพูดทำนองเดียวกันจนครบทุกคน
然而,现实并非如她所愿。当她去大儿子家才住两三天,大儿媳就开始冷言冷语:“母亲只住在我们家,好像只把财产给了我们一家似的。” 后来,她又搬去其他子女家,结果每个人都说了类似的话,无一例外。
นางเสียใจและเบื่อหน่ายในชีวิตครองเรือนมาก จึงตัดสินใจละทิ้งทุกอย่างแล้วไปบวชเป็นภิกษุณีที่วัดเชตวัน
她心灰意冷,厌倦了世俗生活,于是决定舍弃一切,前往祇园精舍出家比丘尼。
แม้จะบวชตอนแก่ แต่นางก็ตั้งใจทำความเพียรอย่างหนัก ในตอนกลางคืน ท่านจะฝึกสมาธิและเดินจงกรมโดยใช้มือจับเสาบ้าง จับต้นไม้บ้าง เพื่อพยุงร่างกายที่ไม่แข็งแรงและป้องกันการล้ม นางระลึกถึงธรรมะที่พระพุทธเจ้าทรงสอนอยู่เสมอ
虽然年迈时才出家,但她精进不懈。每天晚上,她都坚持坐禅和经行,但因为身体虚弱,只能用手扶着柱子或树木支撑身体,以防摔倒。她时刻铭记佛陀的教诲。
จนกระทั่งวันหนึ่ง พระพุทธเจ้าทรงแผ่พระรัศมีไปปรากฏตรงหน้า และตรัสสอนว่า “การมีชีวิตอยู่เพียงแค่วันเดียว แต่ได้เห็นธรรมอันสูงสุดนั้น ประเสริฐกว่าการมีชีวิตอยู่ยาวนานถึง 100 ปี โดยที่ไม่เห็นธรรมเลย”, เมื่อนางพหุปุตตติกาได้ฟังดังนั้น ท่านก็ตั้งใจปฏิบัติจนเข้าถึงธรรมอันสูงสุดในที่สุด
直到有一天,佛陀突然显现在她面前,慈悲开示道:“哪怕只活了一天,但能亲证至上法,也远比浑浑噩噩活上一百岁,却从未见过真理要殊胜得多。”多子比丘尼听闻此言,更加精进修行,最终证得了至上法。
ข้อคิด:
启示
ความไม่แน่นอนของโลก: ทรัพย์สมบัติหรือแม้แต่ลูกหลานที่รัก ก็อาจไม่ใช่ที่พึ่งที่แท้จริงเสมอไป เมื่อหมดประโยชน์ ความรักก็อาจจางหาย
世事无常:财产乃至至亲的儿女都未必是真正的依靠。当利益散尽,情意也可能随之淡去。
คุณภาพชีวิตสำคัญกว่าระยะเวลา: การมีอายุยืนยาวถึง 100 ปีแต่ใช้ชีวิตไปวันๆ โดยไม่เข้าใจความจริงของชีวิต (โลกุตรธรรม) สู้การมีชีวิตอยู่เพียงวันเดียวแต่ได้ค้นพบความสงบที่แท้จริงไม่ได้เลย
生命的质量重于长度:哪怕活到一百岁,如果日复一日地虚度光阴,却不了解生命的真谛(出世间法),也远不如只活一天,却找到真正的寂静。
ไม่มีคำว่าสายสำหรับการเริ่มต้น: แม้จะเริ่มปฏิบัติธรรมในวัยชรา แต่ถ้ามีความเพียรพยายามและตั้งใจจริง ก็สามารถบรรลุธรรมที่ยิ่งใหญ่ได้เช่นกัน
修行永不嫌迟:即使年迈才开始修行,但只要精进不懈,同样能证得至上法。
——————————————————-
096 ใจ มักน้อมไปในบาป
96. 心常向恶
ณ เมืองสาวัตถี มีสองสามีภรรยาพราหมณ์คู่หนึ่งชื่อว่า “พราหมณ์จูเฬกสาดก” ทั้งสองมีฐานะยากจนข้นแค้นอย่างหนัก มีผ้านุ่งเพียงคนละผืน และมีผ้าห่มเพียงแค่ผืนเดียวที่ต้องใช้ร่วมกัน เวลาจะออกไปทำธุระนอกบ้านก็ไม่สามารถไปพร้อมกันได้ เพราะต้องผลัดกันใช้ผ้าห่มผืนนั้น
在舍卫城,有一对名叫朱拉卡萨塔的婆罗门夫妇。他们家境极度贫寒,夫妻俩各自一条裤子,而裹身的披肩却只有一条。若外出办事,两人无法同行,只能轮流使用那条披肩。
อยู่มาวันหนึ่ง มีข่าวการแสดงธรรมของพระพุทธเจ้าที่วัดเชตวันมหาวิหาร สองสามีภรรยาจึงตกลงผลัดกันไปฟังธรรม โดยให้ภรรยาไปฟังตอนกลางวัน ส่วนพราหมณ์ผู้เป็นสามีไปฟังตอนกลางคืน เมื่อพราหมณ์ได้นั่งฟังธรรมะจากพระพุทธองค์ เขาก็เกิดความซาบซึ้ง ปีติยินดี และมีศรัทธาแรงกล้า จนเกิดความรู้สึกอยากจะนำผ้าห่มผืนเดียวที่มีอยู่นั้น ถวายบูชาแด่พระพุทธเจ้า
有一天,听闻佛陀将在祇园精舍讲经说法,夫妇俩便商量轮流去听法。妻子白天去,丈夫晚上去。当这位婆罗门丈夫晚上坐着听闻佛陀说法时,内心深受感动,法喜充满,生起强烈的信仰,想将家中仅有的一条披肩供养佛陀。
แต่แล้ว “มาร” หรือความตระหนี่ในใจก็กระซิบหน่วงเหนี่ยวไว้ว่า “ถ้าถวายผ้าผืนนี้ไปแล้ว พรุ่งนี้ภรรยาจะเอาอะไรห่มเวลาออกไปข้างนอกล่ะ?” พราหมณ์ต้องต่อสู้กับความคิดในใจของตัวเองอย่างหนักหน่วง ฝ่ายศรัทธากับฝ่ายความตระหนี่ผลัดกันแพ้ผลัดกันชนะในใจของเขา ตั้งแต่ช่วงหัวค่ำล่วงเลยไปจนถึงเที่ยงคืน เขาก็ยังตัดใจถวายไม่ได้สักที
然而,心中的魔罗(内心的吝啬)却在他耳边低语劝阻:“如果把这条披肩供养出去,明天妻子拿什么披着出门?”婆罗门在内心展开了一场激烈的斗争,信仰的力量与吝啬的力量相互拉扯,互有胜负,从傍晚一直纠结到半夜,始终未能下定决心。
จนกระทั่งเวลาล่วงเลยมาถึงช่วงใกล้รุ่ง พราหมณ์ก็ฉุกคิดขึ้นมาได้ว่า หากตนยังปล่อยให้ความตระหนี่ครอบงำจิตใจอยู่อย่างนี้ ชีวิตก็คงหนีไม่พ้นความทุกข์และต้องตกไปสู่อบายภูมิเป็นแน่ เขาจึงรวบรวมความกล้า ข่มความตระหนี่ในใจจนราบคาบ แล้วนำผ้าห่มผืนนั้นไปวางถวายแทบพระบาทของพระศาสดา พร้อมกับเปล่งเสียงตะโกนออกมาด้วยความดีใจสุดขีดถึง 3 ครั้งว่า “เราชนะแล้ว! เราชนะแล้ว!”
直到临近黎明时分,婆罗门猛然醒悟:如果继续任由吝啬控制自己的心,那么此生不仅无法摆脱痛苦,死后也将堕入恶道。于是他鼓起勇气彻底降伏内心的吝啬,将那条披肩放在佛陀足前,并抑制不住内心的欢喜,连喊三声:“我胜利了!我胜利了!我胜利了!”
บังเอิญว่าเสียงตะโกนนั้น ไปเข้าพระกรรณของพระเจ้าปเสนทิโกศลที่ประทับฟังธรรมอยู่ ณ ที่นั้นด้วย เมื่อพระราชาทรงส่งคนไปสืบและทราบความจริงว่า พราหมณ์ยากจนผู้นี้สามารถทำสิ่งที่ทำได้ยากยิ่ง คือการเสียสละและเอาชนะใจตัวเองได้ ก็ทรงชื่นชมและพระราชทานรางวัลให้มากมาย เริ่มจากผ้าสาฎกหลายคู่ไปจนถึงผ้าขนสัตว์ชั้นดี ช้าง 4 เชือก ม้า 4 ตัว เงิน 4,000 ทาสีทาสาอย่างละ 4 คน และหมู่บ้านส่วยอีก 4 ตำบล ทำให้พราหมณ์ยากจนกลายเป็นเศรษฐีในชั่วข้ามคืน
当在场闻法的波斯匿王听到这阵叫喊声后,立刻派人去了解原委。在得知这位贫苦的婆罗门完成了艰难的布施,成功战胜了内心的贪念后,便对他大加赞赏,赐予了大量的奖赏:多套衣物,上等的毛毯、四头大象、四匹马、四千两银钱、男女奴仆各四人,以及四座纳贡的村庄。这位贫苦的婆罗门一夜间变成了富翁。
ในเวลาต่อมา พระพุทธเจ้าได้ตรัสกับเหล่าภิกษุถึงเหตุการณ์นี้ว่า หากพราหมณ์ตัดสินใจถวายผ้าตั้งแต่ช่วงหัวค่ำ เขาจะได้รางวัลมากกว่านี้ถึง 4 เท่า (ได้อย่างละ 16)
后来,佛陀对众比丘开示了这一因缘:如果这位婆罗门在傍晚时就决定供养,他得到的奖赏将会是现在的四倍(每样东西各得十六份)。
หากถวายตอนเที่ยงคืน จะได้รางวัลอย่างละ 8 แต่เป็นเพราะเขาทำความดีล่าช้า มารอทำตอนใกล้รุ่ง ผลบุญที่ตอบสนองจึงลดลงเหลือเพียงอย่างละ 4
如果是在半夜供养,每样东西会各得八份。正因为他行善迟缓,拖到黎明前才做,福报也随之减少,只剩下每样四份了。
ข้อคิด:
启示
จงรีบทำความดีทันที: เมื่อคิดจะทำความดี ให้รีบลงมือทำ อย่าผัดวันประกันพรุ่ง เพราะถ้าเราทำความดีช้า จิตใจของเราจะน้อมไปในทางที่ผิด และเปิดโอกาสให้ความลังเลหรือความชั่ว (บาป) เข้ามาแทรกแซงได้ง่าย
须及时行善:一旦生起行善的念头就应当立即付诸行动,千万不要拖延。因为如果行善迟缓,心容易趋向不善,从而让犹豫或恶念有机可乘。
ผลของความดีนั้นมีจริง: การทำบุญคือความสุข เมื่อบุคคลทำกุศลกรรมช้า ผลลัพธ์หรือความสำเร็จที่ตามมาก็ย่อมเกิดช้าและลดน้อยลงไปด้วย
善有善报:布施能带来安乐。但如果一个人行善拖拖拉拉,随之而来的果报或成不仅会迟来,还会相应减少。
ชัยชนะที่ยิ่งใหญ่ที่สุด คือการชนะใจตนเอง: การเอาชนะศัตรูใดๆ ก็ไม่เท่ากับการเอาชนะ “ความตระหนี่” และ “ความชั่ว” ในใจของเราเอง เมื่อเรากล้าที่จะสละบาป เราก็จะเป็นอิสระและพบกับความสุขที่แท้จริง
最大的胜利是战胜自己:战胜任何外在的敌人都不及战胜内心的吝啬与恶念。当我们勇于舍弃内心的罪恶时,心才会获得真正的自由与安宁。
——————————————————-
097 ไม่ควรทำบาปบ่อย ๆ
97. 不要屡屡作恶
ณ ป่าเชตวันมหาวิหาร มีพระภิกษุรูปหนึ่งนามว่า พระเสยยสกะ ท่านกำลังประสบกับปัญหาใหญ่ในใจ คือความกระสันอยากในกามราคะที่รบกวนจิตใจอยู่เสมอ ท่านจึงไปขอคำแนะนำจากพระอุปัชฌาย์ แต่กลับได้รับคำแนะนำที่ผิดว่า “ให้ทำตามใจตนเองเพื่อระบายความใคร่เสีย”
在祇园精舍,有一位名叫施越的比丘。他正被内心的爱欲所困扰,深陷于感官欲望之中。于是,他去向戒师寻求帮助,却得到了错误的指导:顺从自己的心意去发泄欲望吧。
พระเสยยสกะหลงเชื่อและทำตามนั้นซ้ำแล้วซ้ำเล่า ทุกครั้งที่มีความอยากเกิดขึ้น จนกระทั่งเรื่องนี้ทราบถึงพระพุทธเจ้า พระองค์จึงทรงเรียกพระเสยยสกะมาตักเตือนว่า “การทำเช่นนี้มีแต่จะนำทุกข์มาให้ ทั้งในโลกนี้และโลกหน้า” และทรงสอนบทเรียนสำคัญเกี่ยวกับ “ร่องรอยของใจ” ให้เราได้ฟังกัน
施越比丘信以为真,每当欲望升起时,便一次又一次地照做。此事传到了佛陀的耳中,佛陀便对其训诫道:“这样做只会给自己带来痛苦,无论是今生或来世。”随后,佛陀还为大众开示了“心的痕迹”的教诫。
ลองจินตนาการว่า จิตใจของเราเปรียบเสมือนผืนดิน ทุกครั้งที่เราทำอะไรลงไป ไม่ว่าจะพูดคำหยาบหรือทำสิ่งที่ไม่ดีเพียงเล็กน้อย มันจะทิ้งร่องรอยไว้ในใจเสมอ, หากเราทำสิ่งนั้น “บ่อย ๆ” ร่องรอยเล็ก ๆ จะกลายเป็น “นิสัย” (Habit) ที่เราเริ่มคุ้นชิน
试想一下,我们的心好比一片土地。每次我们做出某种行为,无论是出言不逊还是做了一点坏事,都会在心中留下痕迹。若我们屡屡为之,这些微小的痕迹便会形成习性,导致我们开始习以为常。
และถ้าเรายังคง “พอใจ” ที่จะทำมันต่อไปเรื่อย ๆ นิสัยนั้นจะฝังลึกลงไปในจิตใต้สำนึก กลายเป็นสิ่งที่เรียกว่า แรงขับเคลื่อนลึกลับที่อยู่ลึกที่สุดในใจ
如果我们还继续乐在其中,这个习性便会深植于潜意识,成为潜伏在心灵最深处的驱动力。
เมื่อ “แรงขับเคลื่อนชั่ว” ถูกสะสมจนเต็มเปี่ยม มันจะกลายเป็นพลังมหาศาลที่บังคับให้เราทำชั่วซ้ำ ๆ เหมือน เครื่องจักรที่ถูกโปรแกรมไว้ จนเราหลงลืมความถูกต้องและยากที่จะถอนตัว พระพุทธเจ้าจึงทรงเปรียบเทียบว่า “บาปคือศัตรูที่มองไม่เห็นตัว” มันจะคอยดักทำร้ายเราอยู่ข้างเดียวโดยที่เราไม่รู้ตัวเลยว่ามันจะมาถึงเมื่อไหร่
当这种不善的驱动力累积到饱和时,就会变成一股强大的力量,像被编程好的机器一样,强迫我们不断重复作恶,导致我们遗忘是非对错,难以自拔。因此,佛陀将罪恶比作看不见的敌人,总是埋伏在一旁伺机伤害我们,而我们却浑然不知它何时会降临。
ในทางกลับกัน หากเราฝึกฝนที่จะ คิดดี พูดดี และทำดีอยู่เสมอ สิ่งเหล่านี้ก็จะสะสมเป็น “แรงขับเคลื่อนดี” เมื่อสะสมมากเข้า พลังแห่งความดีนี้จะแข็งแกร่งจนไม่มีอะไรมาหยุดยั้งได้ แม้บางครั้งเราอยากจะเผลอทำผิด มโนธรรมในใจจะคอยฉุดรั้งเราไว้ไม่ให้ตกไปสู่ทางที่ต่ำ ทำให้เราสามารถควบคุมตา หู จมูก ลิ้น กาย และใจ ไม่ให้ตกอยู่ใต้อิทธิพลของความชั่วได้นั่นเอง
反之,如果我们勤于修习思善、言善、行善,这些也将累积成善的驱动力。当这股向善的力量累积得足够多时,就会变得坚不可摧。即使有时我们想要犯错,内心的良知也会拉住我们,不让我们堕入歧途。由此,我们便能守护眼、耳、鼻、舌、身、意,不让它们受到邪恶力量的左右。
ข้อคิด:
启示
อย่าทำบาปบ่อย: แม้จะเป็นเรื่องเล็กน้อย แต่อย่าทำซ้ำ ๆ เพราะการสะสมสิ่งไม่ดีคือเหตุแห่งความทุกข์
勿常常作恶:即便是微小的恶行,也不应反复为之,因为累积不善行正是痛苦的根源。
อย่าพอใจในบาป: ถ้าจำเป็นต้องทำผิดพลาดไป อย่าไปยินดีกับมัน เพราะความพอใจจะทำให้เราอยากทำสิ่งนั้นเรื่อย ๆ จนกลายเป็นนิสัยที่แก้ยาก
勿以恶为乐:如果不幸犯错,不要为此感到高兴。因为乐在其中会让我们一再重蹈覆辙,直至成为难以根除的习性。
ระวัง “นิสัยที่ไม่ดี” จะกลายเป็น “แรงขับเคลื่อนชั่ว” คือ สิ่งที่เราทำจนชินจะฝังลึกในจิตใต้สำนึก และจะกลับมาควบคุมชีวิตเราเหมือนเครื่องจักรในอนาคต
警惕恶习转化为不善的驱动力:我们习以为常的行为会深植于潜意识,并在未来像机器程序一样反过来控制我们的人生。
สร้างพลังความดีเป็นเกราะคุ้มกัน: การหมั่นทำความดีบ่อย ๆ จะสร้างพลังที่เข้มแข็งในใจ จนสิ่งยั่วยุภายนอกไม่สามารถเปลี่ยนใจเราให้ทำชั่วได้
广修善业铸就防护铠甲:常常精进修善会在心中筑起坚固的铠甲,让外界的诱惑再也无法动摇我们的心去作恶。
——————————————————-
098 เทพธิดาอยากได้บุญ
98.渴望积累功德的天女
ในสมัยพุทธกาล ณ เมืองสาวัตถี มีเรื่องราวอันน่าประทับใจของหญิงสาวผู้เฝ้าไร่ข้าวสาลีคนหนึ่ง
在佛陀时代,舍卫城里流传着一个关于一位看守麦田的女子的感人故事。
วันหนึ่ง พระมหากัสสปะเถระ ผู้เป็นพระอรหันต์ผู้ทรงคุณวิเศษ ได้ออกจากนิโรธสมาบัติหลังจากปฏิบัติธรรมอย่างแรงกล้ามาตลอด 7 วัน ท่านได้ตรวจดูด้วยญาณสมาบัติเพื่อหาคนที่จะไปโปรด จนได้พบกับหญิงสาวคนหนึ่งซึ่งกำลังเด็ดรวงข้าวสาลีมาทำเป็น “ข้าวตอก” อยู่ในไร่ ท่านเล็งเห็นว่าเธอมีศรัทธาที่บริสุทธิ์และหากได้ทำบุญในครั้งนี้ เธอจะได้อานิสงส์อันยิ่งใหญ่
有一天,具足殊胜功德的阿罗汉——大迦叶尊者结束长达七天的禅修后,从灭尽定中出定。尊者运用禅定智慧进行观照,寻找可度化之人。最后,他发现一位正在田中摘取麦穗准备制成爆谷的女子。尊者预见到她具足清净的信仰,如果她能在此刻布施,将获得无量的功德果报。
เมื่อหญิงสาวเห็นพระเถระเดินมา เธอก็เกิดความเลื่อมใสอย่างแรงกล้า จึงนำข้าวตอกที่มีอยู่มาใส่บาตรถวายด้วยใจที่เปี่ยมสุข พร้อมกับกราบไหว้ด้วยเบญจางคประดิษฐ์และตั้งจิตอธิษฐานว่า “ขอให้ดิฉันได้บรรลุธรรมที่ท่านได้เห็นแล้วด้วยเถิด” พระมหากัสสปะจึงให้พรว่า “ขอความปรารถนาของเธอจงสำเร็จ”
当女子看到尊者走过来,心中生起了强烈的信仰,便欢喜地将所有的爆谷供养进钵中,并恭敬礼拜,同时发愿道:“愿我也能证得尊者所证之法!”大迦叶尊者随即祝福道:“愿你的愿望圆满成就。”
แต่ทว่า หลังจากที่พระเถระเดินจากไปเพียงไม่นาน เรื่องที่ไม่คาดฝันก็เกิดขึ้น เมื่อมีงูพิษตัวหนึ่งเลื้อยมาฉกนางจนถึงแก่ความตายทันทีในไร่ข้าวสาลีนั้นเอง แต่ด้วยอานุภาพแห่งผลบุญที่นางทำไว้ด้วยจิตที่ผ่องใสก่อนตาย นางได้ไปบังเกิดเป็นเทพธิดาบนสวรรค์ชั้นดาวดึงส์ มีวิมานทองคำที่ประดับประดาด้วยพวงข้าวตอกทองคำระย้าสวยงาม
然而,尊者离开后不久,发生了一件意想不到的事情。一条毒蛇突然窜出来咬了女子一口,导致她当场往生。然而,凭借临终前以清净心布施的功德,她立刻投生为忉利天的天女,拥有一座以金色爆谷装饰的华丽天宫。
เมื่อนางเทพธิดาสำรวจดูบุญของตน ก็พบว่านางได้รับสมบัติมากมายเพียงนี้เพราะบุญจากการถวายข้าวตอกเพียงเล็กน้อย นางจึงไม่อยากประมาทและต้องการสะสมบุญให้มากยิ่งขึ้นเพื่อให้สมบัตินี้คงอยู่ถาวร นางจึงลงมายังโลกมนุษย์ทุกเช้าเพื่อกวาดบริเวณที่พักและจัดเตรียมน้ำใช้ให้กับพระมหากัสสปะโดยไม่ให้ท่านเห็นตัว
当天女检视自己的善业时,发现仅凭供养少许爆谷便获得如此大的福报。她因此不想放逸,渴望积累更多的功德,想让福报长久永驻。于是,她每天清晨都降临人间,在大迦叶尊者察觉不到的情况下,默默为尊者打扫住处并准备生活用水。
จนกระทั่งวันที่สาม พระมหากัสสปะได้ยินเสียงกวาดและเห็นแสงสว่างประหลาด จึงออกมาถามจนรู้ว่าเป็นนางเทพธิดามาคอยปรนนิบัติ ท่านจึงกล่าวเตือนและสั่งห้ามไม่ให้นางมาอีก เพราะท่านต้องการรักษาวินัยและป้องกันไม่ให้ผู้คนในภายหลังนำไปเป็นตัวอย่างที่ผิดว่าพระอรหันต์มีสตรีมาคอยปรนนิบัติใกล้ชิด
到了第三天,大迦叶尊者听到扫地的声音,又见到奇异的光芒,便出来询问才知道原来是天女前来侍奉。尊者随后出言告诫,并禁止她再来,因为他希望严守戒律,也防止后人将其作为错误的范例,误以为阿罗汉可以有女性近身侍奉。
นางเทพธิดาเสียใจมากจนร้องไห้คร่ำครวญในอากาศ ทันใดนั้น พระพุทธเจ้า ได้ทรงแผ่รัศมีไปปรากฏตรงหน้านางและตรัสสอนว่า การสำรวมระวังเป็นหน้าที่ของพระมหากัสสปะ แต่การสั่งสมบุญนั้นเป็นหน้าที่ของผู้ที่ต้องการความสุข เพราะการทำบุญบ่อยๆ จะนำมาซึ่งความสุขทั้งในโลกนี้และโลกหน้า เมื่อจบพระธรรมเทศนา นางเทพธิดาก็ได้บรรลุธรรมเป็นพระโสดาบันในทันที
天女十分伤心,在空中痛哭流涕。就在这时,佛陀散发光芒,显现在其面前开示道:“谨守戒律是大迦叶的职责,而积累功德则是追求安乐者的任务,因为常行善业能带来今生与来世的安乐。”听闻教诲后,天女当下证得了须陀洹果。
ข้อคิด:
启示
แม้หญิงสาวจะถวายเพียงข้าวตอก ซึ่งดูเหมือนสิ่งของเล็กน้อย แต่ด้วยจิตที่เลื่อมใสอย่างยิ่ง ทำให้ได้รับอานิสงส์มหาศาล
心诚则灵:这位女子看似只布施微不足道的爆谷,但凭借虔诚的信仰心,使他获得了无量的功德果报。
การสะสมบุญทีละน้อยแต่ทำบ่อยๆ จะทำให้จิตใจคุ้นเคยกับความดี และนำพาชีวิตไปสู่ความสุขที่สะอาดและยั่งยืน
积少成多:坚持一点一滴地积累善业,能使心安住于善行,引领生命走向清净而长久的安乐。
ความกตัญญูและการไม่ประมาท: เมื่อนางเทพธิดาได้ดีแล้วก็นึกถึงผู้มีพระคุณ และไม่หยุดที่จะสร้างบุญต่อเพื่อให้ผลบุญนั้นมั่นคง
知恩与不放逸:天女获得福报后,依然感念恩人,并继续积累善业以延长福报。
แบบอย่างที่ดี: พระมหากัสสปะยอมทำตามระเบียบวินัยอย่างเคร่งครัดเพื่อเป็นแบบอย่างที่ดีแก่คนรุ่นหลัง แม้ว่าตัวท่านเองจะเป็นพระอรหันต์ที่ไม่มีกิเลสแล้วก็ตาม
树立良好的榜样:大迦叶尊者虽已断尽烦恼,依然严持戒律,为后世弟子树立了良好的典范。
——————————————————-
099 คนชั่วจะยังเห็นว่าบาปเป็นเรื่องดี
99.恶人视恶为善
ณ เมืองสาวัตถี มีมหาเศรษฐีผู้ใจบุญท่านหนึ่งนามว่า “อนาถบิณฑิกเศรษฐี” ท่านเป็นผู้ที่มีศรัทธาในพระพุทธศาสนาอย่างแรงกล้า ถึงขั้นยอมสละทรัพย์จำนวนมหาศาลเพื่อสร้างวัดเชตวันมหาวิหาร และถวายทานแด่พระพุทธเจ้าและเหล่าพระสงฆ์เป็นประจำทุกวันไม่เคยขาด
在舍卫城,有一位名叫给孤独长者的大富翁。他对佛教怀有坚定的信仰,不惜耗费巨资建造祇园精舍,还每天坚持供养佛陀及僧众。
วันหนึ่ง โชคชะตาก็เล่นตลก เมื่อทรัพย์สินที่ท่านมีเริ่มร่อยหรอลงจากการถูกโกงและภัยธรรมชาติที่พัดพาขุมทรัพย์จมหายไปในสายน้ำ จนท่านกลายเป็นคนยากจนลงอย่างมาก ถึงกระนั้น ท่านเศรษฐีก็ยังคงแบ่งปันสิ่งที่พอมีอยู่ แม้จะเป็นเพียงข้าวปลายเกวียนและน้ำผักดองเพื่อถวายทานด้วยจิตใจที่เปี่ยมสุข
有一天,命运跟他开了一个玩笑。由于遭遇欺诈,加上自然灾害导致埋藏的财宝被大水冲走,他的财产开始大幅缩水,最终变得极其贫困。即便如此,长者依然坚持布施,即便仅剩碎米和酸粥,也满怀欢喜地供养。
ในตอนนั้นเอง เทวดาที่สิงสถิตอยู่ซุ้มประตูบ้าน ของท่านเศรษฐี เห็นความลำบากนี้เข้าก็เกิดความสงสารแต่คิดตื้น ๆ จึงปรากฏตัวขึ้นแล้วเตือนท่านเศรษฐีว่า “ท่านเลิกทำบุญเถอะ! ดูสิ ยิ่งทำบุญท่านก็ยิ่งจนลง ไปหาทางสะสมสมบัติให้รวยเหมือนเดิมดีกว่า”
这时,寄宿在他家门楣上的一位天人,看到长者的困境后心生怜悯,但想法却有些短浅。天人现身劝告长者说:“您就停止布施吧!您越布施越贫穷。不如想办法积攒财富,恢复往日的富有!”
ท่านเศรษฐีได้ฟังดังนั้น แทนที่จะคล้อยตาม กลับขับไล่เทวดาตนนั้นออกจากบ้านไปทันที เพราะท่านเชื่อมั่นในความดีมากกว่าทรัพย์สินเงินทอง เทวดาที่กลายเป็นผู้ไร้ที่พากเพียรพยายามไปขอความช่วยเหลือจากเทพผู้ใหญ่ จนถึงท้าวสักกะ ซึ่งแนะนำว่า “หากอยากให้ท่านเศรษฐียกโทษให้ เจ้าต้องไปนำทรัพย์สินที่ถูกโกงและจมน้ำหายไปกลับคืนมาให้ท่าน”
长者听后非但没有听从,反而立即将那位天人赶出家门,因为他深信行善的价值远胜于金钱。那位失去了居所的天人辗转求助,一直求到了帝释天那里。帝释天指点道:“若想得到长者的原谅,你应该将他被欺骗和冲走的财富找回来物归原主。”
เทวดาจึงใช้ฤทธิ์เดชรวบรวมทรัพย์สินทั้งหมดกลับมาคืนให้ท่านเศรษฐีจนเต็มห้อง และพาเข้าเฝ้าพระพุทธเจ้าเพื่อขอขมา ในวันนั้นเอง พระพุทธเจ้าได้ทรงให้บทเรียนที่ลึกซึ้งว่า:
于是,天人施展神力将所有失散的财富全部找回来,堆满了长者的房间,并带他去拜见佛陀请求宽恕。那一天,佛陀借此机缘开示了一个深刻的道理:
“ในโลกนี้ เมื่อบาปยังไม่ให้ผล คนชั่วอาจจะยังเห็นว่าบาปเป็นเรื่องดีและมีความสุขอยู่ได้ แต่เมื่อใดที่บาปให้ผล เขาจะรู้ซึ้งถึงความทุกข์ ในทางกลับกัน เมื่อความดียังไม่ส่งผล คนดีอาจจะต้องเผชิญความลำบากจนดูเหมือนว่าทำดีไม่ได้ดี แต่เมื่อถึงเวลาที่บุญกุศลผลิดอกออกผล เขาจะได้รับความสุขและความเจริญอย่างแน่นอน”
“在此世间,当恶业尚未成熟时,恶人或许会觉得作恶是好事,依然能享受快乐;然而一旦恶业成熟,他必将深刻体会到痛苦。反之,当善业尚未成熟时,善人或许会遭遇困苦,仿佛行善未得善报;但当善业成熟时,他必将获得安乐与繁荣。”
ข้อคิด:
启示
อย่าเพิ่งท้อในการทำดี: แม้บางครั้งเราจะทำดีแล้วยังเจอเรื่องร้าย ๆ นั่นอาจเป็นผลจากกรรมเก่าในอดีตที่กำลังส่งผลอยู่
行善莫灰心:有时我们行善却仍遭遇不幸,这可能是过去世的旧业正在显现果报。
อย่าประมาทเมื่อได้ดีจากการทำชั่ว: คนที่ทำไม่ดีแล้วยังรวยหรือมีความสุข เป็นเพราะบุญเก่าเขายังไม่หมด แต่เมื่อบาปตามทันความทุกข์จะตามมาแน่นอน
勿因作恶得势而心存侥幸:那些作恶却依然富贵或享乐的人,是因过去的福报还未享尽。一旦恶业追赶上来,痛苦必将随之而来。
จิตที่ประณีตสำคัญที่สุด: ทานที่ยิ่งใหญ่ไม่ได้วัดที่มูลค่าของของที่ให้ แต่วัดที่ความตั้งใจและศรัทธาของผู้ให้
纯净的心最为重要:大布施并非取决于物品价值的高低,而是取决于布施者内心的发心与虔诚。
——————————————————-
100 ไม่ควรดูหมิ่นบาป
100.莫轻视小恶
ณ วัดเชตวันมหาวิหาร มีพระภิกษุรูปหนึ่งผู้มีนิสัยชอบปล่อยปละละเลยท่านมักจะนำสิ่งของเครื่องใช้ เช่น เตียงหรือที่นั่ง ออกไปใช้นอกห้องแล้วก็ทิ้งไว้ตรงนั้น ไม่เก็บเข้าที่ให้เรียบร้อย เมื่อเพื่อนพระภิกษุด้วยกันเข้ามาตักเตือนว่าของจะเสียหายจากแดด ฝน หรือปลวกเอาได้ ท่านกลับตอบหน้าตาเฉยว่า “โธ่… เรื่องเล็กน้อยน่า ของพวกนี้ไม่มีจิตวิญญาณ ไม่ได้สวยงามอะไรเสียหน่อย” แล้วท่านก็ยังทำนิสัยเดิมซ้ำ ๆ อยู่เสมอ
在祇园精舍,有一位比丘养成了粗心大意的习惯,常常将床铺或坐具等物品拿到室外使用后,就随意丢在原地,不收拾归位。同修比丘们劝诫他说日晒雨淋或白蚁会损坏物品,他却满不在乎地说:“小事一桩!这些东西又没有生命,也算不上多精美。”然后依然故我,屡教不改。
เรื่องนี้ทราบไปถึงพระพุทธเจ้า พระองค์จึงตรัสสอนว่า “ภิกษุทั้งหลาย ไม่ควรดูหมิ่นบาปว่าเล็กน้อย” แล้วทรงเล่าเรื่องเพื่อเป็นอุทาหรณ์ให้ฟังว่า…
此事传到了佛陀耳中,佛陀便教导道:“诸比丘,切勿轻视微小的恶行。”接着,佛陀讲述了一个过去世的故事作为警示:
ย้อนกลับไปในอดีต มีพระภิกษุรูปหนึ่งชื่อว่า “เอรปัต” วันหนึ่งท่านนั่งเรือไปตามลำน้ำ แล้วเผลอเอามือไปจับตะไคร่น้ำจนมันขาดติดมือมา ท่านมองว่าเป็นเรื่องเล็กน้อยจึงไม่ได้อาบัติ แต่เมื่อถึงเวลาใกล้ตาย ความผิดเล็ก ๆ นั้นกลับตามมาหลอกหลอน ท่านรู้สึกเหมือนมีใบตะไคร่น้ำมาพันคอจนเกิดความเดือดร้อนใจ ตายไปขณะจิตไม่สงบ จึงต้องไปเกิดเป็น พญานาค ซึ่งเป็นกำเนิดสัตว์เดรัจฉานเพียงเพราะความประมาทในเรื่องที่คิดว่าเล็กน้อยนั่นเอง
在过去世,有一位名叫伊罗钵的比丘。有一天,他乘船顺流而下,不小心用手扯断了一些河里的苔藓。他觉得这只是一件小事,便没有为此忏悔。然而,在他临终前,这个微小的过失却萦绕心头,总感觉有苔藓缠绕在脖子上,内心极度焦躁不安,最终在心神不宁中死去。仅仅因为对这件自以为微不足道的小事一时的轻忽,他死后便堕入畜生道,转生为海龙。
พระพุทธเจ้าทรงเปรียบเทียบให้เห็นภาพชัดเจนว่า “หม้อน้ำที่เปิดฝาทิ้งไว้กลางแจ้ง แม้น้ำจะหยดลงมาทีละหยาด แต่นานเข้าหม้อนั้นก็เต็มได้ฉันใด คนพานที่สั่งสมบาปทีละน้อย ๆ บาปนั้นก็ย่อมเต็มตัวได้ฉันนั้น”
为了让弟子们能更直观地理解,佛陀做了一个生动的比喻:“一个敞开口放在户外的水罐,即使水只是一滴一滴的落下,久而久之也会盈满水罐。同样地,愚痴者若不断积累微小的罪恶,罪恶也终将布满其身。”
นอกจากนี้ยังทรงย้ำว่า บาปเล็กน้อยก็คือบาป เหมือนกับอุจจาระหรือน้ำเลือดน้ำหนอง แม้จะมีเพียงนิดเดียวก็ยังมีกลิ่นเหม็นและสกปรก หรือเปรียบได้กับโรคภัยไข้เจ็บที่เริ่มจากอาการเล็ก ๆ ถ้าเราไม่รีบรักษา มันก็อาจลุกลามจนกลายเป็นเรื่องใหญ่ที่รักษาไม่ได้หรือถึงแก่ชีวิตในที่สุด
佛陀还强调,微小的罪恶也是罪恶。这就好比粪便或脓血,即便只是一点点,也依然是恶臭且肮脏的。或者像疾病一样,起初只是轻症,但若不及时治疗,可能会恶化成无法治愈甚至危及生命的重病。
ข้อคิด:
启示
อย่าดูถูกความชั่วเล็กน้อย: เพราะความชั่วที่สะสมไปเรื่อย ๆ จะกลายเป็นกองบาปที่ใหญ่โตได้ เหมือนหยดน้ำที่รวมกันจนเต็มหม้อ
莫轻视小恶:因为恶行日积月累,终将堆积如山,如同点滴之水也能盈满水罐。
ความประมาทนำไปสู่หายนะ: การมองข้ามความผิดเล็ก ๆ อาจทำให้จิตใจมัวหมองในวาระสุดท้าย เหมือนพระที่กลายเป็นพญานาคเพราะแค่ทำใบตะไคร่น้ำขาด
放逸招致苦果:忽视微小的过失,会导致心在临终时变得浑浊,就像那位因扯断苔藓而投生为龙王的比丘一样。
การป้องกันดีกว่าการแก้ไข: ควรมีสติระวังเรื่องเล็กน้อยและรีบแก้ไขก่อนจะบานปลาย เหมือนคนตาดีที่คอยหลบหลีกทางที่มีหนาม
防微杜渐:应该时刻保持正念,警惕微小的事情,并在事态扩大前及时改正,就像视力良好的人会主动避开布满荆棘的道路一样。
——————————————————-
101 ไม่ควรดูหมิ่นบุญ
101. 莫轻视小善
ณ เมืองสาวัตถี มีอุบาสกผู้เป็นบัณฑิตคนหนึ่งได้ฟังพระธรรมเทศนาของพระพุทธเจ้าเกี่ยวกับเรื่องการให้ทาน เขาจึงเกิดความเลื่อมใสและอยากทำบุญใหญ่ที่ได้ทั้งทรัพย์สมบัติและบริวารสมบัติในอนาคต เขาจึงกราบทูลอาราธนาพระพุทธเจ้าพร้อมด้วยเหล่าภิกษุสงฆ์ไปฉันภัตตาหารที่บ้านในวันรุ่งขึ้น
在舍卫城,有一位智者优婆塞在听闻佛陀关于布施的开示后心生信仰,希望做大布施,以获得来世的财富与眷属。于是,他恭请佛陀及僧众次日到家中应供。
จากนั้น บัณฑิตผู้นี้ได้เดินไปตามหมู่บ้านเพื่อชักชวนชาวเมืองให้มาร่วมทำบุญตามกำลังศรัทธา ใครมีข้าวสาร น้ำมัน หรือของกินอะไรก็นำมารวมกันเพื่อปรุงอาหารถวายพระ จนกระทั่งเขาเดินมาถึงร้านของเศรษฐีคนหนึ่ง เมื่อเศรษฐีเห็นบัณฑิตมาชักชวนบุญเช่นนั้นก็รู้สึกไม่พอใจ คิดในใจว่า “ทำไมคนนี้ไม่นิมนต์พระเท่าที่ตัวเองไหว ทำไมต้องเที่ยวมาชักชวนคนอื่นให้วุ่นวาย”
随后,这位智者到各个村庄去劝请民众根据自身的信仰和能力一起行善。无论是有大米、油或其他食物,都可以汇集起来共同烹煮供养僧众。当他走到一位富翁的店铺邀请随喜时,富翁心生不悦,暗想:“这个人为何不按自己的能力供养,非要四处邀请给别人添麻烦呢?”
ด้วยความตระหนี่และขัดไม่ได้ เศรษฐีจึงยอมให้ของไปเพียงเล็กน้อยอย่างละนิดอย่างละหน่อย โดยใช้เพียงสามนิ้วหยิบข้าวสารส่งให้ และหยอดน้ำมันเพียง 2-3 หยดลงในหม้อ จนผู้คนพากันตั้งฉายาให้เขาว่า “พิละปาทกะ” หรือเศรษฐีตีนแมว เพราะให้ของเบาและน้อยมาก
由于吝啬,又不好当面拒绝,富翁只给了一点东西。他用三根手指捏了一点点米,又往油壶里滴了两三滴油。因此,人们给他起了一个绰号叫“猫脚富翁”,意指施舍之物微乎其微。
บัณฑิตผู้มีปัญญาเห็นเช่นนั้นจึงแยกของที่เศรษฐีให้ไว้ต่างหาก เพื่อนำไปผสมลงในภาชนะอาหารทุก ๆ ใบ พร้อมกับตั้งจิตอธิษฐานว่า “ขอให้ผลบุญอันยิ่งใหญ่จงมีแก่เศรษฐีท่านนี้เถิด” ฝ่ายเศรษฐีที่แอบส่งคนใช้มาดูเพราะระแวงว่าจะถูกนำไปประจาน เมื่อทราบเรื่องก็ยังไม่วางใจ วันรุ่งขึ้นเขาจึงพกกริชซ่อนไว้ในเสื้อ ตั้งใจว่าถ้าบัณฑิตพูดจาดูถูกเขาต่อหน้าฝูงชน เขาจะฆ่าบัณฑิตเสีย
那位智者见此情形,便将富翁所施之物单独放置,然后将其放入每一道菜中,同时发愿道:“愿富翁也能获得无量的功德果报。”而那位富翁因为多疑,担心自己被当众羞辱,便偷偷派仆人前去打探。当得知事情的真相后,他依然不放心。第二天,他甚至将一把匕首藏在衣服里,心想如果智者在众人面前讥讽他,他就要杀了智者。
แต่ในพิธีถวายทาน บัณฑิตกลับประกาศว่า “ข้าแต่พระองค์ผู้เจริญ ข้าพระองค์ได้ชักชวนมหาชนร่วมบุญในครั้งนี้ ทุกคนต่างให้ของมากบ้างน้อยบ้างตามกำลัง ขอผลบุญอันไพศาลจงมีแก่ทุกคนด้วยเถิด”
然而,在供僧仪式上,智者却当众宣布:“尊敬的世尊!我号召大众共同参与了此次善举。每个人都根据自己的能力或多或少地布施了。愿每一位参与者都能获得无量的功德。”
เมื่อเศรษฐีได้ยินคำประกาศที่เปี่ยมด้วยความเมตตาเช่นนั้น ก็เกิดความซาบซึ้งและสำนึกผิดทันที เขาหมอบลงแทบเท้าบัณฑิตและขอขมาในสิ่งที่ตนทำลงไป
当富翁听到这番慈悲的话时,顿时感动不已,心生惭愧。他当即扑倒在智者的脚下,请求智者原谅自己的过错。
เมื่อพระพุทธเจ้าทรงทราบเรื่อง จึงได้ตรัสสอนว่า “ไม่ควรดูหมิ่นบุญว่าเล็กน้อย เพราะบุญนั้นจะค่อยๆ สั่งสมจนเต็มเปี่ยมได้ เหมือนหม้อน้ำที่ตั้งไว้กลางแจ้ง ย่อมเต็มด้วยหยาดน้ำที่ตกลงมาทีละหยาดฉันใด ผู้มีปัญญาที่หมั่นสั่งสมบุญทีละน้อย ย่อมเต็มเปี่ยมด้วยบุญฉันนั้น”
佛陀知晓此事后,便开示道:“切勿轻视微小的善业,因为微小的善业也可以慢慢积累直至圆满。好比一个放在户外的水缸,水一点一滴地落下,终究会水满盈缸。同样的,有智慧的人若勤于积累微小的善业,最终也必将功德圆满。”
ข้อคิด:
启示
อย่าดูถูกบุญเล็กน้อย: ความดีแม้เพียงเล็กน้อยที่เราทำบ่อยๆ จะสะสมกลายเป็นบุญกุศลที่ยิ่งใหญ่ได้ในที่สุด เหมือนการเก็บดอกไม้ทีละดอกจนเต็มตะกร้า
莫轻视小善:即使是微不足道的善行,若能持之以恒修持,终将功德圆满,就像一朵一朵地采摘花朵,最终也能装满整个篮子。
การสะสมบุญคือความสุข: การสั่งสมทรัพย์อาจมีทั้งคุณและโทษ แต่การสั่งสมบุญมีแต่คุณเพียงอย่างเดียว เพราะบุญจะคอยพิทักษ์รักษาเราให้ปลอดภัยและมีความสุขทั้งในโลกนี้และโลกหน้า
积累善业即是安乐:积累财富可能有得有失,但积累善业却百利而无一害,因为它能护佑我们,让我们在今生和来世皆安乐。
ความดีทำได้ทุกที่ทุกเวลา: การทำบุญไม่ได้หมายถึงการจ่ายเงินเสมอไป (จาก 10 วิธี มีเพียงวิธีเดียวที่ใช้ทรัพย์) แต่รวมถึงการรักษาศีล การภาวนา การอ่อนน้อมถ่อมตน หรือแม้แต่การพลอยยินดีในความดีของผู้อื่น
随时随地皆可行善:行善并不意味着必须要花钱(在十善业中,仅有一种需要用到钱),还包括持戒、禅修、谦逊待人乃至随喜他人的善行。
——————————————————-
102 ควรเว้นจากบาป เหมือนพ่อค้าที่หลีกเลี่ยงเส้นทางที่มีโจรภัย
102.应远离罪恶如商贾避开险道
ในสมัยพุทธกาล ณ เมืองสาวัตถี มีมหาเศรษฐีพ่อค้าผู้หนึ่งที่มีทรัพย์สมบัติมากมายมหาศาล วันหนึ่งเขาเตรียมขบวนเกวียนกว่าร้อยเล่มเพื่อเดินทางไปค้าขายยังต่างเมือง ด้วยความเป็นคนมีศรัทธาในพระธรรม เขาจึงได้นิมนต์พระภิกษุจำนวนหลายร้อยรูปเดินทางไปด้วยกัน เพื่อที่พระคุณเจ้าจะได้ไม่ต้องลำบากเรื่องอาหารการกินระหว่างทาง
在佛陀时代,舍卫城有一位家财万贯的大富商。有一天,他组织了一支百余辆牛车的商队,准备前往外地经商。由于他虔诚信仰佛法,便邀请数百位比丘同行,这样僧众沿途就不必为饮食而操劳。
แต่ทว่า… ข่าวการเดินทางของเศรษฐีผู้มั่งคั่งนี้ได้ยินไปถึงหูของพวกโจร พวกโจรซุ่มรอดักปล้นขบวนเกวียนอยู่ที่ปากดงหวังจะชิงทรัพย์สินทั้งหมด ในขณะที่เศรษฐีหยุดพักที่หมู่บ้านก่อนเข้าป่า มีชาวบ้านใจดีคนหนึ่งที่ล่วงรู้แผนการของโจรได้รีบมาเตือนเศรษฐีว่า “อย่าเดินทางต่อเลย ท่านกำลังตกอยู่ในอันตราย!”
然而,这位富商出行的消息传到了盗贼耳中。盗贼们埋伏在森林入口处,企图劫掠所有的财物。当商队在进入森林前的一处村庄歇息时,一位善良的村民得知了盗贼的计划,便急忙赶来提醒富商:“千万不要再往前走了,否则您将身处险境!”
พ่อค้าผู้ชาญฉลาดเมื่อรู้เช่นนั้นจึงตัดสินใจหยุดรอ ไม่ยอมนำชีวิตและทรัพย์สินไปเสี่ยงในเส้นทางที่มีภัย แม้พวกโจรจะพยายามย้ายที่ดักซุ่มไปดักอีกทางหนึ่ง แต่ด้วยความกรุณาของชาวบ้านคนเดิมที่มาเตือนซ้ำ ทำให้พ่อค้าตัดสินใจประกาศแก่พระภิกษุทั้งหลายว่า “ข้าพเจ้าคงไม่เดินทางต่อแล้ว เพราะมีโจรดักปล้นอยู่ ท่านรูปใดจะอยู่ต่อหรือจะกลับเมืองสาวัตถีก็ตามแต่ประสงค์เถิด”
这位聪慧的富商得知后,当即决定停止前行,不能拿生命和财产去冒险。尽管盗贼们再次转移埋伏的地点,但多亏了那位善良的村民再次赶来示警。最后,富商向同行的僧众宣布:“我决定不再前行,因为前方有盗贼拦路。诸位尊者是留在此处,还是返回舍卫城请自行定夺。”
เมื่อเหล่าภิกษุเดินทางกลับถึงวัดเชตวันและกราบทูลเรื่องนี้ให้พระพุทธเจ้าทรงทราบ พระองค์จึงทรงตรัสสอนเป็นคติธรรมที่สำคัญว่า:
当僧众返回祇园精舍将此事禀告佛陀后,佛陀借此机缘开示道:
“คนเราควรเว้นจากบาป เหมือนพ่อค้าผู้รักในทรัพย์ที่หลีกเลี่ยงเส้นทางที่มีภัย และเหมือนบุคคลผู้รักในชีวิตที่หลีกเลี่ยงยาพิษ”
“人们应当远离罪恶,如同爱惜财物的商贾避开危险一样,亦像爱惜生命的人远离毒药一样。”
ข้อคิด:
启示
เห็นโทษของบาป: ให้มองว่าบาปคือสิ่งที่ทำให้เราตกต่ำลง ทั้งในโลกนี้และโลกหน้า เปรียบเหมือนเชื้อโรคที่ต้องป้องกันไม่ให้เข้าสู่ร่างกาย
正视罪恶的过患:应将罪恶视为令我们在今生和来世堕落的根源,如同需要防范病毒入侵身体一样。
นึกถึงเกียรติของตนเอง: เราเกิดมาเป็นมนุษย์ ได้รับการศึกษาที่ดี มีอายุที่จำกัด ไม่ควรปล่อยให้บาปลากเราลงไปสู่ทางที่ต่ำจนเสียความภูมิใจในตัวเอง
诊视自身的尊严:我们有幸生而为人,受过良好的教育,而且生命时光有限,不应让罪恶将我们拖入低劣的境地,从而丧失尊严。
นึกถึงคนที่เรารัก : หากเราทำชั่ว พ่อแม่ ครูอาจารย์ และมิตรแท้จะเสียใจเพียงใด โดยเฉพาะพ่อแม่ที่หวังจะชื่นชมความดีของลูก แต่ต้องมาปวดร้าวใจเพราะการกระทำที่ผิดพลาดของเรา
感念所爱的人:试想如果我们行恶,父母、师长和挚友会有多伤心。尤其是父母原本期望以子女的善行为荣,结果却为我们的过失而痛心疾首。
ยึดถือความถูกต้อง : ทำตามคำสอนของพระพุทธเจ้าและบัณฑิต เพื่อทำจิตใจให้สะอาดบริสุทธิ์ ปราศจากความเศร้าหมอง
坚守正道:遵循佛陀与智者的教诲,净化心灵,远离污秽。
——————————————————-
103 มือไม่มีแผล ยาพิษก็ทำอะไรไม่ได้
103.毒不侵无伤之手
ณ เมืองราชคฤห์ มีธิดาสาวสวยของเศรษฐีผู้หนึ่ง เธอถูกเลี้ยงดูอย่างทะนุถนอมอยู่บนปราสาทชั้นที่ 7 วันหนึ่งขณะที่เธอมองลงมาที่ถนน เธอได้สบตากับนายพรานหนุ่มคนหนึ่ง ด้วยแรงแห่งบุพเพสันนิวาสในอดีตชาติ ทำให้เธอตกหลุมรักเขาในทันที
在王舍城,有一位貌美如花的富家千金,被精心呵护在七层宫殿里。有一天,当她俯瞰街道时与一位年轻的猎人四目相对。因宿世的因缘,她对猎人一见倾心。
เธอจึงตัดสินใจแอบหนีออกจากปราสาท นุ่งผ้าเก่าๆ ถือหม้อน้ำแกล้งทำเป็นไปตักน้ำ แล้วเดินตามเกวียนของนายพรานไป จนกระทั่งได้ไปใช้ชีวิตเป็นภรรยาของเขาในป่า และมีลูกชายด้วยกันถึง 7 คน
于是,她决定偷偷离开宫殿,换上破旧的衣服,手里提着水罐假装去打水,然后悄悄尾随猎人的牛车进入了森林中,成为了对方的妻子,并先后生下了七个儿子。
อยู่มาวันหนึ่ง พระพุทธเจ้าทรงเล็งเห็นว่าครอบครัวของนายพรานนี้มีอุปนิสัยที่จะบรรลุธรรมได้ จึงเสด็จไปโปรด นายพรานเห็นพระพุทธเจ้านั่งอยู่ที่โคนไม้ ใกล้กับกับดักที่เขาดักสัตว์ไว้แต่ไม่มีสัตว์ติดเลยสักตัว เขาโกรธมากเพราะคิดว่าสมณะรูปนี้มาปล่อยสัตว์ของตน จึงโก่งธนูหมายจะยิงพระพุทธเจ้า
有一天,佛陀预知猎人一家具足证法的机缘,便亲自前去度化他们。猎人见佛陀坐在一棵树下,而他在附近布置的陷阱连一只动物都没抓到。他非常生气,以为是佛陀放走了猎物,便拉弓搭箭企图射杀佛陀。
แต่ด้วยพุทธานุภาพ พระองค์ทรงทำให้นายพราน “ตัวแข็งค้าง” อยู่ในท่าโก่งธนูนั้น ยิงก็ไม่ได้ จะลดธนูลงก็ไม่ได้
但佛陀凭借神通力,让猎人瞬间全身僵硬,保持拉弓的姿势动弹不得,既射不出箭,也放不下弓。
ต่อมาพวกลูกชายตามมาเห็นก็คิดจะยิงพระพุทธเจ้าเช่นกัน แต่ก็ถูกทำให้ตัวแข็งค้างไปตามๆ กัน เมื่อภรรยาของนายพรานตามมาถึง เธอรีบร้องห้ามว่า “อย่าทำร้ายบิดาของเราเลย” (ซึ่งเธอหมายถึงพระพุทธเจ้าที่เป็นบิดาทั้งทางธรรมและตามความเคารพ) เมื่อทุกคนได้สติและเห็นถึงความเมตตาของพระองค์ พระพุทธเจ้าจึงทรงคลายฤทธิ์ ทั้งหมดจึงเข้ามากราบขอขมาและฟังธรรม จนได้บรรลุเป็น “พระโสดาบัน” ทั้งครอบครัว
随后,猎人的儿子们相继赶来,看到这一幕也试图射杀佛陀,结果也全部被定住。最后,猎人的妻子急忙赶来喊道:“不要伤害我们的父亲!”(她口中的父亲指的是佛法之父——佛陀)当众人回过神来,感受到佛陀的慈悲后,佛陀便解除了神通。一家人纷纷上前顶礼忏悔并听闻佛法,最终全家人都证得了须陀洹果。
เรื่องนี้กลายเป็นที่ถกเถียงในหมู่ภิกษุว่า “ภรรยาของนายพรานที่เป็นพระโสดาบัน ทำไมยังหยิบอาวุธให้นายพรานไปฆ่าสัตว์อยู่ทุกวัน?” พระพุทธเจ้าจึงทรงเฉลยด้วยอุปมาที่คมคายว่า:
后来,这件事成为了比丘们讨论的话题:“既然猎人的妻子已经证得初果,为何每天还会把弓箭递给丈夫去猎杀动物呢?”佛陀用了一个极为深刻的比喻为大家解惑:
“หากฝ่ามือของเราไม่มีแผล เราย่อมสามารถถือยาพิษไว้ได้โดยยาพิษนั้นจะไม่ซึมเข้าสู่ร่างกายฉันใด บาปย่อมไม่มีแก่ผู้ที่ไม่มีเจตนาทำบาปฉันนั้น”
“如果我们的手掌没有伤口,即使手持毒药,毒也不会渗入体内。同样的道理,心无恶念、毫无造业动机的人,便不会沾染恶业。”
นางหยิบอาวุธให้สามีเพราะทำตามหน้าที่ของภรรยา แต่ในใจของนาง “ไม่มีเจตนา” จะให้เขาไปฆ่าสัตว์หรือยินดีในการฆ่านั้นเลย เมื่อใจไม่มี “แผล” คือกิเลสหรือเจตนาชั่วร้าย บาปนั้นก็ไม่สามารถแปดเปื้อนใจของนางได้ครับ
她为丈夫递弓箭是尽妻子的本分,但她的心中没有要丈夫去杀生或随喜杀生的动机。当心中没有“伤口”,即没有烦恼或邪恶的意图,那么罪恶也就无法玷污她的心。
ข้อคิด:
启示
เจตนาคือตัวตัดสิน: การกระทำสิ่งใดก็ตาม บาปจะเกิดขึ้นหรือไม่ขึ้นอยู่กับ “เจตนา” เป็นสำคัญ หากเราทำหน้าที่ด้วยความบริสุทธิ์ใจ โดยไม่มีเจตนาเบียดเบียนใคร บาปนั้นก็เข้าไม่ถึงใจเรา
动机是决定善恶的关键:任何行为是否有罪,关键在于动机。如果我们以清净心履行职责,无伤害他人的意图,罪恶就无法入侵我们的内心。
ใจที่มั่นคงย่อมปลอดภัย: เมื่อเราฝึกจิตใจให้สะอาดและมั่นคง อารมณ์ภายนอกหรือสิ่งเลวร้ายรอบข้างก็เปรียบเหมือนยาพิษที่ไม่อาจซึมเข้าสู่มือที่ไม่มีแผลได้
内心坚定则安然无恙:当我们训练出一颗清净且坚定的心时,外界的诱惑或周遭的恶缘就无法伤害到我们,如同毒药无法渗入完好无损的手一样。
วาสนาจากอดีต: บางครั้งชีวิตเราที่ต้องไปตกอยู่ในสภาพแวดล้อมต่าง ๆ ก็มีผลมาจากกรรมเก่าในอดีต เช่นเดียวกับนางธิดาเศรษฐีที่ต้องไปเป็นเมียนายพรานเพราะเคยทำบุญร่วมกันมา
宿世的因缘:有时我们不得不置身于某种特定的环境,这往往源于过去的业报,就像那位富家千金因过去世共同行善积德的善缘而成为猎人的妻子。
——————————————————-
104 คิดทำร้ายคนอื่น แต่ตนเองกลับได้รับผลร้ายนั้นเอง
104. 害人终害己
มีนายพรานคนหนึ่งชื่อว่า “โกกะ” เขาเป็นคนใจบาปและมักมองโลกในแง่ร้าย เช้าวันหนึ่งขณะที่เขาพาสุนัขคู่ใจออกไปล่าสัตว์ตามปกติ เขาได้สวนทางกับพระเถระรูปหนึ่งที่กำลังออกบิณฑบาต แทนที่นายพรานจะเลื่อมใส เขากลับสบถในใจว่า “ช่างเป็นกาลกิณีเสียจริง! วันนี้คงล่าสัตว์ไม่ได้อะไรแน่ๆ”
有一位名叫拘迦的猎人,生性凶残且愤世嫉俗。一天早晨,他像往常一样带着心爱的猎犬外出打猎,途中遇见一位正在托钵的长老。猎人非但没有生起敬意,反而在心里咒骂道:“真是晦气!今天肯定什么猎物都打不到了。”
และก็เป็นจริงอย่างที่เขาคิด ตลอดทั้งวันนั้นพรานโกกะล่าสัตว์ไม่ได้เลยแม้แต่ตัวเดียว ขากลับเขาเดินมาพบพระเถระรูปเดิมอีกครั้ง ความโกรธแค้นที่สั่งสมมาทั้งวันก็ระเบิดออก เขาปักใจเชื่อว่าเป็นเพราะ “พระหัวโล้น” รูปนี้ที่ทำให้เขาดวงตก เขาจึงตัดสินใจสั่งให้ฝูงสุนัขที่ดุร้ายรุมกัดพระเถระทันที!
果不其然,他一整天一无所获。回程时他又遇见了那位长老,积攒了一天的怒火瞬间爆发,他认定是这位出家人害他运气不佳,于是命令凶猛的猎犬扑上去撕咬长老。
พระเถระพยายามอ้อนวอนขอชีวิตแต่ไม่เป็นผล ท่านจึงรีบปีนขึ้นไปบนต้นไม้สูง พรานโกกะไม่ยอมเลิกรา เขาใช้ปลายลูกศรแทงที่ฝ่าเท้าของพระเถระอย่างทารุณ ท่านต้องคอยยกเท้าหนีสลับไปมาด้วยความเจ็บปวดแสนสาหัส จนในที่สุด จีวรของท่านได้หลุดลอยลงมาคลุมร่างของพรานโกกะที่อยู่โคนต้นไม้พอดี
长老苦苦哀求却无济于事,只好爬上一棵大树。拘迦不肯罢休,竟用箭头残忍地刺穿长老的脚掌。长老疼痛难忍,不得不交替抬起双脚躲避箭头。就在这时,长老的袈裟不慎滑落,恰好罩在树下的猎人身上。
พวกสุนัขที่เฝ้าอยู่ข้างล่างเห็นเงาร่างใต้จีวรตกมา ก็เข้าใจผิดว่าเป็นพระเถระ จึงรุมกันเข้าขย้ำและกัดกินจนเหลือแต่กระดูก โดยที่พวกมันไม่รู้เลยว่านั่นคือเจ้านายของตัวเอง
守在树下的猎犬看到袈裟下的身影误以为是长老,便疯狂撕咬,最终将猎人啃得只剩下一堆白骨。它浑然不知,咬死的竟是自己的主人。
พระพุทธเจ้าได้ทรงเล่าอดีตชาติของพรานคนนี้ว่า เขาเคยเกิดเป็นหมอที่พยายามจะหลอกให้งูกัดเด็กเพื่อที่ตนจะได้รักษาและเรียกเอาเงิน แต่สุดท้ายงูกลับหวนมาฉกตัวเขาเองจนตาย ซึ่งเป็นบทเรียนว่า การประทุษร้ายผู้บริสุทธิ์ ผลร้ายนั้นย่อมย้อนกลับมาหาตัวเองเสมอ
佛陀向众比丘揭示了这位猎人的前世因果:他在过去世曾经是一名贪婪的医生,为了赚钱竟然企图诱骗毒蛇去咬一个小孩,以便自己能出面医治来索取暴利,结果反而被毒蛇咬死。这是一个深刻的教训:残害无辜善良之人,恶果终究会反噬自己。
ข้อคิด:
启示
การทำร้ายผู้ที่บริสุทธิ์หรือผู้ที่ไม่ได้ทำความผิดเปรียบเสมือน “การปาฝุ่นทวนลม” ฝุ่นนั้นจะไม่ไปถึงเป้าหมาย แต่จะหวนกลับมาเข้าตาและทำให้ผู้ปาได้รับความเดือดร้อนเอง
害人终害己:迫害无辜或无罪之人,就如同逆风撒尘,尘土不会飞向目标,反而会随风飘回,迷失自己的眼睛,让撒尘者自食其果。
ต้นเหตุของความทุกข์: ความเห็นแก่ตัวและการขาดธรรมะในใจ ทำให้มนุษย์มองเห็นแต่ประโยชน์ส่วนตัวจนกล้าทำลายผู้อื่น ซึ่งสุดท้ายความพินาศจะตกอยู่กับทั้งสองฝ่าย
痛苦的根源:自私自利以及心中缺乏正法,会使人变得唯利是图,甚至不惜去残害他人,而最终的结果往往会导致两败俱伤。
การฝึกจิตคือทางออก: ความเจริญทางวัตถุไม่ได้ช่วยลดความเห็นแก่ตัวลง มีเพียงการหมั่นฝึกฝนและขัดเกลาจิตใจให้สะอาดเท่านั้นที่จะช่วยให้โลกนี้น่าอยู่และพ้นจากความทุกข์ได้
修习心才是出路:物质文明的繁荣并不能减少人类的自私与贪婪。唯有不断修习净化自己的心,才能让世界变得更加美好,并帮助我们脱离苦海。
——————————————————-
105 ความผิดของวัฏฏสงสาร
105. 轮回的过患
มีพระเถระรูปหนึ่งชื่อว่า พระติสสะ ท่านเป็นผู้เคร่งครัดในธรรมและมีเมตตามาก ท่านมักจะไปฉันภัตตาหารที่บ้านของนายช่างเจียระไนแก้วเป็นประจำยาวนานถึง 12 ปี จนดูเหมือนเป็นคนในครอบครัวเดียวกัน
有一位长老名叫提舍,他严格持守戒律,心怀慈悲,常到一位宝石匠的家中应供,长达十二年之久,彼此关系亲如家人。
วันหนึ่ง ขณะที่นายช่างแก้วกำลังหั่นเนื้ออยู่ พระราชาได้ให้คนส่ง แก้วมณี ล้ำค่าดวงหนึ่งมาให้เขาเจียระไน นายช่างที่มือยังเปื้อนเลือดได้หยิบแก้วมณีนั้นวางไว้บนเขียง แล้วเข้าไปล้างมือในเรือน ในตอนนั้นเอง นกกระเรียน ที่นายช่างเลี้ยงไว้เห็นแก้วมณีเปื้อนเลือด ก็เข้าใจว่าเป็นก้อนเนื้อ จึงกลืนลงท้องไปทันที! โดยมีพระติสสะเห็นเหตุการณ์ทั้งหมดอยู่เงียบๆ
有一天,正当宝石匠在切肉时,国王派人送来一颗珍贵的宝石让他加工。匠人用沾有血的手接过宝石,顺手放在砧板上,便进屋洗手去了。这时,匠人养的一只鹤见沾着血的宝石,误以为是一块肉便一口吞了下去。这一切,提舍长老都静静地看在眼里。
เมื่อนายช่างกลับมาแล้วหาแก้วไม่เจอ เขาโกรธมากและสงสัยว่าพระติสสะเป็นคนเอาไป แม้ภรรยาจะห้ามอย่างไรเขาก็ไม่ฟัง เขาใช้เชือกพันศีรษะพระเถระแล้วขันให้แน่นจนเลือดไหลออกทั้งตา หู และจมูก เพื่อจะบีบคั้นเอาความจริง
匠人回来找不到宝石勃然大怒,怀疑是提舍长老拿走了。尽管妻子再三劝阻,他还是听不进去。他找来绳子紧紧勒住长老的头,越勒越紧,直到长老的双眼、双耳和鼻孔都流出了血,想以此逼他说出实情。
ในขณะนั้น นกกระเรียนเห็นเลือดไหลจึงบินมาเพื่อจะจิบเลือด นายช่างที่กำลังคลั่งแค้นจึงเตะนกตัวนั้นจนตายทันที เมื่อพระติสสะเห็นว่านกตายแล้ว ท่านจึงยอมพูดออกมาว่า “อุบาสก นกตัวนี้แหละที่กลืนแก้วลงไป”
就在这时,那只鹤看见流血便飞过来想要啄食,盛怒之下的匠人一脚踢死了鹤。提舍长老见鹤已死,这才开口说:“施主,其实是这只鹤吞下了宝石。”
นายช่างรีบผ่าท้องนกแล้วก็พบแก้วจริงๆ เขาตกใจและเสียใจมาก หมอบกราบขอขมาพระเถระ แต่เพราะพิษบาดแผลที่รุนแรง ไม่นานนักพระติสสะก็ปรินิพพานไป
匠人急忙剖开鹤的肚子,果然在里面找到了宝石。他既震惊又懊悔万分,跪地请求长老的宽恕。但长老还是因伤势过重,不久便入灭了。
ข้อคิด:
启示:
ชีวิตจะเป็นอย่างไร ขึ้นอยู่กับ “กรรม” หรือการกระทำของเราเอง ไม่มีอำนาจใดมาบังคับได้ นอกจากตัวเราเองที่จัดสรรให้เป็นไปครับ
众生的命运完全取决于自身的业或行为。除了我们自己造就自己的命运,没有任何力量可以强行主宰。
——————————————————-
106 ไม่มีสถานที่ที่หลบบาปไปได้
106.没有能逃避罪恶的藏身处
ในสมัยพุทธกาล มีเหตุการณ์ประหลาดเกิดขึ้น 3 เรื่องที่ทำให้เหล่าภิกษุสงฆ์เกิดความสงสัย จนต้องไปกราบทูลถามพระพุทธเจ้าถึงที่มาที่ไปของเหตุการณ์เหล่านั้น
在佛陀时代曾发生过三桩令人匪夷所思的奇特事件,让众比丘感到十分困惑,便去向佛陀请示这些事件背后的因缘。
เรื่องแรก: กาที่ถูกไฟคลอกกลางอากาศ ในขณะที่ชาวบ้านกำลังฟังธรรมกันอยู่ จู่ ๆ ลมก็พัดเอาเศษหญ้าที่ติดไฟลอยขึ้นไปบนฟ้า ประจวบเหมาะกับที่มีอีกาตัวหนึ่งบินผ่านมาพอดี คอของมันสอดเข้าไปในวงหญ้าไฟนั้นพอดีเป๊ะ จนถูกไฟคลอกตกลงมาตายต่อหน้าต่อตาผู้คน พระพุทธเจ้าทรงเฉลยว่า ในอดีตชาติกานี้เคยเป็นชาวนาที่โกรธแค้นวัวของตนที่ดื้อรั้นจนคุมไม่ได้ เขาจึงเอาฟางพันคอวัวแล้วจุดไฟเผามันทั้งเป็น บาปนั้นจึงตามมาให้ผล แม้จะบินอยู่บนฟ้าก็หนีไม่พ้น
第一件:乌鸦在半空中被火烧死
正当村民们聚在一起听法时,一阵风将一团燃烧的干草吹上天空。恰好有一只乌鸦飞过,它的脖子不偏不倚正好套进那团燃烧的火圈中,结果当场被火烧死,掉落在众人面前。佛陀揭示了其中的因果:这只乌鸦在过去世曾经是一位农夫,因恼怒一头难以驯服的牛便用稻草缠住牛的脖子,然后放火将其活活烧死。此恶业如影随形,即使飞上天空也无法逃脱。
เรื่องที่สอง: หญิงสาวที่ถูกถ่วงน้ำกลางมหาสมุทร มีเรือลำหนึ่งหยุดนิ่งอยู่กลางมหาสมุทรโดยไม่มีสาเหตุ คนบนเรือเชื่อว่ามีคนกาลกรรณีอยู่จึงทำการจับสลาก ปรากฏว่าสลากตกที่ภรรยาสาวของนายเรือถึง 3 ครั้ง นายเรือจึงจำใจต้องยอมให้ลูกเรือนำเธอไปถ่วงน้ำ พระพุทธเจ้าทรงเล่าว่า ในอดีตเธอเคยเป็นหญิงที่รำคาญสุนัขตัวหนึ่งที่รักและติดตามเธอไปทุกที่ เธอจึงใช้เชือกผูกหม้อทรายเข้ากับคอสุนัขแล้วโยนมันลงน้ำให้จมตาย กรรมนี้ทำให้เธอต้องถูกถ่วงน้ำตายมานับร้อยชาติแล้ว
第二件:女子被投入海中溺死
有一艘商船在茫茫大海中航行,突然毫无征兆地停滞不前。船上的人迷信地认为船上定有不祥之人,便抽签决定。结果,船长的年轻妻子竟连续三次被抽中。船长无奈之下只得含泪默许船员们将妻子投入海中溺死。佛陀揭示了其中的因果:这位女子过去世也曾是一个女子,因厌烦一只总爱跟随她的狗,便用绳子将装满沙子的罐子绑在狗的脖子上,把它扔进水中活活淹死。这个恶业使她在随后的数百世中遭受被淹死的报应。
เรื่องที่สาม: 7 พระสงฆ์ที่ติดอยู่ในถ้ำ พระสงฆ์ 7 รูปเดินทางไปพักในถ้ำแห่งหนึ่ง แต่แล้วจู่ๆ ก็มีหินก้อนยักษ์กลิ้งมาปิดปากถ้ำไว้อย่างไม่มีสาเหตุ ทำให้ทั้งหมดต้องติดอยู่ข้างในถึง 7 วันโดยไม่มีอาหารและน้ำ จนกระทั่งวันที่ 7 หินจึงเคลื่อนออกเอง เรื่องนี้มีที่มาจากอดีตชาติที่ทั้ง 7 รูปเคยเป็นเด็กเลี้ยงวัวที่นึกสนุก นำใบไม้ไปอุดรูเหี้ยไว้ 7 วันจนมันเกือบตายเพราะไม่ได้กินน้ำกินท่า บาปจากการกักขังนี้ทำให้พวกท่านต้องถูกกักขังให้อดอยากมาถึง 14 ชาติ
第三件:七位比丘被困在山洞中
有七位比丘前往一处山洞休息,突然间有一块巨石毫无征兆地滚落下来堵住了洞口,导致他们被困在里面七天七夜,没有食物也没有水。直到第七天,巨石才自行移开。佛陀揭示了其中的因果:他们过去世曾经是一起玩耍的牧童,一时兴起用树叶堵住了一只蜥蜴的洞穴长达七天,害它差点因此而死。这个囚禁他人的恶业,致使他们在后来的十四世中都遭遇囚禁和饥渴的折磨。
ข้อคิด:
启示
ไม่มีที่ให้หลบเลี่ยงบาป: ไม่ว่าจะหนีไปบนท้องฟ้า ซ่อนตัวในถ้ำ หรืออยู่กลางมหาสมุทร เมื่อถึงคราวที่กรรมจะให้ผล ก็ไม่มีกำลังใดต้านทานได้
无处可逃:无论逃往天空、躲进山洞,还是藏身大海,当业报成熟时,没有任何力量可以阻挡。
กรรมคือเงาตามตัว: สิ่งที่เราทำไว้ ไม่ว่าจะดีหรือชั่ว จะคอยติดตามเราไปเหมือนสุนัขไล่เนื้อ หรือเหมือนเงาที่ติดตามตัวเราไปทุกที่
业如影随形:我们所做的一切,无论善恶都会如影随形地追随我们,如同猎犬追踪猎物,或影子紧随身体一样。
ความสลับซับซ้อนของกรรม: บางครั้งเราอาจจะสงสัยว่าทำไมคนดีถึงเจอเรื่องร้าย หรือคนร้ายทำไมยังได้ดี นั่นเป็นเพราะกรรมมีหลายประเภท บางอย่างให้ผลทันที บางอย่างรอโอกาสในชาติหน้า หรือชาติถัดๆ ไป
业的复杂性:有时我们会疑惑为何好人会遭遇不幸,而坏人却可以享福?那是因为业有多个种类,有些会立刻成熟显现果报,有些则会在来世或更遥远的未来才会成熟。
ทางออกที่ดีที่สุด: คือการหมั่นสั่งสมกรรมดีไว้เสมอ เพื่อให้กำลังของความดีช่วยนำพาชีวิตไปในทางที่เจริญ และช่วยลดทอนผลของกรรมชั่วให้น้อยลงเหมือนการเติมน้ำสะอาดลงในถ้วยที่มีเกลือ
最好的出路:不断积累善业,让善业的力量引领生命走向光明,并像往咸水杯中注入清水一样,帮助减轻恶业的果报。
——————————————————-
107 เงื้อมมือมัจจุราช
107. 魔王的魔爪
มัจจุราชเป็นผู้ที่มีอำนาจยิ่งใหญ่ที่สุด ไม่ว่าจะเป็นราชาผู้สูงส่ง คนยากจน เด็กน้อย หรือผู้เฒ่าชรา ต่างก็ต้องตกอยู่ภายใต้อำนาจของท่านทั้งสิ้น พระพุทธเจ้าเคยตรัสไว้ว่า ไม่ว่าเราจะหนีไปซ่อนตัวบนท้องฟ้า ท่ามกลางมหาสมุทร หรือในช่องเขาที่ลึกที่สุด แผ่นดินที่มัจจุราชเอื้อมมือไปไม่ถึงนั้น…ไม่มีเลย
魔王拥有至高无上的权力。无论是尊贵的国王、贫穷的百姓、年幼的孩童,还是年迈的老人,无不臣服于其威权之下。佛陀曾说:“无论我们逃往天空、藏身海洋,还是躲入幽深的山谷,这世上没有任何地方是魔王的手触及不到的。”
พวกเราทุกคนที่เกิดมา เหมือนนักเดินทางที่ต้องแบก “เป้หนักๆ สองใบ” ติดตัวไปตลอด ใบแรกคือ “ภาระทางกาย” (ขันธภาระ) ที่เราต้องคอยหาข้าวให้น้ำ อาบน้ำ ปวดท้องก็ต้องเข้าห้องน้ำ หิวก็ต้องกิน เป็นภาระที่ไม่จบสิ้นจนกว่าจะตาย ส่วนใบที่สองคือ “ภาระทางใจ” (กิเลสภาระ) คือความโลภ ความโกรธ ความหลง ที่คอยถ่วงใจให้หนักเหมือนหิน หรือเหมือนตะปูที่ตรึงใจเราไว้
每一个人从出生起,就像是终生背负两个沉重行囊的旅行者。第一个是身体的负担(五蕴之苦),我们必须不停地为这副身体寻找食物和水、洗澡更衣,病了要就医,饿了要进食,这是一个直到生命尽头才会终结的负担。第二个是心灵的负担(烦恼之苦),即心中的贪、嗔、痴。它们像石头一样压得我们的心沉重不堪,又像钉子一样将心死死钉住。
นอกจากเป้สองใบนี้แล้ว ในเส้นทางเดินชีวิตยังมี “มาร 5 ฝูง” ที่คอยขวางกั้นความดีของเรา เรียกว่า มารทั้ง 5 ได้แก่:
除了这两个行囊,人生路上还有五股阻碍善法的魔军:
- มารแห่งร่างกาย: ที่คอยสร้างความทุกข์ เจ็บไข้ได้ป่วย
- มารแห่งกิเลส: ที่คอยบงการให้เราทำชั่ว,
- มารแห่งความคิด: ที่คอยขวางไม่ให้ใจเราเป็นสมาธิ
- มารแห่งความตาย: ที่บางครั้งก็มาพรากเราไปก่อนจะได้ทำความดีที่ตั้งใจไว้
- มารภายนอก: เช่น คนที่คอยขัดขวางไม่ให้เราทำสิ่งที่ถูกต้อง
1.蕴魔:带来病痛、衰老等种种苦患。
2.烦恼魔:驱使我们去造作恶业。
3.行魔:阻碍心获得禅定与安宁。
4.死魔:有时在我们尚未行善前,就被夺走了生命。
5.天子魔:比如那些阻碍我们做正确之事的人。
มีเรื่องเล่าของ พระเจ้าสุปปพุทธะ ผู้ซึ่งทิฐิสูงและโกรธแค้นพระพุทธเจ้า วันหนึ่งท่านดื่มสุราจนเมาแล้วไปนั่งขวางทางเสด็จของพระพุทธเจ้า ไม่ยอมหลีกทางให้ พระพุทธเจ้าจึงทรงพยากรณ์ว่า “นับจากนี้ไป 7 วัน พระเจ้าสุปปพุทธะจะถูกแผ่นดินสูบที่เชิงบันไดปราสาท”
有一个故事:善觉王傲慢自大,对佛陀心怀怨恨。有一天,他醉酒后跑去阻挡佛陀的去路,死活不肯让道。佛陀预言道:“七日后善觉王将在宫殿的台阶前被大地吞噬。”
เมื่อพระเจ้าสุปปพุทธะทราบเรื่อง ก็สั่งให้สร้างปราสาท 7 ชั้น และเก็บตัวอยู่ชั้นบนสุด พร้อมสั่งให้ยามคอยกันไม่ให้ท่านลงมาเด็ดขาด เพื่อจะเอาชนะคำทำนาย แต่พอถึงวันที่ 7 ม้าตัวโปรดของท่านเกิดอาการคลุ้มคลั่งส่งเสียงดังสนั่น ด้วยความรักม้าท่านจึงลืมตัว วิ่งลงจากปราสาทเพื่อไปดูม้า ทันทีที่เท้าแตะพื้นดินที่เชิงบันได แผ่นดินก็แยกออกแล้วสูบพระองค์ลงสู่อเวจีมหานรกทันที เป็นการยืนยันว่าไม่มีใครหนีพ้นกรรมและเงื้อมมือของความตายไปได้
善觉王得知后,立刻下令建造一座七层宫殿,藏身于顶层,并严令守卫不得让他下楼,试图以此战胜预言。然而,到了第七天,他最心爱的马突然狂躁嘶鸣,出于对爱马的眷恋,他一时忘我飞奔下楼。当他的脚刚踏到地面时,大地猛然裂开将他吞入无间地狱。此事印证了无人能逃脱因果业报,也没有人能逃出魔王的魔掌。
ข้อคิด:
启示
ความตายหนีไม่พ้น: ไม่ว่าจะรวย จน เด็ก หรือแก่ และไม่ว่าจะหนีไปซ่อนที่ไหนในโลก เมื่อถึงเวลาก็ไม่มีใครพ้นเงื้อมมือมัจจุราชไปได้
死亡无可逃避:无论贫富、老少,无论藏身何处,当时限来临没有人能逃脱魔王的魔掌。
ชีวิตคือการแบกภาระ: เราทุกคนมีภาระต้องดูแลร่างกาย (หาข้าวกิน อาบน้ำ รักษาโรค) และภาระทางใจ (การต่อสู้กับความโกรธ ความโลภ) การวางภาระเหล่านี้ได้คือความสุขที่แท้จริง
人生负重前行:每个人都有要承担的负担,既要照顾身体(吃饭、洗澡、治病),又要调伏内心(与贪嗔痴斗争)。能够放下这些负担,才能获得真正的安乐。
มารคืออุปสรรค: อุปสรรคในชีวิตมี 5 รูปแบบ ทั้งจากร่างกายเราเอง กิเลสในใจ ความตายที่มาไม่รู้วัน และสิ่งภายนอกที่คอยขัดขวางความดี
魔罗即是障碍:人生中的障碍有五种形式,既有来自身体和心灵的烦恼,也有随时降临的死亡,以及外界阻碍我们行善的种种因素。
หนีกรรมไม่พ้น: ดูได้จากบทเรียนของพระเจ้าสุปปพุทธะ แม้จะพยายามซ่อนตัวในปราสาท 7 ชั้นเพื่อหนีคำทำนาย แต่สุดท้ายกรรมและความตายก็หาทางเข้าถึงตัวจนได้
业报无处可逃:善觉王的故事警示我们,即使试图躲入七层宫殿里逃避预言,但最终业报与死亡依然能找到他。
——————————————————-
108 เอาใจเขามาใส่ใจเรา
108. 将心比心
ณ วัดเชตวันมหาวิหาร มีพระภิกษุกลุ่มหนึ่งจำนวน 17 รูป ท่านเหล่านั้นเป็นผู้มีน้ำใจ ช่วยกันลงแรงซ่อมแซมเสนาสนะหรือที่พักสงฆ์ที่ทรุดโทรมจนกลับมาสวยงามน่าอยู่ แต่พอซ่อมเสร็จได้ไม่นาน ก็มีพระภิกษุอีกกลุ่มหนึ่งซึ่งมี 6 รูป เดินมาบอกว่า “พวกเราพรรษามากกว่า (บวชมานานกว่า) ที่นี่ควรเป็นของพวกเรา!”
在舍卫城的祇园精舍,有一群由十七位比丘组成的僧众。他们不仅心地善良,还齐心协力将一处破败的僧舍修缮一新。然而僧舍刚修好不久,另一群由六位比丘组成的僧众就过来对他们说:“我们戒腊更高(出家资历更老),这个地方应该归我们所有。”
เมื่อพระภิกษุ 17 รูปไม่ยอม เพราะเป็นคนลงมือซ่อมเองกับมือ พระกลุ่ม 6 รูปจึงใช้กำลังทุบตีจนพระกลุ่ม 17 รูปต้องร้องไห้ด้วยความเจ็บปวด เมื่อเรื่องนี้ทราบถึงพระพุทธเจ้า พระองค์จึงทรงเรียกประชุมและตรัสสอนความจริงที่เรียบง่ายแต่กินใจว่า:
十七位比丘觉得这是自己亲手修缮的成果,自然不肯答应。那六位比丘便殴打他们,致使他们受伤哭泣。此事传到佛陀耳中,佛陀便召集僧众开示了一个简单而深刻的道理:
“สัตว์ทั้งปวงล้วนสะดุ้งต่อการลงโทษ และล้วนกลัวต่อความตาย”
“一切众生都畏惧惩罚,也都害怕死亡。”
พระองค์ทรงสอนให้เราลอง “เอาใจเขามาใส่ใจเรา” โดยให้น้อมนำความรักตนเองมาเป็นเกณฑ์เปรียบเทียบ เพราะมนุษย์และสัตว์ทุกชีวิตรักตัวเองยิ่งกว่าสิ่งใด เมื่อเรารู้ว่าเราเองก็กลัวเจ็บและรักชีวิต เราก็ไม่ควรไปฆ่าหรือเบียดเบียนใคร และไม่ควรใช้ให้คนอื่นไปทำแทนด้วย
佛陀教导我们要学会将心比心,以己度他。因为无论是人类还是其他众生,无不珍爱自己的生命。当我们明白自身也怕疼痛、也爱惜生命时,就不应该去伤害或杀害他人,也不应该指使他人去行伤害之事。
การใส่ร้ายหรือเบียดเบียนผู้อื่น เปรียบเสมือนการ “เสกเสือขึ้นมาเพื่อให้ไปกัดคนอื่น” แต่ถ้ามันกัดคนอื่นไม่ได้ มันก็จะหันกลับมาขบเคี้ยวเจ้าของที่สร้างมันขึ้นมาเอง
诽谤或伤害他人,如同凭空变出一只老虎去咬别人,若它咬不到别人,终将回头反咬自己的主人。
พระพุทธเจ้าสรุปว่า มีสัตว์เพียงไม่กี่จำพวกที่ไม่กลัวความตาย เช่น ช้าง ม้า หรือวัวชั้นเลิศ (เพราะมีความทนงตน) และ “พระอรหันต์” ผู้ซึ่งละวางตัวตนได้หมดสิ้นแล้ว ส่วนคนธรรมดาอย่างพวกเรานั้น ความเมตตาและการไม่เบียดเบียนกันคือหนทางสู่ความสงบสุขที่แท้จริง
最后佛陀总结道,世间只有少数众生不惧死亡,如战象、战马和牛(因为它们有极强的傲气),以及已彻底断尽我执的阿罗汉。至于普通人,应该心怀慈悲,不互相伤害,才是真正通往安宁之路。
ข้อคิด:
启示
ทุกคนรักตัวกลัวตาย: ไม่มีใครอยากเจ็บปวด ดังนั้นก่อนจะทำอะไรใคร ให้ลองนึกถึงใจเขาใจเรา
人皆惜命畏死:没有人愿意承受痛苦,所以在对别人做什么之前,先试着换位思考,将心比心。
อหิงสาคือความกล้า: การไม่ตอบโต้ด้วยความรุนแรงไม่ใช่เรื่องของคนขี้ขลาด แต่ต้องใช้ใจที่เด็ดเดี่ยวและเสียสละอย่างมาก
不伤害(非暴力)才是真正的勇敢:不以暴力相向并非怯懦,相反,这需要极其坚定和富有牺牲精神的心。
เวรกรรมมีจริง: การทำร้ายหรือใส่ความผู้อื่น สุดท้ายผลนั้นจะย้อนกลับมาหาผู้กระทำเหมือนเสือที่หันมาขบเคี้ยวเจ้าของ
业果真实不虚:伤害或诽谤他人最终恶果将反噬自身,如同那只回头咬主人的老虎一样。
ความสงบเริ่มที่การไม่เบียดเบียน: สังคมที่คนไม่ทำร้ายกัน คือสังคมที่มีความสุขที่สุด
安宁始于不伤害:人与人之间不相互伤害的社会,才是最幸福的社会。
——————————————————-
109 ชีวิต เป็นที่รักของตนเอง
109. 众生皆珍爱生命
ณ วัดเชตวันมหาวิหาร เมืองสาวัตถี มีพระภิกษุกลุ่มหนึ่งเรียกว่า “กลุ่มฉัพพัคคีย์” (กลุ่มภิกษุ 6 รูป) ซึ่งมักจะมีเรื่องกระทบกระทั่งกับผู้อื่น วันหนึ่งพวกเขาเงื้อมือจะทำร้ายพระภิกษุอีกกลุ่มที่เรียกว่า “กลุ่มภิกษุ 17 รูป” จนเรื่องถึงพระพุทธเจ้า
在舍卫城的祇园精舍,有一组被称为“六群比丘”的僧众,他们经常与他人发生冲突。有一天,他们企图殴打另一组被称为“十七群比丘”的僧众,最后此事传到了佛陀那里。
พระองค์จึงทรงสอนความจริงที่เรียบง่ายแต่กินใจว่า “สัตว์ทั้งปวงต่างก็หวาดกลัวต่ออาญา และชีวิตก็เป็นที่รักของสัตว์ทุกชีวิต” พระองค์ให้เราลอง “เอาใจเขามาใส่ใจเรา” เมื่อเรารักชีวิตและกลัวตายคนอื่นก็รู้สึกเช่นเดียวกัน ดังนั้นเราจึงไม่ควรฆ่าเองหรือใช้ให้ผู้อื่นฆ่า
后来,佛陀开示了一个简单而深刻的道理:“一切众生皆畏惧惩罚,每一个众生都珍爱自己的生命。”佛陀教导我们应当学会将心比心,既然我们珍爱自己的生命、畏惧死亡,他人也是如此。因此,我们不应亲手杀生,也不应指使他人杀生。
นอกจากนี้ พระพุทธองค์ยังทรงอธิบายถึง ความมหัศจรรย์ของชีวิต ว่ากว่าจะเกิดมาเป็นมนุษย์ได้นั้นไม่ใช่เรื่องง่าย เริ่มต้นจากจุดเล็กๆ ที่เรียกว่า “กลละ” (เซลล์แรกเริ่ม) พัฒนาเป็นก้อนเนื้อเหลว ก้อนเนื้อนุ่ม จนค่อยๆ มีกิ่งก้านเป็นศีรษะ มือ และเท้า โดยอาศัยเลือดและอาหารจากแม่ผ่านทางสายสะดือ ชีวิตจึงเป็นสิ่งที่มีค่าและควรแก่การทะนุถนอมอย่างยิ่ง
此外,佛陀还阐述了生命神奇的一面:能够投生为人绝非易事,生命最初是从一个微小的受精卵——“羯罗蓝”(最初的胚胎状态)开始,逐渐发育为液体状肉团、柔软的肉块,然后再慢慢长出头部和四肢的雏形,这一切都仰赖母亲通过脐带输送血液和养分。因此,生命极其珍贵,应当倍加呵护。
แต่ในขณะเดียวกัน พระองค์ก็ทรงสอนให้เรามองชีวิตอย่างเข้าใจว่า “ชีวิตไม่ใช่ความทุกข์เสียทีเดียว แต่ชีวิตเป็นที่ตั้งของความทุกข์” เปรียบเหมือนมหาสมุทรกับคลื่น แม้คลื่นจะไม่ใช่เนื้อเดียวกับน้ำทะเล แต่คลื่นก็เกิดขึ้นได้เพราะมีน้ำและมีลมพัด ลมในที่นี้ก็คือ “กิเลส” ที่ทำให้ชีวิตลำบากนั่นเอง
与此同时,佛陀也教导我们要如实了解生命:“生命本身并不完全是痛苦,但生命却是痛苦产生的载体。”如同大海与波浪的关系,虽然海浪并不等同于海水本身,但海浪的产生是因为有海水,再加上风的吹拂。这里的“风”指的就是“烦恼”,正是它让我们的生命充满了痛苦与艰辛。
สุดท้ายพระพุทธองค์ทรงสอน ลำดับความสำคัญของการรักษา ไว้ว่า:
最后,佛陀教导了守护的先后顺序:
ยอมสละทรัพย์เพื่อรักษาอวัยวะ
为了保全肢体,可以舍弃财物;
ยอมสละอวัยวะเพื่อรักษาชีวิต
为了保全生命,可以舍弃肢体;
แต่ที่สำคัญที่สุดคือ “ยอมสละได้ทั้งทรัพย์ อวัยวะ และชีวิต เพื่อรักษาความดีหรือธรรมะไว้” เพราะชีวิตที่ปราศจากคุณธรรม ก็เปรียบเสมือนชีวิตที่ว่างเปล่า
但最重要的是:为了守护美德或正法,可以舍弃财物、肢体乃至生命。因为一个失去美德的生命,犹如一具空洞的躯壳,毫无价值。
ข้อคิด:
启示
ความเห็นอกเห็นใจ: ทุกชีวิตรักตัวกลัวตายเหมือนกันหมด เราจึงไม่ควรเบียดเบียนใคร
同理心:一切众生皆珍爱生命、畏惧死亡,所以我们不应该伤害他人。
ต้นกำเนิดชีวิต: ชีวิตเกิดมาด้วยความยากลำบากและอาศัยการเกื้อกูลจากแม่
生命的起源:生命的诞生来之不易,且仰赖母亲的滋养。
ความเข้าใจโลก: ความทุกข์เกิดจากกิเลสที่มากระทบชีวิต เหมือนลมพัดให้น้ำทะเลเกิดคลื่น
如实观照世间:痛苦源于内心受到烦恼之风的吹拂,就像风吹动海水从而激起波浪一样。
ที่สุดของชีวิต: การมีชีวิตอยู่เป็นสิ่งดี แต่การรักษาความถูกต้องและคุณธรรมนั้นยิ่งใหญ่และสำคัญกว่าการรักษาชีวิตเสียอีก
生命的最高价值:活着固然可贵,但守护美德与正法,远比单纯保全性命更加伟大和重要。
——————————————————-
110 ความสุขบนความทุกข์ของผู้อื่น
110. 建立在他人痛苦上的快乐
ณ เมืองสาวัตถี ในเช้าที่อากาศแจ่มใสวันหนึ่ง ขณะที่พระพุทธเจ้ากำลังเสด็จออกบิณฑบาตตามปกติ พระองค์ได้ทอดพระเนตรเห็นกลุ่มเด็กจำนวนมากกำลังรุมล้อมและใช้ไม้ ตีงูตัวเล็กๆ ที่ไม่มีพิษร้ายแรงกันอย่างสนุกสนาน
在舍卫城一个晴朗的早晨,佛陀像往常一样外出托钵,看到一群孩子正围在一起用棍子敲打一条无毒的小蛇,玩得不亦乐乎。
พระพุทธเจ้าจึงเสด็จเข้าไปหาเด็กๆ เหล่านั้นแล้วตรัสถามด้วยความเมตตาว่า “เด็กๆ พวกเธอทำแบบนั้นไปทำไมกันหรือ?”
佛陀走近那些孩子,慈悲地问道:“孩子们,你们为什么要这样做呢?”
พวกเด็กๆ ตอบอย่างซื่อๆ ว่า “เพราะพวกเรากลัวมันกัดครับ พวกเราเลยต้องตีมันเพื่อให้พวกเราปลอดภัยและมีความ
孩子们天真地回答:“因为我们怕它咬我们,所以要打它,这样我们才安全和快乐。”
เมื่อได้ยินดังนั้น พระพุทธเจ้าจึงทรงสั่งสอนบทเรียนสำคัญที่สั่นสะเทือนใจเด็กๆ ว่า “พวกเธอเอ๋ย… ทุกชีวิตบนโลกนี้ ไม่ว่าจะเป็นคนหรือสัตว์ ต่างก็รักตัวกลัวตาย และอยากมีความสุขด้วยกันทั้งนั้น”, พระองค์ทรงอธิบายต่อว่า หากเราแสวงหาความสุขให้ตัวเอง ด้วยการสร้างความเดือดร้อนหรือเบียดเบียนผู้อื่นที่เขาก็รักสุขเหมือนกัน เราจะไม่มีวันพบกับความสุขที่แท้จริงเลย
听了这番话,佛陀开示了一个震撼心灵的道理:“孩子们,这世上所有的生命,无论是人还是动物都珍爱自己的生命、畏惧死亡,也同样渴望获得快乐。”佛陀接着解释道:“如果我们为了自己的快乐而去伤害同样渴望快乐的众生,我们永远也找不到真正的快乐。”
พระองค์ทรงเปรียบเทียบให้ฟังว่า ความสุขนั้นมีหลายระดับ:
为了让孩子们更容易理解,佛陀将快乐分为了多个层次:
- สุขแบบชาวบ้าน: คือความสุขจากการกิน การเที่ยว การได้สิ่งของมา ซึ่งเป็นความสุขชั้นหยาบที่มักจะเจือไปด้วยความทุกข์หรือความกังวล
1.世俗之乐:来自吃喝玩乐和获得物质的快乐是一种粗浅的快乐,往往掺杂着痛苦与忧虑。
- สุขที่ประณีต: คือความสุขจากการทำสมาธิ หรือความสุขทางใจที่ละเอียดขึ้น
2.精妙之乐:从禅修或内心宁静中获得的快乐更为精妙细腻。
- สุขแท้จริง (นิพพานสุข): คือความสุขที่เกิดจากการดับกิเลส ไม่ต้องเบียดเบียนใคร และไม่มีความทุกข์มาเจือปนเลย
3.真正之乐(涅槃之乐):由断尽烦恼而生起的快乐,不建立在伤害任何人的基础上,也不会掺杂丝毫的痛苦。
พระองค์สรุปให้เด็กๆ ฟังว่า ความสุขที่สร้างขึ้นบนกองทุกข์ของคนอื่นนั้น เหมือนกับ “ของเทียม” ที่ใช้ไปไม่นานก็พัง แต่ความสุขที่เกิดจากการไม่เบียดเบียนและการเมตตาต่อผู้อื่น คือ “ของแท้” ที่จะทำให้เรามีความสุขอย่างยั่งยืนทั้งในปัจจุบันและอนาคต
最后,佛陀还总结道:“建立在他人痛苦上的快乐,如同“赝品”,用不了多久就会坏掉;而不伤害众生、心怀慈悲所带来的快乐才是“真品”,能为我们带来今生与来世的长久安乐。”
ข้อคิด:
启示
ทุกคนรักสุขเหมือนกัน: ไม่ว่าเราหรือสัตว์อื่น ต่างก็ต้องการความสบายกายสบายใจเหมือนกัน
众生皆渴望安乐:无论是人类还是其他动物,都渴望身心的舒适与安乐。
อย่าหาความสุขบนความทุกข์ของคนอื่น: ใครที่แกล้งคนอื่นเพื่อให้ตัวเองสนุก หรือเบียดเบียนผู้อื่นเพื่อให้ตัวเองได้ประโยชน์ สุดท้ายแล้วความสุขนั้นจะไม่ยั่งยืนและจะได้รับทุกข์ตอบแทน
勿以他人之苦为乐:那些通过欺负别人来取乐,或者通过伤害他人来谋取私利的人,所获得的快乐终究无法长久,必将招致痛苦的报应。
ความสุขสร้างได้ง่ายๆ ในใจเรา: ความสุขไม่ต้องไปหาที่ไหนไกล เพียงแค่ทำใจให้สงบและมีเมตตาต่อเพื่อนมนุษย์และสัตว์โลก ไม่เบียดเบียนกัน เพียงเท่านี้เราก็จะได้พบกับความสุขที่แท้จริงและบริสุทธิ์
快乐源于内心:真正的快乐无需去远方寻找,只须让心平静下来,对一切众生心怀慈悲,不互相伤害便能获得真正纯粹的快乐。
“ผู้ใดแสวงหาสุขเพื่อตน โดยไม่เบียดเบียนผู้อื่นให้เดือดร้อน ผู้นั้นย่อมพบความสุขที่แท้จริง”
“若有人不以伤害他人为代价而获得自身的安乐,那么此人必将寻得真正的安乐。”
——————————————————-
111 ภิกษุ ผู้มีภาพเงาของสตรีเดินตามหลัง
111. 有女子身影随行的比丘
ณ เมืองสาวัตถี มีพระภิกษุรูปหนึ่งชื่อว่า “พระโกณฑธาน” ท่านมีเรื่องประหลาดเกิดขึ้นคือ ตั้งแต่วันแรกที่ท่านบวช ไม่ว่าท่านจะเดินไปที่ไหน ก็จะมี “ภาพเงาของสตรี” เดินตามหลังท่านไปทุกแห่งหน แม้ตัวท่านเองจะมองไม่เห็น แต่ชาวบ้านและพระรูปอื่น ๆ กลับเห็นกันถ้วนหน้า จนพากันติเตียนและล้อเลียนท่านต่าง ๆ นานา
在舍卫城,有一位名叫拘利塔的比丘。他身上发生了一件怪事:从他出家的第一天起,无论他走到哪里,身后总有一道女子的身影随行。虽然他自己看不见,但村民和其他比丘却看得见,因此大家对他议论纷纷,冷嘲热讽。
สาเหตุที่เป็นเช่นนี้ก็เพราะ “แรงกรรม” ในอดีตชาติของท่าน ครั้งหนึ่งท่านเคยเป็นเทวดาที่มีนิสัยเกเร เห็นพระพุทธสาวกสองรูปมีความรักใคร่กลมเกลียวกันมาก จึงนึกสนุกอยากลองใจด้วยการปลอมตัวเป็นหญิงสาวเดินออกมาจากพุ่มไม้หลังพระรูปหนึ่ง เพื่อให้เพื่อนพระอีกรูปเข้าใจผิดว่าเพื่อนของตนทำผิดศีล แม้ภายหลังเทวดาจะยอมรับผิดและขอโทษ แต่ความแตกแยกที่เกิดขึ้นก็ได้กลายเป็นกรรมหนักที่ส่งผลมาถึงชาตินี้ ทำให้ท่านมีภาพผู้หญิงตามติดเป็นเงาตามตัว
之所以如此,是因为他过去世的业力所致。有一世,他曾是一位性格顽劣的天人,见到两位佛陀的弟子彼此十分友爱和睦,便一时兴起想试探他们,于是化身为一位女子,从其中一位比丘身后的灌木丛中走出来,让另一位比丘误以为同伴犯了戒。虽然后来天人承认错误并道了歉,但所造成的分裂与隔阂却成了深重的业障,一直延续到这一世,导致他身后总有一个女子的影子随行。
เมื่อพระโกณฑธานถูกพระรูปอื่นด่าว่าว่าเป็นคนไม่มีศีล บ่อยเข้า จากเดิมที่ท่านเคยนิ่งเงียบ ท่านก็เริ่มหมดความอดทนและ “ด่าตอบ” กลับไปอย่างรุนแรงว่า “พวกท่านนั่นแหละที่เป็นคนไม่มีศีล ” การโต้เถียงกันไปมานี้ก็เหมือนกับการ “สาดโคลนใส่กัน” ที่สุดท้ายก็เปื้อนกันไปทั้งสองฝ่าย
起初,拘利塔比丘被其他比丘指责为破戒者时,他一直保持沉默。但随着辱骂越来越频繁,他终于忍无可忍,开始恶语相向回骂道:“你们才是破戒者!”这样的争吵谩骂,就如同互相泼脏水,最终双方都会弄得一身脏。
เมื่อเรื่องทราบถึงพระพุทธเจ้า พระองค์จึงทรงเรียกพระโกณฑธานมาสั่งสอนว่า การที่ท่านมีภาพผู้หญิงตามหลังนั้นเป็นผลจากกรรมเก่า แต่การที่ท่านไปด่าตอบเขานั้นเป็นการสร้างกรรมใหม่ที่ทำให้ใจไม่สงบ
此事传到佛陀耳中,佛陀便叫来拘利塔比丘教导道:“有女子身影随行,是过去恶业的果报。但以恶言相向,却是在造作新的不善业,令心不得安宁。”
พระองค์จึงทรงสอนให้ท่านทำตนให้เหมือนกับ “กังสดานปากขาด”กังสดานปากขาด คือระฆังวงเดือนที่ปากแตกหรือขอบแหว่ง เมื่อมีคนมาตี มันจะไม่มีเสียงดังออกมา พระองค์ทรงสอนว่า หากใครถูกด่าว่าแล้วสามารถนิ่งเงียบ ไม่โต้ตอบ ไม่หวั่นไหว เหมือนกังสดานที่ไร้เสียง ผู้นั้นย่อมจะพบกับความสงบและหนทางแห่งนิพพาน เพราะการกล่าวคำหยาบหรือการแข่งดีกันด้วยวาจามีแต่จะนำความทุกข์มาให้ หลังจากได้รับโอวาทนี้ พระโกณฑธานก็ได้สำรวมระวังวาจา จนในที่สุดท่านก็บรรลุเป็นพระอรหันต์
于是,佛陀教导他要让自己像一个“破铜锣”一样。所谓破铜锣,就是边缘破损或有了裂口的铜锣,当有人敲击时发不出任何声响。佛陀教导说,如果有人遭受辱骂时,能够保持沉默、不反驳、不动摇,如同无声的破锣,那么这个人就一定能获得内心的安宁,趋向涅槃之道,因为恶言相向或互相诋毁只会带来痛苦。在接受了这番教诲后,拘利塔比丘开始严格约束自己的言语,最终证得了阿罗汉果。
ข้อคิด:
启示
อย่าพูดคำหยาบ: คำหยาบคือคำที่เกิดจากจิตที่มีโทสะ มุ่งร้ายให้ผู้อื่นสะเทือนใจ ไม่ว่าจะเป็นการด่าตรง ๆ การเสียดสี ประชดประชัน หรือการพูดสองแง่สองง่าม
不说粗恶语:恶语是源于嗔恨之心,意图伤害他人情感的言辞,无论是直接辱骂、讽刺挖苦,还是含沙射影。
เวรกรรมมีจริง: สิ่งที่เราทำในอดีต (เช่น การแกล้งให้คนอื่นแตกแยก) อาจส่งผลแปลกประหลาดมาถึงปัจจุบันได้
业报真实不虚:我们过去所做的事(如离间他人),可能会在今生带来意想不到的果报。
การด่าตอบไม่มีผู้ชนะ: เมื่อด่ากันไปมา การป้ายสีหรือใส่ร้ายก็จะรุนแรงขึ้นเรื่อย ๆ เหมือนการสาดโคลนใส่กันที่เลอะเทอะทั้งคู่
对骂没有赢家:互相谩骂诋毁,只会愈演愈烈,就像两个人互相泼脏水,最后两个人都会狼狈不堪。
เคล็ดลับ “กังสดานปากขาด”: หากเราถูกต่อว่า วิธีที่ฉลาดที่สุดคือการ “สงบปากสงบคำ” ไม่ต่อความยาวสาวความยืด เมื่อเราไม่ด่าตอบ อีกฝ่ายก็จะหยุดไปเอง เหมือนคนยืนตะโกนด่าภูเขาที่ไม่มีเสียงสะท้อนกลับมา
破铜锣的智慧:如果我们被人指责,最明智的回应就是沉默止语,不与之争辩。当你不反驳回骂时,对方自然就会停下来,如同对着没有回音的山谷叫骂。
เลือกพูดแต่สิ่งดี: ควรเลือกพูดเรื่องที่เป็นกุศล เช่น เรื่องความเพียร ปัญญา และความสงบ (คถาวัตถุ 10) มากกว่าการโต้เถียงที่ทำให้กุศลในใจเสื่อมถอยไป
只说有益的话:应当选择谈论有益的话题,如精进、智慧、寂静等(十种论事),而不是去争论那些让善法退失的事情。
——————————————————-
112 เหมือนนายโคบาลต้อนฝูงโค
112. 如牧牛人驱赶牛群
ในสมัยพุทธกาล ณ บุพพาราม เมืองสาวัตถี มีกลุ่มหญิงสาวและหญิงชราประมาณ 500 คน เดินทางมาสมาทานศีลอุโบสถ นางวิสาขา มหาอุบาสิกาผู้ใจบุญ เห็นดังนั้นจึงเข้าไปทักทายและถามถึงจุดประสงค์ในการรักษาศีลของแต่ละคน
คำตอบที่ได้กลับหลากหลายและน่าสนใจยิ่งนัก:
在佛陀时代,位于舍卫城的鹿母讲堂,聚集了大约五百位前来受持八戒的妇女,其中既有年轻少女,也有白发苍苍的老妇。大施主毘舍佉优婆夷见此情景便上前问候,并询问每个人前来持戒的真正目的。然而,她得到的答案却五花八门,十分耐人寻味:
กลุ่มหญิงชรา บอกว่า “พวกเราทำเพื่อหวังจะได้ไปเสวยสุขในสวรรค์”
老妇们说:“我们持戒是希望能往生天界享福。”
กลุ่มหญิงวัยกลางคน ตอบว่า “พวกเราอยากให้สามีซื่อสัตย์ ไม่ไปมีหญิงอื่น”
中年妇女们说:“我们希望丈夫能忠贞不二,不去另寻新欢。”
กลุ่มหญิงที่ยังไม่มีลูก บอกว่า “พวกเราอยากได้ลูกชายคนแรก”
尚未生育的女子们说:“我们希望能早日生下第一个儿子。”
ส่วนเด็กสาวแรกรุ่น ก็กระซิบตอบว่า “พวกเราอยากแต่งงานตั้งแต่อายุยังน้อย”
青春少女们则羞涩地低声说:“我们希望能早早嫁个好人家。”
เมื่อนางวิสาขานำความนี้ไปกราบทูลพระพุทธเจ้า พระองค์จึงทรงตรัสสอนความจริงที่สำคัญยิ่งว่า “วิสาขาเอ๋ย สรรพสัตว์ทั้งหลายต่างถูก ความแก่และความตายต้อนไป เหมือนนายโคบาลที่ถือไม้เท้าต้อนฝูงโคไปสู่ที่ฆ่า”
毘舍佉优婆夷将这些话转告佛陀后,佛陀开示了一个重要的教诲:“毘舍佉,一切众生都在被衰老与死亡驱赶着,就像牧牛人手持木棍驱赶牛群前往屠宰场一样。”
พระองค์ทรงอธิบายเปรียบเทียบว่า:นายโคบาลกับไม้เท้า: เปรียบเสมือน “ความแก่” ที่ค่อยๆ คืบคลานเข้ามาทำให้อวัยวะที่เคยแข็งแรงกลับหย่อนยาน ตาที่เคยมองชัดกลับมืดมัว และหูที่เคยได้ยินกลับตึง
佛陀进一步作了以下生动的比喻:牧牛人与木棍就好比衰老,它慢慢地逼近,让曾经强健的肢体变得衰弱无力,让曾经明亮的眼睛变得模糊,让曾经灵敏的耳朵变得重听。
ฝูงโค: เปรียบเสมือน “อายุและชีวิต” ของพวกเราที่สั้นลงทุกวัน ทุกลมหายใจเข้าออก
牛群好比我们的寿命与生命,随着每一次呼吸都在不断缩短。
ทุ่งหญ้าหรือที่ฆ่า: เปรียบเสมือน “ความตาย” ซึ่งไม่เคยเลือกวัย เหมือนผลไม้ที่หล่นได้ทั้งลูกที่ยังอ่อน ห่าม หรือสุกงอม
草场或屠宰场好比死亡,它从不挑选年龄,就像树上的果实,无论是青涩、半熟或熟透都有可能随时掉落。
พระพุทธองค์ทรงเตือนสติว่า อย่ามัวแต่ประมาท หรือรอให้แก่ก่อนถึงจะทำความดี เพราะเมื่อความแก่มาถึง กำลังวังชาจะถดถอย สมองจะไม่ว่องไวเหมือนเก่า หากเราไม่รีบสร้างที่พึ่งทางใจตั้งแต่วันนี้ เมื่อถึงเวลาที่ความตายมาเคาะประตูบ้าน แม้แต่พ่อแม่ ลูกเมีย หรือทรัพย์สมบัติมหาศาล ก็ไม่สามารถช่วยผัดผ่อนหรือต้านทานได้เลย
佛陀以此警醒世人:切勿放逸或非要等到老了才行善积德。因为当衰老来临时,精力会衰退,头脑不再敏捷如初。如果我们不趁早建立内心的依靠,当死神来敲门时,即使父母、妻儿或万贯家财,无法帮我们拖延片刻,更无法抵挡死亡的来临。
ข้อคิด:
启示
อย่ารอเวลา: ความแก่และความตายเดินทางมาหาเราทุกวินาทีเหมือนโคที่ถูกต้อนไปโรงฆ่าสัตว์
勿待来日:衰老与死亡时刻在逼近我们,就像被驱赶向屠宰场的牛群一样。
เร่งทำดีในวัยหนุ่มสาว: การฝึกจิตและสร้างบุญกุศลควรทำตั้งแต่ยังมีแรง เพราะถ้าปล่อยให้แก่เฒ่าไป ร่างกายอาจไม่อำนวยให้ทำได้สะดวก
趁年轻积极行善:修习禅定或积累善业,应该趁还有力气的时候去做。因为如果拖到年迈,身体就力不从心了。
ชีวิตไม่มีอะไรแน่นอน: ความตายอาจมาเยือนได้ทุกเมื่อโดยไม่บอกล่วงหน้า ดังนั้น “วันนี้” จึงเป็นวันที่ดีที่สุดในการเริ่มต้นทำความดี
生命无常:死亡随时不请自来。因此,今日就是开始行善的好日子。
——————————————————-
113 เหมือนถูกไฟไหม้เพราะกรรมของตน
113. 业火自焚
ในสมัยของพระกัสสปพุทธเจ้า มีเศรษฐีใจบุญคนหนึ่งชื่อว่า “สุมงคลเศรษฐี” ท่านเป็นผู้ที่เลื่อมใสในพระพุทธศาสนาเป็นอย่างมาก และมักจะสละทรัพย์สินจำนวนมหาศาลเพื่อสร้างอารามถวายแด่พระสงฆ์อยู่เสมอ
在迦叶佛时代,有一位乐善好施的富翁名为善吉祥长者。他虔诚信仰佛教,时常布施巨额财富,为僧众建造寺院。
เช้าตรู่วันหนึ่ง ขณะที่ท่านเศรษฐีกำลังเดินทางไปเฝ้าพระพุทธเจ้า ท่านบังเอิญเดินผ่านศาลาใกล้ประตูเมืองและสังเกตเห็นชายคนหนึ่งนอนเอาผ้าคลุมหัวอยู่ โดยมีเท้าที่เปื้อนโคลนโผล่ออกมา ด้วยความที่ไม่ได้คิดอะไร ท่านเศรษฐีจึงเปรยขึ้นเบาๆ ว่า “เท้าเปื้อนโคลนแบบนี้ สงสัยจะเป็นพวกที่ชอบเที่ยวกลางคืนแน่ๆ”
一天清晨,长者去拜见佛陀路过城门附近的一座凉亭时,看到一个人用布蒙着头躺着,双脚沾满了泥巴。长者不经意地轻声嘀咕道:“脚上沾满泥巴,想必是一个喜欢夜间四处游荡的人吧。”
ชายคนนั้นซึ่งความจริงแล้วเป็นโจร ได้ยินคำพูดนั้นเข้าก็รู้สึกโกรธแค้นเป็นอย่างมากที่ถูกเศรษฐีพูดจาดูถูก จึงผูกใจเจ็บและคิดหาทางแก้แค้น โจรใจพาลคนนี้เริ่มระรานเศรษฐีด้วยการแอบไปเผานาของเศรษฐีถึง 7 ครั้ง แอบไปตัดเท้าของวัวในคอกถึง 7 ครั้ง และลอบเผาบ้านของเศรษฐีอีกถึง 7 ครั้ง
实际上那个人是一个盗贼,听到此话后,便对长者的轻蔑之言怀恨在心,并想方设法报复。这个恶毒的盗贼开始骚扰长者:七次放火烧毁长者的田地,七次割断牛棚中的牛腿筋,七次放火烧毁长者的房屋。
แต่ไม่ว่าจะทำลายทรัพย์สินไปมากมายเท่าไหร่ โจรก็ยังไม่สะใจและไม่หายแค้น วันหนึ่ง โจรแกล้งไปตีสนิทกับคนรับใช้ของเศรษฐีจนได้รู้ความจริงว่า สิ่งที่เศรษฐีรักและหวงแหนที่สุดคือ “พระคันธกุฎี” (กุฏิที่สร้างถวายพระพุทธเจ้า) โจรจึงแอบลอบเข้าไปจุดไฟเผาพระคันธกุฎีนั้นจนวอดวาย ในขณะที่พระพุทธเจ้าเสด็จออกไปบิณฑบาต
然而,无论毁坏多少财物,盗贼的怨恨仍未平息。有一天,他假装与长者的仆人套近乎,得知长者最珍爱的是香室(为佛陀建造的居所)。于是,趁着佛陀外出托钵时,盗贼偷偷潜入纵火将香室烧成了灰烬。
เมื่อท่านเศรษฐีทราบข่าว แทนที่ท่านจะโกรธแค้นหรือเสียใจ ท่านกลับปรบมือด้วยความยินดี ชาวบ้านต่างพากันสงสัยและเข้าไปถามว่าทำไมท่านถึงไม่เสียดายข้าวของราคาแพงเลย เศรษฐีตอบด้วยรอยยิ้มว่า “ฉันยินดีที่จะได้สละทรัพย์เพื่อสร้างกุฏิถวายพระพุทธเจ้าขึ้นมาใหม่อีกครั้ง และจะได้ทำบุญใหญ่อีกรอบ”
长者得知此事后,非但没有愤怒或悲伤,反而高兴地拍手。众人都疑惑不解,问他为何不心疼那些昂贵的财物。长者笑着回答道:“我很高兴能再次施财为佛陀建造一座香室,如此自己又做一次大功德。”
หลังจากนั้น ท่านเศรษฐีได้จัดงานทำบุญถวายทานแด่พระสงฆ์ครั้งใหญ่ตลอด 7 วัน ในวันสุดท้าย ท่านได้กราบทูลพระพุทธเจ้าว่า “มีบุรุษผู้หนึ่งมาเผานา ตัดเท้าวัว เผาบ้าน และเผากุฏิของข้าพระองค์ ข้าพระองค์ขออุทิศส่วนบุญกุศลในการทำทานครั้งนี้ให้แก่เขาก่อนใครเลย”
此后,长者举行为期七天的大布施。最后一天,他向佛陀禀告道:“有一个人烧毁了我的田地、割断了牛的腿筋、烧了我的房屋和香室。我愿将这次布施的所有功德先回向给他。”
ฝ่ายโจรซึ่งแอบซ่อนมีดกริชและเดินเตร่อยู่ในวิหารเพื่อหาโอกาสลอบฆ่าเศรษฐี บังเอิญได้ยินคำพูดนั้นเข้าพอดี เขารู้สึกผิดจับใจและคิดได้ว่า “เราทำเรื่องเลวร้ายกับเขาถึงขนาดนี้ เขายังไม่มีแม้แต่ความแค้นเคือง แถมยังแผ่ส่วนบุญให้เราอีก ถ้าเราไม่ขอโทษ บาปกรรมและสวรรค์คงต้องลงโทษเราแน่ๆ” โจรจึงรีบวิ่งไปหมอบกราบแทบเท้าท่านเศรษฐี สารภาพผิดทุกอย่าง และขอตกเป็นทาสรับใช้ตลอดชีวิตเพื่อชดใช้กรรม
那个盗贼当时正在寺院中徘徊,伺机刺杀长者。恰巧听到了这番话,他顿时无比内疚,心想:“我对他做了如此恶劣的事情,他不仅没有丝毫怨恨,还把功德回向给我。若我不去忏悔,业报与天理一定会惩罚我。”于是,盗贼急忙跑过去跪在长者的脚下,坦白了一切罪行并请求终身做他的仆人来赎罪。
ท่านเศรษฐีผู้มีจิตใจเมตตาได้ให้อภัยในสิ่งที่โจรทำลงไปทั้งหมด แต่ปฏิเสธที่จะรับโจรไว้เป็นทาส เพราะเกรงว่าหากมีเรื่องขัดใจกันในอนาคตจะตักเตือนกันลำบาก ท่านจึงบอกให้โจรลุกขึ้นแล้วเดินจากไปอย่างเป็นอิสระ
慈悲的长者原谅了盗贼的恶行,却拒绝收他为仆,因担心日后若两人再发生矛盾将很难相处。于是,长者便让盗贼起身自由离去。
กาลเวลาผ่านไป เมื่อโจรคนนั้นสิ้นอายุขัย บาปกรรมที่เขาได้ก่อไว้ก็ส่งผลให้เขาต้องตกนรกอเวจีเป็นเวลานานแสนนาน และเมื่อพ้นจากนรก ก็ต้องมาเกิดเป็นเปรตที่มีเปลวไฟลุกท่วมตั้งแต่หัวลามไปถึงหาง ทนทุกข์ทรมานอยู่ที่ภูเขาคิชฌกูฏ
时光飞逝,当盗贼命终后,他所造的恶业令他堕入无间地狱受漫长的苦报。脱离地狱后又投生为饿鬼,全身从头至尾被火焰吞噬,在灵鹫山受尽折磨。
ข้อคิด:
启示
คนพาลเมื่อทำบาปกรรมอยู่มักจะไม่รู้ตัว เพราะจิตใจมืดบอดและพ่ายแพ้ต่ออำนาจของกิเลสและความโกรธแค้น แต่ในท้ายที่สุดแล้ว ผลของกรรมชั่วนั้นจะย้อนกลับมาเผาผลาญตัวเองให้เดือดร้อนในภายหลัง เปรียบเสมือนเปรตที่ต้องถูกไฟแห่งกรรมของตนเองเผาไหม้อย่างทุกข์ทรมาน ในขณะที่ผู้มีปัญญาและมีเมตตา ย่อมรู้จักให้อภัย ไม่ผูกเวร และพบแต่ความสงบสุขในจิตใจ
愚痴者造恶时往往浑然不觉,因为他们的心被烦恼与嗔怒所蒙蔽。然而,恶业的果报终将会反噬自身,让自己日后陷入痛苦之中,就像那只被自身业力之火焚烧,饱受折磨的饿鬼一样。而具足智慧和慈悲之人,懂得宽恕,不结怨仇,内心唯有安乐。
——————————————————-
114 ประทุษร้ายในท่านผู้ไม่ประทุษร้าย
114. 伤害无辜之人
มีพระเถระผู้มีฤทธิ์เดชมากท่านหนึ่งนามว่า พระมหาโมคคัลลานะ ท่านสามารถเหาะเหินเดินอากาศ ไปนรกและสวรรค์ได้ ความเก่งกาจของท่านทำให้ผู้คนเลื่อมใสในพระพุทธศาสนาอย่างมาก แต่เรื่องนี้กลับสร้างความอิจฉาแก่เหล่านักบวชนอกศาสนาเป็นอย่างยิ่ง
有一位具足大神通的长老,名叫摩诃目犍连尊者。他能够飞天遁地,自由往来于地狱与天界间。他神通广大令众人对佛教生起极大的信仰,但也引起了外道修行者的嫉妒。
พวกคนเหล่านั้นจึงจ้างกลุ่มโจรให้ไปสังหารพระเถระเสีย แม้พระมหาโมคคัลลานะจะใช้ฤทธิ์หนีไปได้ถึงสองครั้ง แต่ในครั้งที่สาม ท่านพิจารณาเห็นว่า “กรรมเก่า” กำลังตามมาทัน ท่านจึงตัดสินใจไม่หนีอีกต่อไป พวกโจรจับท่านได้แล้วทุบตีจนกระดูกแตกละเอียดเหมือนข้าวสารหัก แล้วทิ้งท่านไว้ในพุ่มไม้เพราะคิดว่าตายแล้ว
于是,那些外道便雇佣一群强盗去杀害尊者。虽然目犍连尊者两次以神通逃脱,但第三次,他观照到往昔的旧业即将成熟便决定不再逃避。强盗们捉住尊者后将他殴打至骨碎,以为他已经死了便丢弃在灌木丛中。
แต่ด้วยพลังจิตอันแก่กล้า ท่านได้ประสานร่างกายแล้วเหาะไปกราบทูลลาพระพุทธเจ้าก่อนจะปรินิพพาน เมื่อเรื่องนี้ทราบถึงพระราชา พวกโจรและผู้บงการทั้งหมดถูกจับได้และได้รับโทษอย่างสาสมด้วยการถูกเผาและไถร่างจนเสียชีวิต
但凭借着强大的心力,尊者重新接合身体,飞到佛陀面前辞别,随后般涅槃。当国王得知此恶行后下令追捕,将所有的强盗和幕后主谋全部缉拿归案,并处以火焚及车轮碾压的极刑,让他们得到了应有的惩罚。
ทำไมพระผู้มีฤทธิ์มากถึงต้องมาพบจุดจบเช่นนี้ พระพุทธเจ้าทรงเฉลยว่า ในอดีตชาติ พระมหาโมคคัลลานะเคยหลงเชื่อคำยุยงของภรรยา จนหลอกพ่อแม่ที่ตาบอดไปกลางป่า แล้วแสร้งปลอมตัวเป็นโจรเข้าไปทุบตีท่านทั้งสองจนตาย, แม้ในขณะที่พ่อแม่ถูกตี ท่านทั้งสองยังร้องบอกให้ลูกหนีไปเพราะเป็นห่วงลูกมากกว่าตัวเอง ด้วยบาปหนักนี้เอง ทำให้ท่านต้องตกนรกนานนับแสนปี และเมื่อเกิดมาเป็นมนุษย์ก็ต้องถูกทุบตีจนตายเช่นนี้ถึง 100 ชาติ
为何具足大神通的尊者会遭遇这样的结局?佛陀揭示了其中的因缘:在过去生中,目犍连尊者曾听信妻子的挑拨,将双目失明的父母骗至森林深处,然后假扮强盗将他们殴打致死。即使在被殴打时,父母仍在呼喊让儿子快逃,对儿子的关心远胜于自己。正是这个深重的恶业,令他堕入地狱受苦长达数十万年。当他投生为人后,又遭受被殴打致死之苦长达一百世。
ข้อคิด:
启示
กฎแห่งกรรมนั้นยุติธรรมเสมอ: ไม่ว่าจะมีฤทธิ์เดชแค่ไหน ก็หนีผลกรรมที่เคยทำไว้ไม่พ้น โดยเฉพาะกรรมที่ทำกับผู้มีพระคุณ
业果法则公平无私:无论拥有多大的神通,也无法逃脱自己曾经造下的业果,尤其是针对恩人所造的恶业。
การประทุษร้ายต่อคนที่ดีและไม่มีความผิด (โดยเฉพาะพ่อแม่หรือผู้มีศีล) จะได้รับผลกรรมรุนแรง 10 ประการ เช่น เจ็บป่วยหนัก, เสียทรัพย์, พิการ, จิตฟุ้งซ่าน หรือถูกใส่ความ และเมื่อตายไปจะต้องตกนรก
加害善良无辜之人(尤其是父母或持戒者),将招致十种严重的果报,如重病、破财、伤残、心乱、遭人诬陷等,往生之后将堕入地狱。
ความกตัญญูคือเกราะคุ้มภัย: การทำร้ายผู้ที่เป็นที่พึ่งพนักหรือผู้ที่มีอุปการะคุณต่อเรา เป็นบาปที่หนักที่สุดและจะติดตามตัวไปยาวนาน
知恩感恩是护身的铠甲:伤害那些曾经庇护或对我们有恩的人是极重的恶业,其业报将长久追随。
——————————————————-
115 ธรรมที่ทำให้ไปเกิดเป็นเทวดา
115. 趣向天界之法
ในสมัยพุทธกาล มีเศรษฐีคนหนึ่งตัดสินใจบวชเป็นพระ แต่แทนที่จะสละกิเลส ท่านกลับขนข้าวของเครื่องใช้มากมาย ทั้งเนยใส น้ำมัน และเสื้อผ้าไปไว้ที่กุฏิ แถมยังให้ทาสมาคอยปรุงอาหารให้กินโดยไม่ยอมออกไปบิณฑบาตเหมือนพระรูปอื่น
在佛陀时代,有一位富翁出家为比丘。然而,他并没有舍弃世俗的贪欲,反而将大量的生活用品,包括酥油、油和衣物等搬进自己的寮房,还让仆人为他烹调食物,不像其他比丘那样外出托钵。
เมื่อพระพุทธเจ้าทรงทราบและตำหนิว่าท่านเป็นผู้มีความปรารถนามาก พระรูปนั้นกลับโกรธและประชดด้วยการเปลื้องจีวรออกจนล่อนจ้อนต่อหน้าผู้คน เพื่อจะสื่อว่าตนเองไม่มีสมบัติอะไรแล้ว
当佛陀得知此事后,批评他贪欲过重。这位比丘反而恼怒不已,当着众人的面脱下袈裟,赤身裸体,以此表明自己已一无所有。
พระพุทธเจ้าจึงทรงเมตตาเตือนสติด้วยการเล่าเรื่องราวในอดีตชาติของพระรูปนี้ว่า…
于是,佛陀慈悲地开导他,讲述了这位比丘前世的故事:
ในอดีต มีพระโพธิสัตว์นามว่า มหิสสาสกุมาร พร้อมด้วยพระอนุชาอีกสองพระองค์คือ จันทกุมาร และ สุริยกุมาร ต้องเดินทางเข้าไปอยู่ในป่าเพื่อความปลอดภัยจากพระแม่ม้า วันหนึ่งสุริยกุมารลงไปตักน้ำในสระที่มี ผีเสื้อน้ำ (ยักษ์) สิงสถิตอยู่ ซึ่งยักษ์ตนนี้ได้รับพรให้กินใครก็ได้ที่ลงมาในสระ ยกเว้นแต่ผู้ที่รู้ “เทวธรรม”
在过去世,菩萨转世为一位名叫摩醯沙的王子,他与两个弟弟——旃陀王子和苏利耶王子为了躲避继母的迫害,不得不躲进森林里。有一天,苏利耶王子去池塘取水,池中住着一只夜叉。这只夜叉曾获得天人的恩赐:任何进入池中的人,除非知晓“天法”,否则都会被它吃掉。
เมื่อสุริยกุมารและจันทกุมารตอบคำถามไม่ได้ จึงถูกยักษ์จับตัวไว้ จนกระทั่งพระโพธิสัตว์เดินตามมา ยักษ์จึงถามว่า “ท่านรู้หรือไม่ว่าเทวธรรมคืออะไร?” พระโพธิสัตว์จึงแสดงธรรมว่า ธรรมที่ทำให้ไปเกิดเป็นเทวดา คือ “หิริ และ โอตตัปปะ” หรือความละอายและเกรงกลัวต่อบาป ยักษ์เลื่อมใสมากจึงยอมปล่อยน้องชายทั้งสอง และพระโพธิสัตว์ยังสอนให้ยักษ์เลิกกินคนและรักษาศีล 5 จนสุดท้ายยักษ์ก็ได้มีชีวิตที่ดีขึ้นจากการดูแลของพระราชา
因为苏利耶王子和旃陀王子都答不上来何谓天法,所以被夜叉抓起来。直到菩萨寻踪而来,夜叉便问道:“你可知什么是天法?”菩萨当即宣说妙法:“趣向天界之法,即是“惭”与“愧”,也就是对恶行感到羞耻,对恶报心生畏惧。”夜叉听后心生欢喜,便释放了两位弟弟。菩萨还教导夜叉戒除吃人的恶习并持守五戒,后来夜叉在国王的庇护下过上了更好的生活。
พระพุทธเจ้าทรงสรุปว่า ยักษ์ในวันนั้นกลับชาติมาเกิดเป็นพระผู้มีของมากรูปนี้นั่นเอง
最后,佛陀总结道:“当日的夜叉历经轮回正是眼前这位囤积了无数财物的比丘。”
ข้อคิด
启示
ความบริสุทธิ์อยู่ที่ใจ ไม่ใช่รูปลักษณ์ภายนอก: การเปลือยกาย นอนบนตม หรือการทรมานตนเอง (อัตตกิลมถานุโยค) ไม่สามารถทำให้คนหายสงสัยหรือบริสุทธิ์จากกิเลสได้ ตราบใดที่ใจยังเต็มไปด้วยความโลภและความอยาก
清净在于心,非外在形式:赤身裸体、睡于泥潭或自我折磨(苦行),只要内心依然充满贪婪和欲望,就无法解脱烦恼或获得清净。
ทางสายกลางคือคำตอบ: พระพุทธศาสนาเน้นการปฏิบัติทางสายกลาง (มัชฌิมาปฏิปทา) ไม่ตึงจนเป็นการทรมานตนเอง และไม่หย่อนจนลุ่มหลงในกาม
中道才是正道:佛教强调践行中道,既不过度紧绷以至于自我折磨,也不过度松懈以至于沉溺于感官享乐。
ธรรมที่ทำให้ไปเกิดเป็นเทวดา คือ หิริโอตตัปปะ : การมีความละอายและเกรงกลัวต่อการทำชั่ว คือธรรมะที่ทำให้คนกลายเป็นเทวดาและอยู่ร่วมกันอย่างเป็นสุข
趣向天界之法即是惭与愧:对作恶感到羞耻并心怀敬畏,才是让人成为天界众生,并能和谐共处的核心美德。
——————————————————-
116 ผู้ประพฤติธรรมเป็นปกติ ผู้นั้นเรียกได้ว่าเป็นภิกษุที่แท้จริง
116. 恒常修持正法方为真比丘
ณ เมืองสาวัตถี สันตติมหาอำมาตย์ ผู้มีความดีความชอบในการปราบจลาจลที่ชายแดนจนสงบราบรื่น พระเจ้าปเสนทิโกศลจึงทรงตบรางวัลด้วยการยกราชสมบัติให้ครอบครองเป็นเวลา 7 วัน ในช่วงเวลานั้น ท่านมหาอำมาตย์ใช้เวลาไปกับการหาความสุข สนุกสนานกับการดื่มสุราและการชมการร่ายรำของหญิงสาวนักฟ้อนที่แต่งตัวงดงาม
在舍卫城,有一位名叫桑达提的大臣,因为在平定边境叛乱中立下大功,波斯匿王便让他享受七天的王权。在这七天里桑达提大臣纵情享乐,沉溺于美酒佳肴以及一位美女舞者的曼妙舞姿中。
ทว่าในวันที่ 7 เรื่องไม่คาดฝันก็เกิดขึ้น ขณะที่นางนักฟ้อนกำลังร่ายรำอยู่นั้น นางกลับล้มลงเสียชีวิตต่อหน้าต่อตา ความโศกเศร้าอย่างลึกซึ้งทำให้ความเมาที่สะสมมาตลอด 7 วันหายไปเป็นปลิดทิ้ง ท่านมหาอำมาตย์จึงรีบไปเข้าเฝ้าพระพุทธเจ้าเพื่อหาที่พึ่งทางใจ
到了第七天,发生了一件意想不到的事情。那位舞女在翩翩起舞时,突然倒地身亡。极度的悲痛让桑达提大臣连日来的醉意瞬间烟消云散。他立刻去拜见佛陀,寻求心灵的慰藉。
พระพุทธองค์ทรงสอนให้เขาทิ้งความยึดมั่นถือมั่นทั้งในอดีต อนาคต และปัจจุบัน และให้พิจารณาว่าน้ำตาที่เขาเสียไปในสังสารวัฏนี้มีมากกว่าน้ำในมหาสมุทรเสียอีก เพียงสิ้นสุดพระธรรมเทศนา สันตติมหาอำมาตย์ก็ได้บรรลุเป็นพระอรหันต์ ทั้งที่ยังใส่เครื่องประดับและเสื้อผ้าอาภรณ์ที่หรูหราแบบพระราชาอยู่เลย
佛陀教导他放下对过去、现在与未来的执着,并让它他明白在无尽的轮回中,他流过的眼泪比四大海洋的水还多。佛陀刚开示结束,桑达提大臣即便仍身着华服、佩戴王室饰品,亦当即证得了阿罗汉果。
เมื่อท่านมหาอำมาตย์นิพพาน เหล่าภิกษุต่างสงสัยกันว่า “คนที่ยังแต่งตัวสวยงามประดับประดาเช่นนี้ จะเรียกว่าเป็นสมณะหรือภิกษุได้อย่างไร?”
桑达提大臣般涅槃后,众比丘感到很疑惑:“一个穿着华丽、满身装饰的人,怎么能被称为沙门或比丘呢?”
พระพุทธเจ้าจึงได้ตรัสสอนความจริงอันยิ่งใหญ่ว่า: “บุคคลแม้จะยังประดับกายอยู่ แต่ถ้าประพฤติธรรมเป็นปกติ มีความสงบ ฝึกฝนตนเองได้ดี และไม่เบียดเบียนสัตว์ทั้งปวง ผู้นั้นก็เรียกได้ว่าเป็นพราหมณ์ เป็นสมณะ และเป็นภิกษุที่แท้จริง”
佛陀随即开示道:“一个人即便身着华丽的服饰,但只要他恒常修持正法,内心寂静,善于调伏自己,不恼害一切众生,那么此人便可称为真正的婆罗门、沙门或比丘。”
ข้อคิด:
启示
ความงามภายนอกไม่ใช่ตัวตัดสิน: มนุษย์เรามักจะให้ความสำคัญกับการแต่งตัวเพื่อให้ดูเด่นและมั่นใจในสังคม แต่การแต่งตัวดีไม่ได้หมายความว่าเป็นคนใจสะอาดเสมอไป
外在的美并非评判的标准:世人常以外在的装扮彰显自信、立足社会,但衣着光鲜未必代表心灵纯洁。
การศึกษาต้องควบคู่กับมโนธรรม: ความรู้ทางโลกเพียงอย่างเดียวไม่สามารถเปลี่ยนนิสัยดั้งเดิมของคนให้ดีขึ้นได้ หากขาดการปฏิบัติธรรมและมโนธรรมที่รับผิดชอบต่อสังคม
教育必须与良知并重:如果缺乏修行和对社会负责的良知,单凭世俗的知识根本无法改善一个人根深蒂固的习气。
ใจที่ฝึกดีแล้วคือหัวใจสำคัญ: ความสงบที่แท้จริงต้องเริ่มจากภายใน (การลดละ ราคะ โทสะ โมหะ) ไม่ใช่แค่ความสงบจากภายนอก
调伏的心是关键:真正的寂静始于内心(平息贪、嗔、痴),而不仅仅是外在表象的宁静。
ไม่ว่าเราจะประกอบอาชีพอะไร หรือแต่งตัวแบบไหน (เป็นฆราวาสหรือนักบวช) คุณค่าที่แท้จริงอยู่ที่การประพฤติปฏิบัติและความสะอาดของจิตใจ หากเราทำตัวดีและมีธรรมะ เราก็เป็นผู้ประเสริฐได้ในทุกชุดที่สวมใส่
无论从事什么职业,或身着何种衣饰(无论是在家人或出家人),真正的价值在于自身的行为与内心的清净。如果我们行为端正,修持正法,无论身着何种服饰,皆是尊贵贤圣之人。
——————————————————-
117 กีดกันอกุศลเข้ามาในใจ ด้วยความละอาย
117. 以羞耻心克制不善念
ณ เมืองสาวัตถี มีเด็กชายยากจนคนหนึ่ง ชีวิตของเขาน่าสงสารมาก เขาไม่มีบ้าน ไม่มีพ่อแม่ มีเพียงผ้าเก่าๆ ขาดๆ ผืนเดียวที่ใช้นุ่งห่ม และถือเศษกระเบื้องใบหนึ่งคอยเที่ยวขอทานอาหารไปวันๆ
在舍卫城,有一个贫穷的小男孩。其身世十分悲惨,没有父母,无家可归,只有一件破旧的布用以遮体,手中拿着一个破瓦罐,日复一日地四处乞讨度日。
วันหนึ่ง พระอานนท์ เดินมาพบเด็กน้อยคนนี้เข้า จึงเกิดความเมตตาและถามว่า “อยากบวชไหม?“ เด็กน้อยตอบตกลงทันที พระอานนท์จึงพาเขาไปอาบน้ำ และบวชให้เป็นสามเณร โดยได้นำผ้าเก่าๆ ผืนนั้นไปพาดไว้บนกิ่งไม้ และวางเศษกระเบื้องขอทานไว้ใกล้ๆ เพื่อเป็นอนุสรณ์
有一天,阿难尊者路过遇见小男孩,心生怜悯便问他:“你愿意出家修行吗?”小男孩毫不犹豫地答应了。阿难尊者便带他去沐浴,为他剃度成为沙弥。尊者还将小男孩原先的那块破布挂在树枝上,把乞食用的破瓦罐放在旁边,作为过去生活的纪念。
เมื่อบวชเป็นพระได้ไม่นาน ชีวิตของเขาก็เปลี่ยนไป ท่านได้รับปัจจัยและอาหารอันประณีตจนร่างกายอ้วนท้วนสมบูรณ์ ผิวพรรณผ่องใส แต่แล้ว “กิเลส” ก็เริ่มเข้ามาจู่โจมหัวใจ ท่านเริ่มรู้สึกอยากสึกออกมาใช้ชีวิตแบบทางโลก
出家后不久,沙弥的生活发生了翻天覆地的变化。他获得了丰厚的供养与精美的饮食,身体日渐健壮,皮肤也变得光洁细腻。然而,烦恼却开始侵袭他的心。他渐渐生起还俗,回归世俗生活的念头。
ทุกครั้งที่ความรู้สึกอยากสึกเกิดขึ้น ท่านจะเดินไปที่โคนต้นไม้ที่มีผ้าเก่าและเศษกระเบื้องวางอยู่ แล้วตำหนิตัวเองว่า “เจ้าคนไม่มีความละอาย! เจ้าอยากจะทิ้งจีวรที่ประณีตนี้ แล้วกลับไปนุ่งผ้าขาดๆ และถือกระเบื้องขอทานนั่นอีกหรือ?“
每当还俗的念头生起时,他就会走到那棵挂着破布、放着破瓦罐的树下,自我呵责道:“你这个不知羞耻的人!难道你想脱下这身庄严清净的袈裟,重新回去穿那块破布,捧着那个破瓦罐乞讨吗?”
เมื่อได้เห็นสภาพเดิมของตน ความละอายต่อบาป หรือ “หิริ” ก็เกิดขึ้นในใจทันที จิตใจที่เคยฟุ้งซ่านก็สงบลง ท่านทำเช่นนี้ซ้ำแล้วซ้ำเล่าเพื่อเตือนสติ จนในที่สุดท่านก็สามารถตัดขาดจากกิเลสและบรรลุเป็นพระอรหันต์ได้สำเร็จ
每当回忆自己过去的悲惨境遇,内心的羞耻油然而生。原本散乱的心顿时平静下来。他反复地警醒自己,最终彻底断除烦恼,证得阿罗汉果。
เมื่อพระพุทธเจ้าทรงทราบเรื่อง จึงได้ตรัสสอนภิกษุทั้งหลายว่า “บุคคลที่สามารถยับยั้งอกุศลจิตด้วยความละอายนั้นหาได้ยากในโลก” เปรียบเหมือนม้าฝีเท้าดีที่เพียงแค่เห็นเงาแส้ก็รู้สึกตัวและรีบทำหน้าที่ของตนอย่างเต็มที่
佛陀知晓此事后,对众比丘开示道:“能以羞耻心克制不善念的人,世间实属罕见。” 好比一匹骏马,仅仅看到鞭子的影子,就立刻警觉并全力以赴地奔跑。
ข้อคิด:
启示
ความละอาย (หิริ): เป็นเครื่องมือสำคัญในการหยุดความคิดที่ไม่ดี (อกุศลวิตก) ทั้งความต้องการทางกาม ความพยาบาท และการเบียดเบียน
羞耻心(惭):是止息不善念(不善寻,如:欲寻、嗔寻、害寻)的重要工具。
การตื่นรู้: พระพุทธเจ้าทรงเปรียบความหลงในกิเลสเหมือนการหลับใหล (กิเลสนิทรา) ผู้ที่ฝึกฝนตนเองให้ตื่นอยู่เสมอด้วยสติจะสามารถหลุดพ้นจากความทุกข์ได้
觉醒:佛陀将沉溺于烦恼比作沉睡(烦恼之眠)。唯有维持正念、训练自己时刻保持清醒的人才能解脱痛苦。
คุณสมบัติ 8 ประการสู่ความพ้นทุกข์: การจะละความทุกข์ได้ต้องประกอบด้วย ศรัทธา, ศีล, ความเพียร, สมาธิ, การพิจารณาธรรม, วิชชา (ความรู้), จรณะ (ความประพฤติ) และสติที่มั่นคง
导向解脱的八种品质:要解脱痛苦须具足信(信仰)、戒(戒行)、精进(努力)、定(禅定)、法思择(思惟佛法)、明(智慧)、行(德行)以及安稳的正念。
พลังของการฝึกฝน: การฝึกจิตอย่างสม่ำเสมอจะกลายเป็นนิสัยที่ฝังลึก ทำให้จิตไม่เสื่อมถอยไปจากความดี แม้จะไม่ได้อยู่ในสมาธิตลอดเวลาก็ตาม.
修行的力量:持之以恒地修习心,能使善法深植习性,如此一来即使没有一直处于禅定中,心也不会从善法中退转。
——————————————————-
118 สุขะสามเณร ผู้ฉลาดในการฝึกตน
118.善于自我修行的苏卡沙弥
มีเด็กชายตัวน้อยคนหนึ่งชื่อว่า “สุขะ” ที่แปลว่าความสุข เพราะตั้งแต่เขาเกิดมา ครอบครัวก็มีแต่ความสงบสุขและเจริญรุ่งเรือง เมื่อสุขะอายุได้เพียง 7 ขวบ เขาเลื่อมใสในพระพุทธศาสนาจึงขออนุญาตคุณแม่ไปบวชเป็นสามเณรในสำนักของพระสารีบุตร
有一个小男孩名叫苏卡,这个名字的意思是快乐。因为自从他出生以来,家族就充满了安宁与兴旺。苏卡年仅七岁时,就对佛教生起信仰,在征得母亲同意后,在舍利弗尊者的座下出家为沙弥。
เช้าวันหนึ่ง ขณะที่สามเณรน้อยเดินตามพระอาจารย์ไปบิณฑบาต สายตาของเขาก็สังเกตเห็นสิ่งต่าง ๆ รอบตัว
一天清晨,小沙弥跟随师父外出托钵时,观察周围的种种事物:
เขาเห็นชาวนากำลัง “ไขน้ำเข้านา” เพื่อเลี้ยงต้นข้าว,เขาเห็นช่างทำศรกำลัง “ดัดลูกศร” ให้ตรงด้วยไฟ,เขามองเห็นช่างถากไม้กำลัง “ค่อย ๆ ถากไม้” ให้กลายเป็นรูปร่างตามต้องการ
他看到农夫正在引水入田灌溉秧苗;看到工匠正在用火烤炙进而矫正箭矢;看到木匠正在砍削木材,将其变成所需的形状。
สามเณรน้อยหยุดคิดครู่หนึ่งแล้วเกิดปัญญาขึ้นว่า “น้ำ ลูกศร และไม้ เป็นสิ่งที่ไม่มีจิตวิญญาณ แต่คนยังสามารถบังคับและฝึกให้เป็นไปตามความปรารถนาได้ แล้วเราซึ่งเป็นมนุษย์มีจิตใจ ไฉนจะฝึกตนเองไม่ได้?”
小沙弥思惟片刻后,突然领悟到:水、箭矢和木材都是没有灵魂的东西,人们尚能按照自己的意愿去控制和训练它们。而我作为一个有心识的人,又怎会无法训练自己?
ด้วยความคิดนี้ สามเณรสุขะจึงขอกลับไปยังวิหารเพื่อบำเพ็ญเพียรเพียงลำพัง ขณะที่เขานั่งสมาธิอยู่นั้น พระพุทธเจ้าทรงทราบด้วยพระญาณว่าสามเณรกำลังจะบรรลุธรรม แต่กลัวว่าพระสารีบุตรจะกลับมาขัดจังหวะเสียก่อน พระองค์จึงเสด็จไปดักรอที่หน้าประตูวัดเพื่อชวนพระสารีบุตรสนทนาธรรมถ่วงเวลาไว้ จนกระทั่งสามเณรน้อยสามารถบรรลุเป็นพระอรหันต์ได้สำเร็จในวัยเพียง 7 ขวบเท่านั้น
想到这里,苏卡沙弥请求先行返回寺院,独自精进修行。佛陀以神通预见小沙弥即将证悟,但又担心舍利弗尊者回来会打断他,便亲自到寺院门口拦住舍利弗尊者,与其谈论佛法以拖延时间,直到小沙弥成功证得阿罗汉果,而那时他年仅七岁。
ในอดีตชาติสุขะสามเณร เคยเป็นชายยากจนชื่อ “ภัตตะ” ที่ทำงานหนักถึง 3 ปีเพื่อให้ได้อาหารมื้อพิเศษเพียงมื้อเดียว แต่เขากลับสละอาหารมื้อนั้นทั้งหมดถวายแด่พระปัจเจกพุทธเจ้าด้วยจิตใจที่แน่วแน่ บุญกุศลครั้งนั้นส่งผลให้เขาเกิดมาพร้อมปัญญาและโอกาสในการบรรลุธรรมอย่างรวดเร็ว
在过去世,苏卡沙弥曾是一位名叫跋陀的穷人。他曾辛苦劳作三年,只为了换得一顿丰盛的餐食。最后,他却怀着坚定的信仰将那顿饭全部供养给一位辟支佛。正是这次善业让他今生福慧具足,并迅速证悟佛法。
ข้อคิด:
启示
การฝึกตนคือหัวใจของความสำเร็จ: เช่นเดียวกับชาวนาที่ไขน้ำ หรือช่างที่ดัดไม้ หากเราหมั่นฝึกฝนใจและกายของตนเองให้มีระเบียบวินัย เราก็จะสามารถควบคุมชีวิตให้ไปสู่จุดหมายที่ต้องการได้
自我修行是成功的关键:如同农夫引水灌溉或者工匠矫正木材一样,如果我们勤于训练自己的身心,使其具备纪律性,我们就能掌控自己的人生,朝着既定的目标迈进。
ระเบียบวินัยทำให้ดูงาม: วินัยไม่ได้มีไว้เพื่อบังคับ แต่มีไว้เพื่อความเป็นระเบียบเรียบร้อย เหมือนดอกไม้ที่จัดใส่แจกันย่อมสวยงามกว่าดอกไม้ที่วางระเกะระกะ
纪律彰显内在之美:纪律并非是为了束缚,而是为了井然有序。如同被精心修剪后插在瓶中的鲜花,必定比散乱堆放的鲜花更具美感。
คนไม่มีวินัยเหมือนควายตาบอด: แหล่งข้อมูลเปรียบเปรยว่า คนที่ไม่ฝึกตนหรือไม่มีระเบียบวินัย เมื่อออกไปสู่โลกกว้างก็เหมือนควายตาบอดที่เดินในป่า ย่อมเสี่ยงที่จะตกหลุมพรางหรือประสบอันตรายได้ง่าย
无纪律者如瞎眼的牛:那些不自我训练、没有纪律的人,一旦步入社会,就会像一头在森林里行走的瞎眼水牛,很容易掉进陷阱或遭遇危险。
เริ่มเร็วได้ผลมาก: การฝึกตนเองควรเริ่มตั้งแต่วัยเด็ก เพราะจะทำให้กลายเป็นนิสัยที่ติดตัวไปจนโต และช่วยให้ประสบความสำเร็จในชีวิตได้ง่ายขึ้น
及早修行将受益无穷:自我修行应该始于孩童时期,因为这会形成伴随一生的良好习性,也能让人在未来的人生道路上更容易取得成功。
——————————————————-
119 เพลิงแห่งโลก
119. 世间之火
ในเมืองสาวัตถี มีกลุ่มหญิงสาว 500 คน ซึ่งเป็นเพื่อนและบริวารของ นางวิสาขา มหาอุบาสิกาผู้ใจบุญ แม้พวกเธอจะอยู่ใกล้ชิดคนดี แต่นิสัยเสียอย่างหนึ่งที่แก้ไม่หายคือ การชอบดื่มสุรา
在舍卫城有五百位女子,她们是大施主毘舍佉优婆夷的朋友与随从。虽然她们常年伴随在善人身边,却有一个屡教不改的恶习——嗜酒如命。
วันหนึ่งมีเทศกาลฉลอง 7 วัน สามีของพวกเธอต่างดื่มกินกันอย่างสนุกสนาน แต่พวกเธอไม่ได้รับอนุญาตให้ดื่มต่อหน้าสามี ด้วยความอยาก พวกเธอจึงออกอุบายหลอกนางวิสาขาให้พาไปเที่ยวชมสวน โดยแอบซ่อนเหล้าไปดื่มจนเมามาย พอโดนสามีจับได้ก็ถูกทำโทษจนระบมไปตาม ๆ กัน
有一次,城里举办为期七天的节日庆典,这些女子的丈夫都在尽情饮酒作乐,而她们却被禁止在丈夫面前饮酒。因为她们实在太想喝酒,便心生一计哄骗毘舍佉带她们去园林游玩,实际上却暗中藏酒,在园中喝得酩酊大醉。当她们被丈夫发现后受到了严厉的惩罚,被打得遍体鳞伤。
แต่ความเขลาไม่เข้าใครออกใคร พอมีงานรื่นเริงครั้งต่อมา พวกเธอก็ยังอยากดื่มอีก! คราวนี้พวกเธอใช้แผนใหม่ แสร้งทำเป็นขอให้นางวิสาขาพาไปฟังธรรมจากพระพุทธเจ้าที่วัดเชตวัน แต่ที่จริงคือแอบกรอกเหล้าใส่ขวดรูปฝ่ามือซ่อนไว้ในเสื้อผ้า
然而,愚痴往往让人好了伤疤忘了疼。到了下一个节日,她们又想喝酒。这次她们想出了一个新计谋,假装请求毘舍佉带她们去祇园精舍听佛陀说法,实际上却将酒装进小瓶里,藏在衣服中。
เมื่อถึงต่อหน้าพระพักตร์พระพุทธเจ้า ขณะที่นางวิสาขากำลังกราบทูลขอให้พระองค์แสดงธรรม หญิงกลุ่มนั้นก็แอบดื่มเหล้าจนเมาได้ที่ บางคนเริ่มร่ายรำ บางคนเริ่มร้องเพลงอย่างขาดสติ พระพุทธเจ้าทรงทราบด้วยพระญาณ จึงทรงบันดาลให้บริเวณนั้น มืดสนิท ทันที
当她们来到佛陀座前,正当毘舍佉请求佛陀开示时,那群女子却在一旁偷偷喝酒,直到喝得烂醉如泥。有的人当众手舞足蹈,有的人放声歌唱。佛陀以法眼洞察一切后,立刻施展神通使周围顿时一片漆黑。
ท่ามกลางความมืดมิด หญิงเหล่านั้นตกใจกลัวจนสร่างเมา พระพุทธเจ้าจึงทรงเปล่งรัศมีให้สว่างไสวเหมือนแสงจันทร์เต็มดวง แล้วตรัสเตือนสติด้วยถ้อยคำที่กินใจว่า:
在黑暗中,这些女子惊恐万分,顿时酒意全消。随后,佛陀散发出如满月般皎洁的光芒,并用发人深省的法语点醒她们:
“พวกเธอจะมาร่าเริงบันเทิงใจกันอยู่ทำไม ในเมื่อโลกนี้กำลังลุกโพลงอยู่ด้วยกองไฟตลอดเวลา? เมื่อพวกเธอถูกความมืดคือความเขลาห่อหุ้มไว้ ทำไมจึงไม่แสวงหาประทีปหรือแสงสว่างแห่งปัญญาเล่า?”
“当这个世界时刻都在被烈火焚烧时,你们怎么还能在这里寻欢作乐?当你们被愚痴的黑暗所笼罩时,为何不去寻找智慧明灯?”
ข้อคิด :
启示
โลกนี้มีไฟที่มองไม่เห็น: แหล่งข้อมูลระบุว่าเราทุกคนกำลังถูกเผาด้วยไฟ 2 กองใหญ่ คือ ไฟทุกข์ (ความแก่ เจ็บ ตาย) และ ไฟกิเลส (ราคะ โทสะ โมหะ)
世间充斥着隐形的火:每个人都被两种大火焚烧,即苦之火(生、老、病、死)与烦恼之火(贪、嗔、痴)。
ไฟราคะร้ายแรงที่สุด: ท่านเปรียบว่าไฟจากฟืนหรือดวงอาทิตย์ยังไม่ร้ายเท่า ไฟคือราคะ (ความกำหนัดพอใจ) เพราะมันแฝงอยู่ในใจตลอดเวลา แม้ยามหลับก็ยังฝันถึง และเมื่อเจอสิ่งยั่วยวนมันจะลุกโพลงขึ้นมาทันที
贪欲之火最为猛烈:无论是柴火或太阳之火,都不及贪欲之火可怕。因为它时刻潜藏于心,即使在梦中也会显现,一旦遇到诱惑便瞬间炽燃。
ความโกรธทำลายตัวเองก่อน: โทสะ หรือไฟแห่งความโกรธ เมื่อเกิดขึ้นมันจะเผาใจเราให้ร้อนรุ่ม หน้าตาบูดบึ้ง และขาดสติ จนทำเรื่องผิดพลาดได้ง่าย
嗔恨之火先烧毁自己:嗔恨即愤怒之火一旦升起,它会先灼烧我们的心,让我们焦躁不安、面目狰狞,从而失去理智,轻易犯下大错。
อวิชชาคือความมืด: การที่เรายังร่าเริงอยู่บนความประมาท เพราะเรามีความมืดคือ อวิชชา (ความไม่รู้จริง) ห่อหุ้มไว้ เหมือนคนฝันไปว่ามีความสุข แต่พอตื่นขึ้น (มีปัญญา) ถึงจะรู้ว่าความยึดมั่นเหล่านั้นเป็นเพียงความว่างเปล่า
无明即是黑暗:我们之所以在放逸中寻欢作乐,是因为被无明的黑暗所蒙蔽,就如同在梦中享乐,可当真正醒来(智慧生起)时,才会发现那些享乐不过是虚幻一场。
——————————————————-
120 กายที่เมื่อตายแล้วก็ไม่มีใครซื้อ
120.死后无人问津的躯体
ณ เมืองราชคฤห์ มีหญิงสาวผู้เลอโฉมชื่อว่า นางสิริมา เธอเป็นหญิงที่มีความงดงามมากจนเป็นที่เลื่องลือไปทั่ว ความงามของเธอนั้นโด่งดังขนาดที่ว่า มีพระภิกษุหนุ่มรูปหนึ่งเพียงแค่ได้ยินคำบอกเล่าถึงความสวยของเธอ ก็เกิดความหลงใหลจนกินไม่ได้นอนไม่หลับ เอาแต่เพ้อฝันถึงนางอยู่ตลอดเวลา
在王舍城,有一位绝世美女名叫尸利摩。她的容貌倾国倾城,美名远扬,甚至有一位年轻比丘,仅仅听闻其传闻便心生迷恋,茶饭不思,整日对她魂牵梦萦。
แต่แล้วเรื่องไม่คาดฝันก็เกิดขึ้น เมื่อนางสิริมาล้มป่วยและเสียชีวิตลงอย่างกะทันหัน พระพุทธเจ้าทรงทราบเรื่องและต้องการสอนบทเรียนสำคัญแก่เหล่าภิกษุและชาวเมือง จึงขอให้พระราชาเก็บศพของนางไว้ 4 วันโดยไม่เผา เมื่อเวลาผ่านไป ร่างที่เคยสวยงามปานนางฟ้าก็เริ่ม ขึ้นพอง เน่าเฟะ และมีหนอนคลานยั้วเยี้ย ออกจากทวารทั้ง 9 ส่งกลิ่นเหม็นไปทั่วป่าช้า
然而,意想不到的事情发生了。尸利摩突然身染重病,猝然离世。佛陀知晓此事后,为了给众比丘和城中百姓上一堂重要的生命课程,便请国王将其遗体保留四天,暂不火化。随着时间的推移,那具曾经美若天仙的身躯开始膨胀、腐烂,蛆虫从九孔爬出,恶臭弥漫整个墓地。
พระพุทธเจ้าทรงให้พระราชาประกาศขายศพของนางสิริมา เริ่มต้นที่ราคา 1,000 กหาปนะ ซึ่งเป็นราคาที่คนเคยยอมจ่ายเพียงเพื่อได้อยู่กับเธอแค่คืนเดียว แต่กลับไม่มีใครสนใจ แม้จะลดราคาลงเหลือเพียง 1 บาท หรือแม้แต่ประกาศ “ยกให้ฟรีๆ” ก็ยังไม่มีใครยอมรับเอาศพที่เน่าเปื่อยนั้นไปเลย
佛陀让国王宣告出售尸利摩的遗体。起价为一千迦利沙,这曾是人们为了与她共度良宵而不惜付出的天价,但如今却无人问津。即便价格一路降至一迦利沙,甚至免费赠送也无人愿意接纳这具腐烂发臭的尸体。
พระพุทธเจ้าจึงทรงชี้ให้เห็นว่า “จงดูกายนี้เถิด กายที่เคยวิจิตรสวยงาม แต่แท้จริงแล้วกลับไม่ยั่งยืน มีแต่ความเสื่อมโทรมไปเป็นธรรมดา” เมื่อภิกษุหนุ่มที่เคยหลงรักนางได้เห็นสภาพศพที่แท้จริง ก็ได้สติและเข้าใจถึงความจริงของชีวิต จนบรรลุธรรมในที่สุด
佛陀借此开示道:“请看这具躯体吧!它曾经华丽绝美,但实际上却并不恒常,终将走向衰败与朽坏。”那位曾痴迷于她的年轻比丘,目睹了遗体的真实惨状后,顿时如梦初醒,了知生命的真相,最终证悟佛法。
ข้อคิด:
启示
ร่างกายคือการรวมตัวของธาตุ: ร่างกายเราประกอบด้วยธาตุ 4 คือ ดิน (ส่วนที่แข็ง), น้ำ (ส่วนที่เหลว), ลม (ลมหายใจและลมในกาย) และ ไฟ (ความร้อนและระบบย่อยอาหาร) ซึ่งต้องทำงานประสานกันอย่างสมดุล
身体由四大和合而成:身体由地(固体)、水(液体)、风(呼吸与体内的气)、火(体温与消化系统)四大元素组成,它们必须保持平衡才能协同运作。
กายคือรังของโรคและสิ่งสกปรก: ร่างกายมี “แผลประจำ” หรือ ทวารทั้ง 9 (ตา, หู, จมูก, ปาก และช่องขับถ่าย) ที่คอยหลั่งสิ่งโสโครกออกมาตลอดเวลา และยังเป็นที่ตั้งของโรคภัยไข้เจ็บสารพัด
身体是疾病与污垢的巢穴:身体自带“常年不愈的伤口”,即九孔(眼、耳、鼻、口、排泄道)。它们不断分泌污浊之物,也是种种疾病滋生的场所。
ร่างกายคือภาระ: การต้องคอยดูแลหาข้าวหาน้ำ ซ่อมแซมส่วนที่สึกหรอ และประคับประคองไม่ให้ร่างกายแตกสลาย ถือเป็น ภาระอันหนักยิ่ง ของมนุษย์
身体是沉重的负担:必须时刻照顾它,不断为之觅食、供水、修补损耗的部位,并竭力维持不让它崩溃瓦解,这是人类沉重的负担。
ความจริงที่ไม่ยั่งยืน: ไม่ว่ากายจะสวยงามหรือได้รับการปรุงแต่ง (ด้วยกรรม) ให้ประณีตเพียงใด ในที่สุดก็ต้อง แก่ ชรา และแตกดับไป ไม่มีใครหลีกเลี่ยงได้
无常的真相:无论身体曾经多么美丽,或因业力的装扮而显得多么精致,最终都难逃衰老、朽坏与消亡的命运,没有任何人能够幸免。
——————————————————-
121 ร่างกายนี้คือ รังของโรค
121. 身体是疾病的巢穴
สมัยพุทธกาล มีพระเถรีรูปหนึ่งนามว่า “อุตตรา” ท่านเป็นผู้ที่มีอายุยืนยาวถึง 120 ปี แม้ร่างกายจะร่วงโรยไปตามกาลเวลา แต่หัวใจของท่านกลับเต็มเปี่ยมด้วยความศรัทธาและเมตตาอย่างหาที่เปรียบไม่ได้
在佛陀时代,有一位名叫优多罗的长老尼活到了一百二十岁高龄。尽管身体随着岁月的流逝而衰老,但其内心却依旧充满虔诚与慈悲。
วันหนึ่ง ขณะที่พระอุตตราเดินบิณฑบาตได้อาหารมาเพียงเล็กน้อยเพื่อประทังชีวิต ท่านได้พบกับพระภิกษุรูปหนึ่งระหว่างทาง ด้วยใจที่อยากทำบุญ ท่านจึงถวายอาหารทั้งหมดให้แก่พระรูปนั้น และยอมอดอาหารเสียเอง ท่านทำเช่นนี้ต่อเนื่องกันถึง 3 วัน จนร่างกายที่ชราภาพมากอยู่แล้วเริ่มอ่อนแรงลงเรื่อย ๆ
有一天,优多罗长老尼仅化缘到勉强维持生存的一点食物。途中,她遇见一位比丘,出于渴望布施的善念,便将所有食物供养给了那位比丘,自己则忍饥挨饿。她连续三天都是如此,导致本就年迈的身体变得越来越虚弱。
ในวันที่ 4 ขณะที่ท่านเดินอยู่ในตรอกแคบ ๆ ท่านได้เห็นพระพุทธเจ้าเสด็จมา ด้วยความเคารพรักอย่างสูงสุด ท่านรีบถอยหลังเพื่อหลีกทางให้ แต่ด้วยสังขารที่ไม่อำนวย เท้าของท่านจึงไปเหยียบชายจีวรของตนเองจนเสียหลักล้มลง
到了第四天,她走在一条小巷中,恰好遇见迎面而来的佛陀。她怀着崇高的敬意,急忙后退为佛陀让路。然而,衰弱的身体却不听使唤,脚不小心踩到了自己的袈裟,失去重心摔倒在地。
พระพุทธเจ้าเสด็จเข้าไปใกล้และตรัสด้วยความเมตตาว่า “น้องหญิง ร่างกายของเธอนั้นแก่ร่อมร่อแล้ว มันเป็นเหมือนรังของโรคที่ต้องแตกสลายในวันหนึ่ง อย่าได้เสียใจไปเลย” พระองค์ทรงสอนว่า กายนี้คร่ำคร่าเพราะความชรา เหมือนเกวียนเก่าที่ต้องเอาไม้ไผ่มาค้ำยันไว้ ไม่นานนักก็ต้องสลายไป ไม่มีใครสามารถล่วงพ้นความแก่และความตายไปได้ เพราะชีวิตมนุษย์นั้นน้อยนัก ไม่ถึงร้อยปีก็ต้องจากโลกนี้ไป
佛陀走上去慈悲地说:“妹妹,你的身体已经老迈不堪,它就像一个疾病的巢穴,总有一天会走向崩溃,不必为此感到悲伤。”佛陀借此教导她:这副躯体因衰老而破败,就像一辆必须用竹竿支撑的旧牛车,要不了多久就会散架。没有人能够逃避衰老与死亡,因为人的生命如此短暂,活不到百年便要离开这个世界。
พระองค์ยังทรงอธิบายอีกว่า ร่างกายนี้คือ “รังของโรค” ไม่ว่าจะเป็นโรคที่เกิดจากเชื้อโรคภายนอก หรือโรคที่เกิดจากอวัยวะภายในเสื่อมสภาพตามกรรมและกาลเวลา แต่สิ่งสำคัญที่สุดในการต่อสู้กับความเจ็บป่วยคือ “กำลังใจ” เหมือนเรื่องของชายชาวต่างชาติที่เป็นวัณโรคปอดจนหมอถอดใจ แต่เมื่อเขาปล่อยวางความกังวลและออกไปใช้ชีวิตอย่างมีความสุข ร่างกายกลับแข็งแรงขึ้นจนโรคหายไปอย่างน่าอัศจรรย์ เพราะจิตใจที่สงบสุขคือวิถีการป้องกันและรักษาโรคที่ยอดเยี่ยมที่สุด
佛陀还进一步解释道,这副躯体就是疾病的巢穴。无论是外来病菌引发的疾病,还是体内的器官随着业力与岁月流逝而产生的衰退,都是不可避免的。然而,对抗疾病最重要的武器是心力。就像有一个患有肺结核的人,连医生都已经放弃了治疗,但当他放下内心的焦虑,快乐地生活时,身体反而奇迹般地康复了。因为一颗宁静祥和的心,才是预防和治愈疾病的良方。
เมื่อสิ้นสุดพุทธศาสนา พระอุตตราเถรีก็ได้บรรลุเป็นพระโสดาบัน เข้าถึงธรรมอันสว่างไสวในที่สุด
佛陀开示结束时,优多罗长老尼证得了须陀洹果,到达了光明澄澈的境界。
ข้อคิด :
启示
ความแก่เป็นเรื่องธรรมดา: ชีวิตคนเราสั้นนัก ร่างกายต้องทรุดโทรมไปตามกาลเวลาเหมือนเกวียนเก่าที่รอวันพังพินาศ
衰老是自然规律:人生苦短,身体就像等待报废的旧牛车一样,随着时间的推移而逐渐衰败。
กายคือรังของโรค: ร่างกายนี้ประกอบด้วยเลือด เนื้อ และกระดูก ซึ่งเป็นที่อยู่อาศัยของโรคนานาชนิด ทั้งที่เกิดจากพฤติกรรม เชื้อโรค และกรรมเก่า
身体是疾病的巢穴:这副由血、肉、骨骼组成的躯体,是种种疾病的寄居所。这些疾病有的源于生活习惯,有的源于病菌感染,还有的源于过去的宿业。
ใจเป็นนาย กายเป็นบ่าว: การทำใจให้สงบ ไม่วิตกกังวล และมีกำลังใจที่ดี คือยาขนานเอกที่ช่วยทั้งป้องกันและรักษาโรคได้ดีกว่ายาใด ๆ
心为主,身为仆:保持内心的平静,减少忧虑并拥有积极的心态,是预防和治疗疾病的良药,胜过一切药物。
หมั่นเจริญสติ: ผู้ที่มีธรรมประจำใจและฝึกสติอยู่เสมอ จะช่วยให้ความจำไม่เลอะเลือนแม้ในยามชรา
勤修正念:心中常存佛法并持续修习正念者,即使在年老时也能保持头脑清醒,不至于神志不清。
——————————————————-
122 ร่างกายที่เคยสวยงาม สุดท้ายก็เหลือเพียงกระดูก
122. 曾经美丽的身体最终只剩白骨
ในสมัยพุทธกาล มีพระภิกษุกลุ่มหนึ่งจำนวน 500 รูป ได้ตั้งใจศึกษาธรรมะและนำกรรมฐานไปฝึกฝนอย่างหนักในป่า พวกท่านตั้งใจบำเพ็ญเพียรจนจิตใจสงบนิ่งและได้สมาธิในระดับที่สูงมาก จนเกิดความเข้าใจผิดไปเองว่า “เราคงบรรลุเป็นพระอรหันต์ ตัดกิเลสได้หมดสิ้นแล้ว”
在佛陀时代,有五百位比丘发心在森林中精进学习佛法和禅修。他们经过不懈的努力,心逐渐寂静,达到了极深的禅定境界,因此误以为自己已经断尽烦恼,证得了阿罗汉果。
ด้วยความดีใจ ทั้ง 500 รูปจึงชวนกันเดินทางกลับมาเพื่อจะกราบทูลผลสำเร็จนี้แด่พระพุทธเจ้า แต่พระพุทธองค์ทรงทราบด้วยวาระจิตว่า ภิกษุเหล่านี้ยังไม่ได้บรรลุธรรมจริงๆ เพียงแค่กิเลสถูกสะกดไว้ด้วยกำลังของสมาธิเท่านั้น
满心欢喜的五百位比丘,相约一同回去向佛陀报告修行成果。然而,佛陀透过他心通悉知这些比丘实际上并未真正证悟,他们的烦恼仅仅是被强大的定力暂时压制住了。
เมื่อเหล่าภิกษุมาถึงซุ้มประตูวัด พระพุทธองค์จึงรับสั่งให้พระอานนท์ไปบอกว่า “ยังไม่ต้องเข้าเฝ้า แต่ให้ทุกคนเดินทางไปที่ป่าช้าผีดิบเสียก่อน” แม้จะสงสัยแต่พระทุกรูปก็ปฏิบัติตาม เมื่อไปถึงป่าช้า พวกท่านได้เห็นภาพที่น่าสลดใจ คือซากศพที่เน่าเปื่อยกระจัดกระจาย
当比丘们抵达寺院门口时,佛陀让阿难尊者前去转告:“暂且不用来觐见,让所有人先去一趟墓地。”比丘们虽然充满疑惑,但仍遵照嘱咐前往。到了墓地,他们看到了触目惊心的一幕,到处散落着腐烂的尸体。
แต่แล้วบททดสอบสำคัญก็มาถึง เมื่อมีคนนำศพหญิงสาวที่เพิ่งเสียชีวิตมาทิ้งไว้ในป่าช้า แทนที่จะรู้สึกปลง ภิกษุเหล่านั้นกลับเกิด “ความกำหนัด” หรือความพอใจในรูปร่างนั้นขึ้นมาทันที วินาทีนั้นเองที่พวกท่านได้สติและรู้ตัวว่า “โอ้! กิเลสของเรายังอยู่ครบถ้วน เรายังไม่ได้บรรลุธรรมเลย”
然而,真正的考验随即而来。此时,有人将一具刚过世不久的年轻女子的尸体遗弃在墓地。比丘们见状非但没有生起厌离,反而对那副形体生起贪欲和迷恋。就在那一刻,他们才猛然醒悟:原来自己的烦恼依然存在,根本就没有证悟!
ในขณะนั้นเอง พระพุทธเจ้าทรงเปล่งรัศมีปรากฏกายขึ้นต่อหน้าภิกษุเหล่านั้น แล้วตรัสเตือนสติเป็นพระคาถาความว่า:
“กระดูกทั้งหลายเหล่านี้ ถูกทิ้งเกลื่อนกลาดเหมือนน้ำเต้าที่หล่นอยู่ในฤดูใบไม้ร่วง มีสีขาวหม่นเหมือนสีนกพิราบ เมื่อเห็นเช่นนี้แล้ว จะมัวมายินดีอะไรกันอยู่เล่า”
就在这时,佛陀突然散发光芒显现在众比丘的面前,以一首偈语警示他们:“这些散落的骨骸,如秋后散落的葫芦,颜色灰白如鸽羽。见到这样的景象,还有何可欢喜留恋的?”
พระองค์เปรียบเทียบให้เห็นว่า ร่างกายที่เคยสวยงาม สุดท้ายก็เหลือเพียงกระดูกที่มีสีขาวอมเทาเหมือนสีนกพิราบ ถูกทิ้งไว้ไร้ค่าเหมือนลูกน้ำเต้าแห้งๆ ที่ไม่มีใครสนใจ เมื่อได้ฟังดังนั้น ภิกษุทั้ง 500 รูปจึงเข้าใจความจริงของร่างกาย และตั้งใจปฏิบัติธรรมจนบรรลุธรรมในที่สุด
佛陀借此比喻向他们说明:曾经美丽的身体,到头来不过是一堆如鸽羽般灰白的骨头,就像无人问津的干枯葫芦一样被遗弃在荒野,毫无价值。五百位比丘听闻开示,终于认清身体的本质,从此更加精进修行,最终证得了阿罗汉果。
ข้อคิด:
启示
อย่าประมาทในกิเลส: บางครั้งกิเลสอาจจะแค่ “หลบซ่อน” อยู่ในใจตอนที่เรามีความสุขหรือจิตใจสงบ แต่ถ้ามีสิ่งยั่วยุมาโดนใจ มันก็พร้อมจะฟุ้งขึ้นมาได้เสมอ
切莫轻视烦恼:有时烦恼只是在我们感到快乐或心寂静时暂时潜伏起来,一旦遇到外境的诱惑与刺激,随时会再次翻涌而出。
ร่างกายคือสิ่งไม่เที่ยง: ไม่ว่าร่างกายจะสวยงามแค่ไหน สุดท้ายก็ต้องกลายเป็นเพียงกองกระดูกสีเทาๆ ที่ถูกทิ้งไว้ในป่าช้า ไม่ต่างจากเศษซากธรรมชาติ
身体的无常:无论身体曾经多么美丽动人,最终也不过是变成一堆被遗弃在墓地里的灰白骨头,与自然界的残骸并没有什么两样。
ความตายเป็นเรื่องธรรมดา: ในอินเดียสมัยก่อน ความตายและการเผาศพเป็นเรื่องที่เห็นได้ทั่วไปริมแม่น้ำคงคา เพื่อเตือนให้คนมีสติว่าชีวิตมนุษย์นั้นสั้นนัก
死亡是自然规律:在古印度,死亡和火葬是人们在恒河岸边随处可见的景象。这无时无刻不在提醒世人:生命是如此的短暂。
——————————————————-
123 ความงามนั้นไม่เที่ยง
123.容颜无常
มี “นคร” แห่งหนึ่งที่แปลกประหลาดและน่าอัศจรรย์ยิ่งนัก นครนี้ไม่ได้สร้างขึ้นจากอิฐ หิน หรือปูน แต่ถูกสร้างขึ้นด้วยโครงสร้างที่ทำจาก “กระดูก”
有一座不可思议的“城池”。这座城池并非由砖石或灰泥建成,而是由“骨骼”搭建而成。
นครนี้มีกระดูกเป็นเสาและคาน มีเส้นเอ็นทำหน้าที่เป็นเชือกรัดโครงสร้างไว้ให้มั่นคง จากนั้นก็ถูกฉาบด้วย “เนื้อและเลือด” แทนปูนขาว และหุ้มห่อภายนอกไว้อย่างมิดชิดด้วย “ผิวหนัง” เพื่อให้ดูสวยงาม
这座城池以“骨骼”为柱梁,以“筋腱”为绳索捆扎固定,再以“肉血”为灰泥涂抹,最后用“皮肤”紧密包裹外层,以呈现出美观的外表。
ในนครแห่งนี้ มีราชาผู้ยิ่งใหญ่ปกครองอยู่ นามว่า “พระเจ้าจิตราช” หรือก็คือ “จิตใจ” ของเรานั่นเอง โดยมีร่างกายและอวัยวะต่าง ๆ เป็นเหมือนพลเมืองที่คอยรับใช้ โบราณท่านจึงว่า “จิตเป็นนาย กายเป็นบ่าว” ทั้งสองมีความสัมพันธ์กันอย่างใกล้ชิดมาก หากพลเมืองกายเจ็บป่วย ราชาจิตก็มักจะกระวนกระวายใจไปด้วยเสมอ
有一位伟大的国王统治着这座城,名为“心王”,也就是我们的心。而身体和各个器官,就如同听从差遣的臣民。因此,古人常说:“心为主,身为仆。”两者的关系极为密切,如果身体患病,心也往往会随之焦躁不安。
วันหนึ่ง มีเจ้าหญิงผู้เลอโฉมนามว่า “รูปนันทา” เธอหลงใหลในความงามของ “นคร” ของเธอมาก จนมีความทะนงตน (มานะ) และไม่ยอมรับฟังธรรมเพราะกลัวว่าพระพุทธเจ้าจะตรัสว่าความงามนั้นไม่เที่ยง
有一天,一位名叫鲁难陀的绝美公主,极其迷恋自己这座“城池”,进而生起极大的傲慢,甚至因为害怕佛陀会开示说“容颜无常”而不敢去闻法。
แต่แล้วเมื่อเธอได้เข้าเฝ้าพระพุทธองค์ พระองค์ทรงเนรมิตหญิงสาวที่สวยกว่าเธอหลายเท่าให้ปรากฏกายขึ้น แล้วบันดาลให้รูปเนรมิตนั้นค่อย ๆ เปลี่ยนแปลง ไปต่อหน้าต่อตา จากหญิงสาววัย 16 กลายเป็นหญิงกลางคน เป็นหญิงแก่ที่หลังโก่ง ฟันหลุดร่วง จนกระทั่งล้มป่วยลงจมกองสิ่งปฏิกูล และในที่สุดก็กลายเป็นซากศพที่เน่าเปื่อยมีหนอนชอนไช
然而,当她面见佛陀时,佛陀施展神通化现出一位比她美上数倍的女子。紧接着佛陀又让这个化现的女子在她眼前不断变化:从十六岁的妙龄少女转瞬变成中年妇人,接着又化作驼背、牙齿掉光的老妇人,继而病倒在污秽之中,最终化为腐烂发臭、蛆虫啃食的尸体。
เจ้าหญิงรูปนันทาได้เห็นความจริงว่า นครกระดูกที่ดูสวยงามนี้ แท้จริงแล้วเป็นที่ตั้งของ ความแก่ ความตาย และเป็นเพียงสิ่งสมมติที่ไม่มีแก่นสารใด ๆ เลย เมื่อเธอคลายความหลงผิด จิตของเธอก็พบกับความสงบอย่างแท้จริง
鲁难陀公主亲眼见证了真相:原来这座看似美丽的骨城,本质上不过是衰老与死亡的温床,仅仅是虚幻不实的假象罢了。当她放下执迷不悟的妄念,内心终于获得了真正的宁静。
ข้อคิด:
启示
ร่างกายคือ “นครกระดูก”: ร่างกายเราเหมือนบ้านที่มีกระดูกเป็นโครง มีเนื้อและเลือดฉาบไว้ ไม่ใช่สิ่งสวยงามที่ยั่งยืน
身体即是“骨城”:我们的身体就像一座房屋,以骨骼为架构,覆以血肉,并非永恒美丽之物。
จิตใจเป็นนาย: กายกับใจส่งผลถึงกันเสมอ ถ้าใจกังวลกายก็ป่วย ถ้าใจเข้มแข็งกายก็มีพลัง
心为主宰:身心相互影响,若心生忧虑,身体也会抱恙;若内心坚强,身体也会充满活力。
อย่าหลงในรูปกาย: ความสวยงามภายนอกเป็นสิ่งชั่วคราว ความแก่และความตายคือสิ่งที่ทุกคนต้องเจอ (ความไม่เที่ยง)
莫执着于色身:外在的美貌只是暂时的,衰老与死亡是每个人最终的归宿(无常)。
ลดละความถือตัว: การยึดมั่นว่าตนสวยกว่าหรือดีกว่าผู้อื่น (มานะ) และการลบหลู่คุณคนอื่น (มักขะ) เป็นเพียงสิ่งที่ตั้งอยู่ในนครที่รอวันเสื่อมสลายนี้เท่านั้น
放下傲慢:执着于自己比别人更美或更优越(慢心),或是轻蔑他人(覆),这些心态只是建立在这座终将走向毁灭的城市上的泡沫。
“นครกระดูกนี้สุดท้ายก็ต้องทรุดโทรม แต่ใจที่ฝึกมาดีแล้วจะนำไปสู่ความสุขที่ยั่งยืน
这座骨城注定会有破败的一天,但一颗经过良好训练的心,却能带来永恒的安乐。
——————————————————-
124 ธรรมของสัตบุรุษไม่ล้าสมัยเลย
124. 贤者之法永不过时
ณ เมืองสาวัตถี พระนางมัลลิกา ผู้ซึ่งสั่งสมความดีมาตลอดชีวิต แต่ทว่าวันหนึ่ง พระนางได้พลั้งพลาดทำเรื่องที่ไม่เหมาะสมกับสุนัขตัวโปรดในห้อง และได้ใช้อุบายมุสาหลอกลวงพระเจ้าปเสนทิโกศลว่าห้องนั้นมีอาถรรพ์ ใครเข้าไปจะมองเห็นภาพลวงตาเป็นสองคน เพื่อปกปิดความผิดของตน
在舍卫城,摩利王后一生都在广修善行,然而有一天,她却失足与心爱的狗在房中发生了不正当之事。为了掩盖自己的过错,她用谎言欺骗了波斯匿王,谎称那个房间带有诅咒,任何人进去都会产生看到两个人的幻觉。
แม้จะเป็นความผิดเพียงครั้งเดียวในชีวิตที่เต็มไปด้วยการทำบุญ แต่ความรู้สึกผิดนี้กลับติดค้างอยู่ในใจพระนางจนวาระสุดท้าย เมื่อพระนางสิ้นพระชนม์ จิตที่เศร้าหมองทำให้พระนางต้องไปสู่นรกอเวจีเป็นเวลา 7 วัน ฝ่ายพระเจ้าปเสนทิโกศลผู้รักพระนางยิ่งนัก พยายามจะทูลถามพระพุทธเจ้าว่าพระนางไปเกิดที่ใด แต่พระพุทธเจ้าทรงบันดาลให้พระราชาลืมคำถามนั้นถึง 7 วัน เพราะหากทรงทราบว่า คนดีอย่างพระนางต้องตกนรก พระราชาอาจเสียศรัทธาในการทำความดีไปเลย
尽管这是她广修善行的一生中唯一的过失,但这份愧疚却在她心中挥之不去,直到生命的最后一刻。王后临终时由于心念浑浊,堕入了无间地狱受苦七日。由于波斯匿王深爱着王后,便数次去求见佛陀,询问王后死后投生何处,但佛陀却施展神通让国王连续七日忘记该问题,因为佛陀深知,如果让国王得知乐善好施的王后竟然会堕入地狱,国王可能会对行善失去信心。
จนกระทั่งวันที่ 8 เมื่อพระนางพ้นกรรมและไปเกิดบนสวรรค์ชั้นดุสิตแล้ว พระพุทธเจ้าจึงทรงเปิดโอกาสให้พระราชาถามได้ ในวันนั้น พระพุทธเจ้าทรงชี้ให้พระราชาดู ราชรถ ของเหล่านักปราชญ์ในอดีตที่เคยสวยงามแต่บัดนี้เก่าคร่ำคร่า แล้วทรงสอนว่า “ราชรถที่วิจิตรสวยงามยังเก่าคร่ำคร่าได้ แม้ร่างกายของคนเราก็ต้องแก่ชราและเสื่อมไปตามกาลเวลา แต่ ‘ธรรมของสัตบุรุษ’ หรือความดีนั้น จะไม่มีวันเก่าและไม่ล้าสมัยเลย”
直到第八天,王后受完业报,投生到兜率天后,佛陀才让国王记起来要问的问题。那一天,佛陀指着过去圣贤们坐过的,如今已破旧不堪的皇家马车对国王开示道:“华丽无比的皇室马车尚且会陈旧腐朽,人的身体也会随着岁月的流逝而衰老消亡,但贤者之法,即美德,永远不会变老,也永不过时。”
ข้อคิด:
启示
ความดีคือสิ่งอมตะ: ร่างกายและวัตถุ (เหมือนราชรถ) ย่อมเสื่อมสลายไปตามกาลเวลา แต่คุณงามความดีและธรรมะของคนดีจะคงอยู่และทันสมัยเสมอ ไม่ว่าจะผ่านไปกี่พันปี
美德是永恒的:身体与物质(如皇家马车)会随着时光的流逝而腐朽,但贤者的美德却能超越时空,无论历经多少年依然熠熠生辉、历久弥新。
หลักการเป็นคนดี (สัปปุริสธรรม 7): คนดีต้องรู้จัก 7 ประการ คือ รู้จักเหตุ, รู้จักผล, รู้จักตน, รู้จักประมาณ, รู้จักกาลเวลา, รู้จักเข้าสังคม และรู้จักเลือกคบคน
成为善人的七种原则(七善士法):善人应具备七种品质——知法、知义、知己、知量、知时、知众、知人。
การเลือกคบมิตร: ควรหลีกเลี่ยง “มิตรเทียม” เช่น คนที่จ้องแต่จะปอกลอก หรือคนดีแต่พูด และควรคบ “มิตรแท้” ที่คอยช่วยเหลือและดึงเราออกจากทางชั่ว
择友之道:应当远离“假朋友”,如那些只想占便宜或口惠而实不至的人;应当结交那些在危难时施以援手,并能引导我们远离恶道的“真朋友”。
จิตสุดท้ายสำคัญมาก: แม้จะทำดีมามาก แต่ถ้าจิตเศร้าหมองก่อนตายเพราะกังวลถึงความผิดเพียงเล็กน้อย ก็อาจส่งผลให้ไปสู่ทุคติได้ชั่วคราว ดังนั้นเราควรฝึกจิตให้ปล่อยวางและระลึกถึงความดีอยู่เสมอ
临终之心至关重要:哪怕一个人一生做了无数善事,但若临终前因为纠结微小的过失而导致心痛苦浑浊,也可能会暂时堕入恶道。因此,平常我们应训练自己的心学会放下,并常常忆念自己所做的善行。
——————————————————-
125 เจริญแต่ร่างกาย แต่ปัญญาไม่ได้เจริญเติบโตไปด้วย
125. 只长身体,不长智慧
บุคคลที่ขยันแต่การกินการนอนจนร่างกายเติบใหญ่ แต่กลับไม่ยอมฝึกฝนสติปัญญาว่าคนเหล่านั้นเปรียบเสมือน “โคถึก” ที่นับวันจะมีแต่เนื้อและร่างกายที่กำยำขึ้นตามอายุ แต่ปัญญาความรู้กลับไม่ได้เจริญเติบโตตามไปด้วยเลย
有些人只热衷于美食与睡眠,导致身体肥胖,却不愿意培养正念与智慧,这样的人就好比是一头“壮牛”,随着年龄的增长,虽然肌肉和躯体越来越强壮,但智慧与学识却没有成长。
ในสมัยพุทธกาล มีพระภิกษุรูปหนึ่งชื่อว่า พระโลลุทายี ท่านเป็นคนที่มีการศึกษาน้อยแต่ชอบอวดตัวว่าเป็นผู้รู้ บ่อยครั้งที่ท่านมักจะกล่าวอะไรผิดกาลเทศะอย่างน่าตกใจ เช่น เมื่อได้รับนิมันต์ไปงานมงคลแต่งงาน แทนที่จะสวดให้พร ท่านกลับไปสวดบทอวมงคลที่ใช้ในงานศพเสียอย่างนั้น
在佛陀时代,有一位名叫罗卢陀夷的比丘。他才疏学浅,却喜欢卖弄自己是一个有学问的人,常常说出不合时宜的惊人之语。例如,当他受邀参加婚礼庆典时,本该念诵祝福的吉祥经,他却念诵用于葬礼的丧事经。
พระพุทธเจ้าจึงทรงระลึกชาติและเล่าให้ฟังว่า ในอดีตพระโลลุทายีคนนี้ก็เคยเกิดเป็นพราหมณ์ชื่อว่า อัคคิทัต ผู้มีอาชีพทำนา พราหมณ์คนนี้มีลูกชายที่เฉลียวฉลาดมากชื่อว่า สมทัต (ซึ่งก็คือพระโพธิสัตว์) วันหนึ่งวัวไถนาของพราหมณ์ตายไปหนึ่งตัว พราหมณ์จึงอยากจะไปทูลขอวัวตัวใหม่จากพระราชา
为此,佛陀讲述了这位比丘的前世因缘:在过去世中,这位罗卢陀夷比丘曾是一位名叫阿耆达多的婆罗门,以耕田为生。这位婆罗门有一个非常聪明的儿子,名叫萨摩达多(即菩萨)。有一天,婆罗门的一头耕牛死了,便想向国王求赐一头牛。
ด้วยความที่รู้ว่าพ่อของตนเป็นคนหัวช้า สมทัตจึงต้องติวเข้มให้พ่ออยู่นานถึงหนึ่งปีเต็ม โดยการมัดฟ่อนหญ้าขึ้นมาสมมติว่าเป็นพระราชาและเหล่าเสนาบดี เพื่อให้พ่อฝึกซ้อมคำพูดว่า “ข้าแต่พระองค์ วัวของข้าพระพุทธเจ้าตายไปหนึ่งตัว ขอพระองค์ทรงเมตตาประทานวัวตัวที่สองให้ด้วยเถิด” จนพราหมณ์อัคคิทัตจำได้ขึ้นใจ
因为深知父亲头脑迟钝,萨摩达多便花了一年的时间对父亲进行强化训练。他用草垛假扮国王和大臣,让父亲反复练习说:“陛下,我的一头牛死了,恳请陛下慈悲再赐我一头牛吧。”直到阿耆达多婆罗门将这句话背得滚瓜烂熟。
แต่พอถึงวันเข้าเฝ้าจริง พราหมณ์เห็นพระราชาประทับนั่งอยู่ท่ามกลางข้าราชบริพารมากมาย ก็เกิดตื่นเต้นจนคุมสติไม่อยู่ แทนที่จะขอวัว ท่านกลับพูดโพล่งออกมาว่า “ข้าแต่พระราชา วัวของข้าพเจ้ามีอยู่สองตัว ตัวหนึ่งตายไปแล้ว ขอพระองค์โปรดรับเอาวัวตัวที่เหลืออยู่อีกตัวหนึ่งไปเถิด!”
然而,到了真正觐见国王的那天,婆罗门见国王端坐在众多朝臣之中,顿时紧张万分,失去了正念。他没有按原计划请求赐牛,反而脱口而出:“陛下,我有两头牛,其中一头已经死了,请陛下把剩下的那头也拿走吧!”
พระราชาทรงทราบทันทีว่าพราหมณ์พูดผิดด้วยความโง่เขลา แต่ด้วยความเอ็นดูในความฉลาดและไหวพริบของสมทัตผู้เป็นลูกชาย ที่ช่วยทูลแก้ไขสถานการณ์ให้ พระราชาจึงทรงพระสรวลและประทานวัวให้ถึง 16 ตัว พร้อมทรัพย์สินเงินทองมากมาย
国王一听,立刻明白这位婆罗门是因为愚笨和紧张说错了话。随后,其子萨摩达多巧妙地化解了这个尴尬的局面。出于对机智聪慧的萨摩达多的喜爱,国王不禁大笑起来,并赐给他十六头牛以及大量的金银财宝。
ข้อคิด:
启示
ปัญญาสัมพันธ์กับการปฏิบัติ: การมีความรู้เพียงอย่างเดียวแต่ใช้ไม่เป็น หรือมีแต่วิชาทางโลกเพื่อหาเงินแต่ขาดศีลธรรม ก็ไม่เรียกว่าเป็นผู้มีการศึกษาที่สมบูรณ์
智慧与实践相辅相成:如果空有知识却不懂得如何运用,或者空有一身赚钱的本领却缺乏道德修养,都不能算作真正受过完整教育的人。
คุณภาพของความรู้: การอ่านหรือการเรียนมากไปจนไม่มีเวลาลงมือทำอาจทำให้เฉื่อยชา แต่การนำความรู้มาพิจารณาใคร่ครวญและปรับใช้ให้เกิดประโยชน์ต่อสังคมต่างหาก คือเครื่องประดับที่ล้ำค่าที่สุดของมนุษย์
知识的力量:读万卷书却无暇亲身实践,可能会让人变得迟钝怠惰;相反,将知识加以思惟,并转化为对社会有益的行动,才是人类最珍贵的装饰。
ความสำคัญของการฝึกตน: คนพาลที่มีความรู้เปรียบเสมือนดาบสองคม เพราะความรู้ในมือคนพาลมักนำไปใช้ในทางที่ผิดและทำลายตนเองในที่สุด แต่ความรู้ในมือบัณฑิตย่อมสว่างไสวเหมือนแสงอาทิตย์
自我磨炼的重要性:愚者若掌握了知识,就像是一把双刃剑,因为愚者往往会将知识用于歧途,最终毁灭自己;而若智者掌握了知识,会像太阳一样带来光明。
——————————————————-
126 นายช่างผู้ทำเรือน
126. 造屋的工匠
มีนักแสวงหาผู้ยิ่งใหญ่ท่านหนึ่ง (พระพุทธเจ้า) ท่านทรงสงสัยมานานแสนนานว่า เหตุใดชีวิตของคนเราถึงต้องเวียนว่ายตายเกิดและพบกับความทุกข์ซ้ำแล้วซ้ำเล่า ท่านเปรียบชีวิตเหมือนกับ “บ้าน” หลังหนึ่ง และเชื่อว่าต้องมี “นายช่าง” ใครสักคนเป็นคนสร้างบ้านหลังนี้ขึ้นมา
有一位伟大的探索者(佛陀),长久以来一直在思索:为何众生的生命要在轮回中不断流转,反复遭遇痛苦?他将生命比作一座“房屋”,并坚信在背后定有一位“工匠”建造了这座房屋。
ท่านออกเดินทางตามหานายช่างคนนี้มาหลายภพหลายชาติ เหมือนตำรวจที่พยายามตามหาโจร แต่ก็หาไม่พบเสียที ทำให้ต้องติดอยู่ในวังวนของการเกิดที่แสนเหนื่อยล้า
在过去无数世中,他一直苦苦寻找这位工匠,就像警察追捕小偷一样,却始终未能如愿。这也导致他不得不深陷于疲惫不堪的生死轮回中。
จนกระทั่งในคืนที่ท่านตรัสรู้ ท่านได้พบคำตอบที่ยิ่งใหญ่ ท่านได้ประจันหน้ากับนายช่างผู้นั้น ซึ่งไม่ใช่ใครที่ไหน แต่คือ “ตัณหา” หรือความทะยานอยากนั่นเอง, ท่านจึงได้เปล่งอุทานออกมาด้วยความเบิกบานใจว่า:
“เจ้านายช่างตัณหา! บัดนี้เราเห็นเจ้าแล้ว เจ้าจะสร้างบ้าน (คือร่างกาย) ให้เราไม่ได้อีกต่อไป”
直到他觉悟成佛的那一夜,才终于找到答案。他与工匠正面交锋,发现这位工匠不是别人,正是内心的“渴爱”(爱欲与渴求)。于是,他满怀喜悦地发出这样的感叹:“渴爱,你这造屋的工匠!如今我已识破你,你再也无法为我建造房屋(色身)了!”
ท่านประกาศชัยชนะด้วยการบอกว่า ท่านได้ “หักซี่โครง” หรือกิเลสทั้งปวงของนายช่างทิ้งเสียสิ้น และ “รื้อยอดเรือน” หรือความไม่รู้อันเป็นยอดสูงสุดของบ้านหลังนี้ออกไปแล้ว, เมื่อไม่มีนายช่างและไม่มีโครงสร้างบ้าน จิตของท่านก็เข้าถึง “พระนิพพาน” ซึ่งเป็นสภาวะที่ไม่มีอะไรมาปรุงแต่งได้อีกต่อไป และตัณหาก็ดับสิ้นไปเหมือนไฟที่หมดเชื้อนั่นเอง
佛陀宣告了自己的胜利,并表示自己已经摧毁“房屋的椽木”,即彻底断除所有烦恼,并且“拆除了房屋的顶梁”,即破除了这座房屋最高主宰的无明。既然没有了工匠,也没有了支撑房屋的结构,他的心就证入了“涅槃”—— 一个再也无法被任何外境造作的境界,而渴爱也如无薪之火般彻底熄灭。
ข้อคิด:
启示
นายช่างผู้สร้างบ้าน คือ ตัณหา: ความยากความอยากในใจเรานี่เองที่เป็นตัวต้นเหตุ (สมุทัย) ที่คอยสร้างร่างกายและดึงเราให้ไปเกิดใหม่เรื่อยๆ
造屋的工匠即是渴爱:我们内心的爱欲与渴求,正是导致痛苦的根源(集谛),他不断塑造我们的色身,牵引我们一次又一次地投胎转世。
การเกิดบ่อยๆ เป็นทุกข์: เพราะเมื่อมีการเกิด ก็จะมีเพื่อนบ้านที่ชื่อความแก่ ความเจ็บ และความตายตามมาเสมอ เหมือนรถพ่วงที่วิ่งตามหัวรถจักร
频繁受生即是苦:因为一旦有了生,就必然有老、病、死如影随形,就像挂在火车头后面的车厢一样无法分离。
การดับทุกข์คือการทำลายกิเลส: พระพุทธเจ้าทรงได้รับพระนามว่า “ภควา” ซึ่งหมายถึง “ผู้หักกิเลส” (หักราคะ โทสะ โมหะ) ท่านทรงทำลายความไม่รู้ (อวิชชา) ซึ่งเป็นยอดของเรือน ทำให้ไม่ต้องกลับมาสร้างบ้านหรือเกิดเพื่อรับความทุกข์อีก
灭苦即是断除烦恼:佛陀被称为“薄伽梵”,意为“破除烦恼者”(破除贪、嗔、痴)。他摧毁了作为房屋顶梁的“无明”,无需再建造房屋,无需再为承受痛苦而生。
เป้าหมายสูงสุด: เมื่อจิตปราศจากตัณหาและกิเลสปรุงแต่ง ก็จะบรรลุถึงความสงบเย็นที่เรียกว่าพระนิพพาน
终极目标:当心彻底摆脱贪爱与一切烦恼的造作时,便能证得被称为极度清凉与宁静的境界——涅槃。
——————————————————-
127 อย่ารอให้แก่แล้วค่อยทำความดี
127. 莫待老来方行善
ณ เมืองพาราณสี มีชายหนุ่มคนหนึ่งเกิดมาในตระกูลที่ร่ำรวยมหาศาล พ่อแม่ของเขามีสมบัติถึง 800 ล้าน ด้วยความที่รักลูกมากและเห็นว่ามีเงินทองเหลือเฟือ พ่อแม่จึงไม่ได้เคี่ยวเข็ญให้เขาเรียนหนังสือหรือฝึกทำการทำงานใดๆ เพราะคิดว่า “เงินเท่านี้ ใช้ทั้งชาติก็ไม่มีวันหมด”
在波罗奈城,有一个年轻人出生在一个极其富有的家庭。他的父母拥有多达八亿的财产。由于疼爱孩子,又觉得家财万贯,父母便没有督促他读书或学习谋生技能。他们心想:“这么多钱,就算一辈子也花不完。”
ต่อมาเขาได้แต่งงานกับหญิงสาวที่รวยพอกัน เมื่อรวมสมบัติของทั้งสองครอบครัวแล้ว พวกเขามีเงินมากถึง 1,600 ล้านบาท! แต่ทว่า… เมื่อพ่อแม่ล่วงลับไป ทั้งคู่กลับใช้ชีวิตอยู่บนความประมาท ชายหนุ่มเอาแต่ดื่มสุรา เที่ยวเตร่ และคบเพื่อนที่คอยแต่จะปอกลอก เขาไม่เคยหาเงินเพิ่ม มีแต่จ่ายออกไปทุกวัน ในที่สุดเงินที่เคยมีเต็มคลังก็เหือดแห้งไปจนหมดสิ้น จากเศรษฐีผู้ยิ่งใหญ่ กลายเป็นขอทานที่ต้องเดินถือถ้วยไปยืนรอขอเศษอาหารที่เหลือจากพระภิกษุอยู่ที่ประตูโรงฉัน
วันหนึ่ง พระพุทธเจ้าทอดพระเนตรเห็นอดีตเศรษฐีผู้นี้ จึงทรงแย้มพระโอษฐ์และตรัสกับพระอานนท์ว่า “อานนท์ ดูชายคนนี้เถิด…”
后来,他娶了一位同样富有的女子为妻,两家的财产合并后共有十六亿之多。然而,当父母相继离世后,夫妻俩却过着放逸无度的生活。年轻男子整日饮酒作乐、四处游荡,结交了一帮只想占便宜的朋友。他从不设法增加收入,每天只知道挥霍。最终,原本堆满仓库的财富被彻底耗尽。从一位显赫的富翁,沦落为拿着碗站在食堂门口向僧众乞讨残羹剩饭的乞丐。有一天,佛陀见到这位昔日的富家子,不禁微微一笑,对阿难尊者说:“阿难,你看这个男子。”
พระองค์ทรงชี้ให้เห็นว่า หากชายผู้นี้รู้จักขยันสร้างตัวตั้งแต่ ช่วงวัยหนุ่ม เขาจะได้เป็นเศรษฐีอันดับหนึ่ง หรือถ้าออกบวชจะได้บรรลุเป็นพระอรหันต์ แม้จะเริ่มใน ช่วงวัยกลางคน เขาก็ยังจะได้เป็นเศรษฐีอันดับสอง หรือถ้าบวชก็ได้บรรลุธรรมขั้นสูง หรือแม้แต่เริ่มใน ช่วงวัยสุดท้าย เขาก็ยังพอจะมีสมบัติเลี้ยงตัวหรือได้บรรลุธรรมเบื้องต้น
佛陀指出:如果这个男子懂得在年轻时勤奋立业,他本可以成为城中的第一大富豪,倘若当年选择出家,亦能证得阿罗汉果。即使从中年开始努力,他也能成为第二大富豪,若选择出家,也能证得较高的果位。甚至哪怕在晚年时才醒悟,他也至少拥有足以养活自己的财富,或者在出家之后证得初果。
แต่เพราะเขาปล่อยเวลาให้ล่วงเลยไปโดยไม่ทำอะไรเลย ทั้งการหาทรัพย์และการทำความดี ในยามแก่ชราเขาจึงมีสภาพน่าสมเพชเหมือน “นกกระเรียนแก่” ที่ยืนเซื่องซึมอยู่ในหนองน้ำที่มีแต่โคลนตม เพราะปลาที่มีอยู่ได้ตายหมดสิ้นแล้ว หรือเปรียบเหมือน “ลูกศรที่ตกจากคันธนู” ที่พุ่งออกไปแล้วตกลงจมดิน ไร้กำลังที่จะพุ่งต่อไปได้อีก สุดท้ายเขาจึงได้แต่นั่งทอดถอนใจ นึกถึงอดีตที่รุ่งเรืองด้วยความเสียดายแต่ก็แก้ไขอะไรไม่ได้แล้ว
然而,他任由时光流逝,既不积累财富,也不修习善法。到了暮年,他的处境凄惨无比,如同一只伫立在泥潭中精神萎靡的老鹤,因为泥潭中的鱼儿早已死光;又如同一支从弓弦上射出后掉落地上的箭,失去了继续向前的动力。最终,他只能坐在那里叹息往日的荣华,却再也无力挽回。
ข้อคิด:
启示
อย่ารอให้แก่แล้วค่อยทำดี: การทำความดีและการฝึกจิตใจควรทำตั้งแต่วัยหนุ่มสาว ไม่ใช่รอให้แก่จนไม่มีกำลัง เหมือนการเข้าป่าตอนมืดค่ำย่อมหาไม้ดีๆ ได้ยาก
莫待老来方行善:行善和修行应该从年轻时就开始,不要等到年老体衰时才追悔莫及。就像天黑后才进森林找木材,自然很难找到好木材。
รีบหาทรัพย์ในวัยที่ยังมีแรง: ในวัยหนุ่มสาวควรขยันหาและเก็บออมทรัพย์ในทางที่สุจริต เพื่อเป็นที่พึ่งให้ตัวเองในยามชรา จะได้ไม่ต้องรอหวังพึ่งพาลูกหลานเพียงอย่างเดียว
趁年富力强广积财富:在年轻时应当勤奋工作,通过正当途径积累财富,以便在暮年时能自给自足,无需把所有的期望都寄托在子女身上。
ความประมาทคือ ความน่าเสียดายที่สุดหากปล่อยชีวิตให้ผ่านไปวันๆ โดยไม่สร้างคุณค่า ทั้งฐานะทางโลก มีเงินทอง และฐานะทางธรรม มีคุณธรรมความดี เราจะกลายเป็นคนที่เสียดายโอกาส เหมือนลูกเศรษฐีในเรื่องที่เสียไปทั้งสมบัติและโอกาสในการบรรลุธรรม
放逸是人生最大的遗憾:如果任由生命一天天流逝而不去创造任何价值——无论是世俗的财富,还是出世间的善业,我们终将成为追悔莫及之人,如同故事中那位既失去财富又错失证悟机缘的富家子。
——————————————————-
128 การประคับประคองตน
128. 善护自己
มีพระราชกุมารองค์หนึ่งนามว่า “โพธิราชกุมาร” พระองค์ทรงมีปราสาทที่งดงามวิจิตรตระการตาชื่อว่า “โกกนุท” ซึ่งสวยงามราวกับลอยอยู่บนท้องฟ้า แต่ในใจของพระองค์กลับมีความกังวลเรื่องหนึ่ง คือทรงไม่มีพระโอรสหรือพระธิดาเพื่อสืบราชบัลลังก์เลย
有一位王子名叫菩提王子。他有一座名为拘迦那陀的华丽宫殿,精美绝伦,宛如悬浮于云端一般。然而,他内心深处却藏着一件忧心事:没有子嗣继承王位。
วันหนึ่ง เมื่อพระพุทธเจ้าเสด็จมายังปราสาท พระราชกุมารทรงปูผ้าขาวไว้ที่ทางเดินและตั้งจิตอธิษฐานว่า “หากข้าพเจ้าจะได้บุตรหรือธิดา ขอให้พระพุทธองค์ทรงเหยียบลงบนผ้าขาวนี้ด้วยเถิด”, แต่ปรากฏว่าพระพุทธเจ้าไม่ทรงเหยียบผ้าผืนนั้นเลยแม้พระราชกุมารจะทูลเชิญถึงสามครั้งก็ตาม
有一天,佛陀莅临这座宫殿。王子便在通道上铺了一块白布,暗自发愿道:“若我将来能有子嗣,祈愿世尊踏上这块白布。”然而,即使王子再三邀请,佛陀也没有踏上那块白布。
พระพุทธเจ้าทรงเฉลยเหตุผลว่า เป็นเพราะในอดีตชาติ พระราชกุมารและพระชายาเคยเรืออัปปางไปติดเกาะร้าง ด้วยความหิวโหย ทั้งคู่จึงประมาทขาดเมตตา พากันเก็บไข่นกมาเผากิน เมื่อไข่หมดก็จับลูกนกกิน และสุดท้ายก็จับแม่นกกินเป็นอาหาร พวกเขาทำเช่นนี้ต่อเนื่องกันไปตลอดทั้ง 3 ช่วงวัยของชีวิต โดยไม่ได้ทำความดีหรือมีความสลดใจเลย กรรมจากการเบียดเบียนชีวิตผู้อื่นเพื่อความสุขของตนเองในครั้งนั้น จึงส่งผลให้ในชาตินี้พระองค์ไม่มีบุตร
随后,佛陀揭示了其中的因缘:在过去世中,这位王子和妻子曾因海难漂流到一座荒岛上。由于饥饿过度,他们失去了慈悲心,一起收集鸟蛋烤着吃。吃完鸟蛋后,又捕捉幼鸟为食,最后甚至捕捉母鸟充饥。他们就这样在人生的三个阶段(青年、中年、老年)持续杀生,期间从未行善,也从未有过一丝忏悔与愧疚。正是因为前世为了满足一己私欲而杀生,这个恶业才导致他今生没有子嗣。
พระพุทธองค์จึงทรงสอนว่า “หากใครรู้ว่าตนเป็นที่รัก ก็ควรจะรักษาตนเองให้ดี”, แต่การรักตัวเองที่ผิดทาง คือการหาความสุขด้วยการเบียดเบียนคนอื่น หรือการปล่อยตัวไปกับความเกียจคร้าน, เพราะสุดท้ายแล้ว ความทุกข์ที่เราหยิบยื่นให้ผู้อื่นจะย้อนกลับมาหาเราเอง เหมือนคำที่ว่า “ให้ทุกข์แก่ท่าน ทุกข์นั้นถึงตัว”
因此,佛陀慈悲开示道:“人若懂得珍爱自己,就应当善护自己。”然而,错误的爱护自己,是指通过伤害他人来寻求自身的快乐,或是放纵自己沉溺于懒惰与懈怠。因为,我们施加给他人的痛苦,最终都会反噬到自己身上。正所谓“害人终害己”。
ข้อคิด:
启示
รักตัวเองให้ถูกทาง: การรักตัวเองไม่ใช่การตามใจตัวเองในทางที่ผิด แต่คือการหมั่นทำความดีและไม่เบียดเบียนใคร เพราะการทำชั่วคือการทำลายตัวเองในระยะยาว
以正确的方式爱自己:爱自己并非盲目放纵自己的私欲,而是勤修善业、不侵害他人。因为从长远来看,实质上作恶就是在毁灭自己。
อย่าปล่อยเวลาให้เสียเปล่า: คนเราควรประคับประคองชีวิตให้ทำความดีอย่างน้อยสักช่วงวัยหนึ่ง (วัยเด็ก วัยกลางคน หรือวัยชรา) อย่าปล่อยให้ผ่านไปโดยไร้ประโยชน์ทั้ง 3 วัย
莫虚度光阴:人的一生应当在生命的三个阶段(少年、中年或老年),至少选择一个阶段精进修行、广积善业,切莫让时光白白流逝。
กฎแห่งกรรมมีจริง: ความสุขที่เกิดจากการทำร้ายผู้อื่นไม่เคยยั่งยืน แต่ความดีที่ทำด้วยความเพียรจะส่งผลเป็นความสุขที่แท้จริงให้เราในที่สุด
业果法则真实不虚:建立在伤害他人之上的快乐注定无法长久,唯有勤修善业,才能给未来带来真正的安乐。
——————————————————-
129 ก่อนสอนผู้อื่น ควรตั้งตนไว้ในคุณงามความดีที่เหมาะสมเสียก่อน
129. 正人先正己
มีพระรูปหนึ่งนามว่า พระอุปนัน ท่านเป็นผู้ที่มีวาทศิลป์ดีเยี่ยม พูดจาน่าเลื่อมใส จนใครๆ ที่ได้ฟังธรรมะของท่านต่างก็พากันซาบซึ้งและนำข้าวของเครื่องใช้มาถวายมากมาย แต่ทว่าสิ่งที่ท่านสอนกับสิ่งที่ท่านทำนั้น กลับสวนทางกันอย่างสิ้นเชิง
有一位名为优波难陀的比丘,辩才无碍,言辞极具感染力。凡是听他讲过法的人,无不心生敬信,纷纷向他供养大量生活资具。然而,他的行为却与自己传授的教义背道而驰。
เรื่องมีอยู่ว่า เมื่อใกล้ถึงฤดูเข้าพรรษา พระอุปนันท์เดินทางไปตามวัดต่างๆ ท่านเที่ยวไปวางรองเท้าไว้ที่วัดแรก วางไม้เท้าไว้ที่วัดที่สอง และวางหม้อน้ำไว้ที่วัดที่สาม เพื่อเป็นสัญลักษณ์จองที่ว่าท่านจะอยู่จำพรรษาที่นั่น แต่สุดท้ายท่านกลับเลือกไปอยู่จริงๆ ในวัดที่สี่ที่รู้ว่าจะได้รับผ้าจำนำพรรษามากที่สุด พอออกพรรษา ท่านก็ส่งข่าวไปทวงเอาของจากทุกวัดที่ท่านวางของทิ้งไว้ จนได้ข้าวของมากมายมหาศาลบรรทุกใส่รถไป
事情是这样,在临近雨季安居时,优波难陀比丘游访各处寺院。他在第一座寺院留下一双鞋,在第二座寺院留下一根手杖,在第三座寺院留下一个水壶,以此作为自己将在此处安居的标记。但最后他却选择留在第四座寺院安居,因为他得知该寺院在安居结束时能分到最多的功德衣。雨安居结束后,他便派人前往之前留下物品的寺院索要财物,最后竟然搜刮了满满一车的物品。
ระหว่างทาง ท่านได้พบกับพระหนุ่ม 2 รูปที่กำลังถวายเถียงกันเรื่องแบ่งผ้าสาดก 2 ผืน และผ้ากัมพล (ผ้าทอขนสัตว์ราคาแพง) อีก 1 ผืนที่ตกลงกันไม่ได้, พระอุปนันท์จึงอาสาเป็นคนกลางช่วยตัดสินให้ โดยท่านให้พระหนุ่มแบ่งผ้าธรรมดาไปคนละผืน ส่วนผ้ากัมพลผืนที่สวยและมีค่าที่สุดนั้น ท่านกลับบอกว่า “ในฐานะที่ผมเป็นคนตัดสิน ผ้าผืนนี้ต้องเป็นของผม” แล้วท่านก็ถือผ้าผืนนั้นเดินจากไป ทิ้งให้พระหนุ่มทั้งสองยืนอ้าปากค้างด้วยความงุนงง
在返程途中,他遇到两位年轻比丘正在为如何分配两块普通布料和一张珍贵的毛毯而争执不休。优波难陀比丘便自告奋勇充当调解人。他让两位年轻比丘各分得一块普通布料,至于那张精美贵重的毛毯,他却说:“作为调解人,这张毛毯应该归我。”然后拿着毛毯扬长而去,留下两位年轻比丘目瞪口呆。
เมื่อเรื่องนี้ทราบถึงพระพุทธเจ้า พระองค์จึงทรงเล่านิทานย้อนอดีตให้ฟังว่า ในชาติก่อนพระอุปนันท์ก็เคยเกิดเป็น สุนัขจิ้งจอกเจ้าเล่ห์ ที่ไปอาสาแบ่งปลาตะเพียนตัวใหญ่ให้กับนาก 2 ตัวที่กำลังแย่งกัน เจ้าจิ้งจอกใช้อุบายเดียวกันคือ แบ่งส่วนหัวให้นากตัวหนึ่ง แบ่งส่วนหางให้นากอีกตัวหนึ่ง ส่วนพุงที่มีเนื้อมากที่สุดนั้น เจ้าจิ้งจอกเก็บไว้กินเองในฐานะคนตัดสิน
这件事传到佛陀耳中后,佛陀讲述了一段过去世的因缘:优波难陀比丘在过去的某一世曾是一只狡猾的狐狸。当时,有两只水獭正在争抢一条大鲤鱼,狐狸便自告奋勇为它们分鱼。它用同样的诡计将鱼头分给一只水獭,鱼尾分给另一只水獭,而中间最肥美的鱼腹,则作为调解人的报酬留给自己。
พระพุทธเจ้าจึงทรงตำหนิและสอนเป็นบทเรียนสำคัญว่า “บัณฑิตควรตั้งตนไว้ในคุณงามความดีที่เหมาะสมเสียก่อน แล้วจึงค่อยสั่งสอนผู้อื่น”
佛陀以此对其进行了严厉的训诫,并慈悲开示了一句至理名言:“智者应当先以适当的善德端正自身,然后方可教导他人。”
ข้อคิด:
启示
ตัวอย่างที่ดีมีค่ากว่าคำสอน: การสอนด้วยการทำให้ดูมีพลังมากกว่าการพูดเพียงอย่างเดียว เพราะถ้าคนสอนยังทำสิ่งที่ตรงข้ามกับที่สอน คนฟังก็จะไม่เกิดความเลื่อมใส เหมือนเอาดอกมะลิไปวางหน้าศพที่ไม่มีใครอยากดม
身教胜于言传:以身作则在教导他人时,比空谈更有力量。因为如果教导者自身的行为与其所说的道理背道而驰,听者无法生起敬信,就像把茉莉花放在尸体上一样,没有人愿意去闻它的芬芳。
ความน่าเชื่อถือเกิดจากการปฏิบัติ: คำสอนที่ออกมาจากใจและประสบการณ์จริงของผู้ที่ปฏิบัติได้ ย่อมสร้างความซาบซึ้งใจได้มากกว่าคำพูดที่หรูหราแต่คนพูดทำไม่ได้
公信力源于践行:发自内心且基于实践经验的教导,远比华丽的空谈更能打动人心。
อย่าดีแต่พูดแต่ตัวทำไม่ได้: การสอนคนอื่นให้สละความโลภแต่ตัวเองยังโลภอยู่นั้นเป็นเรื่องที่น่าสลดใจ และจะทำให้ตนเองต้องพบกับความเศร้าหมองหรือถูกหัวเราะเยาะในภายหลัง
切莫能言不能行:教导他人放下贪婪,自己却贪得无厌,这是极其可悲的。这样的人只会让自己陷入痛苦的泥潭,沦为后人的笑柄。
——————————————————-
130 พูดสอนคนอื่นนั้นง่าย ฝึกตนเองนั้นยาก
130. 教人易,律己难
ในสมัยพุทธกาล มีพระภิกษุรูปหนึ่งนามว่า พระติสสะ ท่านเป็นผู้ที่ขยันในการ “สอน” คนอื่นเป็นอย่างยิ่ง
在佛陀时代,有一位名叫提舍的比丘。他是一位极其热衷于“教导”他人的人。
ครั้งหนึ่ง พระติสสะพร้อมกับศิษย์ภิกษุอีก 500 รูป ได้ไปจำพรรษาอยู่ในป่าเพื่อบำเพ็ญสมณธรรม ในช่วงต้นคืน พระติสสะจะเดินไปเคาะประตูเรียกเหล่าลูกศิษย์แล้วกำชับว่า “พวกท่านจงอย่าประมาท จงลุกขึ้นบำเพ็ญเพียรเถิด” แต่พอสั่งเสร็จ แทนที่ท่านจะไปปฏิบัติธรรมด้วย ท่านกลับเดินเข้าห้องแล้ว “นอนหลับ” เสียเอง
有一次,提舍比丘率领五百位弟子一同前往森林坐雨安居,修习沙门法。初夜时分,提舍比丘会去敲每位弟子的门,叮嘱道:“你们切勿放逸,起来精进修行!”然而,在吩咐完毕后,自己却不修行,反而走回房间呼呼大睡。
พอถึงช่วงกลางดึก ท่านตื่นขึ้นมาก็ไปตะโกนปลุกศิษย์อีกครั้งว่า “พวกท่านมัวแต่นอนทำไม ลุกขึ้นมาปฏิบัติธรรมเถิด” พอกล่าวเสร็จ ท่านก็กลับไปนอนต่อ เป็นแบบนี้ซ้ำแล้วซ้ำเล่า จนเหล่าภิกษุทั้ง 500 รูปไม่ได้พักผ่อน ร่างกายอ่อนเพลีย จิตใจฟุ้งซ่าน จนไม่สามารถทำสมาธิหรือบรรลุธรรมใดๆ ได้เลย
到了半夜,他醒来后又去大声叫醒弟子们:“你们怎么还在睡?赶紧起来修行!”说完便又回去继续睡觉。如此反复折腾,导致五百位比丘根本得不到充分的休息,身体疲惫,心念散乱,无法入定,也未能证得任何道果。
วันหนึ่ง เหล่าศิษย์เริ่มสังเกตเห็นพฤติกรรมนี้ จึงพากันปรารภว่า “อาจารย์ของเราดีแต่ปาก พูดอย่างแต่ทำอีกอย่าง ชีวิตท่านไม่มีแก่นสารเลย” เมื่อออกพรรษา ภิกษุเหล่านั้นจึงไปเฝ้าพระพุทธเจ้าและเล่าเรื่องนี้ให้ฟัง
有一天,弟子们终于察觉到老师的虚伪行为,便私下议论纷纷:“我们的师父只会嘴上说一套,自己却另做一套。他的生命毫无意义可言。”雨安居结束后,那些比丘便去拜见佛陀,禀告了此事。
พระพุทธเจ้าจึงทรงเล่านิทานชาดกเปรียบเทียบถึง “ไก่” ตัวหนึ่งที่เติบโตมาโดยไม่มีพ่อแม่ครูอาจารย์คอยสอน มันจึงไม่รู้จักเวลาที่ควรขัน ขันในเวลาที่ไม่ควรขัน ทรงชี้ให้เห็นว่าพระติสสะก็เปรียบเสมือนไก่ตัวนั้น ที่ดีแต่สอนคนอื่นแต่ไม่รู้หน้าที่ของตนเอง
佛陀给他们讲了一个寓言故事:有一只从小没有父母和老师教导的公鸡,它不知道何时该打鸣,总是在不该啼叫的时候啼叫。佛陀借此指出,提舍比丘就像那只公鸡,只知道教训别人,却不明白自己的本分。
พระองค์จึงได้ประทานโอวาทที่สำคัญยิ่งว่า “บุคคลสอนผู้อื่นอย่างไร ควรทำตนอย่างนั้น” เพราะการฝึกฝนตนเองนั้นเป็นสิ่งที่ “ยากที่สุด” มนุษย์เรามักจะลำเอียงเข้าข้างตัวเอง คอยหาเหตุผลมาให้อภัยความผิดของตนเองเสมอ แต่กลับเข้มงวดและตำหนิผู้อื่นได้ง่าย
随后,佛陀开示了极其重要的教诫:“一个人如何教导别人,自己也应当那样行持。”因为调伏自己,是最困难的事。人往往容易偏袒自己,千方百计地找借口来宽恕自己的过错,却总是对他人苛刻和指责。
ข้อคิด:
启示
ทำตัวเป็นแบบอย่าง: ก่อนจะไปชี้แนะหรือสั่งสอนใคร เราต้องทำสิ่งที่สอนนั้นให้ได้เสียก่อน เพราะ “การสอนผู้อื่นนั้นง่ายกว่าการทำเอง”
以身作则:在指点或教导他人之前,自己必须以身作则,因为教人易,律己难。
ปกครองตนเองให้ได้: คนที่ปกครองตนเองไม่ได้ย่อมต้องถูกผู้อื่นปกครอง แต่ผู้ที่ฝึกตนจนชนะใจตนเองได้ คือผู้ที่ประเสริฐที่สุด
管好自己:一个连自己都管不好的人,注定只能受制于人。而善于调伏自心、战胜自己的人,才是最殊胜的人。
เราควรพิจารณาความผิดของตนเองด้วยสติและความละอาย (หิริโอตัปปะ) ไม่ใช่คอยแต่จะจับผิดผู้อื่น
我们应以正念与惭愧心审视自己的过失,而不是总是盯着别人的错误不放。
——————————————————-
131 ตนเป็นที่พึ่งของตน
131.以自己为依怙
ในสมัยพุทธกาล มีหญิงสาวคนหนึ่งผู้มีความศรัทธาในพระพุทธศาสนาอย่างแรงกล้า นางอยากบวชเป็นภิกษุณี แต่พ่อแม่ไม่อนุญาตจนกระทั่งนางได้แต่งงาน ต่อมานางตั้งครรภ์โดยไม่รู้ตัว และได้รับอนุญาตจากสามีให้ไปบวชในสำนักของพระเทวทัต
在佛陀时代,有一位对佛教怀有坚定信仰的年轻女子。她渴望出家为比丘尼,但父母不同意,最后只能嫁为人妇。后来,她在不知情的情况下怀了身孕,并获得丈夫的允许,前往提婆达多的比丘尼僧团出家。
เมื่อครรภ์เริ่มโตขึ้น ภิกษุณีรูปอื่นเห็นเข้าจึงไปถามพระเทวทัต ท่านกลับตัดสินอย่างไร้เมตตาว่าให้นางสึกเสีย แต่นางมั่นใจในความบริสุทธิ์ของตน จึงขอไปพึ่งบารมีของพระพุทธเจ้า พระองค์ทรงเมตตาให้มีการสอบสวนโดยมีนางวิสาขาเป็นผู้พิสูจน์ จนความจริงปรากฏว่านางตั้งครรภ์ตั้งแต่ก่อนบวช นางจึงได้ครองเพศบรรพชิตต่อไปอย่างสง่างาม
随着腹部日渐隆起,其他比丘尼发现后便去向提婆达多禀报。提婆达多毫无慈悲地勒令她还俗。但她深知自己的清白,于是请求投奔佛陀,寻求佛陀的庇护。佛陀慈悲下令展开调查,由毘舍佉优婆夷负责查证,最终证实她在出家前就已怀有身孕。因此,她得以继续保有出家的身份。
เวลาผ่านไป นางคลอดบุตรชายชื่อว่า “กุมารกัสสปะ” ซึ่งต่อมาได้บวชและบรรลุธรรมเป็นพระอรหันต์ แต่ฝ่ายแม่นั้น ด้วยความรักและผูกพันในตัวลูกสาวกมาก นางเฝ้าร้องไห้คิดถึงลูกอยู่นานถึง 12 ปี วันหนึ่งเมื่อนางเจอหน้าลูกชายและพยายามจะเข้าไปกอดด้วยความรัก พระกุมารกัสสปะรู้ดีว่าหากไม่ทำให้นางตัดใจ นางจะไม่มีวันเห็นธรรม ท่านจึงแสร้งพูดด้วยเสียงแข็งกระด้างว่า “ท่านเที่ยวทำอะไรอยู่ตั้ง 12 ปี ถึงยังตัดอาลัยรักไม่ได้”
时光流逝,她生下了一个儿子,取名“迦叶童子”。后来,迦叶童子也出家修行,并证得阿罗汉果。然而身为母亲的比丘尼,因对儿子深切的眷恋,终日哭泣长达十二年之久。有一天,当她终于见到儿子,满怀爱意地想要上前拥抱时,迦叶童子深知若不能让母亲彻底断除执念,她将永远无法见法。于是,他故意用严厉的语气说:“您十二年来究竟在做什么?为何至今还无法放下这份眷恋。”
คำพูดที่ดูใจดำของลูกชาย ทำให้นางเสียใจมากในตอนแรก แต่แล้วนางก็ฉุกคิดได้ว่า “ไม่มีใครจะเป็นที่พึ่งให้เราได้จริงๆ แม้แต่ลูกที่เราแสนรัก” เมื่อนางตัดความอาลัยและหันมาตั้งใจปฏิบัติธรรมด้วยตนเอง ในที่สุดนางก็บรรลุเป็นพระอรหันต์ได้ในวันนั้นเอง
儿子这番看似无情的话,起初令她悲痛万分。随即她猛然醒悟:“原来世上真的没有人可以成为我的依怙,即使是最深爱的儿子也不例外。”当她放下眷恋,转而专心精进修行时,当天就证得了阿罗汉果。
ข้อคิด:
启示
เราต้องลงมือทำความดีและฝึกฝนตนเองด้วยตัวเอง คนอื่นหรือแม้แต่เทวดาก็ช่วยให้เราไปสวรรค์หรือนิพพานแทนเราไม่ได้
自己必须亲身践行善法、自我修行。无论是他人或天人,都无法代替自己升入天界或证入涅槃。
พระพุทธเจ้าคือผู้ชี้ทาง: พระพุทธองค์รวมถึงครูอาจารย์และพ่อแม่ เป็นเพียงผู้บอกทางและให้คำแนะนำ เหมือนคนป้อนข้าวที่ช่วยได้แค่ส่งข้าวใส่ปาก แต่เราต้องเป็นคนเคี้ยวและกลืนเอง
佛陀是指路人:佛陀、师长以及父母,都只是指引道路、给予建议的人,就像喂饭一样,别人只能帮我们把饭送到嘴边,但咀嚼和吞咽的过程必须由自己来完成。
การฝึกตนคือที่พึ่งที่แท้จริง: การฝึกสมาธิ สำรวมศีล และอบรมปัญญา จะนำไปสู่ที่พึ่งที่ยั่งยืนที่สุดคือการพ้นทุกข์ ซึ่งไม่มีใครแย่งชิงไปจากเราได้
自我修行才是真正的依怙:通过修习禅定、严持戒律、培育智慧,才能通向永恒的依靠——解脱痛苦。这种成就任何人无法夺走。
——————————————————-
132 บาป ก็เหมือนกับ เชื้อโรค
132. 恶行犹如病菌
ในสมัยพุทธกาล มีอุบาสกผู้ใจบุญคนหนึ่งชื่อว่า “มหากา” เขาเป็นคนเคร่งครัดในศีลธรรม ทุก ๆ วันพระ มหากาจะไปถือศีล 8 และนั่งฟังธรรมที่วัดเชตวันตลอดทั้งคืนอย่างสงบ
在佛陀时代,有一位乐善好施的优婆塞名叫摩诃迦。他严守戒律,每逢佛日都会到祇园精舍受持八关斋戒,并整夜安静地听闻佛法。
แต่แล้วในเช้ามืดวันหนึ่ง เหตุการณ์ไม่คาดฝันก็เกิดขึ้น ขณะที่เขากำลังล้างหน้าที่สระน้ำหลังจบการฟังธรรม มีพวกโจรวิ่งหนีเจ้าของบ้านผ่านมาพอดี พวกโจรกลัวความผิดจึงโยนห่อของกลางทิ้งไว้ใกล้ๆ มหากาแล้ววิ่งหนีไป เมื่อเจ้าของทรัพย์ตามมาถึงและเห็นมหากายืนอยู่ใกล้ห่อของ จึงเข้าใจผิดคิดว่าเขาเป็นโจร และรุมทุบตีมหากาจนเสียชีวิตทันที
然而,某一天清晨,发生了一场意想不到的灾难。摩诃迦在听完法后到池塘边洗脸时,一群被失主追赶的盗贼恰好路过。盗贼们因畏罪心虚,便随手将赃物扔在摩诃迦的身旁后逃之夭夭。当失主赶到时看见摩诃迦正站在赃物旁边,误以为他就是盗贼,于是众人一拥而上将其殴打致死。
เหล่าพระภิกษุที่มาพบศพต่างพากันสลดใจและกราบทูลพระพุทธเจ้าว่า “มหากาไม่ควรมาตายเช่นนี้เลย”
พระพุทธเจ้าจึงทรงเผยความลับจากอดีตชาติให้ฟังว่า ในชาติก่อน มหากาเคยเป็นเจ้าหน้าที่รัฐที่ดูแลความปลอดภัย แต่เขากลับมีใจคดโกง เขาหลงรักภรรยาที่สวยงามของชายนักเดินทางคนหนึ่ง จึงวางแผนชั่วร้ายด้วยการ แอบเอาแก้วมณีไปซ่อนไว้ในเกวียนของชายคนนั้น แล้วป้ายสีว่าเขาเป็นขโมย จนชายผู้บริสุทธิ์ถูกรุมตีจนตายเพื่อที่เขาจะได้ชิงภรรยามา
比丘们发现尸体后感到十分悲痛,禀告佛陀说:“摩诃迦实在不该落得如此惨死的下场!”佛陀随即揭示了摩诃迦过去世的因缘:在过去某一生中,摩诃迦曾是一名负责治安的官员,但他心术不正,迷恋上了一位旅行者的美貌妻子,便偷偷将一颗宝石藏在旅行者的牛车里,随后诬陷对方是小偷。最终,那位无辜的旅行者被众人殴打致死,而摩诃迦则如愿霸占了对方的妻子。
เพราะกรรมนั้นเอง เขาจึงต้องตกนรกอเวจีเป็นเวลานาน และเมื่อเกิดมาใหม่ เขาก็ต้องถูกทุบตีจนตายแบบนี้ซ้ำแล้วซ้ำเล่าถึงร้อยชาติ
正是因为这个恶业,他堕入无间地狱受无量劫之苦。即便投生为人,也要承受连续一百世遭人殴打致死的果报。
พระพุทธองค์ทรงสอนว่า “บาป” ก็เหมือนกับ “เชื้อโรค” ที่เราปล่อยให้มันเข้าสู่ร่างกายผ่านทางกาย วาจา และใจ หากเราไม่ระวัง มันจะคอยกัดกินเราจากข้างในเหมือนอาการเจ็บป่วยที่รักษาได้ยาก และบาปที่ตนทำไว้นี้เองที่จะย้อนกลับมาทำลายเรา เหมือนกับ “เพชร” แม้จะมีต้นกำเนิดมาจากหินเหมือนกับแก้วมณี แต่มันกลับมีความแข็งแกร่งจนสามารถใช้เจียรนัยหรือกัดกร่อนแก้วมณีให้แหลกสลายได้
佛陀以此教导道:恶行犹如病菌,通过身、口、意悄悄入侵体内。若不谨慎防护,它便会像无法治愈的顽疾一样从内部侵蚀我们。而自己所造下的恶行,终将会反噬自身。这就像“钻石”,虽然与玛瑙玉石同属于矿石,但它却坚硬无比,反过来能将玛瑙玉石切割粉碎。
ข้อคิด:
启示
บาปเกิดจากตัวเรา: บาปไม่ใช่สิ่งที่ใครหยิบยื่นให้ แต่เกิดจากการกระทำของเราเอง เหมือนเพชรที่เกิดจากหินแล้วย้อนกลับมาตัดหินหรือแก้วมณีได้
恶行源于自身:恶行并非他人强加给我们,而是源于自己的所作所为。这就像钻石生于矿石,却能反过来切割玛瑙玉石。
หนีกรรมไม่พ้น: ผลของบาปอาจจะมาเร็วหรือช้า แต่สุดท้ายมันจะติดตามตัวเราไปทุกที่ เหมือนเชื้อโรคที่แฝงตัวอยู่ในร่างกาย
难逃因果报应:恶业的果报或早或晚,但终将如影随形,就像潜伏在体内的病菌一样。
บุญคือยารักษา: วิธีที่จะปิดกั้นบาปได้คือการสั่งสม “กุศลกรรม” หรือความดี ซึ่งเปรียบเสมือนยาที่ช่วยบรรเทาและชำระล้างใจให้สว่างไสวเหมือนดวงจันทร์ที่พ้นจากเมฆหมอก
善业是良药:阻断恶业的唯一途径就是积累善业。善业如同良药,能缓解痛苦并净化心灵,如拨云见月一般重现光明。
——————————————————-
133 ความทุศีล เปรียบเสมือน โจรที่คอยเบียดเบียนและทำร้ายตัวเอง
133. 破戒犹如伤害自身的盗贼
ณ ป่าใหญ่ที่เขียวขจี มีต้นสาละต้นหนึ่งยืนต้นสง่างาม แต่ทว่าวันเวลาผ่านไป กลับมีเถาวัลย์ค่อยๆ เลื้อยขึ้นมาพันรอบลำต้นของมัน เถาวัลย์เหล่านั้นรัดรึงหนาแน่นขึ้นเรื่อยๆ จนต้นสาละไม่อาจเจริญเติบโตได้ตามที่ควรจะเป็น และในที่สุดก็ถูกเถาวัลย์นั้นครอบงำจนหมดสิ้น
在一片翠绿的广袤森林中,有一棵傲然挺拔的娑罗树。然而,随着岁月的流逝,藤蔓开始顺着树干攀爬而上。这些藤蔓越缠越紧,导致娑罗树无法正常生长,最终被藤蔓吞噬。
พระพุทธเจ้าทรงเปรียบเทียบเถาวัลย์นี้กับ “ความทุศีล” หรือการทำชั่วซ้ำแล้วซ้ำเล่า คนเราหากปล่อยให้ความชั่วรัดรึงใจ เพราะขาดความละอายและเกรงกลัวต่อบาป หรือพ่ายแพ้ต่อสิ่งยั่วยวน ก็จะกลายเป็นคนทุศีลที่เบียดเบียนตนเอง เหมือนต้นสาละที่ถูกเถาวัลย์รัด
佛陀将藤蔓比作“破戒”——即反复造作恶行。如果一个人因为缺乏对恶行的羞耻与畏惧,或是无法抵御外界的诱惑,任由恶念缠绕心头,便会成为破戒之人,如同被藤蔓缠绕的娑罗树一样伤害自己。
ในหมู่บ้านใกล้ๆ ป่านั้น มีผู้คนหลายรูปแบบที่พยายามรักษาความดีของตนเองไว้:
在那片森林附近的村庄里,生活着形形色色的人,他们都在努力守护自己的善行:
ชาวประมง: เขาจำเป็นต้องทำปาณาติบาต (ฆ่าสัตว์) เพื่อเลี้ยงชีพตามถิ่นฐาน แม้เขาจะรักษาศีลได้ไม่ครบทุกข้อ แต่เขาก็พยายามประพฤติธรรมในส่วนอื่นๆ ที่ทำได้ ซึ่งพระพุทธองค์ทรงสอนว่าไม่ควรไปตำหนิว่าเขาเป็นคนบาปหยาบช้าไปเสียหมด
渔夫:为了谋生养家,不得不以捕鱼(杀生)为业。虽然他无法圆满持守所有戒条,但在生活的其他方面,他会尽力奉行善法。佛陀教导说:“切不可因此全盘否定他,指责他是一个十恶不赦之徒。”
นักรบและพระราชา: ในยามสงครามพวกเขาต้องสู้รบเพื่อปกป้องบ้านเมือง แต่เมื่อเสร็จศึกก็กลับมาทำนุบำรุงพระศาสนาและมีคุณธรรมด้านอื่น
战士与国王:在战乱时期,为了保家卫国,他们不得不上阵杀敌。但战争结束后,他们会回归本分,护持佛法和广修善德。
ผู้รักษาศีลอย่างเคร่งครัด: บางคนยอมสละแม้กระทั่งชีวิตของตนเองเพื่อรักษาศีลไว้ ไม่ยอมทำผิดแม้จะตกอยู่ในอันตราย
严持戒律者:有些人视戒律如生命,即便身陷险境,面临生死考验也绝不破戒。
แต่มีคนหนึ่งชื่อ พระเทวทัต ผู้ซึ่งยอมให้ “เถาวัลย์แห่งตัณหา” รัดรึงใจจนแน่นหนา พระเทวทัตอยากมีอำนาจ จึงไปเกลี้ยกล่อมพระเจ้าอชาตศัตรูให้ปลงพระชนม์พระบิดา และยังวางแผนร้ายเพื่อจะทำลายพระพุทธเจ้าหลายครั้ง ความทุศีลและตัณหานี้เองที่ห่อหุ้มรวบรัดเขา จนสุดท้ายเขาก็ต้องตกลงสู่ความทุกข์ยากในนรก เหมือนต้นสาละที่ล้มตายเพราะเถาวัลย์รัด
然而,在这些人当中提婆达多则是一个反面教材。他任由“贪欲的藤蔓”将自己紧紧缠绕。他为了篡夺僧团的领导权,唆使阿阇世王弑父篡位,并多次谋划杀害佛陀。正是这种毁戒的行为与贪欲将他层层包裹,最终堕入地狱受尽苦难,犹如那棵被藤蔓缠死的娑罗树。
พระพุทธองค์จึงทรงเตือนว่า ความทุศีลที่รัดรึงใจจะทำให้เรากลายเป็นเหมือนโจรที่คอยเบียดเบียนและทำร้ายตัวเอง
佛陀借此告诫世人:束缚内心的破戒之举,就像是伤害自身的盗贼,不断侵害和摧毁自己。
ข้อคิด:
启示
ความทุศีลคือเถาวัลย์: การทำผิดศีลซ้ำๆ (เช่น ฆ่าสัตว์ ลักทรัพย์ พูดโกหก ดื่มสุรา) จะค่อยๆ รัดรึงชีวิตเราให้ตกต่ำลงและเจริญได้ยาก
破戒如藤蔓:屡屡违犯戒律(如杀生、偷盗、妄语、饮酒等),会一步步将自己的生活拖向深渊,阻碍自己的成长。
ศีลมีหลายระดับ: คนเรามีความจำเป็นในชีวิตต่างกัน บางคนอาจรักษาได้บางข้อตามอาชีพ (เช่น ชาวประมง) ซึ่งก็ยังถือว่ามีความดีอยู่ ไม่ควรถูกตำหนิไปเสียหมด
持戒因人而异:每个人的现实生活处境不同,有些人受限于职业(如渔夫),只能持守部分戒律,但他们依然心存善念,不应该被全盘否定。
รักษาตามกำลัง: เราควรพยายามรักษาศีลให้ดีที่สุดเท่าที่ฐานะและโอกาสจะอำนวย เพราะการรักษาศีล (พรหมจรรย์) จะนำไปสู่สิ่งที่ดีงามกว่าเดิม ไม่ว่าจะเป็นมนุษย์ เทวดา หรือความบริสุทธิ์หลุดพ้น
持戒量力而行:我们应根据自身的条件与因缘,尽最大的努力持戒。因为持守清净梵行将带来美好的果报,无论来世投生为人、天人,还是获得清净解脱。
อย่าทำร้ายตัวเอง: การเป็นคนไม่มีศีลก็เหมือนกับการเป็นโจรที่คอยเบียดเบียนตัวเองให้เดือดร้อนในที่สุด
切莫自我伤害:一个没有戒行的人等同于作茧自缚,最终只会让自己陷入万劫不复的痛苦。
——————————————————-
134 ใจของคนเรานั้นมีธรรมชาติเหมือนกับ “กระแสน้ำ”
134. 心性如水流
ณ วัดเวฬุวันมหาวิหาร พระพุทธเจ้าได้ทรงหยิบยกเรื่องราวของ “ทางสองแพร่งแห่งกรรม” มาสอนสั่งเหล่าพุทธบริษัท โดยเปรียบเทียบให้เห็นภาพชัดเจนว่า ใจของคนเรานั้นมีธรรมชาติเหมือนกับ “กระแสน้ำ”
在竹林精舍,佛陀曾以“业的叉路口”来教导弟子,并用一个生动的比喻指出人的心性就像“流水”。
กล่าวคือ น้ำมักจะไหลจากที่สูงลงสู่ที่ต่ำเสมอ การปล่อยใจให้ไหลไปตามกิเลส ความโลภ หรือความอยากในทรัพย์สมบัติ จึงเป็นเรื่องที่ “ทำได้ง่าย” เพราะไม่ต้องฝืนความรู้สึก แต่การจะดึงใจให้กลับมาทำความดีนั้น เปรียบเสมือนการ “ว่ายน้ำทวนกระแส” ซึ่งต้องใช้ความพยายามอย่างยิ่งยวด
也就是说,水往低处流是自然规律。放任自己的心随顺烦恼、贪欲以及对财富的渴望,是一件“容易”的事,因为这顺应了人的本能,无需任何克制。然而,若要将心收回来去行善积德,则如同逆水行舟, 必须付出极大的努力。
พระพุทธเจ้าเล่าต่อไปว่า มีชายคนหนึ่งเผลอตกไปในหลุมขนาดใหญ่ที่ทั้งลึกและเต็มไปด้วยสิ่งปฏิกูล หลุมนี้มีชื่อว่า “การพนัน” ในตอนแรกเขานึกว่ามันเป็นทางลัดสู่ความรวย แต่แท้จริงแล้วมันคือ “ผีพนัน” ที่เข้าสิงจิตใจ ทำให้เขาลืมสิ้นทุกอย่าง ทั้งลูก เมีย และบ้านเรือน เขาเฝ้าเอาเงินที่หามาได้ด้วยหยาดเหงื่อแรงงานตลอดทั้งปี ไปทิ้งไว้ในวงพนันเพียงชั่วข้ามคืน
พระพุทธเจ้าทรงชี้ให้เห็นถึง “โทษ 6 ประการของการพนัน” ที่ทำให้ชีวิตดิ่งลงเหว ดังนี้:
佛陀接着教导说,有一个人不慎掉进一个既深又满是污秽的大坑。这个坑的名字叫“赌博”。起初,他以为这是一条致富的捷径,殊不知这其实是一个侵蚀其心灵的“赌鬼”。令他忘却一切,抛弃妻儿与家庭。他将一整年靠血汗挣来的钱,在一夜间全部葬送在赌桌上。对此,佛陀一针见血地指出了“赌博的六种过患”,正是这些过患将人推向了万劫不复的深渊:
เมื่อชนะ ย่อมก่อเวร เพราะผู้แพ้ย่อมเจ็บแค้น
赢钱结怨:因为输家必定会心生怨恨。
เมื่อแพ้ ย่อมเสียดายทรัพย์
输钱悔恨:必然为失去钱财而感到痛惜。
ทรัพย์สินฉิบหาย เงินทองที่สะสมมามลายหายไปในพริบตา
倾家荡产:辛苦积攒的财富在瞬间化为乌有。
ไม่มีใครเชื่อถือถ้อยคำ กลายเป็นคนปลิ้นปล้อนเพื่อหาเงินมาเล่นต่อ
丧失信用:为了筹集赌资变得狡诈虚伪,再也无人相信其言辞。
ถูกเพื่อนฝูงหมิ่นประมาท
遭人轻视:被亲朋好友鄙视与唾弃。
ไม่มีใครอยากแต่งงานด้วย เพราะใครก็ไม่อยากร่วมชีวิตกับคนที่พร้อมจะผลาญรากฐานของตระกูล
无人愿与之婚配:没有人愿与一个随时会败光家产的人共度一生。
ในขณะที่พระเทวทัตพยายามจะแยกตัวออกจากสงฆ์เพื่อสร้างทางของตนเอง พระพุทธเจ้าได้ทรงเปล่งอุทานเป็นบทเรียนล้ำค่าว่า “กรรมไม่ดีและไม่เป็นประโยชน์ต่อตนเองนั้นทำง่าย ส่วนกรรมดีที่เป็นประโยชน์นั้นทำได้ยากยิ่งนัก” อย่างไรก็ตาม สำหรับ “คนดี” การทำดีนั้นกลับกลายเป็นเรื่องง่าย ส่วน “คนชั่ว” การทำดีจะเป็นเรื่องที่ยากแสนสาหัสครับ
当时,恰逢提婆达多试图分裂僧团、自立门户,佛陀曾发出一段极具深意的感叹:“损己且无益的恶业做起来容易,而利己且有益的善业做起来却极其困难。”然而,对于善人而言,行善反而是轻而易举的事;对于恶人来说,行善则难如登天。
ข้อคิด:
启示
ความชั่วทำง่ายเหมือนน้ำไหลลงต่ำ: การพนันและการเบียดเบียนตนเองเป็นสิ่งที่ไม่ต้องใช้ความพยายามแต่ให้ผลร้ายแรง
作恶易如顺水推舟:赌博及伤害自己的行为轻而易举,却会带来严重的后果。
ความดีทำยากเหมือนพายเรือทวนน้ำ: การให้ทาน รักษาศีล และความขยัน ต้องใช้ใจที่เข้มแข็งในการฝึกฝน
行善难如逆水行舟:布施、持戒以及精勤,需要一颗坚强的心去不断磨炼。
นิสัยกำหนดความยากง่าย: ถ้าเราเป็นคนดี การทำดีจะกลายเป็นเรื่องง่าย แต่ถ้าปล่อยให้ใจใฝ่ต่ำ การทำดีจะกลายเป็นเรื่องที่ทำได้ยากยิ่ง
习性决定难易:如果我们是一个善良的人,行善会变得轻而易举;但如果任由心堕落,想向善就会变得无比艰难。
โทษของการพนัน: ไม่เพียงแต่เสียทรัพย์ แต่ยังเสียมิตรภาพ ความเชื่อถือ และอนาคตของครอบครัว
赌博的过患:不仅损失钱财,还会失去友谊、信誉以及家庭的未来。
——————————————————-
135 ผู้เกิดมาเพื่อฆ่าตนเอง
135. 生来毁灭自己的人
ณ เมืองสาวัตถี มีอุบาสิกาผู้ใจบุญคนหนึ่ง นางมีความเลื่อมใสในพระพุทธศาสนาอย่างมาก และคอยดูแลอุปัฏฐาก “พระกาฬเถระ” อย่างดีเหมือนเป็นลูกในไส้ จนกระทั่งวันหนึ่ง นางได้ยินเพื่อนบ้านมาเล่าด้วยความปิติว่า พระธรรมคำสอนของพระพุทธเจ้านั้นช่างอัศจรรย์และไพเราะเหลือเกิน นางจึงเกิดความอยากจะไปฟังธรรมจากพระพุทธเจ้าด้วยตัวเองสักครั้ง
在舍卫城,有一位乐善好施的优婆夷。她对佛教充满信仰,像照顾亲生孩子一样悉心护持迦罗长老。直到有一天,她听到邻居满怀欢喜地讲述佛陀的教诲有多么殊胜美妙,便萌生了想听闻佛陀说法的念头。
แต่น่าเสียดายที่พระกาฬเถระกลับมีจิตใจที่คับแคบ ท่านกลัวว่าหากอุบาสิกาไปฟังธรรมแล้วจะเกิดความศรัทธาในพระพุทธเจ้าจนลืมดูแลท่าน ท่านจึงเอ่ยปากห้ามไม่ให้นางไปถึง 3 ครั้ง แต่นางก็ไม่ละความพยายาม วันหนึ่งนางแอบหนีไปที่พระเชตวันวิหารตั้งแต่เช้าตรู่เพื่อฟังธรรม เมื่อพระกาฬเถระรู้เข้าก็รีบตามไปที่วัดด้วยความร้อนใจ ท่านถึงกับเข้าไปทูลพระพุทธเจ้าว่า “อย่าทรงแสดงธรรมที่ลึกซึ้งแก่ผู้หญิงคนนี้เลย เพราะนางเป็นคนโง่เขลา คงฟังไม่เข้าใจหรอก”
然而,迦罗长老的心胸却十分狭隘。他担心优婆夷去闻法后会对佛陀心生净信,从而疏于对自己的照顾,便三次出言阻止她前往,可是她并未放弃。有一天清晨,她偷偷只身前往祇园精舍听法。迦罗长老得知后,心急火燎地追到祇园精舍,对佛陀说:“世尊,请不要给这个女人宣讲深奥的佛法,因为她生性愚钝,听了也不理解。”
เมื่อพระพุทธเจ้าทรงทราบถึงความคิดอันเห็นแก่ตัวและมีทิฐิที่ผิดของพระกาฬเถระ จึงทรงตรัสเตือนสติว่า “เธอช่างเป็นคนปัญญาโฉดแท้ๆ การที่เธอพยายามขัดขวางคำสอนของพระอริยเจ้านั้น เป็นการทำลายตัวเองโดยแท้” พร้อมทั้งทรงตรัสอุปมาอุปไมยที่กินใจว่า
当佛陀洞悉迦罗长老自私的念头与邪见后,呵斥道:“你真是个愚痴之人!你试图阻挠圣者的教诲,这实际上是在自我毁灭。”紧接着,佛陀开示了一个发人深省的比喻:
“คนชั่วที่คัดค้านคำสอนของพระอรหันต์เพราะความเห็นผิดและความโลภในลาภสักการะ เปรียบเสมือน ‘ขุยไผ่’ ที่เกิดขึ้นมาเพื่อฆ่าต้นไผ่ หรือเหมือน ‘ผลกล้วย’ ที่เมื่อออกผลมาแล้วต้นกล้วยก็ต้องตายลง”
“恶人因邪见和对利养的贪欲而反对阿罗汉的教诲,就如同‘竹子开花’, 竹子一旦开花便意味着自身的枯死,又像‘芭蕉结果’, 芭蕉树一旦结果,母株也随之死亡。”
สุดท้ายเมื่อพระพุทธเจ้าทรงแสดงธรรมจบลง อุบาสิกาคนนั้นก็ได้บรรลุเป็นพระโสดาบัน ส่วนพระกาฬเถระก็ได้บทเรียนราคาแพงว่าความเห็นแก่ตัวและทิฐิชั่วนั้นคืออาวุธร้ายที่ทำลายตนเอง
最终,当佛陀说法结束时,这位优婆夷证得了须陀洹果。而迦罗长老则得到了惨痛的教训,明白了自身的自私与邪见正是摧毁自己的武器。
ข้อคิด:
启示
การทำลายตนเองด้วยความชั่ว: คนที่มีปัญญาทรามและมีทิฐิผิดๆ (เห็นผิดเป็นชอบ) มักจะคัดขวางความดีหรือคำสอนที่ถูกต้องเพียงเพราะกลัวเสียผลประโยชน์ส่วนตัว การทำแบบนี้เปรียบเหมือนการฆ่าตัวเองโดยไม่รู้ตัว
以恶行自我毁灭:愚昧且持有邪见(颠倒是非)的人,常因害怕失去个人利益而阻碍善法或正确的教导。这种行为无异于在不知不觉中毁灭自己。
ขุยไผ่: เมื่อต้นไผ่ออกขุย (ดอก) ต้นไผ่นั้นจะตาย
竹子开花:竹子一生只开一次花,花谢之时也是竹子枯死之日。
ผลกล้วย: เมื่อต้นกล้วยออกลูก ต้นกล้วยก็จะตาย
芭蕉结果:芭蕉树一旦长出果实,母株就会枯死。
แม่ม้าอัสดร: เมื่อตกลูกออกมา แม่ม้าก็มักจะตาย
骡子产崽:母骡子在产下幼崽后,往往会因难产而死。
ลาภ ยศ ชื่อเสียง: สำหรับคนชั่ว สิ่งเหล่านี้เปรียบเหมือนอาวุธที่กลับมาฆ่าตัวเอง เพราะทำให้เกิดความมัวเมาและลุ่มหลงจนขาดสติ
利养与名誉:对于恶人而言,财富、地位与名声就像是反噬自身的武器,容易让人沉迷堕落,丧失理智。
เมาใจร้ายกว่าเมาเหล้า: การหลงมัวเมาในยศถาบรรดาศักดิ์และชื่อเสียงนั้นมีผลร้ายแรงกว่าการดื่มสุรา เพราะความเมาเหล้าไม่นานก็หาย แต่ “ความเมาใจ” จากทิฐิชั่วจะติดตัวไปทุกค่ำคืน
心醉比酒醉更可怕:沉迷于地位、名誉和声望,其恶果远甚于酒醉。因为酒醉很快就能清醒,而由邪恶傲慢导致的“心醉”会如影随形。
ทางเลือกของคนฉลาด: คนฉลาดจะใช้ลาภยศและชื่อเสียงเป็นเครื่องมือในการทำความดีให้ยิ่งๆ ขึ้นไป ไม่ยอมให้ความโลภมาปิดบังปัญญา
智者的抉择:智者会将财富、名望和地位作为行善积德的工具,决不让贪欲遮蔽自己的智慧。
——————————————————-
136 ความบริสุทธิ์ และไม่บริสุทธิ์
136. 清净与不清净
ณ วัดเชตวันมหาวิหาร เมืองสาวัตถี มีอุบาสกผู้ใจบุญคนหนึ่งชื่อว่า “จุฬกาล”
在舍卫城的祇园精舍,有一位乐善好施的优婆塞名叫朱拉迦。
ในคืนหนึ่ง จุฬกาลอุบาสกได้ไปนั่งฟังพระธรรมเทศนาที่วัดตลอดทั้งคืนจนกระทั่งรุ่งเช้า ในขณะที่เขากำลังเดินออกจากวัดนั้นเอง ได้มีกลุ่มโจรวิ่งหนีเจ้าของบ้านผ่านมาพอดี เมื่อพวกโจรเห็นท่าไม่ดีจึงตัดสินใจ โยนห่อของที่ขโมยมาทิ้งไว้ตรงหน้าของจุลการ แล้วพากันหลบหนีไป
一天夜里,朱拉迦优婆塞在寺院里彻夜听法直到清晨。当他正要离开寺院时,恰巧有一伙盗贼正被失主一路追赶。盗贼们见势不妙,便将偷来的赃物包裹扔在朱拉迦面前,然后四散逃窜。
เมื่อเจ้าของทรัพย์ตามมาถึงและเห็นห่อของวางอยู่หน้าจุฬกาล ก็เข้าใจผิดคิดว่าเขาคือหัวขโมย! พวกเขาจึงกรูเข้าจับตัวจุฬกาล ไว้แล้วเริ่มทุบตีประจานเขาทันที ในสายตาของคนเหล่านั้น จุฬกาล กลายเป็น “คนชั่ว” ไปเสียแล้วเพียงเพราะหลักฐานที่เห็นภายนอก
当失主赶到看到包裹就在朱拉迦面前,误以为他是盗贼。众人一拥而上将他抓住,并殴打羞辱他。在这些人眼中,仅凭眼前的表面证据,朱拉迦便成了一个“恶人”。
แต่ในขณะนั้นเอง กลุ่มหญิงคนใช้ที่กำลังหาบหม้อน้ำไปตักน้ำผ่านมาเห็นเหตุการณ์เข้า พวกเธอรู้จักนิสัยใจคอของจุลการดีว่าเขาเป็นคนมีศีลธรรม จึงรีบเข้ามาห้ามและช่วยยืนยันว่า “จุลการเป็นคนดี เขาไม่มีทางทำเรื่องชั่วช้าเช่นนั้นแน่ๆ” เมื่อได้ยินพยานยืนยันเช่นนั้น เจ้าของทรัพย์จึงยอมปล่อยตัวเขาไป
就在这时,一群挑着水罐去打水的女仆路过看到这一幕。她们深知朱拉迦是一位道德高尚、严持戒律的善士,便赶紧上前制止,当面作证说:“朱拉迦是好人,绝不会做这种卑劣之事。” 听到有人出面证实,失主才放了他。
เมื่อเรื่องนี้ทราบถึงพระพุทธเจ้า พระองค์จึงทรงประทานโอวาทที่ลึกซึ้งว่า แม้จุลการจะรอดชีวิตมาได้เพราะมีคนช่วยยืนยัน แต่ความจริงแล้ว ความบริสุทธิ์นั้นเป็นสิ่งที่เกิดขึ้นภายในตัวเขาเอง พระองค์ได้ทรงอธิบายถึงคุณค่า 2 ประการ คือ:
这件事传到佛陀那里后,佛陀便借此因缘开示道:“虽然朱拉迦因有人作证而幸免于难,但从根本上说,他的清白源于其内心的客观事实。”佛陀还借此阐释了两种价值:
คุณค่าภายนอก (Extrinsic Value): เช่น ชื่อเสียง ตระกูล หรือคำชื่นชมเยินยอจากผู้อื่น สิ่งเหล่านี้อาจถูกปรุงแต่งหรือเข้าใจผิดได้ เหมือนที่จุลการถูกเข้าใจผิดว่าเป็นขโมย หรือต่อให้ใครถูกใส่ร้ายจนติดคุก แต่ถ้าเขาไม่ได้ทำผิด เขาก็ยังคงเป็นผู้บริสุทธิ์อยู่นั่นเอง
外在价值:如名声、出身或赞誉。这些东西极易被世俗表象所伪造或误解,就像朱拉迦被误认为是盗贼一样;或者即使某人被诬陷入狱,但只要他没有做过坏事,本质上依然是清白的。
คุณค่าภายใน หรือ คุณค่าที่แท้จริง (Intrinsic Value): คือความดีที่อยู่ในใจ เช่น ความซื่อสัตย์และความเมตตา ซึ่งเป็นสิ่งที่ใครก็มาป้ายสีหรือยกย่องเกินจริงไม่ได้ เพราะความจริงย่อมยืนยันตัวมันเองตลอดเวลา
内在价值或真实价值:即存在内心的善德,如诚实与慈悲。这些品质是任何人都无法通过泼脏水来抹黑或过度吹捧来凭空捏造,因为真相在任何时候都会为自己证明。
พระพุทธเจ้าทรงสรุปเป็นบทธรรมที่สำคัญว่า “บุคคลทำบาปเอง ย่อมเศร้าหมองเอง บุคคลไม่ทำบาปเอง ย่อมบริสุทธิ์เอง ความบริสุทธิ์หรือไม่บริสุทธิ์เป็นของเฉพาะตน คนหนึ่งจะทำให้ผู้อื่นบริสุทธิ์ไม่ได้” หลังจากจบพระธรรมเทศนา จุลการอุบาสกก็ได้บรรลุเป็นพระโสดาบันในที่สุด
佛陀总结了一段至关重要的教义:“人若造恶,自受染污;人不造恶,自得清净。清净与不清净,各人自己负责,无人能代他人清净。” 听完这段开示后,朱拉迦优婆塞证得了须陀洹果。
ข้อคิด:
启示
ความดีความชั่วอยู่ที่การกระทำของเราเอง: ไม่ได้ขึ้นอยู่กับว่าใครจะนินทาหรือชมเชยเรา
善恶取决于自身的行为:不是取决于他人的诽谤或赞美。
เราเปลี่ยนความจริงในใจไม่ได้: ต่อให้โลกมองว่าเราผิด แต่ถ้าเราไม่ได้ทำ เราก็ยังบริสุทธิ์ใจอยู่เสมอ ในทางกลับกัน ถ้าเราทำผิดแม้ไม่มีใครเห็น เราก็รู้อยู่แก่ใจและเศร้าหมองอยู่ดี
无法改变内心的真相:即便世人都认为我们做错了,但只要我们问心无愧,没有造作恶业,内心就永远清白坦荡。反之,若我们真做了亏心事,即便瞒过天下人,自己也心知肚明,终究会陷入愧疚与痛苦中。
อย่าใช้ชีวิตตามคำตัดสินของคนอื่น: การกลัวคำนินทาจนไม่เป็นตัวของตัวเอง คือการยอมให้ “คุณค่าภายนอก” มาครอบงำชีวิต เราควรทำสิ่งที่เหมาะสมและดีงามตามนิสัยและความถนัดของตนเองโดยไม่เบียดเบียนใคร แล้วเราจะมีความสุขได้ง่ายขึ้น
不要活在他人的评判中:害怕流言蜚语而失去自我,实际上就是任由“外在价值”主宰自己的人生。我们应该根据自己的德行与能力,在不伤害他人的前提下,去做合适且善美的事情,这样更容易获得快乐。
——————————————————-
137 ประโยชน์ของตน
137. 自身的利益
ณ เมืองสาวัตถี เมื่อข่าวใหญ่ที่ทำให้หัวใจของเหล่าพุทธบริษัทสั่นคลอนได้แพร่กระจายไปทั่ว นั่นคือข่าวที่พระพุทธเจ้าทรงประกาศว่า “อีก 4 เดือนข้างหน้า เราจะปรินิพพานแล้วนะ”
在舍卫城,一个让所有佛弟子心碎的消息传遍了四方,佛陀亲自宣布:“再过四个月,如来将入般涅槃。”
เมื่อได้ยินดังนั้น เหล่าภิกษุจำนวนมากต่างพากันโศกเศร้า ร้องไห้ระงม และพากันไปรุมล้อมเฝ้าพระพุทธองค์ด้วยความอาลัย, แต่ทว่ามีภิกษุรูปหนึ่งนามว่า “พระอัตตัตถะ” ท่านกลับทำสิ่งที่แตกต่างออกไป ท่านไม่เข้าไปร่วมกลุ่มคร่ำครวญกับใคร แต่กลับปลีกตัวไปอยู่เพียงลำพัง เร่งทำความเพียรอย่างหนักหน่วง
听闻此消息,众比丘悲痛万分,失声痛哭,纷纷依依不舍地簇拥在佛陀身边。然而,有一位名叫自利的比丘,却做出了截然不同的举动。他没有加入哀叹痛哭的人群,而是独自退隐到僻静处精进修行。
เพื่อนพระเห็นเข้าก็พากันตำหนิว่า “ท่านอัตตัตถะนี่ช่างใจดำเสียจริง พระพุทธองค์จะจากไปอยู่แล้ว ทำไมไม่มาเฝ้า ไม่มาปรึกษาหารือกันบ้าง?“ แล้วพวกเขาก็พาพระอัตตัตถะไปเข้าเฝ้าพระพุทธเจ้าเพื่อฟ้องร้องเรื่องนี้
有些比丘看到后,纷纷指责他:“这个自利真是太冷酷无情了!世尊即将离去,他为何不来侍奉左右,也不来和大家商议一下?”于是他们带着自利比丘去向佛陀告状。
พระพุทธเจ้าจึงตรัสถามพระอัตตัตถะถึงเหตุผล ท่านจึงทูลตอบว่า “ข้าพระองค์คิดว่า ในเมื่อพระองค์จะปรินิพพานในไม่ช้า แต่ข้าพระองค์ยังไม่ได้บรรลุธรรมเลย ข้าพระองค์จึงต้องรีบใช้เวลาที่เหลืออยู่นี้เพื่อบรรลุพระอรหันต์ให้ได้พระเจ้าข้า”
佛陀慈悲询问自利比丘如此行事的原因。他恭敬地回答说:“世尊,我想既然您即将入灭,而我尚未证悟真理,所以我必须抓紧时间,力求在您般涅槃前证得阿罗汉果。”
เมื่อพระพุทธองค์ได้ยินเช่นนั้น แทนที่จะตำหนิ กลับประทานสาธุการ (คำชมเชย) แล้วตรัสสอนภิกษุทั้งหลายว่า “ผู้ที่รักเราจริง ไม่ใช่คนที่เอาแต่เอาดอกไม้ของหอมมาบูชา แต่คือคนที่ปฏิบัติธรรมตามสมควรแก่ธรรมต่างหาก นั่นคือการบูชาเราอย่างสูงสุด” และทรงย้ำเตือนว่า “เราไม่ควรละทิ้งประโยชน์ของตนเอง (การบรรลุธรรม) เพียงเพราะเห็นแก่ประโยชน์ของผู้อื่น แม้จะดูมากมายเพียงใดก็ตาม”
佛陀听后非但没有责备,反而连声赞叹,并借此因缘教导众比丘:“真正敬爱如来的人,不是那些拿着鲜花和香料来供养如来的人,而是依教奉行、如法修习的人,那才是对如来至高无上的供养。”佛陀还特别强调:“我们不应为了顾及他人的利益,哪怕看起来十分重要,而舍弃自身的利益(证悟佛法)。”
ในที่สุด เมื่อสิ้นสุดพระธรรมเทศนา พระอัตตัตถะก็ได้บรรลุเป็นพระอรหันต์สมความปรารถนา
当佛陀开示结束时,自利比丘证得了阿罗汉果。
ข้อคิด:
启示
ประโยชน์ตนสำคัญที่สุดในทางธรรม: การฝึกฝนตนเองให้พ้นทุกข์ (มรรค ผล นิพพาน) เป็นสิ่งที่มนุษย์ควรให้ความสำคัญเป็นอันดับแรก เพราะหากเรายังช่วยตัวเองไม่ได้ เราย่อมช่วยคนอื่นอย่างเต็มที่ได้ยาก
在修行路上自身的利益至关重要:通过自我修行来脱离苦海(道、果、涅槃),是每一个人生命中的头等大事。因为如果我们连自己都救不了,又怎么能救度他人?
การบูชาที่แท้จริงคือการปฏิบัติ: การแสดงความกตัญญูหรือความรักต่อผู้มีพระคุณที่ดีที่สุด คือการพัฒนาตนเองให้เป็นคนดีและทำหน้าที่ของตนให้สำเร็จ
真正的供养是践行:向恩人表达感恩或敬爱的最佳方式,是不断提升自我,并圆满完成自己的职责。
ประโยชน์ตนและผู้อื่นแยกกันไม่ขาด:เมื่อเราทำตัวเราให้ดี (ประโยชน์ตน) เราก็จะไม่ไปเบียดเบียนใคร และเป็นที่พึ่งให้คนรอบข้างได้ (ประโยชน์ท่าน)เปรียบเหมือนการ “ระวังไฟไม่ให้ไหม้บ้านตัวเอง” ก็เท่ากับช่วย “ป้องกันไม่ให้ไฟลามไปไหม้บ้านคนอื่น” ด้วยเช่นกัน
自利与利他密不可分:当我们完善自身(自利)时,不仅不会伤害他人,还能成为身边人的依靠(利他)。这就好比看管好自家的火烛,不让房子着火,其实也就等同于防止火势蔓延而烧毁邻居的房屋。
คนเห็นแก่ตัวไม่ใช่คนรักตน: คนที่จ้องจะเอาแต่ได้โดยเบียดเบียนผู้อื่น ไม่เรียกว่าคนรู้จักทำประโยชน์ตน เพราะสุดท้ายความชั่วจะย้อนกลับมาทำร้ายเขาเอง
自私之人并非真正爱自己:那些只想着通过伤害他人来谋取利益的人,并不懂得什么是真正的自利,因为他们造下的恶行终将会反噬自己。
——————————————————-
138 ไม่ควรเป็นคนรกโลก
138. 不要成为世间的累赘
ในหมู่บ้านแห่งหนึ่ง มีผู้คนมากมายที่ใช้ชีวิตแตกต่างกันไป บางคนก็ใช้ชีวิตมัวเมาอยู่กับ “ธรรมอันเลว” ซึ่งก็คือการลุ่มหลงอยู่แต่ในรูปที่สวย เสียงที่เพราะ กลิ่นที่หอม รสที่อร่อย และสัมผัสที่ถูกใจ สิ่งเหล่านี้พระท่านเปรียบเหมือนอาหารที่สัตว์ทั่วไปอย่างวัวหรืออูฐก็ชอบเสพ และหากใครจมปลักอยู่กับมันมากเกินไป ใจก็จะต่ำลงและอาจพาไปสู่ที่ที่ลำบากเหมือนนรกได้
在一个村庄里,人们过着截然不同的生活。有的人终日沉溺于“卑劣之法”,即盲目迷恋美丽的色相、动听的声音、芬芳的气味、美味的食物以及舒适的触觉。圣者将这些比作牛、骆驼等动物喜欢享用的食物。若有人过度沉溺其中,心会随之堕落,甚至可能因此堕入地狱般痛苦的境地。
นอกจากนี้ ยังมีคนอีกกลุ่มที่ใช้ชีวิตอย่าง “ประมาท” คือเดินไปไหนมาไหนโดยขาดสติ เหมือนคนหลับในที่อาจเดินตกเหวได้ทุกเมื่อ และบางคนก็มีความ “เห็นผิด” เชื่อในสิ่งที่นำพาชีวิตไปในทางที่เสื่อม
此外,还有一群人过着“放逸”的生活,他们行事缺乏正念,就像在梦游,随时可能坠入深渊。有些人则持有“邪见”,盲目相信那些会让人生走向衰败的事物。
พระพุทธเจ้าได้ทรงสอนภิกษุหนุ่มรูปหนึ่งและหลานของนางวิสาขาว่า คนที่ทำตัวแบบนี้แหละที่เรียกว่า “คนรกโลก”
佛陀曾教导一位年轻的比丘(毘舍佉优婆夷的孙子)说:“这样生活的人,被称为“世间的累赘”。
คำว่า “รกโลก” ในที่นี้หมายถึงอะไร? ลองนึกภาพโลกของเราเหมือนบ้านหลังหนึ่ง ถ้าในบ้านมีแต่มนุษย์ที่เห็นแก่ตัว ยกตนข่มท่าน มีแต่ความชั่วมากกว่าความดี บ้านหลังนั้นก็จะดูรกรุงรัง ยุ่งเหยิง และเต็มไปด้วยขยะแห่งกิเลส ทั้งความหลง ความโลภ และความยึดติดว่า “นี่ตัวฉัน นี่ของฉัน” การเป็นคนรกโลกจึงไม่ใช่แค่การทำให้โลกเต็มไปด้วยประชากร แต่คือการเกิดมาเพื่อเพิ่มความทุกข์และภาระให้กับโลกโดยไม่มีคุณธรรมในใจเลย
那么,世间的累赘究竟意味着什么?不妨把我们的世界想象成一栋房子。如果这栋房子里住满了自私自利、傲慢自大、作恶多端的人,那么整座房子就会变得杂乱无章、乌烟瘴气,并且堆满了名为“烦恼”的垃圾,包括愚痴、贪婪以及对“这是我、这是我的”的执着。因此,成为世间的累赘,并不是指单纯地增加了地球上的人口数量,而是指一个人活在世上,内心毫无道德可言,只是徒然给世人增添痛苦和负担而已。
ข้อคิด:
启示
ไม่ลุ่มหลงกามคุณ: อย่าติดสบายนจนลืมตัว
不沉迷五欲:不要因贪图安逸而迷失自我。
ไม่ประมาท: มีสติรู้ตัวอยู่เสมอในสิ่งที่ทำ
不放逸:无论做什么事都要时刻保持正念。
ไม่เห็นผิด: พยายามทำความเข้าใจความจริงของชีวิตตามหลักที่ถูกต้อง
不生邪见:努力依循正法,如实了知生命的真相。
ไม่ติดโลก: อย่าปล่อยให้ใจยึดติดกับกิเลสจนถอนตัวไม่ขึ้น
不贪恋世间:别让心被烦恼束缚,以至于无法自拔。
——————————————————-
139 ผู้ประพฤติธรรมย่อมอยู่เป็นสุขในโลกทั้งสอง
139. 修持正法者现世与来世皆得安乐
เมื่อพระสัมมาสัมพุทธเจ้าได้เสด็จกลับไปยัง กรุงกบิลพัสดุ์ เป็นครั้งแรกหลังจากตรัสรู้ เพื่อโปรดเหล่าพระประยูรญาติ ในเช้าวันรุ่งขึ้น พระองค์ทรงพิจารณาดูธรรมเนียมของพระพุทธเจ้าในอดีต และทรงพบว่าทุกพระองค์ล้วนเสด็จ ออกบิณฑบาต ไปตามลำดับบ้านเรือน พระองค์จึงทรงปฏิบัติเช่นเดียวกัน
在觉悟成佛后,佛陀首次返回迦毗罗卫城度化王室亲族。次日清晨,佛陀观察过去诸佛的传统,发现诸佛都是挨家挨户托钵乞食,于是便依此惯例行事。
เมื่อ พระเจ้าสุทโธทนะ พระราชบิดา ทรงทราบเข้าก็ทรงตกพระทัยและรีบเสด็จไปหาพระพุทธองค์ด้วยความน้อยพระทัย ทรงตรัสว่า “ลูกเอ๋ย ทำไมทำแบบนี้? พ่อละอายเหลือเกินที่ลูกต้องมาเดินขอทานเช่นนี้ วงศ์ตระกูลกษัตริย์ของเราไม่เคยมีใครทำแบบนี้เลย”
净饭王得知后,深感震惊又难堪,便带着不满来到佛陀面前说:“孩子,你为何要这样做?你这样挨家挨户乞食,让父王感到羞愧至极。我们刹帝利王族从来没有人做过这种事。”
พระพุทธเจ้าทรงแย้มพระสรวลอย่างเมตตาและตรัสตอบว่า “มหาบพิตร บัดนี้อาตมาภาพมิได้อยู่ในศากยวงศ์อีกต่อไปแล้ว แต่อยู่ใน พุทธวงศ์ ซึ่งพระพุทธเจ้าทุกพระองค์ในอดีตล้วนดำรงชีพด้วยการบิณฑบาตทั้งสิ้น”
佛陀慈悲地微微一笑,回答道:“大王,如今我已不再属于释迦王族,而是属于佛陀家族。过去一切诸佛皆以托钵乞食为生。”
พระองค์ได้ทรงสอนพระอรรถกถาสำคัญว่า “บรรพชิตไม่พึงประมาทในก้อนข้าวที่เขาถวาย และพึงประพฤติธรรมให้สุจริต” เพราะผู้ที่ประพฤติธรรมเป็นปกติ ย่อมมีความสุขใจทั้งในโลกนี้และโลกหน้า การบิณฑบาตไม่ใช่เพียงการขออาหาร แต่เป็นทางแห่งความอ่อนน้อมถ่อมตน ช่วยลดทิฐิมานะ และเป็นการเปิดโอกาสให้ชาวบ้านได้สร้างบุญกุศลด้วยความเต็มใจ
接着,佛陀开示了一段重要的教诲:“出家人不应轻慢信众所施之食,应当清净修持正法。”因为恒常修持正法者,无论现世或来世内心皆得安乐。托钵乞食不仅仅是为了获取食物,还能培养谦卑,断除内心的傲慢与偏见,并给予在家信众广结善缘,累积福德的机会。
พระองค์ยังทรงเตือนใจเรื่องการประพฤติธรรมว่า ต้องทำด้วยความ สุจริตใจ ไม่คดโกง ไม่ใช่ทำเพื่อปกปิดความผิดหรือมีแผลในใจ เหมือนคนที่เอาผ้าเนื้อดีมาปิดแผลเอาไว้ เมื่อพระเจ้าสุทโธทนะได้ฟังธรรมเทศนานี้จบลง ก็ทรงบรรลุเป็นพระโสดาบันในทันที
佛陀还特别强调修持正法必须发自清净之心,不可为了掩盖自己的过错或内心的污点而虚假修行,就像用一块上等的布料去遮盖溃烂的伤口。净饭王听闻这段开示后,当下证得了须陀洹果。
ข้อคิด:
启示
ความสุขจากการทำดี: ใครที่ทำความดีและประพฤติธรรมอย่างสม่ำเสมอ ใจจะชุ่มชื่น ไม่ต้องหวาดระแวงภัยใดๆ และมีความสุขทั้งในปัจจุบันและอนาคต
行善带来快乐:凡是持之以恒广行善事、如法修行的人,内心必然祥和安宁,无需恐惧任何灾祸,无论在当下或未来都能收获快乐。
ความอ่อนน้อมถ่อมตน: การรู้จักพึ่งพาผู้อื่นอย่างเหมาะสม (เช่น การบิณฑบาต) ช่วยลดอีโก้หรือทิฐิในใจ ทำให้เราเข้าใจสัจธรรมของชีวิตมากขึ้น
谦卑的力量:懂得适度的依靠他人(如托钵),有助于消除内心的自我或傲慢,使我们能更深刻地领悟生命的真谛。
ความซื่อสัตย์ในการปฏิบัติ: การเป็นคนดีต้องดีจากข้างใน ไม่ใช่แค่เปลือกนอกเพื่อหลอกลวงคนอื่น หรือทำดีเพื่อหวังผลประโยชน์แอบแฝง
修行须真诚:真正的善良必须由内而外,而不是仅仅披着伪善的外衣去欺骗他人,或是带着隐藏的功利目的去假装行善。
ความไม่ประมาท: ไม่ว่าจะได้รับสิ่งใดมา แม้จะเป็นเพียงอาหารมื้อเล็กๆ ก็ไม่ควรดูหมิ่นหรือประมาทในสิ่งนั้น
不放逸:无论获得什么,哪怕只是微不足道的一餐饭,也不应当生起轻慢或疏忽之心。
——————————————————-
140 เห็นโลกเหมือนพยับแดด
140. 视世间如阳焰
ในสมัยพุทธกาล มีพระภิกษุ 500 รูป ผู้มีความตั้งใจอย่างแรงกล้าในการฝึกฝนขัดเกลาจิตใจ พวกท่านได้ร่ำเรียนวิชาจากพระพุทธเจ้าแล้วเดินทางเข้าไปปฏิบัติธรรมในป่าลึก แต่ทว่า แม้จะใช้ความพยายามเพียงใด ใจก็ยังไม่สงบและยังไม่สามารถเข้าถึงความธรรมอันสูงสุดได้ ท่านจึงตัดสินใจพากันเดินทางกลับไปหาพระพุทธเจ้าที่เมืองสาวัตถีเพื่อขอคำแนะนำเพิ่มเติม
在佛陀时代,有五百位比丘怀着坚定的决心精进修行。他们从佛陀那听闻禅修法门后,便进入密林中修行。然而,无论他们多么努力,心始终无法平静,没能证得无上真理。于是,他们决定返回舍卫城向佛陀请教。
ในระหว่างทางที่แดดร้อนระอุนั้นเอง เหล่าภิกษุได้ทอดสายตามองไปบนท้องถนนแล้วเห็น “พยับแดด” เต้นระยิบระยับอยู่ไกลๆ ดูเหมือนมีน้ำใสสะอาดรออยู่ แต่พอเดินเข้าไปใกล้ ความเป็นจริงกลับว่างเปล่าไม่มีอะไรเลย เมื่อเดินทางมาถึงวัด ฝนก็เริ่มโปรยปรายลงมา ท่านได้ยืนมองดู “ฟองน้ำ” ที่เกิดขึ้นจากหยดฝนที่กระทบพื้น ฟองน้ำเหล่านั้นก่อตัวขึ้นอย่างรวดเร็วและแตกสลายไปในชั่วพริบตา
途中烈日炎炎,比丘们看到远处有“阳焰”闪烁跳动,仿佛有一汪清澈的泉水在前方,可当他们走近时却发现空无一物。到达寺院时,刚好下起绵绵细雨,他们驻足观看雨滴击打地面形成的水泡,这些水泡迅速生起,又瞬间破灭。
ขณะที่เหล่าภิกษุกำลังพิจารณาสิ่งที่เห็น พระพุทธเจ้าได้ทรงปรากฏกายขึ้นเบื้องหน้าและตรัสสอนว่า “ชีวิตและโลกนี้ ก็เหมือนกับฟองน้ำและพยับแดดนั่นแหละ”
正当比丘们思惟眼前的景象时,佛陀出现在他们面前并开示道:“生命与世间就如同这水泡与阳焰。”
พระองค์ทรงอธิบายว่า โลกนี้เป็นเพียง “มายา” เหมือนภาพลวงตาที่ดูเหมือนจับต้องได้ แต่พอเราพยายามจะยึดมั่นถือมั่นจริงๆ มันกลับว่างเปล่า เหมือนกับต้นกล้วยที่ไม่มีแก่นสารข้างใน หรือเหมือนกับความฝันที่ดูสมจริงขณะที่เราหลับ แต่พอตื่นมาก็ไม่มีอะไรอยู่จริง
佛陀进一步解释说,这个世间不过是一场“幻象”,看似触手可及,可当我们试图抓住它时,却发现空无一物。如同芭蕉树没有坚实的核心。又像是一场梦境,熟睡时显得无比真实,可一旦醒来又什么都没有了。
พระพุทธเจ้าทรงเน้นย้ำว่า หากใครก็ตามที่ฝึกจิตจนมองเห็นโลกเป็นเพียงสิ่งที่เกิดขึ้นชั่วคราวและว่างเปล่าเช่นนี้ มัจจุราชหรือความตายก็จะไม่สามารถมองเห็นหรือทำอันตรายคนผู้นั้นได้, เพราะเขาเหล่านั้นได้ปล่อยวางความยึดมั่นใน “ตัวตน” ไปหมดสิ้นแล้ว เมื่อจบคำสอนนี้ พระภิกษุทั้ง 500 รูปก็เข้าใจความจริงของชีวิตและบรรลุธรรมเป็นพระอรหันต์ในทันที
佛陀着重强调:若有人能精进训练心,看透这个世界只是暂时的存在且本质为空虚,那么死神将看不见他,也无法对他造成伤害。因为这样的人已经彻底放下对“自我”的执着。当佛陀开示结束时,五百位比丘当即领悟生命的真相,全部证得了阿罗汉果。
ข้อคิด:
启示
โลกนี้คือภาพลวงตา: สิ่งต่างๆ รอบตัวเรา ทั้งวัตถุและอารมณ์ เปรียบเหมือน “พยับแดด” ที่มองเห็นแต่ไม่มีตัวตนจริง และเหมือน “ฟองน้ำ” ที่เกิดขึ้นเพียงชั่วคราวแล้วก็ดับไป
世间皆是幻象:我们周遭的一切,无论是物质还是感受都如同阳焰,看似存在实则没有实体;又如同水泡,只是短暂生起,随即又破灭。
ความทุกข์เกิดจากการยึดมั่น: การที่เราพยายามยึดถือว่าสิ่งต่างๆ เป็นของเรา หรือเป็นตัวเรา (อัตตา) คือสาเหตุที่ทำให้เราต้องวนเวียนอยู่ในการเกิด แก่ เจ็บ และตาย
痛苦源于执着:我们执意认为万物皆为“我的”或“我”(我执),这正是导致我们在生、老、病、死中不断流转的根源。
ทางพ้นทุกข์คือการมองเห็นความว่าง: เมื่อเรามีสติและพิจารณาเห็นว่าทุกสิ่งมีความว่างเปล่า ไม่ควรยึดมั่นถือมั่น เราจะสามารถล่วงพ้นจากอำนาจของความตายและพบความสุขที่แท้จริง (นิพพาน) ได้
解脱在于见空:当我们以正念观照,了知一切皆为空性,不应盲目执着时,便能超越死神的掌控,证得真正的安乐(涅槃)。
——————————————————-
141 จงมาดูโลกนี้
141. 来看这世间
ณ กรุงราชคฤห์ มีเจ้าชายรูปงามนามว่า “อภัยราชกุมาร” ท่านเป็นโอรสของพระเจ้าพิมพิสารที่ทั้งเก่งกาจและมีความสามารถ วันหนึ่งท่านไปปราบจลาจลจนสำเร็จ พระบิดาจึงทรงพอพระทัยมากและมอบรางวัลสุดพิเศษให้ท่านได้ครองราชย์เป็นกษัตริย์นานถึง 7 วัน
在王舍城,有一位容貌英俊的王子名叫阿婆耶。他是频婆娑罗王的儿子,不仅骁勇善战,而且能力出众。有一天,他成功平定了一场叛乱,父王龙颜大悦,赐予他一份特殊的奖赏:让他执掌王权七日。
ในช่วงเวลาแห่งความสุขนั้น เจ้าชายทรงเพลิดเพลินอยู่แต่ในพระราชวัง โดยมี “นางรำ” ผู้แสนอ่อนช้อยและงดงามคอยขับร้องและฟ้อนรำให้ดูอย่างมีความสุขตลอดทั้ง 7 วัน ครั้นถึงวันที่ 8 เจ้าชายเสด็จออกไปพักผ่อนที่อุทยานและชมการร่ายรำของนางรำคนเดิม แต่เหตุการณ์ไม่คาดฝันก็เกิดขึ้น! นางรำคนสวยล้มลงสิ้นใจตายต่อหน้าต่อตา เนื่องจากเธอต้องอดอาหารมาหลายวันเพื่อให้ร่างกายดูบอบบางและร่ายรำได้งดงามที่สุด
在这段充满欢乐的时光里,王子终日沉浸在王宫中。在这七天里,有一位身姿曼妙、容貌绝美的舞女一直为他轻歌曼舞,带来了无尽的欢乐。到了第八天,王子前往御花园中休憩,继续欣赏舞女的曼妙舞姿。然而,意想不到的事发生了!这位舞女突然在王子的面前倒地身亡。原来,舞女为了保持苗条的身材,进而跳出动人的舞姿,已经绝食数日。
เจ้าชายอภัยราชกุมารทรงเสียใจอย่างหนัก ความสุขที่เคยมีมลายหายไปทันที ท่านจึงรีบไปเฝ้าพระพุทธเจ้าเพื่อหาทางดับทุกข์ เมื่อไปถึง พระพุทธองค์ได้ทรงสอนเรื่องความจริงของ “โลก” ให้เจ้าชายฟังว่า ในทางธรรมนั้น “โลก” แบ่งออกเป็น 3 ระดับด้วยกัน คือ:
阿婆耶王子悲痛万分,昔日的快乐瞬间烟消云散。他急忙去拜见佛陀寻找解脱痛苦的方法。佛陀借此机缘向王子开示了关于“世间”的真相。在佛法中,世间分为三个层次:
โอกาสโลก: คือแผ่นดิน จักรวาล และที่อยู่อาศัยทั้งหมด
空间世间:即大地、宇宙以及众生赖以生存的环境。
สัตวโลก: คือเหล่ามนุษย์และสัตว์ที่มีความรู้สึกนึกคิดและนิสัยใจคอต่างกันไป
有情世间:即拥有不同思维、情感和习性的人类与各类众生。
สังขารโลก: คือสิ่งปรุงแต่งต่างๆ เช่น ร่างกายของเรา หรือแม้แต่ต้นไม้พืชพันธุ์ที่เกิดมาแล้วต้องร่วงโรยไป
行世间:即一切因缘和合而生的事物,比如我们的肉身,乃至那些生起后终将枯萎凋零的花草树木。
พระพุทธเจ้าทรงตรัสเตือนใจเจ้าชายด้วยประโยคที่ลึกซึ้งว่า “จงมาดูโลกนี้อันตระการตาดุจราชรถ ที่คนเขลาหมกอยู่ แต่ผู้รู้หาข้องอยู่ไม่” พระองค์เปรียบเปรยว่า “ร่างกาย” ของเราก็เหมือนกับ “ราชรถ” (รถม้าของพระราชา) ที่ถูกตกแต่งด้วยเสื้อผ้า เครื่องหอม และเครื่องประดับอย่างสวยงาม คนที่ยังไม่รู้ความจริง (คนเขลา) มักจะไปหลงติดอยู่กับความสวยงามภายนอกนั้นจนเป็นทุกข์เมื่อมันเสื่อมสลายไป แต่ผู้ที่รู้เท่าทันความจริง (ผู้รู้) จะไม่เอาใจไปยึดติดกับสิ่งเหล่านั้น
佛陀用一句寓意深远的法语警示王子:“来看这世间,华丽犹如帝王的御辇,愚者深陷其中,智者却不染不着。”佛陀将我们的身体比作帝王的御辇,它虽然被华丽的饰品、高档的香水和耀眼的珠宝装饰得美轮美奂。但那些尚未如实知见真相的人(愚者)往往沉迷于外在的美,当它衰败时则会深陷痛苦;而如实知见真相的人(智者),心则不会执着于这些外在的表象。
เมื่อเจ้าชายอภัยราชกุมารได้ฟังนิทานชีวิตเรื่องนี้ ท่านก็เข้าใจถึงความจริงของร่างกายและโลก จนสามารถปล่อยวางความโศกเศร้าและบรรลุธรรมเป็นพระโสดาบันได้ในที่สุด
阿婆耶王子听闻佛陀的开示后,领悟了身体与世间的真相,放下了心中的悲痛,最终证得了须陀洹果。
ข้อคิด:
启示
โลกไม่ได้มีแค่แผ่นดิน: ในทางธรรม “โลก” หมายรวมถึงร่างกายของเรา นิสัยใจคอของสิ่งมีชีวิต และธรรมชาติรอบตัว
世间不止是大地:在佛法中,世间不仅指我们脚下的土地,还涵盖了我们的身体、众生的心性以及周遭的万物。
ร่างกายเปรียบเหมือนราชรถ: เรามักตกแต่งร่างกายให้สวยงามเหมือนราชรถหรูหรา แต่ความสวยงามนั้นเป็นเพียงสิ่งภายนอกที่ปิดบังความเสื่อมสลายเอาไว้
身体如帝王的御辇:我们常常像装饰皇家马车一样,将身体打扮得光鲜亮丽,但这份光鲜亮丽只是掩盖了其外表的衰败。
อย่าหลงติดในรูปลักษณ์: ความทุกข์ของเจ้าชายเกิดจากการยึดติดในความงามของนางรำ เมื่อความงามหายไปจึงเป็นทุกข์
切莫执着于表象:王子之所以痛苦,正是因为他执着于舞女的美貌,当美貌消逝时,痛苦也随之而来。
ทางออกคือ “ความรู้เท่าทัน”: ผู้รู้จะไม่หลงใหลไปกับสิ่งที่ปรุงแต่งขึ้นมา แต่จะมองเห็นความจริงว่าทุกอย่างมีการเปลี่ยนแปลงเป็นธรรมดา
解脱之道在于如实知见真相:智者不会沉迷于由因缘和合而成的虚妄表象,而是能洞察世间万物皆处于无常变化之中的真理。
——————————————————-
142 ผู้ยังโลกนี้ให้สว่าง
142. 照亮世间的人
ณ วัดเชตวันมหาวิหาร มีพระภิกษุรูปหนึ่งชื่อว่า “พระสัมมัชชนะ” คำว่าสัมมัชชนะนั้นแปลว่า “ผู้กวาด” ซึ่งก็ตรงตามตัวท่านเลยครับ เพราะท่านเป็นพระที่ขยันมาก วันๆ เอาแต่ถือไม้กวาดกวาดลานวัดจนสะอาดเอี่ยมอ่องแทบจะทั้งวัน
在祇园精舍,有一位比丘名叫三摩阇那。这个名字的意思是“扫地者”,其名字恰如其人,因为他是一位极其勤快的比丘,整日拿着扫帚打扫寺院,将庭院扫得一尘不染。
อยู่มาวันหนึ่ง ขณะที่ท่านกำลังกวาดลานวัดอย่างขะมักเขม้น ท่านเหลือบไปเห็น “พระเรวตเถระ” นั่งพักผ่อนอยู่อย่างสงบ ท่านจึงเดินเข้าไปทักท้วงด้วยความไม่พอใจว่า “ท่านช่างเกียจคร้านเหลือเกิน ฉันอาหารของชาวบ้านที่เขาถวายมาด้วยศรัทธาแล้วก็นั่งๆ นอนๆ อยู่แบบนี้ ไม่ยอมมาช่วยกันกวาดวัดบ้างเลย”
有一天,当他正全神贯注打扫时,瞥见离婆多尊者正安静地坐着休息。他便不满地走过去责备道:“你真是太懒了!吃着信众虔诚布施的食物却整天只是坐着,也不帮忙打扫寺院。”
พระเรวตเถระผู้ทรงภูมิธรรมไม่ได้โกรธเคือง แต่กลับเรียกพระสัมมัชชนะมาให้โอวาทใจความว่า “การกวาดลานวัดนั้นเป็นสิ่งดี แต่ควรทำแค่ช่วงเช้าและช่วงเย็นก็พอ เวลาที่เหลือนั้นท่านควรจะเอาไป ‘กวาดใจ‘ ตัวเองบ้าง” ท่านสอนให้พระสัมมัชชนะใช้เวลาไปกับการพิจารณาร่างกาย เจริญสมาธิภาวนา เพื่อกวาดล้างกิเลสที่อยู่ภายในใจออกไป
作为一位已经证法的圣者,离婆多尊者不仅没有生气,还将三摩阇那比丘叫到跟前耐心地教导道:“打扫寺院固然是一件好事,但只需清晨和傍晚各扫一次就足够了。其余的时间,你应该用来打扫自己的内心。”尊者教导他应当将时间用于观照自身和修习禅定,以扫除内心的烦恼。
พระสัมมัชชนะเมื่อได้ฟังดังนั้นก็คิดได้ ท่านจึงวางไม้กวาดลง แล้วหันไปตั้งใจปฏิบัติธรรมตามคำสอน ไม่นานนักท่านก็ได้บรรลุเป็นพระอรหันต์
三摩阇那比丘听后幡然醒悟,放下手中的扫帚,专心依教修行。不久,他证得了阿罗汉果。
หลังจากนั้น ลานวัดที่เคยสะอาดก็เริ่มมีใบไม้ทับถมรกรุงรัง พระรูปอื่นๆ เห็นเข้าก็พากันสงสัยและถามท่านว่าทำไมเดี๋ยวนี้ไม่กวาดวัดเลย ท่านตอบว่า “เมื่อก่อนนั้นฉันยังประมาทอยู่ แต่ตอนนี้ฉันไม่ประมาทแล้ว” เมื่อเรื่องนี้ไปถึงพระพุทธเจ้า พระองค์ทรงรับรองว่าสิ่งที่พระสัมมัชชนะพูดนั้นถูกต้องแล้ว พร้อมกับตรัสพระพุทธภาษิตที่กินใจว่า “ผู้ใดที่เคยประมาทมาก่อน แต่ภายหลังกลับตัวได้ ไม่ประมาท ผู้นั้นย่อมทำโลกนี้ให้สว่างไสว เหมือนดวงจันทร์ที่พ้นจากเมฆหมอก”
从那以后,原本干净的寺院开始落叶堆积,显得有些杂乱。其他比丘见状疑惑地问他为何不再扫地。他回答说:“过去的我还在放逸,现在的我已经不再放逸。”这件事传到佛陀那里后,佛陀印证了三摩阇那比丘所说的完全正确,并开示道:“凡过去曾经放逸,后来改过自新不再放逸的人,他们照亮了这个世间,犹如明月冲破云翳。”
ข้อคิด:
启示
อย่าประมาทใน 3 สิ่ง: แหล่งข้อมูลระบุว่าเรามักเผลอประมาทใน “วัย” (คิดว่ายังหนุ่มสาว), “ความไม่มีโรค” (คิดว่าร่างกายยังแข็งแรง), และ “ชีวิต” (คิดว่ายังมีเวลาอีกนาน) ซึ่งความจริงแล้วความตายเกิดขึ้นได้ทุกเมื่อ
不要在三个方面上放逸:我们常因“年轻”(以为自己还年轻)、“无病”(以为身体依然健康)、“寿命”(以为时间还很多)而放逸。可事实上,死亡随时可能降临。
ความหมายของความไม่ประมาท: ไม่ใช่แค่การทำงานภายนอกให้ดี แต่คือการ “ระวังจิต” ไม่ให้หลงไปกับความรัก ความโกรธ หรือความหลง และรู้จักแบ่งเวลามาขัดเกลาจิตใจตนเอง
不放逸的真正含义:它不仅仅指将外在的工作做好,更是指要守护自己的心,不让心迷失在贪爱、嗔恨、愚痴中,并懂得留出时间净化自己的心。
โอกาสมีเสมอ: แม้เราจะเคยใช้ชีวิตพลาดหรือปล่อยเวลาทิ้งไปแค่ไหน แต่ถ้าเรา “คิดได้” และเริ่มลงมือทำความดีตั้งแต่วันนี้ เราก็สามารถทำให้ชีวิตกลับมาสว่างไสวได้เสมอครับ
机会永远存在:哪怕我们曾经虚度光阴或犯过错误,但只要从今天开始幡然醒悟并付诸行动行善积德,我们的人生将重新焕发光彩。
——————————————————-
143 ผู้ยังโลกนี้ให้สว่าง (2)
143. 照亮世间的人(2)
มีชายคนหนึ่งชื่อว่า ‘องคุลีมาล’ เขาหลงผิดไปทำบาปหนักหนาสาหัสด้วยการฆ่าคนมากมายเพียงเพราะขาดกัลยาณมิตรหรือเพื่อนคู่คิดที่ดีแนะนำทางที่ถูกที่ควร ชีวิตของเขาในตอนนั้นเปรียบเสมือนท้องฟ้าที่มืดมิดและเต็มไปด้วยเมฆหมอกหนาทึบ
有一位男子名叫央掘魔罗。他因为缺乏善知识的指引而误入歧途,犯下了滔天大罪,杀害了无数生灵。那时他的生命就像被阴霾笼罩的天空。
แต่แล้ววันหนึ่ง องคุลีมาลก็ได้พบกับพระพุทธเจ้า ผู้ทรงเป็นกัลยาณมิตรที่ยิ่งใหญ่ที่สุด ท่านได้สั่งสอนให้เขาวางดาบและเริ่มบำเพ็ญกุศลเพื่อชำระล้างจิตใจ องคุลีมาลจึงได้เรียนรู้ว่า “กิเลส” หรือความเศร้าหมองในใจนั้นมี 3 ระดับ เหมือนกับอาการเจ็บป่วย ดังนี้ครับ:
直到有一天,央掘魔罗遇见了伟大的善知识——佛陀。佛陀教导他放下屠刀,开始行善以净化心灵。央掘魔罗也由此领悟到内心的烦恼如同疾病的三种阶段:
ระดับหยาบ (วีติกกิเลส): เปรียบเหมือน ‘โรคผิวหนัง’ ที่มองเห็นชัดเจน เป็นการแสดงออกทางกายและวาจา เช่น การฆ่าหรือพูดปด องคุลีมาลต้องใช้ ‘ศีล’ มาควบคุมระเบียบกายวาจาเพื่อรักษาโรคนี้
粗重的烦恼(违犯烦恼):就像皮肤病,肉眼清晰可见。它表现为身体和言语上的恶行,比如杀生或妄语。央掘魔罗需以“戒”来约束自己的言行,从而治疗这种病。
ระดับกลาง (ปริยุฏฐานกิเลส): เปรียบเหมือน ‘โรคภายใน’ เช่น ปวดหัวหรือเจ็บหน้าอกที่คนอื่นมองไม่เห็นแต่เรารู้เอง เป็นความโลภ ความโกรธที่รุมเร้าในใจ ท่านสอนให้ใช้ ‘สมาธิ’ มาทำให้ใจสงบเพื่อบรรเทาอาการ
中等的烦恼(缠缚烦恼):就像内科病,比如头痛或胸闷,他人看不见,自己却能感受到。这是心中不断涌现的贪婪与嗔恨。央掘魔罗需以“定”来平息内心的躁动,从而缓解症状。
ระดับละเอียด (อนุสัยกิเลส): เปรียบเหมือน ‘เชื้อโรคที่หลบซ่อนอยู่’ มองไม่เห็นและไม่แสดงอาการจนกว่าจะเจอของแสลงมากระตุ้น เช่น ความยึดมั่นถือมั่นหรือความไม่รู้จริง องคุลีมาลต้องใช้ ‘ปัญญา’ อันเฉียบคมเท่านั้นจึงจะขุดรากถอนโคนเชื้อร้ายนี้ออกไปได้
微细的烦恼(随眠烦恼):就像潜伏的病菌,肉眼看不见,不发作时无症状,一旦遇到诱因便会发作,比如执着或无知。央掘魔罗需以敏锐的“智慧”,才能将这个病根彻底拔除。
เมื่อองคุลีมาลตั้งใจปฏิบัติธรรม ทั้งการสำรวมกายใจ (ศีล) การฝึกจิตให้ตั้งมั่น (สมาธิ) และการใช้เหตุผลพิจารณาสิ่งต่างๆ ตามความเป็นจริง (ปัญญา) ในที่สุดเขาก็สามารถละบาปที่เคยทำไว้ได้ทั้งหมดจนบรรลุธรรมเป็นพระอรหันต์
当央掘魔罗开始精进修行,通过戒律守护身和语,透过禅定培育心,以智慧如实观照诸法,最终他洗净了曾经犯下的恶业,证得阿罗汉果。
ในวันที่ท่านนิพพาน พระพุทธเจ้าได้ตรัสถึงท่านว่า “บุคคลใดที่เคยทำบาปไว้ แต่ภายหลังละบาปนั้นได้ด้วยการทำกุศล บุคคลนั้นย่อมทำโลกนี้ให้สว่างไสว เหมือนดวงจันทร์ที่พ้นจากเมฆหมอก”
在他涅槃的当天,佛陀对他赞叹道:“一个人即使曾经造下恶业,但后来能通过行善来消除恶业,这个人就能照亮世间,犹如明月冲破云翳一般。”
ข้อคิด:
启示
บาปละได้ด้วยบุญ: อดีตที่เคยผิดพลาดแก้ไขได้ด้วยการหยุดทำชั่วและหันมาทำความดีในปัจจุบัน
以善消恶:过去所犯的过错可以通过当下的停止造恶、精进修善来弥补。
การรักษาใจต้องใช้ยาให้ถูกโรค: หยุดทำชั่วทางกายและวาจา ให้ใช้ ‘ศีล’ หยุดความวุ่นวายฟุ้งซ่านในใจ ให้ใช้ ‘สมาธิ’ถอนรากถอนโคนความหลงผิด ให้ใช้ ‘ปัญญา’
对症下药治心病:止息身和语的恶行,需要用“戒”;止息内心的散乱躁动,需要用“定”;断除无明之根,需要用“慧”。
กัลยาณมิตรคือสิ่งสำคัญ: การมีครูดีหรือเพื่อนดีจะช่วยดึงเราออกจากมุมมืดของชีวิตได้เสมอ
善知识至关重要:有良师或善友的指引,能让我们摆脱人生的至暗时刻。
——————————————————-
144 สัตว์โลกมืดบอด
144. 众生皆盲
ณ เมืองอาลาวี พระพุทธเจ้าได้เสด็จมาแสดงธรรมให้ชาวเมืองฟัง โดยทรงเน้นเรื่อง “มรณสติ” หรือการระลึกถึงความตายอยู่เสมอ พระองค์ตรัสว่าชีวิตนั้นไม่เที่ยง แต่ความตายเป็นของแน่นอน ผู้ที่ไม่เตรียมตัวเมื่อความตายมาถึงจะหวาดกลัวเหมือนคนเจออสรพิษ แต่ผู้ที่ฝึกฝนจิตมาดีจะไม่สะดุ้งกลัวเลย
佛陀曾经莅临阿罗毗城为当地百姓说法,特别强调了“死随念”(时常忆念死亡)的重要性。佛陀说生命无常,死亡是必然的。当死亡降临时,那些毫无准备的人会像遇到毒蛇一样惊恐万分,而那些早已修心向善的人则泰然处之,毫无畏惧。
ในขณะที่ชาวเมืองส่วนใหญ่ฟังแล้วก็ผ่านไป แต่มี “ธิดาของช่างทอผ้า” เพียงคนเดียวที่ตั้งใจทำตามคำสอนนั้นอย่างต่อเนื่องยาวนานถึง 3 ปี จนกระทั่งวันหนึ่ง พระพุทธเจ้าทรงทราบด้วยญาณว่าเด็กสาวคนนี้ถึงเวลาที่จะบรรลุธรรมแล้ว และนางกำลังจะสิ้นอายุขัยในวันนี้ พระองค์จึงเสด็จกลับมาที่เมืองอาลาวีอีกครั้งเพื่อโปรดนาง
当时,大多数百姓听完便抛之脑后,只有一位织布工的女儿铭记于心,并坚持践行整整三年。直到有一天,佛陀以神通了知这位少女命数将尽,但证法的机缘已经成熟,便再度来到阿罗毗城度化她。
เมื่อเด็กสาวเดินทางมาพบพระพุทธเจ้า พระองค์ได้ทรงถามคำถาม 4 ข้อที่ทำให้คนรอบข้างต่างพากันงุนงง:
当女孩来到佛陀面前时,佛陀问了四个让周围人一头雾水的问题:
“เธอมาจากไหน?” นางตอบว่า “ไม่ทราบ” (ซึ่งหมายถึงนางไม่ทราบว่าก่อนมาเกิดเป็นมนุษย์ในชาตินี้ นางมาจากไหน)
“你从何处来?”她回答:“不知道。”(意指她不知道今生投生为人之前来自何处。)
“เธอจะไปไหน?” นางตอบว่า “ไม่ทราบ” (หมายถึงนางไม่ทราบว่าหลังจากตายไปแล้วจะไปเกิดที่ใด)
“你要往何处去?”她回答:“不知道。”(意指她不知道死后将投生何处。)
“เธอไม่ทราบหรือ?” นางตอบว่า “ทราบ” (หมายถึงนางทราบแน่ๆ ว่าตนเองต้องตาย)
“你不知道吗?”她回答:“知道。”(意指她知道自己必定会死亡。)
“เธอทราบหรือ?” นางตอบว่า “ไม่ทราบ” (หมายถึงนางไม่ทราบว่าตนเองจะตายในเวลาใดและที่ไหน)
“你知道吗?”她回答:“不知道。”(意指她不知道自己何时、何地会死去。)
พระพุทธเจ้าทรงสรรเสริญว่านางตอบได้ถูกต้องและแฝงด้วยปัญญา จากนั้นพระองค์ทรงสำทับว่า “สัตว์โลกนี้มืดบอด มีน้อยคนนักที่จะเห็นแจ้งเหมือนนกที่หลุดจากข่ายพราน” เมื่อสิ้นสุดพระธรรมเทศนา เด็กสาวก็ได้บรรลุเป็นพระโสดาบัน
佛陀赞叹她的答案既正确又蕴含智慧。随后,佛陀总结道:“此世间众生皆盲目,能像鸟儿挣脱猎人的罗网那般真正看清真相的人,其实寥寥无几。”当佛陀开示结束时,这个女孩证得了须陀洹果。
ทว่าเรื่องราวกลับพลิกผัน เมื่อนางกลับไปที่โรงทอผ้า พ่อของนางที่กำลังหลับอยู่สะดุ้งตื่นขึ้นและเผลอทำเครื่องทอผ้ากระแทกนางอย่างแรงจนนางเสียชีวิตทันที พ่อของนางเสียใจมากจึงไปเข้าเฝ้าพระพุทธเจ้า ซึ่งพระองค์ได้ทรงปลอบโยนว่า “น้ำตาที่ท่านเคยเสียไปในสังสารวัฏนี้ มีมากกว่าน้ำในมหาสมุทรทั้งสี่เสียอีก อย่าโศกเศร้าไปเลย” สุดท้ายพ่อของนางก็เห็นธรรมและขอบวชจนบรรลุธรรมในที่สุด
然而,故事却发生了戏剧性的转折。当女孩回到织布坊时,正在睡觉的父亲突然惊醒,慌乱中不小心触动了织布机,沉重的部件猛烈撞击在少女身上,导致其当场身亡。父亲悲痛欲绝,立刻赶去拜见佛陀。佛陀慈悲安慰道:“你在无尽的生死轮回中,为失去至亲所流下的眼泪比四大海洋的海水还要多,不要再悲伤了。”最终,这位父亲豁然开朗,领悟了佛法,随后请求出家,并最终证得圣果。
ข้อคิด:
启示
โลกนี้มืดบอดด้วยกิเลส: คนส่วนใหญ่หลงระเริงในรูป รส กลิ่น เสียง จนมองไม่เห็นความจริงของชีวิต (ไตรลักษณ์) คือ ความไม่เที่ยง เป็นทุกข์ และไม่ใช่ตัวตน
众生因烦恼而盲目:世间大多数人沉溺于色、声、香、味、触等感官享受,从而看不见生命的真相(三相),即无常、苦、无我。
การเตรียมตัวตายคือการใช้ชีวิตที่ดี: การมี “มรณสติ” ไม่ใช่เรื่องน่ากลัว แต่ช่วยให้เราไม่ประมาทในเวลาที่เหลืออยู่
直面死亡才是最好的人生:修习“死随念”并非宣扬恐惧,而是为了提醒我们要珍惜当下,切勿虚度光阴。
ปัญญาคือดวงตา: ผู้ที่มีปัญญาจะสามารถมองทะลุความมืดบอด และพาตัวเองให้พ้นจากบ่วงของกิเลสได้ เหมือนนกที่หลุดรอดจากตาข่าย
智慧是真正的眼睛:拥有智慧的人能够穿透无明的黑暗,将自己从烦恼的罗网中解脱出来,宛如破网而出的飞鸟。
——————————————————-
145 ผู้ออกไปจากโลก
145. 出离世间者
ณ วัดเชตวันมหาวิหาร เมืองสาวัตถี มีเหตุการณ์น่าอัศจรรย์เกิดขึ้น เมื่อพระภิกษุ 30 รูปได้เดินทางมาเข้าเฝ้าพระพุทธเจ้า ในขณะนั้นพระอานนท์ผู้เป็นพุทธอุปัฏฐากได้ยืนรออยู่ตรงซุ้มประตู เพื่อรอให้พระพุทธเจ้าทรงสนทนากับแขกผู้มาเยือนให้เสร็จสิ้นเสียก่อน
在舍卫城的祇园精舍,发生了一件不可思议的事情。有三十位比丘前来拜见佛陀。当时,侍者阿难尊者正静静守候在禅堂外,等待佛陀与访客结束交谈。
พระพุทธเจ้าทรงแสดงธรรมโปรดภิกษุเหล่านั้นอย่างลึกซึ้ง จนกระทั่งจิตของท่านทั้ง 30 รูปหลุดพ้นจากกิเลส บรรลุเป็นพระอรหันต์ในทันที ทันใดนั้นเอง สิ่งที่น่าอัศจรรย์ก็เกิดขึ้น เมื่อภิกษุเหล่านั้นได้ “เหาะขึ้นไปบนอากาศ” และหายลับไปต่อหน้าต่อตา
佛陀给三十位比丘开示了深奥的佛法,使他们彻底解脱烦恼,当即证得阿罗汉果。刹那间,奇迹发生了:那些比丘突然腾空而起,在众目睽睽下消失不见了。
เมื่อพระอานนท์เข้ามาเฝ้าและไม่พบภิกษุเหล่านั้น จึงทูลถามด้วยความสงสัยว่าพวกท่านหายไปไหนกันหมด พระพุทธเจ้าจึงตรัสตอบว่า ภิกษุเหล่านั้นได้เดินทางกลับไปแล้ว แต่เป็นการ “ไปทางอากาศ” เพราะท่านเหล่านั้นได้กลายเป็น “ขีณาสพ” หรือผู้สิ้นอาสวกิเลสแล้วนั่นเอง
当阿难尊者走进禅堂时,发现比丘们早已不见踪影,便疑惑地问他们去了哪里。佛陀说比丘们已经回去,不过他们是“御空而去”,因为他们已经成为漏尽者,即彻底断除一切烦恼的人。
พระองค์ได้ทรงเปรียบเทียบให้ฟังว่า เหล่านกหงส์ย่อมบินไปในทางของดวงอาทิตย์ฉันใด ผู้ที่มีฤทธิ์ทางใจก็ย่อมเหาะไปในอากาศได้ฉันนั้น ซึ่งฤทธิ์นี้เกิดจากการฝึกฝนจิตจนนิ่งและเบาเหมือนสำลี แม้แต่เครื่องบินที่เป็นเหล็กหนักมหาศาล มนุษย์ยังทำให้ลอยได้ แล้วไฉนร่างกายที่ผ่านการฝึกจิตอย่างเต็มที่ตามสูตรของผู้สำเร็จจะลอยไม่ได้
佛陀对此作了一个生动的比喻:正如天鹅总是朝着太阳的方向展翅高飞,而那些具足神通力的人也能在虚空中飞行。这种神通源于将心修炼至极致的寂静,使其轻盈如绵。即使是重达数吨的飞机,人类尚能使之飞上天空,更何况是经过圆满修行的色身,又怎能无法飞升上天?
แต่สิ่งที่สำคัญที่สุดไม่ใช่การเหาะได้ แต่คือการที่นักปราชญ์เหล่านั้น “ชนะมารและพาหนะของมาร” จนสามารถออกไปจากโลกแห่งความทุกข์ได้สำเร็จ
然而,最重要的并不是飞行本身,而是那些智者“战胜了魔王及魔军”,从而成功出离了这个充满痛苦的世间。
ข้อคิด:
启示
การ “ออกจากโลก” ไม่ได้หมายถึงการหนีไปไหน แต่หมายถึงการชนะ “มาร 5 ประการ” ที่คอยขัดขวางความสุขของเราครับ
所谓“出离世间”并不是指逃到某个地方,而是指战胜阻碍我们获得真正快乐的“五魔”:
ขันธมาร: ร่างกายที่เป็นภาระและเสื่อมถอยตามกาลเวลา
蕴魔:指我们的身体。它不仅是沉重的负担,还会随时间的推移不断衰老。
กิเลสมาร: ความโลภ โกรธ หลง ที่คอยผูกมัดและทำลายความสุข
烦恼魔:指贪、嗔、痴等烦恼。它们不断束缚并摧毁我们的快乐。
อภิสังขารมาร: กรรมฝ่ายอกุศลที่ทำให้เราอ่อนแอในการทำความดี
行魔:指不善业。它会削弱我们行善的力量。
มัจจุราชมาร: ความตายที่คอยตัดรอนโอกาสในการบรรลุคุณธรรม
死魔:指死亡。它会无情地剥夺我们证法的机会。
เทวบุตตามาร: สิ่งยั่วยุหรือคนรอบข้างที่ชักชวนเราไปในทางที่ผิด
天子魔:外在的诱惑,或是身边那些引诱我们误入歧途的人。
——————————————————-
146 การพูดเท็จเป็นบ่อเกิดแห่งบาปทั้งปวง
146. 妄语是万恶之源
ในสมัยพุทธกาล ณ เมืองสาวัตถี พระพุทธเจ้าและเหล่าสาวกทรงเป็นที่เลื่อมใสของชาวเมืองเป็นอย่างมาก ทำให้เหล่า นักบวชนอกพระพุทธศาสนา เสื่อมลาภสักการะ จึงคิดแผนร้ายเพื่อทำลายชื่อเสียงของพระองค์
在佛陀时代,舍卫城的民众对佛陀及其弟子极其敬仰,导致许多外道修行者失去了原有的利养,于是他们策划了一个恶毒的阴谋,企图毁谤佛陀的声誉。
พวกเขาส่ง นางจิญจมาณวิกา หญิงสาวผู้มีรูปงามปานเทพธิดามาเป็นเครื่องมือ นางเริ่มแผนการด้วยการทำทีว่าไปพักค้างคืนที่วัดเชตวันทุกคืน และเดินสวนทางกับชาวเมืองในตอนเช้าเพื่อสร้างความสงสัย เมื่อเวลาผ่านไปหลายเดือน นางใช้ผ้าพันท้องให้หนาขึ้น และในที่สุดก็ใช้ ไม้กลมๆ ผูกไว้ที่ท้อง แล้วห่มผ้าทับไว้เพื่อให้ดูเหมือนคนท้องแก่
他们派出一位美若天仙的女子——栴闍摩那祇去陷害佛陀。她按照计划,假装每晚在祇园精舍过夜,并在清晨与进城的人迎面相遇,特意制造人们的猜疑。数个月后,她用布条将一块圆木包裹在腹部上,然后披上外衣,伪装成快要临盆的孕妇。
เย็นวันหนึ่ง ขณะที่พระพุทธเจ้ากำลังแสดงธรรมอยู่ท่ามกลางมหาชน นางจิญจมาณวิกาได้ก้าวเข้าไปประจันหน้าและใส่ร้ายพระองค์ต่อหน้าทุกคนว่า “ท่านสมณะ ท่านดีแต่สอนคนอื่น แต่กลับไม่รับผิดชอบลูกในท้องของหม่อมฉันเลย!” มหาชนต่างตกตะลึง แต่พระพุทธเจ้าทรงตอบด้วยพระสุรเสียงเรียบเฉยว่า “น้องหญิง เรื่องนี้มีเพียงเราสองคนเท่านั้นที่รู้ว่าจริงหรือไม่จริง”
一天傍晚,正当佛陀在大众面前讲法时,栴闍摩那祇突然走到佛陀面前,当众诬陷道:“大沙门!您只会教导别人,却对我腹中的孩子不负责任!” 众人听后大惊失色。但佛陀却平静地回答说:“姑娘,这件事究竟是真是假,只有我们两个人知道。”
ทันใดนั้น ท้าวสักกะเทวราชได้ส่งเทพบุตรแปลงกายเป็นหนูไปกัดเชือกที่ผูกไม้ไว้ที่ท้องของนางจนขาด ทำให้ไม้กลมหล่นลงมาต่อหน้าสายตาชาวเมือง ความจริงปรากฏชัดว่านางโป้ปด มหาชนจึงขับไล่นางออกจากวัด และทันทีที่นางพ้นสายตาพระองค์ แผ่นดินก็สูบเจ้านางลงสู่จุดที่ลึกที่สุดของนรกอเวจี
刹那间,帝释天王派了一位天人化作老鼠,咬断了栴闍摩那祇腹部的布条,圆木当即掉落在地,真相也大白于众。众人愤怒的将栴闍摩那祇赶出寺院。她刚离开佛陀的视线,大地便瞬间裂开,将其吞入无间地狱的最深处。
ข้อคิด:
启示
การพูดเท็จเป็นบ่อเกิดแห่งบาปทั้งปวง: พระพุทธเจ้าทรงสอนว่า บุคคลที่ละทิ้งความจริง (สัจจะ) และไม่เชื่อเรื่องโลกหน้าหรือผลแห่งกรรม ย่อมกล้าทำความชั่วได้ทุกอย่างโดยไม่เกรงกลัว
妄语是万恶之源:佛陀教导说,一个抛弃真理(真实语)、不相信来世或因果业报的人,会无所畏惧地犯下任何恶行。
ความจริงเป็นสิ่งไม่ตาย: แม้การโกหกจะถูกปรุงแต่งมาอย่างดีเพียงใด แต่ในที่สุดความจริงย่อมปรากฏออกมาเอง
真理永不消逝:无论谎言被包装得多么天衣无缝,最终真相都会大白于天下。
พลังของสัจจะ: สัจจะวาจาเป็นสิ่งที่นักปราชญ์สรรเสริญ คนที่รักษาคำพูดจะได้รับความเชื่อถือ ส่วนคนมักโกหก แม้พูดความจริงในภายหลังก็ไม่มีใครเชื่อ ดังเช่นเรื่องเด็กเลี้ยงแกะ
真实语的力量:真实语为智者所赞美。信守承诺的人会赢得他人的信任,而经常撒谎的人,即使日后说真话也没人相信,这就像“狼来了”的故事一样。
ความประมาทในกรรม: คนที่ไม่เชื่อเรื่องโลกหน้า มักแสวงหาแต่ความสุขชั่วคราวและทำผิดศีลธรรมได้ง่าย เพราะคิดว่าตายแล้วจบกัน แต่ทางพุทธศาสนาเน้นว่าชีวิตในโลกหน้ายาวนานกว่า จึงควรรักษาความดีไว้
莫轻慢因果业报:不相信来世的人,往往只追求短暂的快乐,极易做出败坏道德之事,因为他们误以为一死百了。但佛教强调来世的生命比今生更为漫长,因此我们更应当坚守善行。
——————————————————-
147 การทำบุญครั้งยิ่งใหญ่
147.无上的布施
ในสมัยพุทธกาล ณ เมืองสาวัตถี มีเรื่องเล่าถึงการทำบุญครั้งยิ่งใหญ่ที่ไม่มีใครเหมือน ซึ่งสอนให้เราเข้าใจถึง “หัวใจของ
在佛陀时代,舍卫城流传着一场空前绝后的伟大布施,它深刻地向我们阐明了何谓“布施的真谛”。
คนที่มีทรัพย์มากแต่ไม่ยอมใช้สอย ไม่เลี้ยงดูญาติพี่น้อง ทรัพย์นั้นก็เหมือน “น้ำเค็มในมหาสมุทร” ที่มีมากแต่ดื่มกินไม่ได้ หรือเหมือน “น้ำตาย” ในบ่อลึกที่เน่าเหม็นและไม่เป็นประโยชน์แก่ใครเลย
如果一个人拥有巨额的财富却不愿意使用,也不赡养亲属,那么这些财富就像“大海中的咸水”,虽然浩瀚却不能饮用。或者像深井里的“死水”,不仅腐臭难闻,还毫无益处。
ในสมัยพุทธกาล ณ เมืองสาวัตถี มีการแข่งขันทำบุญครั้งยิ่งใหญ่ ที่เรียกว่า อสทิสทาน ต่อมามีเหตุการณ์สำคัญเกิดขึ้น เมื่อ พระเจ้าปเสนทิโกศล ทรงต้องการทำบุญแข่งกับชาวเมืองสาวัตถี ทั้งสองฝ่ายต่างพยายามจัดหาของประณีตมาถวายพระพุทธเจ้าและเหล่าภิกษุสงฆ์ จนถึงขั้นที่พระราชาเกือบจะพ่ายแพ้แก่พลังสามัคคีของชาวเมือง แต่ด้วยปัญญาของ พระนางมัลลิกา พระมเหสี จึงทรงแนะนำให้จัด “อสทิสทาน” หรือการถวายทานที่ไม่มีใครทำได้เหมือน โดยการใช้ช้าง 500 เชือก กั้นเศวตฉัตรให้พระภิกษุ 500 รูป และมีเจ้าหญิงคอยบดเครื่องหอมและพัดให้
在佛陀时代,舍卫城曾举行过一场被称为“无上布施”的布施竞赛。当时,波斯匿王想与舍卫城的百姓比赛做功德。双方都竭尽全力准备精美的物品来供养佛陀及僧众。到了最后关头,国王差点就败给了团结一心的百姓。幸好智慧过人的摩利王后建议国王举办一场任何人也无法复制的无上布施,即动用五百头大象,为五百位比丘撑起白色的华盖,并安排公主们在旁研磨香料以及摇扇侍奉。
ในวันนั้นมีเรื่องน่าอัศจรรย์ เมื่อช้างที่ดุร้ายที่สุดถูกนำมากั้นฉัตรให้ พระองคุลีมาล แต่มันกลับยืนนิ่งสงบอย่างน่าอัศจรรย์ด้วยอานุภาพแห่งพระเถระ พระเจ้าปเสนทิโกศลทรงสละทรัพย์ถึง 14 โกฏิ ภายในวันเดียวเพื่อทำบุญครั้งนี้
那一天,发生了一件不可思议的事:当一头平日十分凶猛的大象被牵来为央掘魔罗尊者撑伞时,它竟然在尊者的威德力感召下静立不动。为了这场布施,波斯匿王在一天内慷慨布施了高达1.4亿的财富。
ใจที่ต่างกันของสองอำมาตย์ ท่ามกลางงานบุญนี้ มีอำมาตย์สองคนคิดต่างกัน กาละอำมาตย์ มองว่าการทำบุญนี้เป็นการสิ้นเปลือง ทรัพย์หายไปในวันเดียวเหมือนราชตระกูลจะฉิบหาย ส่วน ชุณหอำมาตย์ กลับมีใจเลื่อมใสและร่วมอนุโมทนาบุญอย่างมีความสุข
在这场盛大的布施中,有两位大臣的态度截然相反。迦罗大臣认为这场布施纯属劳民伤财,巨额财富在一天之内挥霍殆尽,简直是王室败亡的征兆。而月光大臣则法喜充满,随喜赞叹这场旷世的善举。
พระพุทธเจ้าทรงทราบวาระจิตของทั้งคู่ จึงทรงอนุโมทนาเพียงสั้นๆ เพื่อไม่ให้กาละอำมาตย์โกรธจนอกแตกตาย และเพื่อให้ชุณหอำมาตย์ได้บรรลุธรรม สุดท้ายพระราชาทรงเนรเทศกาละอำมาตย์ออกไป และมอบสมบัติให้ชุณหอำมาตย์ครองเมือง 7 วัน เป็นการรางวัลความดี
佛陀洞悉了两个人的心念,因此只作了简短的随喜祝福。这是为了避免迦罗大臣因心生嗔恨而往生,同时也是为了让月光大臣能借此契机证悟佛法。最后,国王将迦罗大臣流放,并将统治国家七天的特权作为奖赏,赐给了月光大臣。
ข้อคิด:
启示
คนตระหนี่ไปสวรรค์ไม่ได้: เพราะความตระหนี่ทำให้ใจมืดบอด มองเห็นการให้เป็นความสูญเสีย
吝啬者难转世天界:因为吝啬会蒙蔽人的心智,让人将布施视为一种“损失”。
การอนุโมทนาคือบุญ: แม้เราไม่มีทรัพย์เท่าพระราชา แต่ถ้าเรายินดีในบุญที่คนอื่นทำ (เหมือนชุณหอำมาตย์) เราก็ได้รับผลบุญและมีความสุขทั้งในโลกนี้และโลกหน้า
随喜赞叹即是功德:即使我们没有国王的财富,但若我们能随喜他人的善行(如月光大臣),也同样会获得功德,并在今生与来世皆得安乐。
ใช้ทรัพย์ให้เป็น: คนฉลาด (นักปราชญ์) คือผู้ที่รู้จักมัธยัสถ์และประหยัด แต่เมื่อถึงเวลาจำเป็นหรือเป็นประโยชน์ต่อส่วนรวม ก็พร้อมจะสละทรัพย์เพื่อสร้างคุณค่า
善用财富:真正的智者懂得在平日里勤俭节约,但必要时或为了公共利益时,会乐于慷慨解囊创造不朽的价值。
ทรัพย์มีไว้สร้างประโยชน์: หากเก็บไว้เฉยๆ ไม่แจกจ่าย ไม่สงเคราะห์ใคร ทรัพย์นั้นก็อาจพินาศไปเพราะภัยต่างๆ หรือเราเองที่ต้องจากทรัพย์นั้นไปก่อนด้วยความตาย
财富的意义在于利益世间:如果财富只是被囤积起来,既不流通也不救济他人,它迟早会因各种灾祸而毁灭,或者在我们往生前先失去这些财富。
——————————————————-
148 บรรลุโสดาบัน จะไม่กลับมาต่ำทรามอีก
148.须陀洹圣者不再堕落恶道
ในเมืองสาวัตถี มีเศรษฐีผู้ใจบุญชื่อว่า อนาถบิณฑิกเศรษฐี ท่านมีบุตรชายคนหนึ่งชื่อว่า “นายกาละ” แม้พ่อจะเป็นคนใจบุญ แต่กาละกลับไม่มีศรัทธาในพระธรรมเลย เขาไม่ยอมไปวัด ไม่ยอมฟังธรรม และไม่สนใจที่จะอุปัฏฐากพระสงฆ์เลยแม้แต่น้อย
在舍卫城,有一位乐善好施的富翁,名叫给孤独长者。他有一个儿子名叫迦罗。虽然父亲乐善好施,但迦罗却对佛法毫无信仰。他从不去寺院,不愿意听闻佛法,对供养僧众也没有兴趣。
อนาถบิณฑิกเศรษฐีเป็นห่วงลูกชายมาก เกรงว่าถ้ายังเป็นคนมีความเห็นผิดเช่นนี้ เมื่อตายไปจะต้องตกนรกอย่างแน่นอน ท่านจึงออกอุบายว่า “ลูกรัก หากเจ้าไปรักษาอุโบสถศีลที่วิหารและฟังธรรม พ่อจะให้เงินเจ้า 100 กหาปณะ” ด้วยความโลภ นายกาละจึงยอมไปวัด แต่เขากลับไปนอนหลับในที่สบายๆ พอเช้าก็รีบกลับมารับเงินจากพ่อ
给孤独长者非常担心儿子,深怕他一直持有此邪见,死后必定会堕入地狱。长者想出了一个计策,对儿子说:“亲爱的孩子,如果你去寺院受持八关斋戒并听闻佛法,我就给你一百迦利沙。” 在利益的驱使下,迦罗勉强答应去寺院,但他却在舒适的地方呼呼大睡,第二天清晨便匆匆赶回家领钱。
วันต่อมา เศรษฐีเพิ่มข้อเสนอใหม่ว่า “ถ้าเจ้าตั้งใจฟังธรรมและจำคำสอนของพระพุทธเจ้าให้ได้สักบทหนึ่ง พ่อจะให้เงินเจ้าถึง 1,000 กหาปณะ” นายกาละหูผึ่งรีบไปวัดทันที เขาตั้งใจฟังธรรมอย่างจดจ่อเพราะอยากได้เงินรางวัล แต่พระพุทธเจ้าทรงทราบเจตนาของเขา จึงทรงบันดาลให้เขาจำไม่ได้ง่ายๆ ทำให้เขาต้องตั้งใจฟังมากขึ้นเป็นทวีคูณ
第二天,长者又提出新的条件:“如果你能专心听法,并记住佛陀的一句教诲,我就给你一千迦利沙。” 迦罗一听两眼放光,立刻动身前往寺院。他为了得到赏金全神贯注地听法,但佛陀洞悉了他的心思,施展神通让他很难轻易记住。这使得迦罗不得不加倍集中注意力去聆听。
ในขณะที่เขากำลังตั้งใจฟังอย่างแรงกล้านั้นเอง แสงแห่งธรรมก็สว่างขึ้นในใจ นายกาละได้บรรลุเป็นพระโสดาบันในที่สุด!
在他全神贯注听法时,法光骤然在他心中生起。最终,迦罗证得了须陀洹果。
เช้าวันรุ่งขึ้น เมื่อเขากลับบ้านพร้อมพระพุทธเจ้าและเหล่าภิกษุสงฆ์ เขากลับรู้สึกละอายใจอย่างยิ่งที่เคยรับจ้างฟังธรรม เมื่อพ่อเอาเงิน 1,000 กหาปณะมาวางให้ต่อหน้าพระพุทธเจ้า เขากลับปฏิเสธไม่ยอมรับเงินนั้นเลย พระพุทธเจ้าจึงตรัสกับเศรษฐีว่า “สิ่งที่ลูกท่านได้รับในวันนี้นั้น ประเสริฐยิ่งกว่าสมบัติของพระเจ้าจักรพรรดิ หรือการได้ไปสวรรค์ เพราะเขาได้บรรลุโสดาปัตติผลแล้ว”
次日清晨,当他陪同佛陀及僧众回家时,回想起自己为了钱去听法,不禁感到羞愧万分。当父亲在佛陀面前将一千迦利沙给他时,他却拒绝接受。见此情景,佛陀对长者开示道:“你儿子今天的收获远胜于转轮圣王的财富或转世天界,因为他已经证得了须陀洹果。”
ข้อคิด:
启示
พระโสดาบันจะไม่ต้องตกนรก ไม่เกิดเป็นสัตว์เดรัจฉาน เปรต หรืออสุรกายอีกต่อไป มีคติที่แน่นอนว่าจะต้องบรรลุธรรมเป็นพระอรหันต์ในอนาคต โดยจะเกิดอีกอย่างช้าไม่เกิน 7 ชาติ
须陀洹圣者将不再堕入地狱、畜生、饿鬼或阿修罗等恶道。他们已确立了必定解脱的归宿,未来最多再经历七次轮回,就将证得阿罗汉果。
คุณสมบัติเด่นของพระโสดาบัน : มีความศรัทธาในพระรัตนตรัยอย่างไม่คลอนแคลน และรักษาศีล 5 ได้บริสุทธิ์บริบูรณ์
须陀洹圣者的显著特质:对三宝具有坚定不移的信心,并能圆满持守五戒。
ประเภทของพระโสดาบัน: แบ่งตามความแก่กล้าของปัญญาเป็น 3 ระดับ คือ
须陀洹圣者的类型(按照根器的利钝分为三种):
เอกพีชี: เกิดอีกเพียงชาติเดียว
一种圣者:只需再投生一次。
โกลังโกละ: เกิดอีก 2-3 ชาติ
家家圣者:还需再投生二至三次。
สัตตักขัตตุปรมะ: เกิดอีกไม่เกิน 7 ชาติ
极七返圣者:最多再投生七次。
ความเป็นพระเจ้าจักรพรรดิหรือความยิ่งใหญ่ในโลกยังเสื่อมถอยและมีโอกาสตกนรกได้ แต่ความเป็นโสดาบันมีแต่จะสูงขึ้นไปตามลำดับและไม่กลับมาต่ำทรามอีก
即使成为转轮圣王或世间的伟人,其福报也有耗尽的一天,仍有堕入地狱的风险。而须陀洹圣者的生命只会不断提升,不再堕入低劣的恶趣。
——————————————————-
149 ชัยชนะที่แท้จริงคือการชนะใจตนเอง
149. 真正的胜利是战胜自己的心
หลังจากที่พระพุทธเจ้าทรงตรัสรู้และได้รับชัยชนะเหนือหมู่มารทั้งปวง พระองค์ทรงประทับอยู่อย่างสงบ ณ โคนต้นไทร ในตอนนั้นเอง พญามารผู้เฝ้าติดตามหาจุดอ่อนของพระองค์มาตลอด 6 ปี ก็ต้องนั่งเศร้าเสียใจเพราะไม่สามารถทำอะไรพระองค์ได้เลย
佛陀觉悟并降伏魔军后,安详地坐在一棵大榕树下。当时,一直伺机寻找佛陀破绽长达六年之久的魔王,因无法对佛陀造成任何伤害而无奈地坐在一旁黯然神伤。
เมื่อลูกสาวทั้ง 3 ของพญามาร คือ นางตัณหา (ความทะยานอยาก), นางราคา (ความกำหนัด) และ นางอรดี (ความไม่พอใจ) เห็นพ่อคือ พญามารเสียใจ จึงอาสาเข้าไปยั่วยวนพระพุทธเจ้าด้วยการจำแลงกายเป็นสตรีที่สวยงามในทุกวัย ทั้งสาวรุ่นไปจนถึงสตรีที่ดูภูมิฐาน แต่พระพุทธเจ้าทรงมีจิตใจที่มั่นคงและตัดกิเลสได้ขาดสิ้นแล้ว พระองค์ไม่แม้แต่จะลืมตาขึ้นมอง และตรัสว่าชัยชนะของพระองค์นั้นเป็นชัยชนะที่เด็ดขาด ไม่กลับมาแพ้อีก เหมือนการขุดรากถอนโคนกิเลสจนหมดสิ้น
魔王的三个女儿——渴爱、贪欲、不乐,看见父亲如此沮丧,便自告奋勇去诱惑佛陀。他们化身为各种年龄段的美丽女子,从青春少女到端庄妇人,极尽所能地诱惑佛陀。然而,佛陀心如磐石,已彻底断除烦恼。佛陀甚至没有抬眼看她们一下,只是说道:“如来的胜利是彻底的胜利,绝不会再退转,如同已将烦恼连根拔除。”
ต่อมา มีพราหมณ์คนหนึ่งชื่อ มาคันทิยา เขาเห็นพระพุทธเจ้ามีรูปโฉมงดงามมาก จึงอยากจะยกสูกสาวที่สวยปานเทพธิดาให้เป็นภรรยา แต่ภรรยาของพราหมณ์ซึ่งเป็นผู้เชี่ยวชาญในการดูลักษณะคน ได้สังเกตเห็น “รอยพระบาท” ของพระองค์ แล้วบอกกับสามีว่า “นี่ไม่ใช่รอยเท้าของคนที่มีกิเลส แต่เป็นรอยเท้าของผู้ที่สิ้นกิเลสแล้ว” เพราะรอยเท้าของคนมีกิเลสจะแตกต่างกันไปตามราคะ โทสะ หรือโมหะ
后来,有一位名叫摩犍提耶的婆罗门,见佛陀相貌庄严,便想将美若天仙的女儿许配给佛陀。然而,这位婆罗门的妻子精通相术,当她仔细观察佛陀的足印后,便对丈夫说:“这不是凡夫俗子的足迹,而是断尽烦恼者的足迹。”因为凡夫俗子的足迹会随着心中的贪、嗔、痴呈现出不同的特征。
เมื่อพระพุทธเจ้าทรงทราบเจตนาของพราหมณ์ พระองค์จึงเล่าเรื่องที่พระองค์เคยชนะลูกสาวมารมาแล้ว และตรัสสอนว่า “ร่างกายของมนุษย์นั้น แม้ภายนอกจะดูสวยงามเหมือนทองแท่ง แต่ภายในกลับเต็มไปด้วยสิ่งโสโครกและไม่สะอาด”
佛陀洞悉婆罗门的意图后,便向他们述了自己当年如何战胜魔王女儿的故事,并教导道:“人的身体虽然外表看起来像金条一样美丽,但内部却充满了污秽与不净。”
พระองค์ทรงเปรียบเทียบว่า แม้แต่ลูกสาวของมารที่สวยงามกว่ามนุษย์หลายเท่านางยังไม่ทรงสนใจ แล้วจะมาสนใจร่างกายมนุษย์ที่เต็มไปด้วยสิ่งสกปรกได้อย่างไร แม้แต่จะใช้เท้าสัมผัสก็ยังไม่ปรารถนาเลย เมื่อพราหมณ์และภรรยาได้ฟังดังนั้น ก็เกิดความเข้าใจในธรรมและบรรลุธรรมในที่สุด
佛陀进一步比喻道:“就连比人类美丽无数倍的魔王之女,我都毫不动心,又怎么会贪恋这具充满污垢的凡人身躯呢?我甚至都不愿意用脚去触碰一下。”婆罗门夫妇听后,当下顿然开悟,最终证悟佛法。
ข้อคิด:
启示
ชัยชนะที่แท้จริงคือการชนะใจตนเอง: ชัยชนะในโลกทั่วไป เช่น การชนะพนันหรือรวยขึ้น อาจกลับมาแพ้หรือจนได้อีกเสมอ แต่การชนะกิเลสในใจนั้นเป็นชัยชนะที่เด็ดขาดและถาวร
真正的胜利是战胜自己的心:世俗中的胜利,例如赌博赢钱或积累财富,随时可能再次面临失败或贫穷。然而,战胜自己内心的烦恼才是彻底且永恒的胜利。
กิเลสคือบ่วงและโรค: แหล่งที่มาของความทุกข์คือความหลงติดในความสุขเล็กๆ น้อยๆ เหมือนเนื้อที่ติดบ่วงเพราะเห็นแก่เหยื่อล่อ พระพุทธเจ้าทรงเปรียบกิเลสเหมือนโรคเรื้อรังที่รักษาหายแล้ว และจะไม่ยอมกลับไปเป็นโรคนั้นอีก
烦恼是陷阱和疾病:痛苦的根源在于贪恋微不足道的快乐,如同为了诱饵而落入陷阱。佛陀将内心的烦恼比作一种已经痊愈的顽疾,治愈后便不会再复发。
ความสวยงามเพียงเปลือกนอก: เรื่องของนางมาคันทิยาสอนให้เรามองข้ามรูปกายภายนอกที่สวยงาม เพราะความจริงแล้วร่างกายประกอบด้วยสิ่งที่ไม่สะอาด การไม่ยึดติดในรูปลักษณ์จะช่วยให้จิตใจเป็นอิสระ
外在的美丽只是表象:摩犍提耶的故事告诉我们要看破外在皮囊之美。因为身体本质上是由种种不净之物和合而成。不执着于外在的形貌,心才能获得真正的解脱。
อิสรภาพที่เหนือกว่า: เมื่อเราไม่ยอมให้ความโลภ ความโกรธ หรือความหลงมาครอบงำ เราจะเป็นอิสระอย่างแท้จริง เหมือนคนที่หลุดพ้นจากที่คุมขังและไม่ปรารถนาจะกลับเข้าไปอีกเลย
至高无上的自由:当我们不再受贪、嗔、痴驱使时,便会获得真正的自由。就像一个好不容易走出牢狱的人,绝不会再渴望回到监狱中一样。
——————————————————-
150 ทรงเป็นที่กระหยิ่มของเทวดา และมนุษย์
150. 佛陀深受人天敬仰
ในสมัยพุทธกาล มีเศรษฐีท่านหนึ่งในกรุงราชพฤกษ์ได้ไม้จันทน์แดงล้ำค่ามาโดยบังเอิญ เขาจึงนำไปกลึงเป็นบาตรแล้วแขวนไว้สูงถึง 60 ศอก พร้อมประกาศว่า “หากใครเป็นพระอรหันต์จริง จงเหาะมาเอาบาตรนี้ไปเถิด”
在佛陀时代,王舍城有一位富翁偶然获得了一块珍贵的红檀香木。他将木头做成一个钵,悬挂在高达六十肘的半空中,宣告道:“若世间真有阿罗汉,就请展现神通飞上高空将此钵取走吧!”
พวกเจ้าลัทธิต่างๆ พยายามจะใช้กลอุบายหลอกลวงแต่ก็ทำไม่สำเร็จ จนกระทั่ง พระปิณโฑลภารทวาชะ ผู้มีฤทธิ์มากได้เหาะขึ้นไปนำบาตรลงมาตามคำขอของพระมหาโมคคัลลานะ เพื่อพิสูจน์ว่าพระอรหันต์ยังมีอยู่ในโลก
当时,各种外道纷纷试图利用诡计骗取此钵,但都未能如愿。直到神通广大的宾头卢尊者应目犍连尊者的请求,飞上空中取下钵,以此证明世间有阿罗汉的存在。
เมื่อเรื่องทราบถึงพระพุทธเจ้า พระองค์ทรงตำหนิการแสดงฤทธิ์เพื่อแลกกับของเล็กน้อยและสั่งให้ทำลายบาตรนั้นเสีย แต่พวกเดียรถีย์กลับเอาไปโพนทะนาว่าพวกตนเก่งกว่าและท้าทายพระองค์ พระพุทธเจ้าจึงทรงประกาศว่าจะแสดงปาฏิหาริย์ที่ ต้นมะม่วง ในวันเพ็ญเดือน 8, พวกเดียรถีย์พยายามขัดขวางโดยการสั่งโค่นต้นมะม่วงทิ้งให้หมด แต่ในวันนั้นเอง นายกันทะได้ถวายมะม่วงผลใหญ่แก่พระองค์ เมื่อพระองค์เสวยเสร็จและวางเมล็ดลงดิน พร้อมล้างพระหัตถ์เหนือเมล็ดนั้น ต้นมะม่วงคันทามพฤกษ์ ก็เติบโตขึ้นทันที สูงถึง 50 ศอก มีผลสุกเต็มต้นอย่างน่าอัศจรรย์
此事传到佛陀耳中,佛陀对这种为了一件身外之物而显露神通的行为进行了严厉的批评,并命人将钵打碎。然而,那些外道得知后却四处散布谣言,宣称他们比佛陀更厉害,并公开向佛陀发起挑战。对此,佛陀宣布将在八月十五满月之日在芒果树下施展双神通。外道们听后企图阻挠,将所有的芒果树都砍倒。但到了那一天,一位名叫犍陀的男子向佛陀供养了一颗硕大的芒果。佛陀食用完后,将果核埋入土中,并在上面清洗双手,刹那间,一棵名为犍陀的巨型芒果树拔地而起,高达五十肘,树上结满了成熟的果实。
จากนั้นพระองค์ทรงแสดง ยมกปาฏิหาริย์ โดยมีท่อไฟและสายน้ำไหลออกจากพระกายพร้อมกัน เป็นที่ตื่นตาตื่นใจแก่หมู่เทวดาและมนุษย์ หลังจากนั้นได้เสด็จขึ้นไปจำพรรษาบนสวรรค์ชั้นดาวดึงส์เพื่อโปรดพระพุทธมารดา โดยมีเรื่องเล่าของ อังกุระเทพบุตร และ อินทกะเทพบุตร ที่สอนให้รู้ว่า การทำบุญกับผู้มีศีล (เนื้อนาบุญที่ดี) แม้เพียงเล็กน้อย ก็มีผลมากกว่าการทำบุญปริมาณมากกับผู้ที่ไม่มีศีล
随后,佛陀施展双神变,身体同时喷射出火焰与清泉,令在场的天人与人类叹为观止。随后,佛陀升入忉利天度雨安居,为生母(摩耶夫人)宣说佛法。在此期间,讲述了安古拉与因陀迦两位天人的故事,以此教导世人:向持戒的人(殊胜的福田)布施,哪怕数量极少,其果报也远胜于向没有持戒的人进行大量的布施。
ในวันเสด็จกลับจากสวรรค์ พระองค์ทรง “เปิดโลก” ให้มนุษย์ เทวดา และสัตว์นรกเห็นกันหมด พุทธบริษัทต่างเห็นพุทธานุภาพแล้วเกิดความเลื่อมใส จนพระสารีบุตรกราบทูลว่า “ไม่เคยเห็นใครที่น่ารักและน่าภาคภูมิใจเท่าพระองค์มาก่อน” พระพุทธเจ้าจึงตรัสว่า ที่พระองค์ทรงเป็นที่รักของทั้งเทวดาและมนุษย์ ก็เพราะพระองค์ทรงเป็นปราชญ์ ขวนขวายในการฝึกจิต (ฌาน) และยินดีในความสงบคือพระนิพพาน
当佛陀从天界返回人间的当天开启了三界之门,让人类、天人与地狱众生能彼此看见。佛教徒们亲眼目睹了佛陀的无上威德后,无不生起敬仰心。舍利弗尊者赞叹道:“从未见过有谁像世尊这般令人爱戴与敬仰。”佛陀随即开示道:“如来之所以深受人天敬仰,是因为如来是一位智者,勤于修行,以寂静的涅槃为乐。”
ข้อคิด:
启示
การให้ทานควรเลือกให้ใน “บุญเขต” หรือบุคคลที่มีศีลธรรม เหมือนการหว่านพืชในนาที่ดินดี ย่อมให้ผลผลิตที่งอกงามกว่า
布施应当选择殊胜的福田或具足道德戒律者,如同在肥沃的良田里播种,才能获得大丰收。
