บูชาข้าวพระ (Th En Ch)

0
89

ประวัติและความเป็นมาของพิธีบูชาข้าวพระ

History of Bucha Khao Phra

荟供法会的起源

 

เรื่องของการบูชาข้าวพระหรือที่เราเรียกกันว่าการบูชาข้าวแด่พระสัมมาสัมพุทธเจ้า  เป็นประเพณีที่สืบทอดกันมาในประเพณีไทยมาตลอด  ในวัดพระธรรมกายก็มีการบูชาข้าวพระ เป็นงานบุญใหญ่ทุกอาทิตย์ต้นเดือน

Bucha Khao Phra, or food offering to the Lord Buddha, is a longstanding tradition that has been passed down in Thailand. Wat Phra Dhammakaya also practices Food Offering to the Lord Buddha as a meritorious ceremony every first Sunday of each month.

荟供法会或供养佛陀法会,是佛教的传统,也是法身寺在每个月第一个星期天,所举办的大型功德法会。

 

การบูชาข้าวพระแด่พระสัมมาสัมพุทธเจ้า  เราถือกันว่าเป็นการสร้างบุญใหญ่  เพราะว่าพระสัมมาสัมพุทธเจ้าพระองค์ตรัสไว้ว่าอานิสงส์ของการให้ทาน  แม้ให้ทานแก่สัตว์เดรัจฉาน  ยังมีอานิสงส์ถึง 100 เท่า

Food offering to the Lord Buddha is regarded as a great merit, as the Lord Buddha has announced that the merit from Dana, or giving, bears fruition. Even giving food to animal bears fruition up to a hundredfold.

供养佛陀是一项大功德。佛陀曾开示布施的功德,即使布施牲畜,也能获得100倍的功德。

 

ให้ทานแด่บุคคลผู้ทุศีล  มีมือเปื้อนเลือด  คือไม่มีศีลเลย ก็ยังได้อานิสงส์ถึง 1000 เท่า

Giving necessities to those who possesses no precepts bears fruition up to a thousand fold.

ให้ทานแด่ผู้ที่มีศีล 5 บริสุทธิ์  ในคราวที่ไม่มีพระพุทธศาสนาบังเกิดขึ้น ได้อานิสงส์ถึง 1 แสนเท่า

Giving food who have precepts bears fruition up to a million times.

ให้ทานแด่ดาบส ในคราวที่ไม่มีพระพุทธศาสนาบังเกิดขึ้น เป็นผู้ที่ทรงอภิญญา   ปราศจากกามราคะก็มีอานิสงส์ถึง 1 แสนโกฏิเท่า

Offering necessities to those who do not follow the Buddhist practice yet possess mental absorptions, or jhanas, who are free from the influence of sense-desire, will bear fruitions up to a million aeons.

ให้ทานแด่ผู้ที่ปฏิบัติเพื่อความเป็นพระโสดาบันก็ให้ได้อานิสงส์ถึง อสงไขยภพหรืออสงไขยเท่าทีเดียว คือไม่รู้ ไม่สามารถจะนับจะประมาณได้

Offering necessities to those who engage in Buddhist practice for the purpose of becoming a Sotapanna bears fruitions up to an Asankeya amount of aeons.

ให้ทานแด่ผู้ที่เป็นพระโสดาบัน  ได้บุญกุศลยิ่งกว่านั้นไปอีก

Offering food to Sotapannas bears even greater fruition.

ให้ทานแด่ผู้ที่ปฏิบัติเพื่อความเป็นพระสกิทาคามีก็ได้อานิสงส์มากขึ้นไปอีก

Offering food to whose who engage in Buddhist practice for the purpose of becoming a Sakitakami bears even greater fruition.

 

ให้ทานแด่พระสกิทาคามี  อานิสงส์มากขึ้นไปกว่านั้นอีก

Offering necessities to Sakitakami bears even greater fruition yet.

 

ให้ทานแด่ผู้ที่ปฏิบัติเพื่อความเป็นพระอนาคามีก็ได้อานิสงส์มากขึ้น

Offering necessities to those who engage in Buddhist practice for the purpose of becoming a Anagami bears even greater fruition.

 

ให้ทานแด่พระอนาคามีก็ได้อานิสงส์มากขึ้นไปอีก

Offering necessities to an Anagami bears greater fruition,

 

ให้ทานแด่ผู้ที่ปฏิบัติเพื่อความเป็นพระอรหันต์ก็ได้อานิสงส์มากขึ้นไปกว่านั้นอีกหลายเท่า

Offering necessities to those who engage in Buddhist practice for the purpose of becoming an Arahant bears even greater fruition

 

ให้ทานแด่พระอรหันต์ก็ได้อานิสงส์มากขึ้นนับเท่าไม่ถ้วนเลย

Offering necessities to Arahants bears fruition of immeasureable multitudes.

 

แล้วก็ให้ทานแด่พระปัจเจกพระพุทธเจ้ากับพระอรหันตสัมมาสัมพุทธเจ้า

And offering necessities to a Paccekabuddha and the Lord Buddha

 

ก็เพิ่มปริมาณของบุญกุศลที่จะบังเกิดขึ้นอีกนับเท่าไม่ถ้วนเลย

Increases the magnitude of the merit immeasurably.

布施双手沾满血腥、不守戒的恶人,可获得1000倍的功德。在佛教还没有出现的时期,

布施持守5戒圆满的人,可获得10万倍的功德;

布施断欲、有神通的隐士可得到万亿倍的功德;

布施须陀洹圣者,可获得无法计算的功德;

布施斯陀含圣者,获得更多的功德;

布施阿那含圣者,获得更多的功德;

布施阿那含圣者,获得更多的功德;

布施阿罗汉圣者,获得更多的功德;

而布施辟支佛或佛陀,所获得的功德更是不可计量。

 

เพราะฉะนั้นการที่จะมีโอกาสได้ถวายทาน หรือตักบาตร ทำบุญแด่พระสัมมาสัมพุทธเจ้า  เป็นโอกาสที่บังเกิดขึ้นได้ยาก  ใครได้มีโอกาสอย่างนี้ ถือว่าเป็นบุญ เป็นบุญมหาศาลทีเดียว

Therefore, having the opportunity to perform dana, or offering alms and making merit to the Lord buddha, is a great opportunity that is hard found. Those who are fortunate enough to have the opportunity are even rarer.

 

บุญนี้จะติดตัวไปให้มีโภคทรัพย์สมบัติอันบริบูรณ์  นับภพนับชาติไม่ถ้วนทีเดียว             This merit will provide us sufficient wealth for innumerable lifetimes.

所以,布施或是供养佛陀的机缘非常罕有,如果谁有这样的机缘,将立即获得无上大的功德,这个功德会生生世世陪伴我们,让我们拥有充足圆满的财富。

 

 

เพราะฉะนั้นคตินิยม  แล้วก็ความรู้ตรงนี้ ติดมาตั้งแต่สมัยพุทธกาล  แม้ในยามที่พระสัมมาสัมพุทธเจ้าพระองค์ทรงเสด็จดับขันธปรินิพพานไปแล้ว

Therefore, this knowledge has existed since the age of the Buddha and continues to be passed down after he has entered Parinibanna.

 

ปราศจากกายเนื้อแล้ว  มีพระธรรมกายปรากฏอยู่ด้วย ด้วยพระธรรมกายในอายตนะนิพพาน     แต่บุคคลผู้ที่อยากได้บุญ ก็ถือเอาพระพุทธปฏิมากรหรือพระพุทธรูปเป็นองค์แทนของพระธรรมกายของสัมมาสัมพุทธเจ้า

Arising from the material body is the Dhamma body that connects to Nibanna. However, those who wish to receive merit are able to have a Buddha image representing the Dhammakaya instead

 

แล้วก็จัดอาหาร  สำรับ  ถ้วยเล็กถ้วยน้อย  แล้วก็เอาไปถวายแด่พระสัมมาสัมพุทธเจ้า  โดยอาศัยพระพุทธปฏิมากรหรือพระพุทธรูปเป็นตัวแทน   การทำอย่างนี้ ก็ไม่ได้ถึงพระองค์จริง  เพราะกายเนื้อพระองค์ดับขันธปรินิพพานไปแล้ว    แล้วก็ไม่ได้ถึงธรรมกายของพระองค์จริง  เพราะว่าไม่ได้เข้าถึงพระธรรมกาย แล้วก็ไม่ได้ไปถวายแด่พระองค์ที่อายตนะนิพพานด้วย    เพราะฉะนั้นการถวายแบบนี้จึงเรียกว่า การถวายแบบขอถึง  เป็นการขอถึง ยังไม่ได้เข้าถึง      แล้วเป็นการบูชาข้าวพระที่ทำกันสืบเนื่องเป็นประเพณีต่อมา

While having a Buddha image representing the Lord Buddha in preparing and offering food may not literally bring him food, as the Lord Buddha has already passed away, nor be offered to his Dhamma body, nor is it literally offered to him in Nibanna, yet because of the conditions of having a ceremony, we call this type of offering as an intention, and is a type of offering that has been traditionally passed down by generations.

这种传统或者文化,从佛陀时期就流传下来了。虽然佛陀已经涅槃,肉身不存在了,但法身仍然长存。因为涅槃之岸的法身仍在,想获取功德的人,就会拿佛像来替代佛陀的法身,准备一小碟的饭菜来供养佛陀,以皈依佛像来代替佛陀。但这样做不是供养真正的佛陀,因为佛陀的肉身已经涅槃;这样做也不会进入佛陀真正的法身,因为供养人还没有证入法身,也无法到涅槃供养佛陀。所以,这种供养只是一种期望式的供养,不能真正的供养佛陀。之后,荟供法会,就成为一种传统保留下来。

 

ส่วนที่วัดพระธรรมกาย  ที่มีพิธีบูชาข้าวพระทุกอาทิตย์ต้นเดือน เป็นงานบุญใหญ่  อันนี้ก็มีเรื่องราวที่มาที่ไปว่า   เมื่อพระเดชพระคุณหลวงปู่วัดปากน้ำภาษีเจริญ  พระมงคลเทพมุนี สดจันทสโร ผู้ค้นพบวิชชาธรรมกาย เมื่อท่านบังเกิดขึ้นในโลกแล้วก็ได้สละชีวิตปฏิบัติธรรม  จนกระทั่งเข้าถึงพระธรรมกายภายใน  แล้วก็ได้ศึกษาค้นคว้าวิชชาธรรมกาย จนกระทั่งมีความกระจ่างแจ้งในความจริงของโลกและชิวิต   หลังจากนั้น ท่านก็ได้ไปอบรมสั่งสอนลูกศิษย์ ให้ได้เข้าถึงพระธรรมกายตามท่านมามากมายทีเดียว  หนึ่งในจำนวนนั้นก็มี คุณยายอาจารย์มหารัตนอุบาสิกาจันทร์ขนนกยูง     อีกท่านนึงก็คือ คุณยายอุบาสิกาทองสุข  สำแดงปั้น  ซึ่งคุณยายทองสุกท่านก็เป็นครูที่สอนธรรมะให้กับคุณยายจันทร์ของเราตั้งแต่เบื้องต้น  แล้วก็เป็นผู้ที่พามาบวชเป็นอุบาสิกาแม่ชีที่วัดปากน้ำ  แล้วก็จะถ่ายทอดสิ่งที่ดีงามให้แก่กันและกันมาตลอด

 

In regards to Wat Phra Dhammakaya’s ceremony in offering food to the Lord Buddha, it is considered a grand event that bears its own history. Luang Pu Wat Paknam Bhasichareon Phra Mongkolthepmuni Sodh Candasaro, Rediscoverer of Vijja Dhammakaya, having sacrificing his life to attain the Dhamma and realizing the truth of life and the world, then researched the Vijja Dhammakaya method to the fullest. He then disseminated and taught the Vijja to his disciples, guiding them to attain the Dhammakaya. One of those disciples was Khun Yay Chandra, Ratanamaha Upasika Koonokyoong. Another was Khun Yay Tongsuk,  Samdaengpan, the teacher who taught Khun Yay Chandra the method of Vijja Dhammakaya from the start and brought her to nunhood at Wat Paknam, along with being an influence of many good virtues for Khun Yay.

法身寺每个月第一个星期日的荟供法会,成为一个大型的功德法会,有其缘由。当法身法门发现者,帕西咋能县北榄寺蒙昆贴牟尼祖师(湛塔萨罗)诞生于世间,舍命修行,证入法身后,开始探寻法身法门,最终明白世界和生命的真谛。祖师培养了许多和他一样能证入法身的弟子。而在这么多弟子中,大宝优婆夷詹.孔诺雍老奶奶就是其中的一位,另一位是初期教导詹老奶奶佛法,引领詹老奶奶到北榄寺,出家为八戒女的通素老奶奶。她们两位一直相互传授善事和美事。

 

จนกระทั่งมาวันหนึ่ง  คุณยายท่านเล่าให้ฟังว่า  เป็นวันสงกรานต์  ประมาณซัก ปี 2490 กว่าๆ  ที่วัดปากน้ำก็มีพิธีก่อพระเจดีย์ทราย  หรือที่ชาวบ้านเรียกกันว่า ก่อพระทราย ก็คือเอาทรายมาก่อ แล้วก็ประดับด้วยดอกไม้ ด้วยธงทิวอะไรต่างๆเพื่อเป็นการบูชาพระสัมมาสัมพุทธเจ้า  คุณยายทองสุกท่านก็ไปร่วมงานประเพณีกับเค้าด้วย  แต่ในฐานะที่ท่านเป็นนักปฏิบัติธรรม  ท่านก็ฉุกคิดขึ้นมาในใจว่า เอ เราบูชาพระสัมมาสัมพุทธเจ้าด้วยเพราะเจดีย์ทรายเนี่ย  เราบูชาแบบประเพณีทั่วไป มันก็ไม่ถึงพระพุทธเจ้า  เราจะเอาเจดีย์ทรายไปบูชาพระบรมสารีริกธาตุของพระสัมมาสัมพุทธเจ้าที่ประดิษฐานอยู่ที่จุฬามณี  บนสวรรค์ชั้นดาวดึงส์จะได้ไหม?  ท่านก็คิดอยู่ในใจแล้วก็ลงมือปฏิบัติเลย  โดยน้อมเอาพระเจดีย์ทรายที่ท่านก่อขึ้นมา  น้อมเอาเข้าไปไว้ที่ศูนย์กลางกาย  แล้วก็กลั่นให้ใส   แล้วก็นึกน้อมเอาไปถวายแด่พระบรมสารีริกธาตุที่บรรจุอยู่ในจุฬามณี  ที่สวรรค์ชั้นดาวดึงส์  ก็ปรากฏว่า ท่านก็ทำได้  ทำได้อย่างที่นึกทีเดียว  มันเกิดความภาคภูมิใจว่า เออ ได้ทำในสิ่งที่ทำได้ยาก

Until one day, Khun Yay Chandra recalled a story during Songkran, Thai New Year, in the year of 1947,  where Wat Paknam hosted a ceremony involving decorating a cetiya constructed of sand with flowers and flags in homage of the Lord Buddha. Khun Yay Tongsuk at the time joined the ceremony, reflected on the occasion and thought, “We pay homage to the Lord Buddha with a sand cetiya, yet it does not reach him. But what if we offered this cetiya to the celestial cetiya possessing Buddha relics, located in second level of heaven?” She then sat in meditation to find out whether this method may give fruition, and in fact found out to her pleasure that she was able to indeed.

有一天,奶奶讲述道:大约在佛历2490年的时候,北榄寺举行了建沙塔仪式,村民们称为「堆佛塔」。就是用沙堆成佛塔,再用鲜花和各种彩旗来装饰,以此供养佛陀。那时通素奶奶和她一起参加,通素奶奶那时已经是修行高人,醒悟到以沙塔来供养佛陀,只是一种普通的供养,不是真正地供养佛陀。

「我们是否能够用普通的沙塔,供养忉利天莲花塔的佛舍利呢?」

通素奶奶深思熟虑之后,开始静坐,恭敬地把自己堆起的沙塔,安放在身体中央点净化,观想着把这一沙塔,供养忉利天莲花塔的佛舍利。奶奶终于如愿以偿,完成如此艰难之事,感到非常的自豪。

 

พอกลับมาก็มาพูดมาบอกกับคุณยายจันทร์  ว่า คุณยาย วันนี้เอาพระเจดีย์ทรายไปบูชาพระบรมสารีริกธาตุที่จุฬามณีได้แล้ว ลองทำดูบ้างสิ    คุณยายของเราท่านก็เป็นนักปฏิบัติธรรม ท่านก็ลองทำดู  ตอนนั้นก็มี โต๊ะหมู่บูชา  ก็มีดอกไม้ ของหอมอะไรต่างๆ  ท่านก็น้อมเอาเข้าศูนย์กลางกายไป  แล้วก็กลั่นให้ใสโดยวิธีการเดียวกัน  ก็น้อมไปบูชาพระบรมสารีริกธาตุของพระสัมมาสัมพุทธเจ้าที่ประดิษฐานที่พระจุฬามณีบนสวรรค์ชั้นดาวดึงส์  ก็ปรากฏว่า ก็ทำได้ด้วย   ก็เลยได้ทำการบูชาอย่างนั้นต่อมา

She recounted her offering to Khun Yay Chandra in how she was able to offer the sand cetiya as homage to the Buddha relics contained in the celestial cetiya named Julamanee, and encouraged her to try on her own. Khun Yay Chandra then sat in meditation to test out as a meditator. At that time, there was an offering table bearing flowers and incense, which she mentally placed at the center of her body and purified it according to the method of Vijja Dhammakaya, and offered it to the same celestial cetiya. Khun Yay found that she took as able to make the same offering, making this the very method used to pay homage to the Lord Buddha from then on.

通素奶奶回来后,跟詹老奶奶说:詹,今天我成功地把佛塔供养莲花塔中的佛舍利,你来试试看吧。詹老奶奶也是修行中人,也试着去做。那时有供桌,鲜花和各种香料,詹奶奶就把这些东西安放在身体的中央,以相同的方式把这些物品净化后,便拿来供养忉利天莲花塔的佛舍利。最后詹奶奶也成功了,之后,都以这种方式来供养佛陀。

 

จนกระทั่งต่อมา  ท่านก็มานึกอีกว่า ทุกๆเช้า จะมีระเบียบวิธีว่าพระภิกษุก่อนที่จะฉันภัตตาหาร  ก็จะมีการบูชาข้าวพระ  แล้วก็สวดถวายบูชาข้าวพระก่อนที่จะฉัน  ท่านก็มานึกว่า    พระท่านมีการสวดบูชาข้าวพระกันทุกครั้งทุกมื้อภัตตาหารเช้า  แต่เราเป็นแม่ชี เราก็ไม่ได้สวดอะไรกับเค้า เอ เราจะสามารถเอาภัตตาหารไปถวายแด่พระสัมมาสัมพุทธเจ้า  ที่มีพระธรรมกายอยู่บนอายตนะนิพพานได้ไหม   ?   พอท่านนึก ท่านก็เลยลองทำดู  ก็เอาภัตตาหารที่ท่านจะรับประทานนี่แหละ  ก็จัดเป็นสำรับอย่างดีแล้วก็นั่งเข้าที่  เอาอาหาร ที่จัดอย่างดีแล้วเนี่ย น้อมเข้าไปที่ศูนย์กลางกาย  กลั่นให้ใส  แล้วก็นึกน้อม เอาไปถวายแด่พระสัมมาสัมพุทธเจ้าบนอายตนะนิพพาน   ซึ่งการที่จะทำได้อย่างนี้เนี่ย ก็คือว่า ท่านก็ต้องศึกษาค้นคว้าวิชชาธรรมกาย  เรียนมาจากพระเดชพระคุณหลวงปู่วัดปากน้ำเสียก่อน  จึงจะสามารถทำอย่างนี้ได้

When it occurred to Khun Yay that monks would chant to offer food to the Lord Buddha before their meal, she wondered, “Monks chant before each meal to offer food, but as for me, I am a nun. Would I be able to offer food to the Lord Buddha in Nibanna in the same way?” Khun Yay then arranged the food neatly in front of her and sat in meditation, placing this well arranged meal at the center of her body and purified it to be crystal clear, offering it to the Lord Buddha in Nibanna. It was by learning from Luang Pu Wat Paknam that she was able to conduct such a method.

后来奶奶又想:

「每天早上,比丘在用膳前,每餐都诵经供养佛陀。我是八戒女,没有跟他们一起诵经,那我能把这些食物,供养佛陀于涅槃之岸的法身吗?」

奶奶经过思索后,就尝试着去做。她准备饭菜后,开始打坐,把这些饭菜安放在身体中央,进行净化,观想着把这些食物供养涅槃之岸的佛陀。能做成这件事,表明奶奶已经从北榄寺祖师那里学会了法身法门,才能成功的供养。

 

คุณยายท่านก็เลยได้ทำ  แล้วก็ได้ชักชวนคุณยายอุบาสิกาทองสุก  สำแดงปั้น  ก็ได้ทำร่วมกันมาโดยตลอด   ในภายหลังก็ได้ไปเล่าเรื่องนี้ให้กับพระเดชพระคุณหลวงปู่วัดปากน้ำฟัง  พระเดชพระคุณหลวงปู่วัดปากน้ำท่านก็กล่าวอนุโมทนาสาธุการบอกว่า  นี่แหละ เป็นการบูชาข้าวพระแบบเข้าถึงจริงๆ เข้าถึงถึงตัวจริงของพระสัมมาสัมพุทธเจ้าบนอายตนะนิพพานเลย  อย่างที่เราได้ทราบว่า  การที่จะตักบาตร ทำบุญ ให้ทานแด่พระสัมมาสัมพุทธเจ้า  ได้อานิสงส์นับประมาณมิได้เลย  และนี่เป็นการทำบุญถูกเนื้อนาบุญ แล้วก็พระสัมมาสัมพุทธเจ้าบนอายตนะนิพพานไม่ใช่มีพระองค์เดียว  มีนับอสงไขยพระองค์ไม่ถ้วน  เพราะฉะนั้นการบูชาข้าวพระแต่ละครั้ง ที่เราทำสืบเนื่องกันมาเป็นประเพณี  จึงเป็นบุญใหญ่มาก เป็นบุญมหาศาล  คุณยายท่านก็มีมโนปณิธาณจะติดตามพระเดชพระคุณหลวงปู่ไป  จะรื้อสัตว์ขนสัตว์ไปถึงที่สุดแห่งธรรม  ซึ่งต้องใช้บุญใหญ่มาก

Khun Yay tried on her own and invited Khun Yay Tongsuk to join her. She later informed Luang Pu Wat Paknam about their offering and Luang Pu rejoiced in their merits, “This, this is how an offering truly reaches the recipient. This is how one’s offering directly reaches the Lord Buddha in Nibanna.” In offering alms to the Lord Buddha bears immeasurable merits, and having merit made to the correct persons. Making merit to the countless Buddhas in Nibanna therefore is a great merit. Khun Yay has the resolution to follow Luang Pu and release all living beings from the cycle of Samsara towards the Utmost Dhamma. Such a resolution requires great merit.

奶奶完成后,就邀请通素奶奶一起做。后来奶奶还把这件事告知北榄寺祖师,祖师随喜功德说:这是真正的供养佛陀,能够真正地供养涅槃之岸的佛陀真身。我们都知道:斋僧,行善,布施佛陀可获得无量的功德。这是真正的供养福田,处在涅槃之岸的佛陀不是只有一尊,而是有无数尊的佛陀。所以,每次举办保留的传统法会,都是一种大功德,无量的功德。奶奶有意追随祖师到达法的究竟,就必须要拥有无上的功德才能做得到。

 

เพราะฉะนั้นก็เมตตาปรารถนาดี  อยากจะให้ลูกศิษย์ของท่านได้บุญใหญ่อย่างนี้ด้วย  จึงได้นำงานบูชาข้าวพระมาเป็นประเพณีที่ทำสืบทอดต่อกันมา  ซึ่งที่วัดของเราก็ได้ทำสืบเนื่องกันมาตั้งแต่เริ่มต้นสร้างวัด  ไม่ได้ขาดเลยแม้แต่เดือนเดียว  โดยอาศัยทุกวันอาทิตย์ต้นเดือนก็จะมีงานบุญใหญ่งานบูชาข้าวพระกัน

Therefore, with good intention and metta, she allows her disciples to partake in the great merit and brings forth the tradition of offering food to the Lord Buddha.

Since the founding of Wat Phra Dhammakaya, our temple has set the tradition to be the first Sunday of each month, never having missed a ceremony.

奶奶希望她的弟子能获得这一项大功德,便举办荟供法会,将其传承下来,形成了法身寺的文化。建寺以来,寺院从来没有一个月缺过荟供法会,每个月的第一个星期天,都会举办供养佛陀的大型荟供法会。

 

การบูชาข้าวพระแบบเข้าถึงพระพุทธเจ้า  ก็ต้องอาศัยผู้ที่เข้าถึงวิชชาธรรมกายอย่างเช่นคุณยายเป็นต้น  เราถึงจะสามารถไปทำได้  แต่การที่เราได้ทำการบูชาข้าวพระก่อน  ขบฉันภัตตาหาร  หลับตา แล้วก็ระลึกนึกถึงอาหาร ตรงหน้าของเรา แล้วก็น้อมเข้ามาในกลาง  นึกถวายแด่พระสัมมาสัมพุทธเจ้าด้วยใจ

Making an offering that reaches the Lord Buddha requires attaining the Dhammakaya within, just as Khun Yay Chandra attained. However, in having a food offering, closing our eyes, and imagining the food in front of us at the center of our body, offering to the Lord Buddha using our mind,

我们要想真正的供养佛陀,就必须依靠像老奶奶这类证入法身的人才能办到。在用餐前供养佛陀,首先要闭上眼睛,观想面前的饭菜,把饭菜放置在身体中央,虔诚的供养佛陀。

 

เพราะฉะนั้นเรายังไม่ได้เข้าถึงวิชชาธรรมกาย  เรายังไม่สามารถไปถวายแด่พระสัมมาสัมพุทธเจ้าองค์จริงได้

ก็เป็นเพียงการบูชาข้าวพระแบบขอถึงเท่านั้น  แต่แม้การจะบูชาข้าวพระแบบนี้ แบบขอถึงนี้ก็ยังมีอานิสงส์มาก

As we have not yet attained the Vijja Dhammakaya, we are not yet able to offer food directly to the Lord Buddha. It is an intention to offer food to the Buddha, yet having the intention and wish to offer still bears merit.

在证悟法身之前,还不能真正地供养佛陀,只能用一种期望的方式来进行供养。 用这一种方式,或是像我们祖先那样准备饭菜拿到供桌上供养佛陀,供养人都会拥有很多的功德。

 

 

 

 

หรืออย่างที่ปู่ ย่า ตา ยาย ของเรา ก็จัดอาหาร  สำรับ ชุดเล็กชุดน้อย แล้วก็เอาไปบูชาพระพุทธรูปที่หน้าโต๊ะหมู่บูชา ก็ยังมีอานิสงส์มาก  เพราะธรรมดา ถ้าเรานึก  อาหาร ที่เรารับประทานเข้าไป  ก็จะเปลี่ยนเป็นเรี่ยวแรงกำลัง  เรี่ยวแรงกำลังนั้นจะเอาไปใช้ทำดีหรือทำไม่ดี  มันก็ขึ้นอยู่กับความคิด จิตใจของเราในขณะนั้น  เพราะฉะนั้นถ้าหากว่าในขณะที่เรารับประทานอาหารเข้าไป  จิตใจของเรามีความผ่องใส  มีความคิดที่ดีงาม  เรี่ยวแรงกำลังที่บังเกิดขึ้นก็จะน้อมนำไปใช้เพื่อการสร้างความดี เป็นบุญเป็นกุศล

Or offering food to a Buddha image, as our ancestors have done, which still bears great merit. Usually, the food we eat turns to strength for us to use towards good or bad deeds depending on our thought and mind. Therefore, if we eat good and maintain a clear mind that becomes strength to do good deeds.

一般来说,如果我们想到自己吃下去的食物,会转变成做好事或坏事的力量,全都取决于我们的心。所以,在我们把食物吃进肚子时,如果我们的心纯净透明,有美好的念头,把产生的力量用来做善事,那么这就是功德。

 

 

อย่างนี้โบราณท่านบอกว่า ข้าวที่เรารับประทานเข้าไปก็กลายเป็นข้าวทิพย์   เพราะเป็นข้าวที่เกิดคุณประโยชน์  เกิดสิ่งที่ประเสริฐดีงามขึ้นมา  แต่ถ้าในทางตรงกันข้าม  เรารับประทานอาหารเข้าไป  จิตใจก็ขุ่นมัว  กำลังโกรธเกรี้ยวอยู่เลย  อยากจะไปทุบคนนั้น ไปถองคนนี้ซักทีนึง  กินไปก็โกรธไป  ปรากฎว่าพอรับประทานเปลี่ยนเป็นเรี่ยวแรงกำลัง  มีกำลังแล้วก็เอาไปใช้ประกอบบาปอกุศลขึ้นมา  อย่างนั้นข้าวที่เรารับประทานไป  โบราณเค้าบอกว่าเป็นข้าวทิพย์  พอกินไปแล้วไม่ได้เกิดประโยชน์ต่อร่างกายเลย  ไม่ได้เกิดประโยชน์ต่อชีวิตเราเลย  แต่เป็นไปเพื่ออกุศล บาป เป็นไปเพื่อความเสื่อม  เพราะฉะนั้นถ้าเราพิจารณาอย่างนี้แล้ว  การบูชาข้าวพระก็จะมีอานิสงส์มาก  ก็คือว่า  การน้อมนำใจของเราไปเกาะเกี่ยวกับพระรัตนตรัย  นึกเอาข้าวกลั่นให้ใส มาไว้ที่ศูนย์กลางกาย  ใจเราก็เกาะเกี่ยวที่ศูนย์กลางกายแล้ว  นึกน้อมเอาไปถวายแด่พระสัมมาสัมพุทธเจ้า  ใจของเราก็จะยิ่งผ่องใสเพิ่มขึ้น  เพราะว่าใจเกาะเกี่ยวอยู่ในพระรัตนตรัยซึ่งเป็นของสูง ของสะอาด บริสุทธิ์ ก็จะมีอานิสงส์ทำให้ใจเรามีความผ่องใส  พอใจมีความผ่องใส  ความคิด คำพูด การกระทำก็จะดีตามไปด้วย

Traditionally, our ancestors say that this food we consume becomes heavenly food, yet if we consume it with a clouded mind filled with rage and vengeful thoughts, we may end up using the strength gained from the food to do bad deeds. Even though ancestors call it heavenly food, we gain no benefit from eating it, whether for our body or life, and instead develop unwholesomeness in character. Considering this, the merit gained from Bucha Khao Phra is generous, when we offer with a clear mind and in refuge of the Lord Buddha, making our mind becoming more radiant. When our mind is with the Triple Gem that we highly venerate, our mind becomes acquainted with the purity, becoming radiant. When our mind becomes radiant, our body, speech, and mind are conducted accordingly.

古代贤者曾评述:吃下的东西将会变成仙品,能产生利益与美好的粮食。相反,如果吃下食物后,心灵浑浊,怒火中烧,不是想要去打这个,就是想要去揍那个,边吃边生气,这样的话,吃下去的饭菜就转变为造恶的力量,变成毒药,无益于生活,只利于恶业、罪孽和腐败。

以清净的心供养佛陀,便会拥有许多的功德。集中心皈依三宝,观想把净化的饭菜放在身体的中央,心连结身体的中央点,再恭敬地供养佛陀。当心皈依至高、清洁、纯净的三宝,心就会更加透明。用功德来洁净心灵,当心纯净后,言行和想法也会跟着好起来。

 

 

ประการที่ 2 ก็คือว่า  ในขณะที่ใจเราผ่องใส  ใจเราก็เกาะเกี่ยวกับพระในตัวหรือเกาะเกี่ยวกับศูนย์กลางกาย  การที่เราจะประพฤติปฏิบัติธรรม ทั้งนอกรอบ  ในรอบ  ก็จะเป็นไปด้วยความต่อเนื่อง  ทำให้ผลการปฏิบัติธรรมของเราก้าวหน้าได้อย่างรวดเร็ว  ไม่ใช่ว่าทำได้แต่เฉพาะในรอบเท่านั้น  พอออกมานอกรอบ ปฏิบัติกิจวัตรกิจกรรมอื่นๆใจเราก็หลุดฟุ้งซ่านไปเรื่องต่างๆ   แต่นี่ทุกครั้งที่เราตักข้าวไป ก็น้อมข้าวทุกคำเป็นดวงธรรมภายในไปได้

Secondly, when the mind is radiant, the mind becomes attached to the Buddha within, or the center of the body. How we engage in our meditation practice depends on our consistency during our sitting and outside of our sitting. Consistency allows for our meditation to progress quickly, not only during our sessions, but when we are on our daily routines. With each scoop of food we take, we imagine it as a Dhamma sphere within, maintaining our practice thoroughly.

第二点就是:当我们的心纯净后,心就会皈依内在三宝,或是依附在身体的中央,能毫不间断地内外兼修,修行成果迅速提高。这不是说只能在规定的时间内修行,出了禅修室以后,在处理别的日常事务时,心就会胡思乱想。正确的方法则是,在我们每次舀饭食用时,自然的把每一口饭放在法球中。

 

ประการที่ 3 ก็คือว่า ก็จะทำให้เรามีสติสัมปชัญญะ รู้ตัวอยู่  เพราะการที่เราได้รับคำสั่งคำสอนบอกว่า  อีก 4 5 คำจะอิ่ม  นั่นหมายความว่า อิ่มแล้ว ให้เราหยุดได้  พอแล้ว  ก็ต้องอาศัยสติสัมปชัญญะในการควบคุม

 

Thirdly, engaging in Bucha Khao Phra allows for us to have Sati, or consciousness, and Sampajanna, or mindfulness, because according to Buddhist practice, three to four mouthfuls until we are full means that we are already full. It requires consciousness and mindfulness to be aware of this fact.

 

จะขบ จะฉัน จะรับประทานอะไร  อะไรควรกิน  อะไรไม่ควรกิน ล้วนแต่ต้องอาศัยสติสัมปชัญญะในการควบคุมทั้งสิ้น  เพราะฉะนั้นการที่เราได้นึกน้อมถวายข้าวพระพุทธ บูชาข้าวพระ  ก่อนที่เราจะรับประทาน  แม้เป็นแบบขอถึงก็ตามก็ยังได้อานิสงส์  ทำให้เรามีสติแจ่มใส  มีความละเอียดรอบคอบ  ช่างสังเกต ช่างพิจารณา  การที่จะศึกษาธรรมะ  จะฝึกฝนอบรมตัวเราเอง ก็จะเป็นไปด้วยความก้าวหน้าอย่างรวดเร็ว  เพราะฉะนั้นไม่ว่าเราจะบูชาข้าวพระแบบไหนก็ตาม  แบบเข้าถึงหรือแบบขอถึง  ก็ได้อานิสงส์ใหญ่ทั้งสิ้น

When we eat and make choices about our diet, it requires Sati Sampajanna for everything. When we make an offering of Bucha Khao Phra before our meal, even if it is a wish to make an offering, we still gain fruition from this intention. It allows for us to have clear consciousness, be scrupulous and thorough,  and be investigative in studying Dhamma. It allows for us to train oneself with great progress, therefore, regardless of how one conducts their offering to the Lord Buddha, it brings great merit either way,

第三点:使我们有理智,察觉自身。如果再吃四至五口就饱,意味着已经饱了,可以停下了,已经够了,这都需要用理智控制,要嚼,要吃,要食用什么,什么是应该吃,什么是不应该吃,全都需要理智来控制。所以,在我们吃饭之前,要观想把饭供养佛陀,即使只有忆念,也能得到功德,让我们有透明光亮的心,缜密周全,善于观察、思考。学习佛法和自我培训,能快速进步。不管是否证入,还是请求供养佛陀,都将获得功德。

 

 

แต่ถ้าหากว่าเราสามารถประพฤติปฏิบัติธรรมได้เข้าถึงพระธรรมกาย  ไปศึกษาวิชชาธรรมกาย แล้วได้บูชาข้าวพระแบบเข้าถึงได้  อันนี้ก็จะเป็นอานิสงส์ใหญ่สำหรับเรา  หรือไม่อย่างนั้นก็ต้องมาร่วมพิธีบูชาข้าวพระ  ทุกวันอาทิตย์ต้นเดือนที่วัดพระธรรมกาย หรือที่ตามศูนย์สาขาต่างๆ  ก็จะได้บุญใหญ่ อานิสงส์ใหญ่จากผู้ที่สามารถจะเข้าถึงวิชชาธรรมกายได้  ก็น้อมนำภัตตาหารที่เราเอามาร่วมในพิธีเอาไปถวายแด่พระสัมมาสัมพุทธเจ้าพระองค์จริงที่ปรากฎอยู่ด้วยพระธรรมกายในอายตนะนิพพาน  ก็จะทำให้เราได้อานิสงส์ใหญ่โดยทั่วกัน

However, if we are able to meditate and make an offering directly to the Triple Gem within, to learn the art of Vijja Dhammakaya, we will earn tremendous merit. Otherwise, we are able to join the Bucha Khao Phra ceremony at Wat Phra Dhammakaya and participating centers, every first Sunday of the month. By joining the ceremony, we take part in the great merit of those who are able to make a direct offering to all the Lord Buddhas in Nibanna, earning us a part in this meritorious event.

如果修行并证悟法身,也能学习法身法门,供养佛陀,这对于我们说是大功德。否则,我们就要去法身寺或其他修行中心,参加每个月初第一个星期天的荟供法会,这样也可以获得大功德。那些能够证入法身之人,可将食物恭敬地拿去供养涅槃究竟的法身,会使所有人都获得大功德。