ชีวประวัติหลวงพ่อทัตตชีโว (Th En Ch)

0
26

ชีวประวัติหลวงพ่อทัตตชีโว

Short Biography of the Most Venerable Luang Por Dattajeevo

施命法师简介

 

หลวงพ่อทัตตชีโว มีนามเดิมว่า เผด็จ ผ่องสวัสดิ์ ถือกำเนิดในครอบครัวชาวไร่ในจังหวัดกาญจนบุรี เมื่อวันเสาร์ที่ ๒๑ ธันวาคม พุทธศักราช ๒๔๘๓ เวลา ๐ นาฬิกา ๓๐ นาที แต่ทางบ้านไปแจ้งเกิดเมื่อวันที่ ๑ มกราคม พุทธศักราช ๒๔๘๔ โยมบิดาชื่อ นายสุน ผ่องสวัสดิ์ โยมมารดาชื่อ นางฮวย ผ่องสวัสดิ์

The Most Venerable Phrabhavanaviriyakhun (Luang Por Dattajeevo), formerly Mr. Padej Pongsawat, was born at half past midnight on Saturday, 21st of December 1940 (2483 B.E), the second child of Mr. Sune and Mrs. Huay Pongsawat – an agricultural family in Kanchanaburi Province. However, the family didn’t officially register his actual day of birth at the municipality until 1st January 1941 (2484 B.E.).

法身寺副住持他达奇哇师父,或称施命法师,俗名叫帕蒂‧彭萨哇(音译),于1940年12月21日半夜12点30分,出生在北碧府的一户农民家庭中。但家里却将出生日期申报为1941年1月1日,父亲名为蜀彭萨哇,母亲名为慧彭萨哇。

 

อาศัยที่โยมบิดาเป็นคนที่ขยันขันแข็งและมีวิสัยทัศน์กว้างไกลกว่าชาวไร่ธรรมดาทั่วไป จึงได้พยายามอบรมเคี่ยวเข็ญลูกๆ ทุกคนจนได้ดีทั้งทางด้านการศึกษาและความประพฤติ

Mr. Sune Pongsawat was an assiduous and hardworking man who had a greater vision compared to other farmers, demanding excellence from both of his children in their studies at school and conduct as citizens of society.

身为一家之主的父亲,非常的积极勤劳,而且比普通的农民更有远见。于是经常教导每个孩子,并培养让他们无论在学业或行为上,都有非常优异的表现。

 

เส้นทางในการสร้างบารมีของหลวงพ่อทัตตชีโวค่อนข้างจะโลดโผนและน่าสนใจอยู่ไม่น้อย เพื่อรักษาอรรถรสและข้อมูลที่แท้จริง จึงขอใช้เรื่องราวที่หลวงพ่อทัตตชีโวเคยเล่าให้ฟังมานำเสนอดังต่อไปนี้

The Most Venerable Phrabhavanaviriyakhun’s path in the pursuit of Perfections is vastly interesting and far from ordinary. In order to maintain the authenticity and feel, the life story of Luang Por Dattajeevo will be presented in his own words.

施命大师的修波罗蜜之路,相当的惊险与有趣。为了保持内容原有的特性和真实性,我们将施命大师曾经自我讲述过的事迹,拿来编辑成文,内容如下:

 

“…เมื่ออาตมามีอายุย่างเข้าวัยรุ่นนั้น อาตมารักการฝึกสมาธิมาก เริ่มต้นมาตั้งแต่ประมาณปี พ.ศ. ๒๔๙๗ – ๙๘ ขณะเรียนหนังสืออยู่ชั้นมัธยม ๔ แรกทีเดียวเป็นเพราะได้อ่านวิธีฝึกสมาธิในคัมภีร์วิสุทธิมรรค ซึ่งรจนาโดยพระพุทธโฆสาจารย์ เมื่อประมาณ พ.ศ.๙๐๐ ที่เจอเพราะรักการอ่านหนังสือเป็นชีวิตจิตใจนั่นเอง อาตมาอ่านหนังสือทุกประเภท อ่านดะไปหมด อ่านจนหมดห้องสมุดประชาชนประจำจังหวัดกาญจนบุรี พออ่านคัมภีร์วิสุทธิมรรคแล้วก็อยากฝึกสมาธิ แต่ฝึกเองไม่ได้ผล จึงดั้นด้นค้นหาอาจารย์สอนสมาธิ ให้บังเอิญไปพบอาจารย์ที่ฝึกสมาธิเพื่อประโยชน์ทางอิทธิฤทธิ์เข้าก่อน จึงเลยเป็นไปตามฤทธิ์หนุ่ม คือ ฝึกวิชาหนังเหนียว รูดโซ่ ลุยไฟ สะเดาะกลอน สารพัด ใจมันอยากจะเป็นขุนแผนกับเขาบ้าง ตอนนั้นไม่รู้เลยว่าวิชาเหล่านี้เป็นวิชามาร คิดว่าเป็นวิชาพระ เพราะมีคาถาประกอบเป็นบทสรรเสริญพระพุทธคุณบ้าง บทสรรเสริญพระโมคคัลลาน์อัครสาวกผู้มีฤทธิ์บ้าง

As a teenager, I loved practicing meditation; it started around 1947-1948 (2497-2498 B.E.) when I was in the 10th grade. The word meditation first piqued my attention as I was reading an ancient text Visudhimagga that was authored by Phraputakosajarn from around the year 457 (900 B.E.).  I discovered this text because of my love of reading – it truly was my passion. I read all sorts of books and practically read every book in the Kanchanaburi Library. Once I finished this ancient text, I wanted to practice meditation; however, it was hard obtaining good results when you practiced on your own. Therefore, I was on a personal quest to find a meditation instructor, and through sheer coincidence I came across an instructor who was practicing meditation in order to advance his black magic. And being a teenager, I was automatically drawn to such techniques as immortality, heat resistance, and unlocking locks using magic. At that time, I wasn’t aware that this form of black magic belonged to the Dark Art. I thought it was part of the Wholesome Art because there were incantations extolling the virtues of the Triple Gem and Venerable Moggallana, one of the Lord Buddha’s chief disciples endowed with psychic powers.

那时师父还很年轻,大约于佛历2497年至2498年左右,上高中一年级,师父便开始喜欢练习打坐。,当时师父阅读了《清净道论》这本书中介绍到的打坐方法,这本书由库莎法师大约在佛历900年时所编。师父之所以找到这本书,是因为师父非常的爱好阅读,且很关注心灵生命方面的书籍。师父疯狂的阅读每一种类型的书籍,直到将北碧府图书馆里面的书全部都阅读完。当师父读完《清净道论》之后,就越发的想学习打坐,但自己学习练习没有什么效果,于是就想寻找一位老师来教导打坐。偶然的一次机会,师父得以遇见一位教导打坐的老师,所以就跟随他学习,练习各种各样上刀山下火海、刀枪不入的法术,非常想像他们一样。而那时,却不知道那是邪术,还当做是好的法术。因为还有一些颂扬佛陀恩德,以及称颂神通第一的目犍连比丘的内容。

 

ข้อสำคัญ มีอาจารย์ท่านหนึ่งสรรเสริญคุณงามความดีของขุนแผนและขุนศึกทั้งหลายที่ใช้วิชาเหล่านี้ต่อสู้ศัตรู ปกป้องบ้านเมืองไว้ได้ อาตมาจึงคิดแต่ว่า จะเอาวิชานี้ไปทำประโยชน์ให้ประเทศชาติเท่านั้น ยิ่งตอนหลังเกิดหนังเหนียว อยู่ยงคงกระพันขึ้นมาจริงๆ ก็เลยหลงคิดว่ามาถูกทางแล้ว

Interestingly, there was one instructor who celebrated the virtues of Kun Pan – a military figure renowned as much for his military expertise as his womanizing ways, and warrior chiefs expert in military warfare (Kun Suek) since they utilized such black magic to defeat enemies and to protect the nation. I, too, thought I would incorporate this art solely for the benefit of the nation.  Later when I mastered the immortality technique and was able to make my skin impenetrable by sharp objects, I foolishly believed I arrived on the right path.

更重要的是这位老师还称赞昆发军阀和诸将军,为了保卫自己的城市,运用这些法术来与敌人作战。而当时师父也只是想着,学习后用来报效自己的祖国。特别是后来练就一身的硬皮,还真的无懈可击,所以误认为自己选择正确之道了。

 

โชคดีที่อาตมามีความสนใจใคร่รู้เรื่องนรก-สวรรค์มาก ดังนั้นถึงแม้จะได้ร่ำเรียนวิชาที่ทำให้มีอิทธิฤทธิ์มากเพียงใด วิชาเหล่านี้ก็ไม่สามารถดับความกระหายใคร่รู้เรื่องนรก-สวรรค์ได้เลย อาตมาจึงยังคงเสาะแสวงหาผู้รู้ในเรื่องนี้เรื่อยมา เมื่อมีเวลาว่างก็ดั้นด้นไปตามป่าตามเขา ไปฝึกสมาธิกับเกจิอาจารย์ต่างๆ ได้โอกาสก็ถามท่านเรื่องนรก-สวรรค์เสียทุกคนไป

However it was my good fortune that I was profoundly interested in learning about heaven and hell because even having studied many techniques that gave me special abilities, they could not quell my curiosity regarding heaven and hell. Hence, I continued looking for someone knowledgeable of these things. Whenever I had time I would trek into the forest or mountains to practice meditation with various well-known teachers, and I would ask every teacher about heaven and hell when the opportunity arose.

幸运的是师父是一个对地狱与天界很感兴趣的人,因此,不管学习的学术让师父有多大的威力,但是那些学术还是无法消除师父想了解地狱与天界的强烈渴望。师父一直不断的寻找真正的智者,当有空闲的时候,师父会到各处偏僻之地寻找老师,跟随不同的老师学习打坐。每一回,只要有机会,师父都会向师父询问关于地狱和天界之事。

 

แต่ไม่ว่าจะไปถามท่านใดทั้งที่เป็นพระภิกษุและฆราวาสว่า นรกมีจริงไหม สวรรค์มีจริงไหม เทวดานางฟ้ามีจริงไหม ก็ไม่ใครให้คำตอบที่จริงจังชัดเจนน่าเชื่อถือตามได้สักรายเดียว

No matter whom I asked about the existence of heaven and hell or angelic beings, no one, whether they’re monks or lay people, could offer clear or credible answers.

但不管是向比丘还是向居士询问,地狱真的存在吗?真的有天界吗?真的有天人吗?没有一个人能给予清晰的解答,也没有一个值得可信的。

 

บางท่านครั้งแรกก็ตอบเสียงแข็งว่า สวรรค์มีจริง นรกมีจริง แต่พอถามว่า ท่านไปเห็นไปพิสูจน์มาแล้วหรือ กลับได้รับคำตอบว่า ยังไม่เคย แต่อ่านเจอในพระไตรปิฎกบ้าง อาจารย์เล่าให้ฟังบ้าง หลวงพ่อเล่าให้ฟังบ้าง พอได้ยินว่าตำราบอก เขาเล่าว่า ไม่เคยเห็นเองสักที อาตมาก็เบ้หน้าหนี แล้วอย่างนี้จะมาสอนให้เราเห็นได้ยังไง บางท่านยังบอก เคยน่ะไม่เคยไปหรอก แต่บางครั้งมันฝันไป ก็ไปเห็นเข้าโดยบังเอิญ ขนาดอ้างถึงความฝัน อาตมาก็หมดศรัทธาแล้ว

In the beginning, I received terse answers that heaven and hell existed. But when inquired further, I would get, “No, I have never seen heaven or hell myself, but have read about it in the Tripitaka or heard it from a teacher or a senior monk.”  I had to walk away crestfallen when I was given this kind of answer. I wondered how someone was going to teach me to see heaven or hell with such responses.  Incredulously, some even mentioned that they’ve never been there themselves but by chance have seen it in their dreams. Upon hearing that, all my faith just went out the window.

有时候,在刚刚开始时,他们回答得很肯定,天界真的存在,地狱真的有,可当师父继续询问下去说,您曾去过吗?是否有证实过?得到的答案是,还未曾去过,只是在三藏经中有阅读过,有时候也是听法师说过,或者听住持师父开示过等。当听到他本人说:自己从未见证过时,这样的回答,师父就会转过头去,那他们又怎么能来教导我们呢。有些人说去过,不过也只是偶然在梦里而已。

 

ช่วงนั้นความมั่นใจเรื่องนรก-สวรรค์ เรื่องบุญ เรื่องบาป เรื่องเทวดานางฟ้า หรือโอปปาติกะไม่มีเสีย เพราะหาคนที่ยืนยันขันแข็ง และพิสูจน์ให้เห็นไม่ได้ อาตมาจึงเชื่อในสิ่งที่สามารถพิสูจน์ได้เฉพาะหน้า คือ เชื่อเรื่องหนังเหนียว รูดโซ่ ลุยไฟ เพราะเขาทำให้เราดูได้ และเมื่อเราลองทำ ก็ทำได้จริงอีกด้วย ตอนนั้นรู้สึกภูมิใจมาก

During that time I had zero confidence in the existence of heaven and hell, merit and demerit, angels, or spontaneous arising because I failed to find anyone who could convincingly confirm or verify it. I only believed in things that were verifiable – immortality technique or being resistant to heat – because teachers could demonstrate the technique and I can replicate it once I mastered it. At that time, I was really proud of my ability.

在那段时间,师父对于地狱、天界、罪恶、天人和化生之事,差一点就失去信心了。因为找到证明的人说得很肯定,但是却没有亲自验证和看见过。而眼前师父可以证明的就是这个刀枪不入之术,也只信仰这上刀山下火海都不怕的法术,因为自己也亲自验证了,并感觉很自豪。

 

แต่การไปพบบุคคลที่อาตมาเสาะแสวงหามานานนั้นไม่ง่ายอย่างที่คิด เพราะหลวงพ่อธัมมชโย บอกว่า ท่านผู้นี้เป็นแม่ชีสูงอายุ ลูกศิษย์เรียกคุณแม่บ้าง คุณยายอาจารย์บ้าง ท่านเป็นคนรักสงบ ไม่ชอบคนเอะอะมะเทิ่ง แล้วลูกศิษย์ของท่านก็เป็นคนหนุ่มสาวชาวมหาวิทยาลัยเหมือนกับเรา หรือไม่ก็เป็นคนเรียบร้อยกันทั้งนั้น ถ้าวางมาดลูกทุ่งโคบาลเข้าไป เดี๋ยวท่านเกิดรำคาญขึ้นมาก็ จะไม่ยอมรับเป็นลูกศิษย์ แล้วยังเสียชื่อมหาวิทยาลัยอีกด้วย

Finding a great teacher that I sought for some time was not an easy task as envisioned. Coincidentally, Mr. Chaiyaboon Sutipon (Luang Por Dhammajayo) was praising about a senior nun whom her disciples affectionately referred as ‘mother or grandmother.’  He said, “She preferred tranquility and disliked people who were boisterous. Her disciples were university students like us or well-mannered individuals. Being pretentious could be grounds for not being accepted as her pupil and this may also reflect negatively on our university.”

 

กัลยาณมิตรคนแรก

第一位善知识

อย่างไรก็ดี บุญเก่าของอาตมาคงมีอยู่ไม่น้อย จึงทำให้ได้พบหลวงพ่อธัมมชโยเสียก่อนที่จะหลงทางเลยเถิดไปไกล

无论如何都好,可能师父所积累的旧功德不少,从而使师父能够在误入歧途之前,遇上了探玛才优师父(法身寺住持法胜法师)。

 

อาตมาเพิ่งกลับจากประเทศออสเตรเลีย เพื่อมาเรียนเก็บวิชาระดับปริญญาตรี สาขาสัตวบาล ที่มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ และได้พบกับหลวงพ่อธัมมชโย ซึ่งตอนนั้นยังเป็นนิสิตรุ่นน้องปี ๔ อาตมาจำได้แม่นยำว่าเป็นวันอาทิตย์ที่ ๒๗ พฤศจิกายน พ.ศ. ๒๕๐๙ ซึ่งเป็นวันลอยกระทง

那时师父刚刚从澳大利亚回来,继续在农业大学的畜牧专业学习本科学业。也就在那时,遇见了身为学弟的探玛才优师父,而师父也依旧清晰的记得,相遇的那一天是佛历2509年5月27日。

 

คืนนั้น อาตมาได้หิ้วขวดเหล้าไปรินแจกรุ่นน้องกลุ่มหนึ่ง ริมสระน้ำหน้ามหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ น้องๆ ทุกคนในกลุ่มนั้นต่างก็รับไปดื่มแต่โดยดี แต่มีอยู่คนเดียวที่ปฏิเสธ

“ ผมไม่ดื่มเหล้า ผมถือศีล”

 

那天,师父与学弟们一起在农业大学的池塘前喝酒,每个学弟都非常痛快的喝下师父给他们倒的酒,可是却有一位学弟拒绝了师父的邀请,并说道:

“我不喝酒,我正在持戒。”

 

          คำว่า “ถือศีล” กระทบใจอาตมาอย่างแรง เพราะอาตมาเองก็เคยถือศีล ๕ มาก่อนในช่วงที่ฝึกสมาธิเพื่อเรียนวิชาหนังเหนียวอยู่ยงคงกระพัน เพิ่งมาเสียท่ากลายเป็น “ขวดแม่โขงเดินได้” ตอนเข้ามาเรียนมหาวิทยาลัยนี่เอง เคยคิดโทษเพื่อนๆ โทษสิ่งแวดล้อมเรื่อยมา แต่ภายหลังเมื่อรู้จักใกล้ชิดหลวงพ่อธัมมชโยมากเข้า ก็เลยยอมรับว่าเรามันแสบเองเพราะหลวงพ่อธัมมชโยนั้นเพื่อนๆ ทุกคนพร้อมใจกันยืนยันขันแข็งว่า ถือศีลห้ามาตลอดรอดฝั่งได้ในท่ามกลางเพื่อนขี้เมารอบตัว อย่างไรก็ตาม คืนนั้นอาตมาได้พูดตีรวนไปหลายคำ แต่ก็รู้สึกสะกิดใจอยู่ลึกๆ ท่ามกลางความรู้สึกที่มัวเมาด้วยฤทธิ์เหล้าว่า น้องคนนี้ไม่ใช่ธรรมดา

“持戒”这个词深深的震撼了师父的心,因为自己在这之前,也曾学习打坐中持五戒,而持戒同时也是为了练就刀枪不入之法门。后来只是在进入大学学习后,才开始变成了”能走路的酒瓶”。曾经想过责备朋友,责备周围成长的环境,但后来在认识并亲近了探玛才优师父之后,就自然的接受说是自我造成的错。探玛才优师父影响着大家,使得每个同学都齐心许诺说,将会一直的持五戒,而不会受周围酒鬼朋友的影响。无论怎么样都好,那时的师父也跟着他们一起发誓,但却感觉誓言的每个词都深深的触动了自己的心灵。虽然还未清醒,但已经开始感觉这位学弟真的不简单。

 

เช้าวันรุ่งขึ้นสร่างเมาแล้ว นึกถึงน้องคนที่เมื่อคืนบอกว่าถือศีล แต่เพราะเมาจัดจึงจำหน้าไม่ค่อยได้ ชื่อก็ไม่ได้ถามเอาไว้ เลยเอาข้อมูลน้องปี ๔ ถือศีล ๕ ไปสืบเสาะหาตัวจนพบ ได้เห็นหน้าได้พูดคุยกันโดยไม่มีดีกรีสุรามาบดบัง จึงนึกชอบ รู้สึกถูกอัธยาศัย อยากถ่ายทอดวิชาหนังเหนียวให้ทันที

第二天酒醒之后,突然想到了昨天那位说持戒的学弟。但因为喝得很醉,不太记得起他的长相了,而且也没有问对方的名字。于是就带着持五戒这个信息,去到那届学生中寻找,最后还真找到。清醒的师父和学弟交流了起来,觉得很喜欢这个学弟,有一种志同道合的感觉,相见恨晚,想立即将刀枪不入之法门传授给他。

 

ต่อมาก็หาโอกาสเข้าใกล้ชิด เพราะอยากถ่ายทอดวิชาให้นั่นแหละ แต่อย่างไรก็ตาม ต้องขอสอบภูมิธรรมกันก่อนนะ ขนาดเปิดพระไตรปิฎกถามกันเชียว แต่เนื่องจากอาตมาอ่านตำรามามาก คำถามเยอะหน่อย โชคดีที่ท่านเข้าใจ และนับถือว่าอาตมาเป็นรุ่นพี่จึงไม่ว่าอะไร การสอบภูมิทำอยู่หลายวันจนไข้ขึ้นด้วยกันทั้งคู่ ถามข้อไหนท่านก็ตอบได้ทุกข้อ ต้อนไม่จนสักที ที่เคยตั้งใจจะรับเป็นลูกศิษย์ก็ชักลังเล เพราะภูมิความรู้ทางธรรมของท่านเหนือกว่าอาตมามาก

接下来师父便开始需找机会去接近他,为的就是将刀枪不入的法门传授于他。但传授之前,他想先测试一下彼此的佛法知识,两人互相考察,甚至还打开大藏经来提问。但由于施命师父读过的经典比较多,所以问题会比较多。但幸运的是探玛才优都了解,并且尊重师父是学长,所以都没有说什么。测试了很多天的佛法知识,后来直至两个人都发烧了。问的每一个问题,学弟都能回答得出来,让师父曾经想收他为弟子的想法犹豫了起来,因为学弟佛法方面的知识比师父更多。

 

เหลือคำถามขั้นตัดสินเรื่องสุดท้ายคือเรื่องนรก-สวรรค์ พอได้โอกาสก็ถามทันที คิดอยู่เหมือนกันว่า ถ้าตอบแบ่งรับแบ่งสู้อย่างที่คนอื่นตอบ ก็คงยกย่องได้แค่พระไตรปิฎกเคลื่อนที่ แต่แล้วอาตมาก็ได้ยินคำตอบชัดถ้อยชัดคำ ยืนยันขันแข็งด้วยความมั่นใจเต็มที่ว่า นรกมีจริง สวรรค์มีจริง ผู้ที่สามารถไปดูนรกไปดูสวรรค์ได้ ยังมีชีวิต ซ้ำยังบอกชื่อเสียงเรียงนามเสร็จสรรพว่าชื่อ คุณยายจันทร์ ขนนกยูง เป็นแม่ชีอยู่วัดปากน้ำ ภาษีเจริญ

最后只剩下一个问题,来作为判断的依据了,那就是关于天界和地狱之事。终于机会来了,师父问出了这个问题,同时师父心里也在想,如果他回答出来的答案如他人一样模棱两可,那么只好将他称作是一位只了解三藏经的人。但意想不到的是,师父听到了简洁而又肯定的答案:地狱真的存在,天界也存在,而且能够去看天界或地狱的人,现在还活着。她的名字叫詹.孔诺雍老奶奶,是住在北榄寺的一位比丘尼。

 

“เชื่อเถอะพี่เด็จ จริงล้านเปอร์เซ็นต์เลย…แล้วถ้าพี่เด็จอยากเห็นนรก-สวรรค์ด้วยตนเอง ท่านก็จะสอนให้”

“学长您就相信吧,万分的准确,而且您想亲自看见天界或地狱,她将会教您。”

 

          ได้ยินแค่นี้ก็ใจชื้นว่า เพื่อนรุ่นน้องคนนี้ไม่ใช่ดีแต่ปากเสียแล้ว นี่คือคนๆ แรกที่ให้คำตอบได้ถูกใจที่สุดและเป็นคนที่ทำให้อาตมาอยากพบคุณยายมากเหลือเกิน

          师父听完之后非常开心,因为这学弟不仅说得很好,而且还是第一位说出让人如此信服的答案,他让师父迫不及待的想见到老奶奶。

 

นับตั้งแต่นั้นเป็นต้นมา อาตมาก็ได้คิดว่า คนที่มีความรู้ในพระไตรปิฎกขนาดนี้ สมควรยกให้เป็นครูบาอาจารย์ของเราได้ แม้จะมีอายุคราวน้องก็ตาม จึงยอมตัวเป็นศิษย์ด้วยความเต็มใจ เวลาอยู่ด้วยกันก็ให้ท่านนั่งให้นอนสูงกว่า แม้ขณะนี้ เมื่อท่านบวชเป็นพระภิกษุจนกระทั่งมาเป็นหลวงพ่อธัมมชโย เจ้าอาวาสวัดพระธรรมกายแล้ว อาตมาก็ยังติดสอยห้อยตามมาเป็นลูกศิษย์ ยอมตายถวายชีวิตอยู่ด้วย นี่ถ้าไม่พบท่านตอนนั้น ป่านนี้อาตมาคงเป็นเหมือนขุนแผนแสนแสบ พระเอกจอมคาถาอาคมอย่างในวรรณคดีเรื่อง “ขุนช้างขุนแผน”

从那以后,师父就想,对大藏经有如此了解的人,应该很适合作为自己的老师,即便他的年龄比自己小也罢。于是师父便心甘情愿的作为他的弟子,当在一起的时候,就会让他比自己坐得更高,睡得更好。即便是现在,他已经出家,成为法身寺的住持,但师父依然作为一名弟子追随着他。而如果不是那个时候遇见他,那么如今的我可能已经会误入歧途,成为如“昆常昆喷”文学著作中的妖魔鬼怪了。

 

พบคุณยาย

遇见老奶奶

คำบอกเล่าของหลวงพ่อธัมมชโยที่ว่า คุณยายเป็นผู้รู้จริง เห็นจริงเรื่องนรก-สวรรค์ และท่านยินดีจะสอนให้ ทำให้อาตมาดีใจจนสุดประมาณ

探玛才优师父所讲述到的老奶奶,是一位能够看见和了知天界与地狱之事的人,以及还非常乐意教会他人,这让师父感到异常的兴奋。

แต่การพบบุคคลที่อาตมาเสาะแสวงหามานานนั้นไม่ง่ายอย่างที่คิด เพราะหลวงพ่อธัมมชโยบอกว่า ท่านผู้นี้เป็นแม่ชีสูงอายุ  ลูกศิษย์เรียกคุณแม่บ้าง คุณยายอาจารย์บ้าง ท่านเป็นคนรักสงบ ไม่ชอบคนเอะอะมะเทิ่ง แล้วลูกศิษย์ของท่านก็เป็นหนุ่มสาวชาวมหาวิทยาลัยเหมือนกับเรา หรือไม่ก็เป็นคนเรียบร้อยกันทั้งนั้น ถ้าวางมาดลูกทุ่งโคบาลเข้าไป เดี๋ยวท่านเกิดรำคาญขึ้นมาก็จะไม่ยอมรับเป็นลูกศิษย์ แล้วยังเสียชื่อมหาวิทยาลัยอีกด้วย

但要想见到那位师父寻找已久之人,并不是如想象的那么简单。因为探玛才优师父说,这是一位比丘尼,而且年岁很高,弟子们有时会称她为詹妈妈,有时会称她为老师。她非常喜欢清静,不喜欢喧哗之人,而且她的弟子们也是一些读大学的年轻人,要不就是一些文雅之人。如果去拜见老奶奶穿着不整齐,而且还摆架子,那么她可能就会感到厌恶,不但不收为弟子,可能还会败坏大学的名声。

 

เนื่องจากหลวงพ่อธัมมชโยเป็นนิสิตรุ่นน้อง จึงไม่กล้าชี้ข้อบกพร่องของอาตมาตรงๆ เพียงแต่พูดอ้อมๆ ว่า จะต้องทำตัวอย่างไรบ้าง และรั้งตัวอาตมาไว้อบรมมารยาทก่อนเกือบ ๓ เดือน

At that time Mr. Chaiyaboon Sutipon was my junior and pointing out my flaws directly was out of the question; so, he tactfully hinted them by indicating how one should behave.  He held me back three months as I underwent preparations before being introduced to his teacher.

由于探玛才优师父身为学弟,所以他不太敢直接的指出师父的缺点,而只是间接地说如何的做,并让师父先用三个月的时间去培训自己道德。

 

ในขณะเดียวกันท่านก็ได้สอนวิธีนั่งสมาธิเบื้องต้นเพื่อการเข้าถึงธรรมกายให้บ้าง แต่เนื่องจากอาตมาเคยฝึกสมาธิมาหลายสำนัก แบบยุบหนอพองหนอก็ฝึกมาแล้ว แบบอานาปาณสติหรือทำแบบกำหนดลมหายใจก็ทำมาจนคุ้น พอมาเจอแบบวิชชาธรรมกาย ซึ่งท่านบอกให้กำหนดดวงแก้วง่ายๆ สบายๆ กลับทำไม่ได้ คอยเผลอกลั้นลมหายใจทุกที บางที่ก็เอาวิธีนี้ไปปนกับวิธีนั้นให้ยุ่งไปหมดโดยไม่รู้ตัว

During this period, he taught me basic meditation technique to attain the Dhammakaya. Although I was familiar with many different methods such as anapanasati and the rising and falling technique, but when I was introduced to the Dhammakaya method where you gently visualized a crystal ball, I was unable to do it. I found myself reverting to methods I was accustomed to or an amalgamation of them, making it more complicated than necessary.

与此同时,探玛才优师父还时常教导师父初级的打坐。但由于自己曾经学习过很多类型的打坐方法,收缩膨胀的方法学过了,出入念息或屏住呼吸的方法也学过了,于是感觉已经很熟悉了。而当学习法身法门时,探玛才优师父则告诉师父,用轻松舒服的方式去意念水晶球,如此反而做不到,于是每次只能忍住呼吸,有时就会在不知不觉中,拿这个方法与另外一个方法结合一起用。

 

ความอยากพบคุณยายอาจารย์มาก อาตมาจึงยอมทำตามคำแนะนำของหลวงพ่อธัมมชโยทุกอย่าง แต่ความควรไม่ควรแค่ไหนนั้นสอนกันยากจริงๆ นึกถึงสภาพตังเองในวันที่เข้าไปพบคุณยายที่บ้านธรรมประสิทธิ์ ซึ่งอยู่ในบริเวณวัดปากน้ำ ภาษีเจริญ ขึ้นมาคราวใด ให้นึกอายไม่หาย วันนั้นจำได้ว่า ใส่เสื้อสีแดงลายสก็อตตัวโปรด สวมกางเกงยีนส์ดำ ซึ่งใส่ซ้ำมาหลายครั้งจนถอดตั้งได้ กลิ่นขี้วัวคลุ้งเข้าไปทีเดียว

由于想尽快的见到老奶奶,于是师父便凡事都按照探玛才优师父所指引的去做。但关于应该与不应该的事项,教与学的双方都感觉真的很难。回想起自己那天去到北榄寺中的佛法实践之家,见老奶奶的情景,在任何时候想起来,都依然感到有些害羞。记得在那一天,穿着自己最为喜欢的红格子衬衫,和黑色牛仔裤。但由于已经重复穿过很多次没清洗,所以身上仿佛弥漫着一股牛屎的味道。

 

เมื่อเห็นคุณยายครั้งแรก คุณยายคือแม่ชีวัยเกือบ ๖๐ ปี รูปร่างผอมบาง ผิวคล้ำ แต่ใบหน้าผุดผ่องเป็นนวลตอง เค้าหน้าที่แสนจะธรรมดาของท่านทำให้อาตมาผู้โง่เฃลาลืมคำมั่นสัญญาที่ให้ไว้กับผู้ที่อาสาพามาเสียสิ้น จึงถามโพล่งขึ้นว่า      “ยาย คุณไชยบูลย์เขาว่า ยายพาไปดูนรก-สวรรค์ได้จริงมั้ย”

I was determined to meet Khun Yai, Master Nun Chand, so I abided to everything that Mr. Chaiyaboon Sutipon (Luang Por Dhammajayo) recommended. The first time I saw Khun Yai, a nun nearing 60 years of age, she looked thin and slightly tan. However, she possessed a wondrous glow and luminosity that emanated from what would otherwise be considered a simple countenance.  Her radiance made me forget the promise I made with Mr. Chaiyaboon, so I asked her bluntly, “Master Chand, Mr. Chaiyaboon informed me that you could take someone to visit heaven and hell. Is that true?”
当第一次见到老奶奶时,发现她是一位年近60岁的八戒女,身形消瘦,棕褐色的肤色,但脸庞却很年轻。脸的轮廓显得非常的普通,使得当时无知的人,便脱口而问:

“奶奶,差雅朴(探玛才优师父的俗名)说,您能带人去到天界或地狱,是真的吗?”

 

          “จริง ยายเคยไปช่วยพ่อขึ้นจากนรกมาแล้ว”

She succinctly answered, “That is correct. I went there to help my father escape from the hell realm.”

“真的,奶奶曾经去救过父亲去往天界。”

 

เจอคำตอบตรงเผงไม่อ้ำอึ้งแบบนี้เข้า อาตมาก็บอกกับตัวเองทันทีว่า เจอคนจริงที่ตามหามานานแสนนานแล้ว ความศรัทธาเกิดขึ้นอย่างท่วมท้น แต่ยังไม่วายถามต่อ

Immediately after receiving such a direct and definitive answer, I told myself that I’ve found the genuine teacher I had been searching for so long. I was overcome with deep respect and faith that nothing could refrain me from asking further.

看见老奶奶如此坚定的亲口说出答案,使得师父立即知道,终于如愿的见到了期待已久之人。而信仰之心也油然而生,并迫不及待的接着问:

 

“แล้วอย่างผมนี่ ไปดูได้ไหม”

“What about someone like me, would I be able to go see it as well?”

“那像我这样,能去看吗?”

 

          คราวนี้คุณยายตอบยาว แถมให้กำลังใจเสร็จสรรพ

This time, she gave me a longer answer, along with a little encouragement.

这次老奶奶给了一个比较长的回答,并增强了自己的信心。

 

“ได้ซิ คุณน่ะมีบุญมากอยู่แล้ว ถึงได้มาถึงที่นี่ไงล่ะ อย่างนี้ฝึกไม่นานหรอก”

“Of course, the fact that you are here indicates you already possessed tremendous merit. And for a person like you, it wouldn’t take long at all.”

“可以,你本身就已经拥有了很多的功德,才得以来到这里,如此不用练习多久便能实现的。”

 

ได้ยินอย่างนี้ใจก็พองโตด้วยความยินดี เพราะแสดงว่าคุณยายรับจะฝึกให้แล้ว วันนั้นเลยขอประเดิมนั่งสมาธิรวดเดียว ๓ ชั่วโมง ใจมันอยากให้คุณยายรู้ว่า เราก็เอาจริงเหมือนกัน

I was overjoyed hearing those words because it meant that she had accepted me as her pupil. On that day, I requested that we meditate for three hours straight because I wanted Khun Yai to know that I was determined.

听到这里,师父心中便不由自主的高兴起来,因为表明老奶奶已经答应要教导自己了。就在当天,便首次请求打坐了三个小时,心中想让老奶奶明白,自己也是抱着认真的态度来的。

 

พอคุณยายลงนำนั่งสมาธิ บุคลิกผู้หญิงชาวบ้านธรรมดาๆ ก็เปลี่ยนไปทันที ท่านั่งตัวตั้งของท่านสง่างาม มั่นคงเฉียบขาด เหมือนทวนของขุนพลที่ปักผงาดอยู่บนรถรบ ความศรัทธาของอาตมาที่ทีต่อท่านยิ่งเพิ่มขึ้นเป็นทวีคูณ

Once she started meditating, her demeanor transformed instantly– her posture was elegant, refined and precise. She looked like a great warrior positioned gracefully on a chariot.  My admiration and faith in her grew exponentially.

当老奶奶引导打坐的时候,她身上那股普通农民女子的气息便立即发生了转变。她的打坐姿势非常的优美,非常的稳固,好像将军插在战车上的长矛。因此,师父对老奶奶的信仰之心又成倍的增加了。

 

นับแต่วันนั้นเป็นต้นมา จิตใจของอาตมาก็ผูกพันอยู่กับคุณยายอาจารย์ ยอมมอบกายถวายชีวิตให้ท่านอบรมบ่มนิสัยโดยไม่มีข้อแม้เงื่อนไขใดๆ ทั้งสิ้น ราวกับเคยอยู่ในปกครองของท่านมาหลายภพหลายชาติ

Since that day, I have dedicated myself to Khun Yai. I was willing to commit my life, without conditions, in order to have her instill and cultivate good habits within me. I must have been under her tutelage for many lifetimes.

自从那一天之后,师父的心便已经跟随老奶奶,并没有任何的附加条件的来供养整个生命,让她来培养自己的性格。就仿佛已经在老奶奶的监护之下,度过了几千年一般。

 

ตามที่ได้เล่ามาแต่ต้นว่า กิริยาวาจาของอาตมาที่คิดว่านุ่มที่สุดในชีวิตแล้ว ก็ยังขวางหูขวางตาศิษย์รุ่นพี่เข้าหลายคน

以上所述的当天之情景,师父认为已经是生命中最为温和的言行举止了,但还是有些师兄看不惯。

 

การซักไซ้ไล่เรียงเรื่องนรก-สวรรค์ เรื่องนิพพาน ซึ่งข้องใจมานาน ไม่ค่อยจบง่ายๆ แต่คุณยายก็ตอบให้เข้าใจได้เป็นฉากๆ ราวกับจำลองเอาสิ่งเหล่านั้นมาวางไว้ให้ดูต่อหน้า

The gamut of questions I had pertaining to heaven and hell and Nirvana, which had remained unanswered for so long, hadn’t gone away easily, but Khun Yai was able to provide answers that were clear and easy to understand. She illustrated her answers through examples that you can actually see.

但关于那些,在师父的心中疑惑了很久的天界、地狱和涅槃之事,绝不会轻易的放弃,于是才会刨根问底的追问老奶奶,而她也依然给予清晰的解答,就仿佛将那些景象,真实呈现在师父的眼前一般。

 

ศิษย์รุ่นพี่คนหนึ่งที่อยู่ในเหตุการณ์วันนั้น มาเล่าให้ฟังหลังจากเวลาผ่านไปแล้ว ๓-๔ ปีว่า

而当时也在现场的一位师兄,在这件事情已经过了三、四年之后,才来告诉师父说:

 

“วันนั้นพี่บอกยายว่า อีตาคนนี้รุ่มๆ ร่ามๆ สกปรก พูดก็เสียงดังเอะอะ ยายอย่าไปรับเป็นลูกศิษย์เลย ไล่ไปเถอะ แต่ยายก็ยังรับไว้”

“那天我告诉老奶奶说,这个人穿着既宽松又肮脏,而且说话还很大声,您千万不要收此人为徒,还是把他赶走吧,但最后奶奶还是收下了你。”

 

          ได้ยินศิษย์รุ่นพี่เขาเล่าแล้ว นึกตื้นตันใจในความเมตตากรุณาของคุณยายอาจารย์ขึ้นมาอย่างท่วมท้น คุณยายคงต้องใช้ความอดทนกับเรามากเหลือเกิน

听到这位师兄如此说,师父心中对老奶奶的慈悲深受感动,感动奶奶一定对自己非常的耐心和容忍。

 

อาจารย์เก่าตามรังควาน

旧巫师的扰乱

วันแรกที่ฝากตัวเป็นลูกศิษย์คุณยาย และขอประเดิมนั่งสมาธิตามวิธีของท่านนั้น ช่วง ๒๐ นาทีแรกได้ผลดีมาก รู้สึกใจสงบนิ่งดิ่งเร็ว มีความเบากายเบาใจ อย่างไม่เคยเป็นมาก่อน แต่พอเวลาผ่านไปประมาณ ๓๐ นาที ก็เกิดอาการหายใจไม่ออก ลมภายในตัวดันขึ้นมาเป็นลูกๆ เหมือนใครสูบลมเข้าท้อง กระอักกระอ่วน น้ำลายฟูมปาก ทนไม่ไหวจนต้องลืมตา พอลืมตาอาการนั้นก็หายไป เมื่อเห็นว่าหายดีแล้ว ก็หลับตาลงใหม่ อาการลมดันก็เกิดขึ้นอีก พยายามอดทนจนท้องแข็งเป็นดาน ไม่ยอมแพ้ ประมาณ ๑ ชั่วโมง อาการจึงค่อยทุเลาเบาบาง

在通过测试,成为老奶奶真正弟子的当天,师父就立即请求,跟随老奶奶的引导方法进行了打坐。在刚开始的20分钟里,效果非常的好,感觉心很快的就宁静下来,整个身心都很轻,之前都不曾有过这种感觉。但当时间过了大约30分钟之后,就有吐不出气的症状产生,感觉身体里面的有气鼓胀起来,就好像有人往肚子里面充气一般,之后从嘴巴中溢出唾液。实在是忍受不住,便只好睁开了双眼。而当睁开眼睛之后,那种症状便立即消失不见了。师父发现没事之后,就又闭上眼睛重新打坐,但那种症状又再次的产生。师父尽力的忍耐,直到肚子硬得像木板一样,但还是不认输,大约一个小时后,这种症状才慢慢的消失。

 

วันนั้นยังไม่กล้าถามสาเหตุจากคุณยาย คิดว่าเป็นเรื่องธาตุแปรปรวนธรรมดา

当天,自己也不敢去问老奶奶原因,认为这只是一种普通的症状而已。

 

พอไปนั่งสมาธิกับคุณยายอีกเป็นครั้งที่ ๒ ก็มีอาการอย่างเดิมอีก จึงถามท่าน ท่านตอบราวกับเห็นด้วยตาของท่านเองว่า

但当第二次来跟老奶奶打坐的时候,这种症状又再次产生。于是就向老奶奶询问,她便按照自己亲眼所见的来回答说:

 

“คุณฝึกไสยศาสตร์มามาก อาจารย์เก่าๆ เขาไม่ยอมให้คุณเปลี่ยนทาง เขามาขวางไว้”

“你学过太多的邪门法术,旧的巫师不愿意让你改变门路,他在从中作梗。”

 

อาตมาตกใจ คิดไม่ถึงว่าไสยศาสตร์จะย้อนมาทำร้ายอาตมาได้ถึงขนาดนี้ จึงถามท่านว่า

师父没有想到邪门法术会如此的加害自己,于是又问老奶奶说:

 

“ยังงี้ผมไม่แย่หรือ”

“那我不是很惨吗?”

ท่านตอบเฉียบขาดเลยว่า

老奶奶斩钉截铁的说:

“จะเอาธรรมะก็ต้องสละชีวิต พระพุทธเจ้าท่านก็ทำอย่างนี้ คุณกล้าไหมล่ะ”

“要想证得佛法,就要舍命精进,佛陀也是如此做的,你敢吗?”

 

อาตมาลังเล แหม…นี่ต้องถึงเป็นถึงตายกันเชียวหรือ แต่พอมองหน้าคุณยาย เห็นสายตาอันเด็ดเดี่ยว แต่แฝงไว้ด้วยความเมตตาของท่านแล้ว ก็ตัดสินใจตอบทันที

师父有些犹豫,一定要舍命才能获得吗?但当望着老奶奶的脸,看见她那坚定的目光,想起她的慈悲,便立即回答说:

 

“กล้าครับ”

“敢。”

 

วันนั้นกลับมาฝึกสมาธิต่อที่บ้านพักหลวงพ่อธัมมชโยอาการจุกเสียดแน่นก็กลับมาอีก ได้อาศัยท่านพูดให้กำลังใจ จึงอดทนฝึกไปเรื่อยๆ ต่อมาเมื่อคุณยายคุมนั่งสมาธิให้หลายครั้งเข้า อาการดังกล่าวจึงทุเลาเบาบางลง จนดูเหมือนจะหายขาด แต่คุณยายบอกว่า

那天回来到探玛才优师父的宿舍后,师父又继续的打坐,而那种腹部绞痛的症状又再次的出现。但由于得到探玛才优师父的不断鼓励,于是决心忍耐,继续的打坐下去。而后在老奶奶的护持下,进行了多次的打坐后,以上的症状才慢慢的变轻,直至看似要痊愈了,但老奶奶却说:

 

“ยังไม่หายขาดหรอก ยายแก้ให้ได้แค่นี้ ส่วนที่เหลือนั้นเป็นเพราะคุณยังเสียดายวิชามารอยู่ แต่คุณจะไม่ขลังอีกแล้ว เพราะทั้งหมดที่คุณเรียนมาเป็นประเภทมนต์ปนธรรม ไม่ใช่ธรรมบริสุทธิ์ ต่อไปนี้ ต้องหมั่นนั่งสมาธิให้มากๆ”

还没有根治,奶奶只能帮你这么多,至于剩下的那些是因为你,还对那些邪门法术感到可惜。但今后那些法术却必定不会再灵验了,因为你学的全是巫术,不是纯净的佛法。今后要多多精进的打坐。

 

คงจะจริงอย่างที่คุณยายว่า เพราะอาตมาเคยฝึกวิชามารจนทำได้ผลสำเร็จอย่างอาจารย์สอนทุกอย่าง ทั้งยังไม่เคยคิดจะเอาไปทำร้ายใคร มีแต่จะช่วยคน จึงคิดว่านั่นเป็นของดี ทำให้นึกเสียดายอยู่ลึกๆ ส่วนการปฏิบัติธรรมของอาตมาขณะนั้นยังไม่ก้าวหน้าเท่าที่ควร อยากเห็นนรกเห็นสวรรค์ไม่เห็นสักที ลังเลลังละ รักของใหม่เสียดายของเก่าอยู่ร่ำไป

可能真的如老奶奶所说的那样,因为师父能够将老师所教给的各种法术,全部都成功的学会。但也从来没有拿去伤害过他人,而只会去给予帮助,于是才认为那些法术是好东西,也才会一直对其感到依依不舍。所以那个时候,师父的打坐成果还没有得到应有的进步,想看见天界或地狱,但却总是不能如愿,依然犹豫徘徊在喜新和恋旧当中。

 

ประลองฤทธิ์

检验神通

ในช่วงก่อนที่หลวงธัมมชโยจะพามาพบคุณยาย อาตมาพยายามพูดอวดอ้างความวิเศษของวิชามารให้ท่านฟังบ่อยๆ ก็อย่างที่บอกแล้ว ตั้งใจจะรับท่านเป็นลูกศิษย์ แต่ท่านไม่สนใจเลย กลับชี้ให้เห็นโทษว่าวิชาเหล่านี้เป็นเดรัจฉานวิชา จะนำความเดือดร้อนให้ภายหลัง แล้วสรรเสริญวิชาที่คุณยายจะสอนให้ทุกวัน อาตมาก็สนใจเฉพาะเรื่องนรก-สวรรค์เท่านั้น ในใจก็นึกอยู่ว่า

在探玛才优师父带师父去见老奶奶之前的那段时间,师父曾常常的在他的面前,努力的吹嘘邪门法术之神通。就像上面所讲到的,真的有心想收探玛才优师父为徒,但他却一点意愿也没有,反而指责这种法术是一种歪门邪术,会在今后给学了的人带来痛苦。而且还每天都在师父面前,赞美老奶奶所教给他的法门,但师父却只在意那些关于天界和地狱方面的内容。最后师父便在心中想道:

 

“น้องมันไม่เชื่อเพราะยังไม่เห็นฤทธิ์เรา ต้องหาโอกาสแสดงฤทธิ์ให้ดูให้ได้”

“这个学弟不相信是因为还没有见过自己的神通,一定要找个机会,向他展示一下自己的神通。”

 

เหตุนี้เอง ขณะฝึกสมาธิกับหลวงพ่อธัมมชโยสติจึงมักแฉลบออกข้างทางเรื่อยไป

因此,每次跟探玛才优师父打坐的时候,师父总是故意的躲避他。

 

ครั้นนานวันเข้า อาตมาก็ไม่พูดอวดอย่างเดียว พยายามแสดงฤทธิ์ให้หลวงพ่อธัมมชโยเห็นกับตาเรื่อยๆ ถึงยกให้เป็นอาจารย์แล้ว ก็ยังหวังว่าถ้าชอบใจวิชาของศิษย์ ศิษย์ก็จะสอนให้

日子久了之后,师父就不只是一味的吹嘘,而想努力的将神通,展现给探玛才优师父亲眼看见。即便自己已经可以达到做老师的程度,但是如果探玛才优师父喜欢,师父也可以教他。

 

อย่างไรก็ดี ยังรู้สึกผิดสังเกตว่า ในการแสดงฤทธิ์ครั้งใดถ้ามีหลวงพ่อธัมมชโยอยู่ด้วย ครั้งนั้นเป็นทำไม่สำเร็จทุกที น้ำมันในกระทะทอดกล้วยทอดแขกร้อนๆเคยเอามือจุ่มลงไปได้โดยมือไม่พองไม่ร้อน วันนั้นพอยื่นมือเข้าไปใกล้ๆ ไอร้อน ก็รู้สึกร้อนจัดจนต้องรีบหดมือกลับ สงสัยว่าท่านมีอะไรดี วันหนึ่งจึงคิดประลองฤทธิ์ด้วย ได้นัดคนที่บ้านธรรมประสิทธิ์ไปดูว่า จะเสกปรอทใส่มือหลวงพ่อธัมมชโย แต่ปรอทจะไม่เป็นพิษใดๆ แก่ร่างกาย วันนั้นนอกจากจะทำไม่สำเร็จแล้วยังถูกหลวงพ่ออบรมเข้าให้อีก จนเลิกคิดใช้วิชามารพวกนี้กับท่านอีกต่อไป

但无论怎样都好,师父觉得自己还是错了。因为每次展现神通的时候,只要有探玛才优师父在场,那么这个神通就一定无法施展出来。通常师父将手伸进炸香蕉用的沸腾热油中时,并不会感到热和膨胀。但有探玛才优师父在场那天,师父只是将手稍微的靠近沸腾的热油边时,就感到非常的炙热,不得不将手收回来。他怀疑探玛才优师父一定有些不为人知的神通,于是便想证实一下。有一天,师父约了佛法实践之家的人一起去见识,他将一种水银洒到探玛才优师父的手掌中,那种水银没有任何的毒性,也不会对身体有害处。但当天不仅没有成功,反而还被探玛才优师父责备了一番,之后就停止了在他面前展现法术神通的想法。

 

วันหลังไปถามหลวงพ่อธัมมชโยท่านตรงๆ ว่ามีอะไรดี หลวงพ่อธัมมชโยเล่าให้ฟังว่า ก็ไม่มีอะไรวันนั้นก่อนมาได้ไปกราบคุณยายขอวิชาป้องกันตัว คุณยายบอก วิชาพวกนี้เป็นเดรัจฉานวิชา ไม่เคยเรียนชอบเรียนแต่วิชาพระพุทธเจ้า ท่านว่าเขาจะเสกก็เสกไป เราก็อยู่เฉยๆ ทำใจให้ใสๆ ไว้ที่ศูนย์กลางกายแล้วก็ภาวนาว่า “ไม่ให้เข้า ไม่ให้เข้า” ก็ไปทำตามที่ท่านแนะ ปรอทก็เข้าไม่ได้ แล้วท่านก็บอกว่า วิชามารพวกนี้สู้วิชาพระพุทธเจ้าไม่ได้หรอก

后来,师父当面去问探玛才优师父说,到底有什么不为人知的神通。探玛才优师父就讲述给师父听:也没有什么,只是那一天,在来看你施展法术之前,去拜见了一下老奶奶,向她请求一些护身的法术。但老奶奶却说,那种法术是一种邪恶的巫术,也不曾学过,自己只喜欢学习佛陀的法门,他洒水银就让他洒吧,我们只需要保持自然,将心清净透明的放置于身体的中心点,然后默念说“不给进,不给进。”之后,就按照老奶奶的吩咐去做,所以结果便就进不了了。后来,老奶奶还说那种法术是无法战胜佛陀的法门的。

 

ตอนนั้นอาตมายังเชื่อครึ่งไม่เชื่อครึ่ง ยังคิดว่าวิชามารนี่เก่งอยู่ แต่ที่ทำไม่สำเร็จเพราะตัวเราไม่เก่งเอง ก็เลยพาหลวงพ่อธัมมชโยไปพบอาจารย์วิชามารของอาตมา เพื่อประลองฤทธิ์กันเอง แต่อาจารย์ก็แสดงฤทธิ์ไม่ออก หน้าเสียเหมือนกัน

那时候,师父依然半信半疑,相信那种法术还是很厉害的,之所以无法展现出来,是因为自己学得还不够精通。于是就带着探玛才优师父去见教自己法术的老师,为的就是让老师亲自展示给他看,可是后来老师也一样的施展不出,又再一次的出丑了。

 

ตั้งแต่นั้นมา ก็เลยเชื่อร้อยเปอร์เซ็นต์ว่า วิชาของพระพุทธเจ้าดีกว่า และยังรู้เพิ่มเติมอีกว่าวิชามารทำให้ตกนรกได้ เลยเลิกใช้วิชามารเด็ดขาด ยกตำราทั้งหมดให้คุณยายอาจารย์เผาทิ้ง

在那以后,师父才百分之百的相信,佛陀的法门更好,同时还认识到,那种邪门法术能够让人坠入地狱。之后师父便不再使用那种邪门法术,并且还将有关的书籍,拿去给老奶奶烧掉。

 

 

คนสอนยาก

难教之人

ความที่เคยฝึกสมาธิมาหลายสำนักหลายวิธี ทำให้การฝึกสมาธิวิชชาธรรมกายเป็นไปไม่ราบรื่นเท่าที่ควร เพราะเกิดอาการ “รักของใหม่ เสียดายของเก่า”อย่างที่ว่าไปแล้ว อีกทั้งความคุ้นเคยเป็นส่วนตัวกับหลวงพ่อธัมมชโยมีมาก แล้วเรื่องเหลวไหลที่เคยทำตามประสาหนุ่มๆ ก็ยังตัดไม่ขาด เมื่อนั่งสมาธิกับหลวงพ่อธัมมชโยที่หอพักก่อนที่จะได้ไปพบคุณยาย สติจึงแฉลบออกนอกทางบ่อยๆหลวงพ่อธัมมชโยรู้สึกหนักใจกับอาตมามาก ถึงกับนำเรื่องนี้ไปปรารภกับคุณยายในวันหนึ่งว่า

由于此前曾经学过各式各样的打坐方法,从而使得在学习法身法门的时候,没有想象中的那么顺利。因为师父怀有就像以上所讲到的“喜新恋旧”的感觉,加上自身和探玛才优师父非常的熟悉,而且由于年轻的脾性而做下荒谬之事的习惯,依然无法改掉。所以在去见老奶奶之前,跟探玛才优师父一起在宿舍中学习打坐的时候,常常会分心。后来,探玛才优师父出于对师父的担心,于是便将此事告诉了老奶奶。

 

“พี่เด็จนี่ดื้อเหลือเกิน จะฝึกไหวหรือยาย” คุณยายตอบสั้นๆ ว่า “เอาเหอะน่า”

“奶奶,这位学长实在是不听管教,怎么教导得了呢?”老奶奶只是简单的回答说:“一定能行的。”

 

ระยะหลังๆ เมื่ออาตมาบวชแล้ว ต้องทำหน้าที่ฝึกธรรมทายาทเจ้าหน้าที่วัด เจอพวก “ว่างอนสอนยาก”เข้า เอาไปบ่นให้คุณยายฟัง ท่านหัวเราะ แล้วเล่าเรื่องที่หลวงพ่อธัมมชโยเคยปรารภให้ฟัง ฟังแล้วใจหายวาบ นี่ถ้าคุณยายระอาอาตมาอีกคน ป่านนี้จะไปเป็นโก๋แก่อยู่ที่ไหนก็ไม่รู้

之后,当师父出家后,在负责培训寺院的工作人员时,发现那些人也很难教,于是就将此事告诉老奶奶。她听完后便大笑,然后便将探玛才优师父也曾经向她诉苦的事情,拿来讲给师父听,听完后师父也心惊肉跳的,试想如果当时老奶奶也厌烦师父,那么现在师父身在何处,就不得而知了。

 

ตั้งแต่นั้นเป็นต้นมา ก็เลยเพิ่มความอดทนพร่ำสอนศิษย์มากยิ่งขึ้น มีลูกศิษย์หลายคนเหมือนกันมาถามอาตมาตรงๆ ว่า หลวงพ่อทนสอนคนๆ นี้อยู่ได้อย่างไร ก็บอกเขาไปว่า จริงๆ  แล้วคนนี้พยศน้อยกว่าหลวงพ่อเมื่อก่อนมากนัก ถ้าทิ้งเขา เขาคงเอาตัวไม่รอด บางครั้งก็ต้องเล่าความสอนยากของอาตมาให้เขาฟัง

自从那以后,师父便会更加有耐心的教导弟子们。有很多弟子也一样来问师父说:“师父怎么会如此的有耐心来教导那些人呢?”师父就回答他们说:“真的可以,而且这些人比起以前的师父,会更加的容易教导,如果将其放弃,那么他们可能就会放弃自我。”有时也会将师父自己是如何的难以教导,讲述给他们听。

 

ประสบการณ์ในสมาธิครั้งแรก

第一次打坐的经验

          หลังจากคุณยายแก้ไขปัญหาขณะนั่งสมาธิให้อาตมา จนพ้นเงื้อมมือของอาจารย์วิชามารมาได้แล้ว อาตมายังต้องผจญกับผีไก่ ผีหมู ผีวัว อีกเป็นฝูงๆ เพราะสมัยเป็นเด็กอยู่บ้านพ่อแม่ พอตรุษจีนทีไร ก็ได้รับมอบหมายหน้าที่ให้เป็นมือมีดเชือดคอไก่อยู่เป็นประจำ ครั้นมาเรียนมหาวิทยาลัยในแผนกสัตวบาล ก็ต้องมารับหน้าที่เป็นผู้ควบคุมการฆ่าสัตว์ อ.ส.ร. (องค์การอาหารสำเร็จรูป ) เข้าอีก สั่งให้เขาฆ่าบ้าง ลงมือฆ่าเองบ้าง ทั้งหมูทั้งไก่ทั้งวัว ที่ตายเพราะฝีมืออาตมานั้นไม่ใช่น้อยเลย เป็นหนี้ชีวิตสัตว์ที่ต้องชดใช้ไปอีกนานแสนนาน

在老奶奶帮忙师父解决了在打坐中所遇到的问题,也就是让师父脱离了,邪门巫术的魔掌之后。师父还得要继续跟鸡、猪和牛等等的灵魂作斗争,因为儿时跟父母一起居住的时候,每当逢年过节,便经常被吩咐去负责用刀杀鸡杀猪。之后考上了大学的畜牧专业后,又被委任去到食物制成品机构,监管动物的宰杀事宜。有时吩咐他人宰杀,有时会亲自宰杀,死于师父刀下的鸡、猪和牛则不在少数,因此,师父要用很长的时间去偿还这些动物的生命。

 

เพราะฉะนั้นพอนั่งสมาธิใจกำลังนิ่งๆ อยู่ดีๆ ภาพไก่ที่อาตมาเคยฆ่าก็มาปรากฎให้เห็นในสมาธิ มาดิ้นพราดๆ อยู่บนตัก ภาพหมูเป็นฝูงมาเต้นเย้ยอยู่ตรงหน้า พอหมูกับไก่หายไป วัวก็วิ่งคึ่กๆ เข้ามาหาเป็นฝูง ตกใจลืมตาขึ้น ใจเต้นไม่เป็นส่ำเลย

因此,每当打坐,心刚刚宁静下来的时候,那些师父曾经杀过的鸡的图像,就会显现出来,在膝盖上挣扎飞跃,而成群的猪的图像就会在面前跳跃嘲笑。而当猪和鸡刚刚离去,一群牛又横冲直撞的冲到眼前。师父吃惊的睁开了双眼,心也砰砰的跳个不停。

 

บางครั้งเพื่อนๆ ก็เล่าให้ฟังว่า ดึกๆ นอนอยู่ดีๆ อาตมาก็ละเมอเผลอร้องเสียงหลงจนเพื่อนๆตกใจ เป็นอยู่อย่างนี้หลายเดือน หลวงพ่อธัมมชโยต้องคอยเป็นพี่เลี้ยงให้อย่างใกล้ชิด และหมั่นเตือนหมั่นสอนว่า เห็นอะไรก็ไม่ต้องกลัว ให้นึกปั้นเป็นภาพองค์พระตั้งไว้กลางท้องให้หมด อาตมาก็ทำตาม และหาโอกาสทำทานให้ชีวิตสัตว์ด้วยการปล่อยสัตว์ปล่อยปลาอยู่เสมอ ปัญหาดังกล่าวจึงค่อยทุเลาเบาบางลง  แต่สมาธิก็ยังไม่ก้าวหน้า กำหนดนิมิตไม่ได้ตามที่คุณยายสอนอยู่นาน

有时候,身旁的朋友们还告诉师父,每当夜晚的时候,一切如常,但师父却突然说梦话和尖叫,让周围的朋友们都吃惊不已,而且这种症状已经持续了好几个月。那时探玛才优师父也一直一边无微不至的给予师父照顾,一边嘱咐教导师父说,看见什么也不要感到害怕,全部将其塑造成佛像,然后放置在肚子的中央。于是师父也照着做,并且还常常找机会去放生,最后,以上所说的症状也逐渐的好转。但打坐依然还没有取得进步,很久都无法像老奶奶所教导的那样意念所缘。

 

คุณยายทำนายฝัน      

老奶奶解梦

วันหนึ่ง หลังจากเค่ยวนั่งสมาธิเช้าจรดเย็น เย็นจรดเที่ยงคืน ติดต่อกันมาจนกระทั่งถึงวันที่ ๘ – ๙ วันนั้นพอ ๙ โมงเช้าก็รู้สึกโหย เพราะลุยนั่งมาตลอด นิมิตอะไรก็ไม่เกิด ท้อขึ้นมาเลยล้มตัวลงนอนแล้วฝันไป

有一天,师父从早上一直打坐到傍晚,又从傍晚打坐到了半夜,如此一直持续了八、九天,在第九天上午的九点的时候。突然感觉非常的心灰意冷,因为一直打坐了这么久,却什么也看见不见,于是便索性躺下来进入了梦乡。

 

ในฝันนั้น เห็นเจ้าเพื่อนผู้หญิงคนหนึ่ง ซึ่งปกติเจอหน้ากันทีไร เป็นต้องรี่เข้ามาเตือนเสียงลั่นว่า

在梦中师父总会看见一位女生朋友,无论在什么时候,她总会提醒师父说:

 

“ ระวังนะ ฝึกสมาธิมากๆ เดี๋ยวจะบ้า!”

“小心,打坐太多,会发疯的。”

 

ในฝันว่า นั่งสมาธิอยู่ดีๆ เจ้าเพื่อนคนนี้ก็หน้ายื่นหน้ายาวมาเตือนว่า

而在这个梦里,师父正在静静的打坐,而她又来到面前提醒师父说:

 

“นี่เผด็จ ระวังเป็นบ้านะ !”

“你小心成为疯子哦。”

 

เนื่องจากจำคำแนะนำของหลวงพ่อธัมมชโยได้แม่นยำว่า เห็นนิมิตอะไรให้ปั้นเป็นองค์พระให้หมด ก็เลยเอื้อมมือไปตบหน้าเจาเพื่อนตัวดีเสีย ๒ – ๓ ผลัวะ ตั้งใจจะปั้นเป็นพระพุทธรูป

由于清晰的记得探玛才优师父的指导,无论看见什么,都应将其全部的塑造成佛像。于是师父便伸手去打了那位女生两三个耳光,并将其专心的意念成佛像。

 

แปลก… เจ้าเพื่อนนั่นกลายเป็นพระพุทธรูปเหมือนใจคิด นั่งอยู่กลางท้องดิบดีทีเดียว แล้วเห็นหวงพ่อวัดปากน้ำภาษีเจริญ มองผ่านกระจกใสๆ มาด้วยสายตาดุ คล้ายจะบอกว่าให้ตั้งใจนั่งสมาธิให้ดี

奇怪的是,那位女生真的如愿的变成了佛像,并处在肚子的中央。之后看见北榄寺祖师用凶恶的眼光,隔着一片透明的玻璃望过来,仿佛在告诉师父说要认真的打坐。

 

แค่นั้นยังไม่ตื่น ฝันต่อไปอีกว่า ตัวเองสวมเกราะทองชุดนักรบจีนโบราณ ยืนอยู่ริมทะเล รู้ในฝันว่า มีหน้าที่ขนคนข้ามทะเล

如此还是没有醒来,而是继续的梦下去,发现自己身穿一套中国古代战士的金铠甲,然后站在海边,在梦中知道自己要负责将人搬运过海。

 

ฝันได้ ๓ ฉากก็ตื่น รู้สึกใจชื้นว่าถึงนั่งกำหนดนิมิตองค์พระแล้วไม่เห็น ก็ยังดีที่เห็นในฝัน แล้วก็มีความสุขอยู่ลึกๆ เล่าให้คุณยายฟัง คุณยายบอกว่า

梦到了这三个场景后,师父便醒了,开心的是,平常打坐观想时看不见的佛像,现在却幸运的能在梦中看见。然后一直怀有深深的幸福感,之后将此事告诉老奶奶,老奶奶便说:

 

“ พระนิพพานท่านสอดละเอียดลงมาบอกหน้าที่ให้”

“是涅槃之佛来将责任告知于你。”

 

อยากจะคิดว่าคุณยายพูดเล่น แต่อยู่ด้วยกันมาเป็นปีไม่เคยเห็นท่านพูดเล่น ก็เลยต้องหยุดคิดทบทวนดูด้วยตนเองว่า จริงๆ แล้วเราไม่ใช่คนฝันบ่อย นานๆ จะฝันสักที แต่ฝันที่ไรมักจะแม่น

试想说老奶奶应该是在开玩笑,但与她相处了近一年,却从来也没有看见她开过玩笑。于是便不再这样想,同时自己回想看看,发现应该是真的。而且自己也不是经常的做梦,只是久久梦一次而,但梦到何时才会准确呢?

 

สมัยที่กำลังเรียนอยู่มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ เคยฝันว่า ไปที่สระว่ายน้ำแห่งหนึ่ง เจอฝรั่งรูปร่างหน้าตาอย่างนั้นๆ ทั้งๆ ที่ไม่มีวี่แววว่าจะได้ไปเมืองนอกเลย

以前在农业大学上学的时候,曾经梦到自己去到一个游泳池,并在那里见到了几个外国人,但当时师父却没有任何的迹象表明,自己能够去到国外。

 

แต่ ๓ เดือนต่อมา เกิดได้ทุนไปประเทศออสเตรเลีย ต้องพักการเรียนไว้กลางคัน ไปอยู่ที่นั่นได้ประมาณ ๑๐ วันก็ไปที่สระว่ายน้ำแห่งหนึ่ง รู้สึกคลับคล้ายคลับคลาว่าเคยมา เห็นฝรั่งยืนอยู่ขอบสระ ๒ – ๓ คน มีความรู้สึกว่าเคยเห็นมาก่อน แต่นึกไม่ออกว่าเคยเห็นที่ไหน

可是三个月过去后,师父就获得了奖学金,去到澳大利亚留学。去到那里大约10天之后,师父就真的去到一个游泳池,同时有一种曾经来过的感觉。而且还看见两三位外国人站在游泳池的旁边,且有一种似曾相识的感觉,可惜就是想不起曾经在哪里见过面。

 

กลับมาหอพัก มาจดบันทึกประจำวันในมุดประจำตัวเล่มเดิม พลิกไปเจอเรื่องที่บันทึกเกี่ยวกับความฝันคราวนั้นเอาไว้ ก้นึกออกทันทีว่าทั้งสระว่ายน้ำ ทั้งฝรั่งพวกนั้นเราเคยเห็นในฝันนั่นเอง

回到宿舍后,师父便拿出之前的日记本来看,发现真的有写过,关于那个梦境中所看到的事情,于是才回想起,自己真的曾经在梦中看到过,那个游泳池和那些外国人。

 

การฝันเห็นเหตุการณ์ล่วงหน้าก่อนหลายวันหลายดือนอย่างนี้เคยฝันมาตั้งแต่เด็ก เพราะฉะนั้นที่คุณยายบอกว่า พระนิพพานสอดละเอียด คงไม่ใช่เรื่องที่ท่านเอามาล้อเล่น

师父从小时候起,就曾能预先梦见到未来几天或者几个月的事情。因此,老奶奶所说是涅槃安排的,应该不是在开玩笑。

 

ตอนนั้นรู้สึกแปลกๆ ว่าเราไม่เคยคิดจะบวช และถ้าบวชก็จะต้องมีลูกมีเมียเสียก่อน หน้าที่ขนคนไปพระนิพพานนี่ น่าจะเป็นของพวกประพฤติพรหมจรรย์ ซึ่งไม่ใช่เราแน่ๆ

那时师父感到奇怪的是,自己不曾想过要出家,而且即使要出家,也会先结婚生子。至于将众生带进涅槃的责任,则应该由修梵行之人来完成,而肯定不是自己。

 

มาคิดดูอีกที เราก็เคยคิดจะสร้างวัดสัก ๓ วัดอุทิศให้พ่อ ๑ วัด แม่ ๑ วัด และครูบาอาจารย์อีก ๑ วัด ถ้าจะขนคนก็คงขนเข้าวัดนี่แหละ แต่เราคงไม่อยู่วัดด้วย เข้าใจเสียอย่างนั้นก็สบายใจดี ไม่เสียโครงการแต่งงาน

之后再回想一次,师父也曾想过要建造三所寺院,分别回报给父亲、母亲和导师。如果非要度人,就将人带进所建的寺院便好,而自己却可以不用出家。如此想之后,感到非常的开心,因为不用失去结婚的机会。

 

ความจริงหน้าที่ขนคนเข้าวัดนี อาตมาถนัดมาก มาปฏิบติธรรมที่บ้านธรรมประสิทธิ์ไม่นาน อาตมาก็ชวนน้องๆ ชมรมพุทธศาสตร์จากมหาวิทยาลัยต่างๆ มานั่งสมาธิกับคุณยายได้มากขึ้น แต่เพราะความไม่รู้จักเลือกไม่รู้จักกรองคน อาตมาจึงทำความเดือดร้อน รำคาญใจให้คุณยายมาก

事实上,将人带进寺院这种事,对师父来说很擅长。来到佛法实践之家不久,师父就邀请了大学佛学社中的很多同学,来跟老奶奶学习打坐。但由于师父不懂得挑选和看人,也给老奶奶带来很多的麻烦。

 

ปกติคุณยายไม่ใชคนช่างพูดช่างคุย และไม่ชอบคนพูดมาก เพ้อเจ้อ แต่สำหรับอาตมาและหลวงพ่อธัมมชโย คุณยายให้ความเมตตาอธิบายเรื่องละเอียดๆ ในสมาธิให้ฟังอยู่เสมอ แม้เรื่องความฝัน ซึ่งเอาแน่อะไรไม่ได้ คุณยายก็อุตส่าห์ตรวจดูให้อย่างละเอียด

通常情况下,老奶奶不是一位健谈和多话之人。但是她却经常慈悲的向师父以及探玛才优师父,解释打坐中的细腻之事。即使是做梦的事情,什么也不确定,但老奶奶却会尽力且细心的去详查。

 

อีก ๕ -๖ เดือนต่อมา หลังจากฝึกสมาธิกับคุณยาย มาได้ประมาณ ๑ ปี ตรงกับต้นปี พ.ศ. ๒๕๑๑ อาตมาก็ฝันว่า นั่งเรือไป ๔ -๕ คน เรือลำนี้แปลก ไม่มีเครื่องยนตร์ หลวงพ่อธัมมชโย  ตอนนั้นยังไม่ได้บวช ยังเป็นคุณไชยบูลย์ สุทธิผล ทำหน้าที่ถือท้าย  อาตมายืนอยู่หัวเรือ  คอยชี้ให้แวะรับคนที่หนีน้ำท่วมไปติดอยู่ตามเกาะแก่งต่างๆ ที่ห้อยโหนอยู่ตามต้นไม้ก็มี  อาตมาชี้ไปตรงไหน นายท้ายก็แวะรับให้ทั้งหมด พอคนเต็มเรือ ก็ไปส่งขึ้นฝั่งเสียที่หนึ่ง

过了五、六个月后,师父跟随老奶奶打坐有将近一年时,也就是佛历2511年的年初,师父又做梦梦到五、六个人坐在船中。这艘船非常的奇怪,没有引擎。而且那时候探玛才优师父还没有出家,还只是在家居士,他负责掌舵,而师父则站在船头,指挥救那些为了逃避洪水,而依附在礁石和树上的人们。师父指向哪里,舵手们就会将那些人救起,当装满一船人后,就会将其送到对岸。

 

มีอยู่คราวหนึ่ง เรือบรรทุกคนมากเกินกำลังจึงคว่ำ  ต้องช่วยกันกู้เรือ พรรคพวกที่มาด้วยกันถูกน้ำพัดหายไป เหลืออยู่เพียง ๓ คนคือ หลวงพ่อธัมชโย อาตมา และคนที่มาด้วยกันแต่ต้นอีก ๑ คน

有一次,由于船装载的人过多,导致后来船翻了,于是要齐心协力一起打捞沉船,但是同行的伙伴几乎都被水给冲走了,最后剩下的只有三个人:分别是探玛才优师父和自己,以及一位从一开始便同行之人。

 

นึกหวาดๆ ในคำทำนายอยู่เหมือนกัน แต่ก็ไปเล่าให้คุณยายฟัง คุณยายบอกว่า

师父对预言一样的梦感到恐惧,但最终还是将这个梦讲给了老奶奶听,老奶奶回答说:

 

“นั่นเป็นหน้าที่ของคุณ คุณอธิษฐานร่วมกับคุณไชยบูลย์มาว่า จะช่วยกันรื้อสัตว์ขนสัตว์ ตามอย่างนักบำเพ็ญบารมีทั้งหลายในอดีต พรรคพวกที่ตกน้ำหายไป คือคนที่บารมียังหย่อนอยู่ เขามาช่วยงานได้ระยะหนึ่ง ก็เปลี่ยนใจไปมีครอบครัว เลี้ยงลูกเลี้ยงเมียตามประสาโลกๆ ของเขา ยายช่วยอะไรไม่ได้” แล้วยายก็สั่งต่อ

“那就是你的责任,你曾和差雅朴(探玛才优师父的俗名)一起发过愿说,要在未来相互帮忙,将各位波罗蜜者度尽。而那些掉进水中后便消失不见的同伙,则是波罗蜜还松弛之人。他们只是来帮忙工作一段时间,之后就变心去结婚成家,过上了世俗的生活,而奶奶也无能为力。”接着老奶奶便嘱咐说:

 

“คุณเด็จนะ คุณจะต้องทำหน้าที่เป็นเสากระโดงเรือ คุณไชยบูลย์จะถือท้ายเรือ แต่ทำงานต้องรู้จักประมาณกำลัง ถ้างานใหญ่มักจะไปไม่รอด เพราะหนักเกินกำลัง เล็กนักก็ไม่พอมือ เสียเวลาทำ”

“你的责任是要作为船的桅杆,而差雅朴则负责掌舵,并且做事时要懂得量力而行,如果是大事就可能无法完成,因为超过所承受的能力,但如果小事就也不适合你做,因为会浪费不必要的时间。

 

อาตมาขอร้องให้คุณยายแก้ไข เพราะสงสารเพื่อนที่ตกน้ำไป แต่คุณยายบอกว่า

因为同情那些落水的同伴,所以师父便请求老奶奶帮忙,但她却说:

 

“มารมันสอดละเอียดแล้ว แก้ยาก ผังสำเร็จเป็นอย่างนี้เสียแล้ว”

“魔罗已经深入人心,很难去除,所以方案就没办法去改变了。

 

วันนั้นคุณยายชี้คุณของการประพฤติพรหมจรรย์  และโทษของการครองเรือนมาก แต่ถึงขนาดนั้นอาตมาก็ยังไม่คิดจะบวชอยู่นั่นเอง

那天,老奶奶虽然指出了修梵行者的益处,以及结婚的危害,即便如此,师父仍然没有想要出家。

 

ต่อมาอีกประมาณ ๓ เดือน อาตมาก็ฝันว่าได้ม้ามา ๑ ตัว ม้านี้แปลกมีฤทธิ์มาก  ขนาดยอดเขาสูงแหลมเหมือนปลายเข็ม ม้าก็ยังพาอาตมาขึ้นไปได้ กระโดดจากยอดเขาหนึ่งไปอีกเขาหนึ่งก็ได้

อาตมาบังคับม้าให้ต้อนคนจำนวนมาก ขึ้นเขาเพราะน้ำกำลังจะท่วม ม้าก็ช่วยต้อนคนให้อาตมาได้ตามความต้องการทุกอย่าง เสียงผู้คนอึงคะนึงไปหมด ขึ้นเขาต่อเนื่องกันทั้งวันทั้งคืนไม่รู้จบ

大约三个月之后,师父又梦到自己得了一条狗,这条狗非常奇怪,且有神通。即便是针尖般的山峰,那只狗也同样能够带着师父爬上去,并且还可以从这一座越过另一座。

师父命令狗去将很多人引到山上,因为准备要发洪水了。狗也按照师父所吩咐的去做,将人们引上山,人群一边熙熙攘攘,一边不分昼夜的往山上赶。

 

เอาความฝันไปเล่าให้คุณยายฟังอีก  คุณยายบอกว่า

“ถ้าคุณตั้งใจประพฤติธรรมไปเรื่อยๆ คุณจะสามารถช่วยชาวโลกให้เข้าถึงพระรัตนตรัย และชวนมาปฏิบัติธรรมในพระพุทธศาสนาได้มากเป็นปรากฏการณ์พิเศษของยุคนี้”

师父又将这个梦讲给老奶奶听,老奶奶就说:

“如果你一直认真的修行佛法,那么你将能够帮助世人证得三宝,以及可以邀请很多人进入佛教中来修行佛法,这是当今时代的一种特殊现象。

 

ตอนนั้นอาตมาฟังคุณยายทำนายฝัน ก็คิดคล้อยตามไปว่า เราคงเหมือนอนาถบิณฑิกเศรษฐีเป็นกองเสบียงใหญ่ให้พระศาสนา เราจะช่วยกันทั้งครอบครัว  ทั้งลูกทั้งเมียเลย อาตมายังไม่คิดเลิกล้มโครงการแต่งงานอยู่ดี

那时候师父一边听着老奶奶解梦,一边在心里想:自己可以像阿纳塔宾提富翁(音译)一样,做佛教的护法大居士,并且让家人,包括妻子与儿女全都来帮忙护持。那时师父还是没有完全放弃结婚的计划。

 

ต่อมาถึงปลายปี พ.ศ. ๒๕๑๒ ได้ที่ดินสร้างวัด จากการบริจาคของคุณหญิงประหยัด แพทยพงศาวิ สุทธาธิบดี จำนวน ๑๙๖ ไร่ ที่จังหวัดปทุมธานี แต่ยังไม่ได้ลงมือสร้าง อาตมาก็ฝันแปลกๆ อีก

后来到了佛历2512年的年底,从帕亚‧帕塔颇萨韦素哈提卜地(音译)女居士那里,获赠了在巴吞他尼府的一片196泰亩的土地来建造寺院。但还没有开始动工建造,师父便又做了一个奇怪的梦。

 

ฝันว่ามีขบวนแห่ ๓ ขบวนใหญ่ พอขบวนแห่นั้นเข้ามาใกล้ เห็นคุณยายนำขบวนที่ ๑ คุณยายส่งนกยูงแก้วให้อาตมา ๑ ตัว ใหญ่ขนาดนกยูงจริงๆ สวยงามมากเหมือนแกะสลักจากเพชร เป็นนกยูงเป็นๆ ในฝันรู้ว่าเป็นกายสิทธิ์ ดีใจมาก ก้มกราบคุณยายถึง ๓ ครั้ง

在梦中看到有三列庞大的队伍,当队伍靠近时,师父看见由老奶奶引领着第一列的队伍,她将一只水晶孔雀送给师父,其尺寸大小如真的孔雀一般,非常漂亮,就好像是钻石雕刻而成,栩栩如生,并且有神通威力。师父感到非常高兴,于是便跪下来向老奶奶顶礼三拜。

 

ขบวนที่ ๒ เป็นขบวนของหลวงพ่อวัดปากน้ำ ภาษีเจริญ หลวงพ่อส่งราชสีห์แก้วให้ ๑ ตัว เป็นกายสิทธิ์เหมือนกัน พอกราบท่านแล้วท่านก็เลยไป

ขบวนที่ ๓ เป็นขบวนของหลวงพ่อธัมมชโยท่านส่งครุฑแก้วกายสิทธิ์ให้

第二列队伍,是北榄寺祖师引领的队伍。他送了师父一只水晶狮子,而且也一样的具有神通威力。当师父向他跪拜顶礼后,他便离开了。

第三列队伍,是探玛才优师父引领的队伍,他送了一只同样具备神通威力的金翅鸟给师父。

 

ฝันนั้นอาตมาดีใจมาก แม้ตื่นแล้วก็ยังดีใจไม่หาย เพราะรู้สึกเหมือนรับมากับมือจริงๆ และเหตุการณ์เพิ่งผ่านไปหยกๆ พอไปเล่าให้คุณยายฟังท่านหัวเราะชอบใจ อธิบายอย่างอารมณ์ดีว่า

那个梦让师父感到非常的高兴,而且即便是醒来了,那股开心劲也依然存在,因为感觉像是亲手接过来的一般。这个梦刚刚做完,师父便去讲述给老奶奶听。她听完开心的笑了起来,并心情大好的解释说:

 

นกยูง หมายถึงว่า จะเป็นที่รักที่พอใจ

ราชสีห์ แสดงถึง ความมีอำนาจไปถึงไหนจะเป็นที่เกรงใจถึงนั่น

ครุฑ หมายถึง การเผยแผ่พระพุทธศาสนา จะขจรขจายไปทั่วโลก

พร้อมกันนั้น คุณยายก็กล่าวยืนยันว่า

“งานสร้างวัดทุกอย่างสำเร็จ ไม่ว่าอุปสรรคจะเป็นอย่างไรก็จะชนะหมด”

孔雀代表的是将会成令众人喜爱者。

狮子代表的是无论去到哪里,都会获得他人的尊重。

金翅鸟代表的是会将佛教弘扬至全世界。

与此同时,老奶奶还确定的说:

建造寺院的每一项工作都会获得圆满的成功,无论是遇到什么样的障碍,统统都能战胜它。

 

รางวัลสำหรับงานจัดรองเท้า

对于摆放鞋子的奖品

อาตมามีเรื่องหนึ่งที่มักได้ยินได้ฟังอยู่เสมอ คือ คนมาวัดมักพูดว่า อยากช่วยงานวัดแต่ไม่รู้จะทำอะไร ทำให้นึกถึงคราวที่อาตมาเพิ่งไปฝึกสมาธิที่บ้านธรรมประสิทธิ์กับคุณยายใหม่ ที่นั่นใครๆ เขาก็มีงานบุญที่ตนถนัดทำ บางคนทำอาหาร บางคนจัดดอกไม้ ดูเขามีฝีมือกันคนละอย่าง ๒ อย่าง แต่อาตมาทำอย่างเขาไม่เป็นเลย จะอยู่เฉยๆ ก็ดูจะเป็นคนรกโลก ครั้นเข้าไปช่วยก็รู้สึกว่า เกะกะเขาเปล่าๆ มองหางานชนิดที่ยังไม่มีใครทำ และอาตมาพอทำได้อยู่ตั้งนาน ในที่สุดพอถึงวันอาทิตย์ต้นเดือนแรก ที่ไปอยู่บ้านธรรมประสิทธิ์ อาตมาก็ตัดสินใจเลือกทำงานจัดรองเท้า ที่ถูกถอดวางทิ้งไว้เกะกะหน้าบันไดเป็นร้อยๆ คู่

师父经常会听到的一件事情就是,来寺院的人总是说,想帮忙,但又不知道做些什么。此事让师父想起了刚开始在佛法实践之家,跟老奶奶学习打坐的那段时间,每个人都有属于自己所负责的工作,有的人负责做饭,有的人负责插花,每一个人都有自己拿手的一两样手艺。而师父则都不会,但如果什么也不做,又好像个一无是处之人,去帮他人的忙又感觉碍手碍脚的。于是师父就找了一份还没有人做过,且自己力所能及的事情来做。那就是在每个月的第一个星期天,负责将来佛法实践之家,参加法会居士的几百双鞋子摆放整齐。

 

แต่เจ้าประคุณเอ๋ย… เจ้าความมานะถือตัวนี่มันร้าย กว่าจะหยิบรองเท้าคู่แรกได้ใจมันค้านน่าดู มันว่า

“นายเผด็จ นายเป็นนักเรียนนอก เป็นนิสิตมหาวิทยาลัยนะ งานจัดรองเท้านี่มันงานคนใช้  รู้จักรักศักดิ์ศรีมั่งซิ”

傲慢心真的很邪恶,在整理第一双鞋前,心还在一直不断的纠结,心中想说:

“帕蒂(音译,师父的俗名)呀,你是留学生,而且是大学生,而这个摆放鞋子的工作应该佣人做的,要懂得维护自己的尊严。”

 

คิดหักมานะอยู่หลายนาทีว่า

“เอาน่าบุญเด็ดๆ นี่ต้องนายเผด็จทำ”  แล้วก็ลงมือทันที

后来又反过来想了好几分钟:

“这种小功德,也只能由自己来做了。”之后便着手去做了。

 

พอหยิบคู่แรกได้ คู่ต่อๆ ไป ก็สบาย เรียงเพลินไปเลย แต่เจ้าความรู้สึกถือตัวนี่มันก็หมดยากเอาการ  ต้องแอบทำไม่ให้ใครเห็น คือรอให้เขาขึ้นไปนั่งหลับตาทำสมาธิกันหมด แล้วจึงเริ่มงานบุญเด็ดที่หมายตาเอาไว้  เหลียวหน้าเหลียวหลังพอไม่เห็นใคร ก็ย่องเข้าไปจัดรองเท้าทันที เสร็จแล้วจึงตามขึ้นไปนั่งสมาธิกับคนอื่นๆ ซึ่งอยู่ชั้นบนของบ้าน ๒ ชั้น

当拾起第一双鞋子摆放整齐后,心便豁然开朗起来,接下来就继续将剩余的鞋子摆放好。但因为感觉自己的尊严还是无法完全的放下,于是便选择在没人看见的那段期间去整理。也就是等其他人全部都进屋打坐,四处张望无人之后,才赶忙去将每双鞋子摆放整齐。当整理完之后,自己才进屋上第二层去,跟大家一起打坐。

 

พอเลิกนั่งสมาธิ ทุกคนลงมาเห็นรองเท้าวางเป็นระเบียบเรียบร้อย ก็ชมเปาะว่า ใครนะมาทำให้อาตมาก็เฉยเสีย แต่หัวใจพองคับอกเมื่อได้ยินคำชม  ทำอย่างนี้หลายครั้งเข้า คุณยายคงรู้ วันหนึ่งยายบอกว่า

“คุณเด็จ ขึ้นมานั่งสมาธิใกล้ๆ ยายเถอะ มาช่วยยายสอนสมาธิดีกว่า งานพวกนั้นเด็กๆ คงทำกันเป็นแล้ว”

在打坐结束之后,每个人出来看到自己的鞋子,都整齐有序的摆放着,于是都纷纷的赞扬道:是谁如此好心呢?而一旁的师父却默不作声,但当听到赞美声时,心中还是感到非常的高兴。如此做了多次之后,老奶奶可能心里已经知道是谁,于是有一天,她说:

“帕蒂,上来坐在奶奶的身边打坐,帮奶奶教导打坐比较好,那些细微的工作,孩子们应该都已经都会做了。”

 

นับตั้งแต่นั้นมา คุณยายก็มอบหมายงายให้ช่วยสอนสมาธิบ้าง รับแขกแทนคุณยายบ้าง  เคยเรียบเคียงถามหลวงพ่อธัมมชโยว่า  ทำไมคุณยายจึงเลือกอาตมาเป็นผู้ช่วยสอน ก็ได้รับคำตอบว่า

“คุณยายชมว่า พี่เด็จเป็นคนไม่มีมานะถือตัว รู้จักสร้างงานแล้วยังเป็นคนมีกตัญญู  ยายว่าอะไรไม่เคยโกรธ ท่านว่าพี่เด็จไม่มีนิสัยคดในข้องอในกระดูกเป็นครูคนได้”

自从那以后,老奶奶有时就让师父负责教导打坐,有时就让师父代替她接待客人。师父曾经问过探玛才优师父说:“为什么奶奶会选中我作为助教呢?”探玛才优师父回答说:

“奶奶赞扬说,你是一位没有傲慢心的人,而且除了懂得工作,还是一位感恩孝顺之人,奶奶说什么你都不会生气。她还说你的骨头里没有骄傲的那股劲,足以成为他人的老师。”

 

อาตมาไม่เคยคิดมาก่อนเลยว่า งานจัดรองเท้าจะเป็นงานชิ้นโบว์แดง ที่ส่งผลให้อาตมาเลื่อนตำแหน่งได้รวดเร็วอย่างนี้  และยังพลอยได้ความชำนาญในการดูนิสัยคนจากรองเท้าอีกด้วย  เช่นคนโทสะ จะเดินลงส้น จนส้นรองเท้าพังยับเยินไปก่อนส่วนอื่น

แต่เหนือสิ่งอื่นใดที่ได้คือ ได้ความภูมิใจในตัวเองว่า  ไม่ใช่คนถือตัวจัด

师父不曾想过,摆放鞋子的工作是一项这么有意义的工作,能够让师父如此快的成为奶奶的助教,并且还能够从摆放鞋子中看出一个人的性格,例如,容易愤怒之人,通常会脚后跟先着地。

同时得到的另外一个收获就是,自己感到非常的自豪,因为自己不是一个清高傲慢之人。

 

 

ความตั้งใจให้ลูกศิษย์เป็นโสด

用心让弟子单身

ปกติก่อนนั่งสมาธิ ถ้าใครถามปัญหาธรรมเรื่องสำคัญๆ คุณยายมักจะไม่ตอบทันที แต่มักจะรอตอบก่อนเลิกนั่งสมาธิทุกครั้ง ท่านหลับตาพูด พวกเราก็หลับตาฟัง รู้สึกว่าคำพูดของท่านส่งออกจากใจ แล้วเข้าไปอยู่ในใจพวกเราอย่างดี อุปมาเหมือนหยอดเหรียญใส่กระปุก หรือเสมือนร้อยด้ายสนเข็มอย่างนั้น

通常在打坐前,如果有人问起关于佛法的重要问题。老奶奶一般都不会立即回答,但总是会在每次打坐结束之前做出解答。老奶奶会闭上眼睛解说,而我们也会闭着双眼聆听,感觉她的话来之于内心,并很好的进入到我们的心中,就仿佛将硬币投入钱罐中,或者如穿针引线一般。

 

ถ้าท่านตอบก็ตอบสั้นมาก แล้วชวนนั่งสมาธิ ท่านบอกว่า นั่งสมาธิแล้วเดี๋ยวก็รู้คำตอบเอง ตอนท้ายๆ ของการนั่งสมาธิ คุณยายจะพูดข้อความต่อไปนี้บ่อยๆ

“ยายอาราธนาบุญจากพระนิพพาน มาให้คุณเข้าถึงพระธรรมกายกันเร็วๆ  ให้พระพุทธเจ้าดลใจให้คุณอยากรื้อสัตว์ขนสัตว์ ให้พ้นทุกขตามอย่างพระองค์ เพราะฉะนั้น ตั้งใจนั่งสมาธิกันอย่าให้ขาดนะจะได้บุญมากๆ”

如果老奶奶回答,那答案也是非常的精简,然后便让其去打坐。她说去打坐后,就自然会明了答案。一般在打坐即将结束之前,老奶奶总是会说如下的话:

“奶奶恭请涅槃的功德,来让你们能够早日证入内在的法身,让佛陀唤醒你们那颗普度众生之心,并如同佛陀一样远离诸苦。因此,要认真打坐,不要中断,如此才会得到很多的功德。

 

ขณะที่พวกเราใจฟูอยากทำความดีตามที่คุณยายแนะนำ ท่านจะพูดตบท้ายให้พวกเรายอมรับโดยไม่รู้ตัวด้วยเรื่องหนึ่งซ้ำๆ กัน

“คุณจำไว้นะ ถ้าอยู่ตัวคนเดียวมีเงิน ๑๐๐ บาท เราทำบุญได้ถึง ๕๐ บาท  ถ้าแต่งงานไป มีเงิน ๑๐๐ บาท ก็ทำบุญได้ ๕ บาท และถ้ามีลูก ๑ คน ทำบุญได้อย่างมากสลึงเดียว ถ้าคุณมีลูก ๒ – ๓ คน คุณไม่มีสิทธิ์ทำบุญเลยนะ มันยาก เพราะมีอยู่แค่ร้อยเดียว”

当我们的心很开朗的时候,就会想按照老奶奶的引导去行善。并在自然的情况下,给予很好的总结:

“你们要记住,如果一个人独自有100泰铢,那么便可以用50铢去修功德。但如果结婚之后,自己有100泰铢,那就只能有5铢去修功德。如果有一个孩子,就只能有25分去修功德,但如果有两到三个孩子,那么连去修功德的25分钱都没有。这非常难,因为自己只有100泰铢而已。”

 

ท่านชี้ให้เห็นโทษของการแต่งงานมีครอบครัวอย่างอ้อมๆ อาตมานึกรู้อยู่เหมือนกัน แต่นึกว่าท่านพูดกับคนอื่น  กว่าจะรู้ตัวว่าท่านเจาะจงพูดให้อาตมาฟังเมื่อเวลาผ่านไปเป็นปี เพราะจนกระทั่งคนที่เคยนั่งฟังอยู่ด้วยแต่งงานไปแล้ว หลวงพ่อธัมมชโยตอนนั้นเป็นหนุ่มใหญ่ ก็ตั้งสัจจะขอประพฤติพรหมจรรย์ตลอดชีวิตไปแล้ว ตอนรู้ตัวว่าเราเองคือคนที่คุณยายเตือน ก็รู้สึกอึดอัดรุ่มร้อนไปหมด เพราะตอนนั้นมีโครงการจะแต่งงานอยู่พอดี

老奶奶间接的指出了结婚成家的不利之处,而师父也有听到,只是认为老奶奶在提醒别人而已。但在一年之后,才知道老奶奶是针对于师父而说的,因为当时在场听这段话的人都已经结婚,而探玛才优师父也已经决定终生出家。后来,当知道自己就是老奶奶所提醒之人时,便感觉面红耳赤,因为那时候师父正准备要结婚。

 

อาตมาใจแป้วซึมไปเลยเมื่อคิดว่าจะต้องทำให้คุณยายผิดหวัง นึกขอผัดผ่อนกับคุณยายอยู่ในใจว่า

“…ยาย ผมขอแต่งงานเป็นชาติสุดท้ายเถอะครับ ชาตินี้ขอเป็นกองเสบียงให้พระศาสนาก่อน…”

当一想到要让老奶奶失望,师父便有些惆怅,但心里还是想向老奶奶请求说:

“奶奶,我请求今世是我的最后一世结婚,今世先作为佛教的护法居士好了。”

 

 

ของขวัญวันเกิดคุณยาย

老奶奶的生日礼物

          สมัยที่อาตมาเรียนอยู่มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ แฟชั่นฉลองวันเกิดเป็นที่นิยมมาก คุณยายเลยต้องพลอยติดกลุ่มไปด้วย พอถึงวันเกิดคุณยายทีไร ลูกศิษย์จะมาฉลองวันเกิดให้คุณยายกันคับคั่ง

以前师父还在大学学习的时候,时尚的生日聚会非常受欢迎,于是老奶奶也受此风潮的影响。当到了老奶奶生日的那天,弟子们就齐聚一起为老奶奶庆祝生日。

 

คุณยายถือวันเกิดเอาวันที่ตรงวันขึ้น ๑๐ ค่ำเดือนยี่ เพราะฉะนั้น บางปีก็ตรงกับปลายเดือนธันวาคมแต่บางปีก็เลยไปถึงเดือนมกราคม

老奶奶将自己的生日规定为每年的农历2月10日。因此,她的生日有的年是十二月的下旬,有的年就要到来年的一月份。

 

เมื่อปี พ.ศ. ๒๕๑๑ เป็นปีที่อาตมาตัดสินใจเลิกสูบบุหรี่เด็ดขาด ถือฤกษ์กวาดล้างขว้างทิ้งไปทันทีที่ได้ยินเสียงพระสวดชยันโตวันขึ้นปีใหม่ ๑ มกราคม พ.ศ. ๒๕๑๑ แต่ไม่ได้บอกใครว่าเลิก เพราะยังไม่แน่ใจตัวเอง กลัวว่าถ้าประกาศไปแล้วทำได้ไม่ตลอดจะอับอายขายหน้าเขาเปล่าๆ

佛历2511年,那一年师父决定要戒烟。在佛历2511年1月1日的元旦那天,当僧人第一声诵经声响起的时候,师父便决定将烟瘾戒掉。但他没有告诉任何人,因为自己还不太确定,害怕说如果宣布了,但不能坚持,那样反而会感到惭愧。

 

นับเป็นความโชคดีอย่างมหาศาลของอาตมาที่ปีนั้นวันเกิดคุณยายตรงกับวันที่ ๑๐ มกราคม พ.ศ. ๒๕๑๑ เป็นจังหวะที่รองรับประคับประคองวัจจะของอาตมาไว้ได้อย่างพอเหมาะพอเจาะ วันนั้นหลังจากนั่งสมาธิกันอย่างเต็มที่ แขกผู้ใหญ่กลับกันหมดแล้วเหลือแต่พวกเราเด็กๆ ประมาณสิบกว่าคน กำลังช่วยกันเก็บกวาดบ้าน และรอรับฟังโอวาทอยู่ พอได้เวลาคุณยายก็ให้ศีลให้พร ตอนหนึ่งท่านพูดว่า

“ในบรรดาลูกศิษย์ทั้งหมดนี่ ยายรักพวกคุณมากที่สุด พวกคุณนี่ดีที่สุดจริงๆ ขยันนั่งสมาธิเอาจริงเอาจัง แล้วสมาธิก็ก้าวหน้ากันทั้งนั้น แต่ยายจะรักพวกคุณมากขึ้นอีกหลายเท่า ถ้าพวกคุณเลิกสูบบุหรี่”

佛历2511年1月10日是老奶奶的生日,那一天,可以称作是师父的幸运日,因为恰是当日,师父得到了适时且充分支持。那一天,当打坐完,所有的大居士都回去后,只剩下我们大约十几个年轻人,一边在收拾打扫房间,一边聆听告诫。最后老奶奶在给祝福语的时候说道:

“在所有的弟子中,奶奶最喜欢你们。你们真的很好,非常的精进打坐,并且也都取得了很大的进步,如果你们能够戒掉烟瘾,那么奶奶会更加爱你们。”

 

พอคุณยายพูดขาดคำ บรรดาสิงห์อมควันศิษย์ก้นกุฏิคุณยายต่างมองหน้ากัน แล้วโดยมิได้นัดหมาย ทุกคนยอมทิ้งบุหรี่ที่พกมาทั้งหมดลงในกระโถนของคุณยาย พร้อมทั้งตั้งสัจจะว่า จะไม่สูบบุหรี่อีกเลยตลอดชีวิต

当老奶奶的话刚落,所有的烟友都一齐望着老奶奶的脸,且在事先没有任何约定的情况下,将所带来的所有香烟,都丢进了痰盂中。然后齐心发誓说将终生不再吸烟。

 

อาตมาก็เลยได้โอกาสตั้งสัจจะไม่สูบบุหรี่ซ้ำอีกเป็น ๒ ชั้น ตอนนี้ไม่มีความลังเลเลย โถ…กำลังใจฟูยิ้มแก้มปริด้วยคำชมของคุณยายอย่างนั้น ต่อให้ขอยิ่งกว่าเรื่องบุหรี่ พวกเราก็ยินดีให้เป็นของขวัญวันเกิดของท่านทั้งหมด

于是师父又通过这次发誓,来加固了之前的戒烟想法,终于也就不再犹豫了。而老奶奶也面带微笑的给予我们信心,让我们非常乐意的下定决心,将戒烟作为献给老奶奶的生日礼物。

 

คุณยายของอาตมา ช่างเป็นผู้ฉลาดในการเลือกจังหวะได้เยี่ยมยอดอะไรอย่างนี้ และนับตั้งแต่ปีนั้นเป็นต้นมา ลูกศิษย์ของท่านอีกหลายคนก็รอคอยวันเกิดคุณยาย เพื่อตั้งสัจจะเป็นของขวัญอันล้ำค่า ที่รู้ว่าจะถูกใจท่านยิ่งกว่าสิ่งใดๆ  กันเป็นลำดับ สำหรับคุณไชยบูลย์ สุทธิผล หรือหลวงพ่อธัมมชโยในปัจจุบัน ได้ตั้งสัจจะประพฤติพรหมจรรย์ตลอดชีวิตเป็นคนแรก ในวันเกิดคุณยาย ๑๐ มกราคม ๒๕๑๑ วันเดียวกับที่อาตมาตั้งสัจจะเลิกบุหรี่นั่นเอง

师父心中的老奶奶,是一位非常懂得掌握时机之人。自从那一年后,很多弟子都在期待着老奶奶生日那天的到来,从而以誓言来当做是送给她的最为珍贵礼物,因为弟子们都知道这份礼物非常适合老奶奶的心意。而探玛才优师父则在佛历2511年1月10日,也就是师父发誓戒烟的当天,第一位立下誓言要终生出家。

 

ส่วนอาตมา หลังจากนั่งสมาธิมากเข้า ความคิดที่จะประพฤติพรหมจรรย์ก็เริ่มเกิด แต่ยังไม่แกร่งกล้านัก เพราะฉะนั้น พอถึงวันเกิดคุณยายรอบถัดมา ตรงกับวันที่ ๒๙ ธันวาคม ๒๕๑๑ อาตมาตั้งสัจจะแต่เพียงว่า

“ชาตินี้ถ้าบวชแล้วจะไม่สึก”

而师父自身,在打坐多了之后,也就逐渐产生了出家的想法,但还不是很确定。因此,在接下来第二年老奶奶生日的当天,师父立下誓言:

“如果今世出家,那么将不会还俗。”

 

แต่บวชเมื่อไรยังไม่ยอมพูด ยังคิดแต่งงานเสียก่อนอยู่ร่ำไป

但何时出家却不愿意讲,心里还是想着先结婚。

 

เมื่อนั่งสมาธิมากเข้าๆ ประกอบกับรู้ว่า ถ้าได้ที่ดินแล้วคุณยายจะสร้างวัดให้เป็นสถานที่ปฏิบัติธรรม ควมมั่นใจจึงเพิ่มขึ้นอีกระดับหนึ่ง และเมื่อวันเกิดของคุณยายเวียนมาครบรอบอีกครั้ง ในวันที่ ๑๗ มกราคม  ๒๕๑๓ ได้ที่ดินสร้างวัด อาตมาจึงตั้งสัจจะกับคุณยายว่า

          “นับแต่วันนี้เป็นต้นไป จะขอประพฤติพรหมจรรย์ตลอดชีวิต”

当打坐越来越多,后来又得知:如果获得一片土地,那么老奶奶将会用来建一所修行佛法的寺院。师父出家的决心,也就又上升到了另外一个层次。因此在接下来一年,也就是2513年1月17日老奶奶生日的当天,师父便向老奶奶发誓道:

“从今天开始,我请求终生出家修梵行。”

 

          เมื่อได้ตัดสินใจลงไปแล้ว ก็มีความรู้สึกว่าในโลกนี้ไม่มีอะไรน่ากลัวอีกเลย ถึงใครจะเอามีดมาจ่อคอก็เฉยๆ กำลังใจมีมากถึงขนาดนี้ แต่กว่าจะผ่านมาถึงจุดที่สามารถตั้งสัจจะประพฤติพรหมจรรย์ตลอดชีวิตได้ คุณยายก็เหน็ดเหนื่อยประคับประคองอาตมามานานเต็มที นึกถึงความดีที่ตัวเองทำขึ้นในปัจจุบันคราวใด เป็นต้องนึกถึงพระคุณคุณยายอยู่ร่ำไป

当终于下了决心后,便感觉这个世界上其实不再有什么可怕的了。即便有人拿刀来对着自己的咽喉,也会坦然面对,心中是如此的充满信心。但能够决心发誓终生出家,离不开老奶奶对师父孜孜不倦的教诲与培养。现在每当想到自己所做过的决定,都必定会感念到老奶奶。

 

แรงอธิษฐาน

发愿的力量

          วันพุธที่ ๒๙ เดือนสิงหาคม พ.ศ. ๒๕๑๒ คุณไชยบูลย์ สุทธิผล ก็บรรพชาอุปสมบท ณ พัทธสีมา วัดปากน้ำ ภาษีเจริญ โดยมี พระเทพวรเวที เป็นพระอุปัชฌาย์ (ปัจจุบันคือ สมเด็จพระมหารัชมังคลาจารย์) ได้รับฉายาว่า ธัมมชโยภิกขุ เป็นหลวงพ่อธัมมชโยของพวกเราตั้งแต่วันนั้นเป็นมา

หลังจากหลวงพ่อธัมมชโยบวชได้ไม่นาน คุณยายก็มีดำริจะสร้างวัด เพื่อเป็นศูนย์กลางการเผยแผ่พระศาสนาให้กว้างขวางขึ้น ตามหน้าที่ที่หลวงพ่อวัดปากน้ำมอบหมายให้ คุณยายถือเป็นงานหลักตั้งแต่เมื่อหลวงพ่อวัดปากน้ำภาษีเจริญใกล้มรณภาพ

佛历2512年8月27日,差雅朴.苏惕婆(法胜法师)如愿的在北榄寺的大雄宝殿内出家。并由帕帖瓦拉瓦提(北榄寺现任住持)当他的戒师,法号为“探玛才优”,也就是从那一天起,他成为了我们大家所敬仰的探玛才优师父。

在探玛才优师父出家后不久,老奶奶便考虑要兴建一所新的寺院。为的正是将佛教弘扬得更加广泛,而老奶奶也将这个任务作为最重要工作在执行,这个计划其实也是在秉承北榄寺祖师生前之意愿。

 

ก่อนหน้าจะได้ที่ดินสร้างวัด มีเรื่องแปลกคือ ระยะนั้น คุณยายอธิษฐานดังๆ บ่อยครั้ง คุณยายอธิษฐานว่า

“ขอให้มีคนยกที่ให้สัก ๕๐ ไร่เถอะ”

在获得土地之前,大家经常看见一件奇怪的事情,那段时间,老奶奶会经常大声的发愿道:

“希望有人能够捐赠50泰亩左右的土地。”

 

โดยเฉพาะวันอาทิตย์ต้นเดือน คุณยายจะนำพวกเราอธิษฐานขอให้ได้ที่ดินสร้างวัดเร็วๆ ท่านอธิษฐานบ่อยๆ และดังได้ยินกันทั้งบ้าน จนเราพลอยอธิษฐานตามท่านเป็นประจำ พอปลายปี ๒๕๑๒ ก็มีคนยกที่ให้จริงๆ แต่ให้มากถึง ๑๙ ไร่ ที่ ต. คลองสาม อ. คลองหลวง จ. ปทุมธานี โดยการบริจาคของคุณหญิงประหยัด แพทยพงศาวิสุทธาธิบดี

因此,在月初的第一个星期天,老奶奶就会带领我们发愿,祈求能够快些获得土地来建造寺院。老奶奶不断的发愿,并且声音大得响彻了整个房子,而我们也会跟随着她的声音默默的发愿。当到了佛历2512年的年底,终于如愿的获得了帕亚帕塔颇萨.韦素哈提卜地(音译)女地主所捐赠的土地,位于巴吞他尼府空銮县的196泰亩的一片田地。

 

อำนาจจิตอธิษฐานของผู้บริสุทธิ์กาย วาจา ใจแรงขนาดนี้ ทำให้อาตมาเชื่อมั่นในพระรัตนตรัยมากยิ่งๆ ขึ้นทุกวัน

如此一位身、口、意都清净之人,拥有这般坚定的祈祷意志,让师父对三宝越来越怀有信仰心。

 

คราวหนึ่ง หลังจากเริ่มสร้างวัดใหม่ๆ ขาดเงินไปถึงสองหมื่นบาทเศษ ซึ่งนับว่ามากในสมัยนั้น กำหนดจะต้องไปจ่ายในวันรุ่งขึ้น อาตมาถามคุณยายว่ามีเงินเท่าไร คุณยายตอบว่ามีเงินอยู่พันกว่าบาท อาตมากระวนกระวายใจมาก แต่คุณยายบอกว่า

“นั่งสมาธิไปก่อนเถอะ ยายอธิษฐานขอเงินจากพระพุทธเจ้าได้แล้ว ท่านส่งมาให้จากพระนิพพานเลย”

在创建寺院的初期,有一次缺少资金多达两万泰铢,在当时来说,这笔钱算是一笔很大的数目了。而且这笔钱还必须要在第二天支付,于是师父就去问老奶奶还有多少钱,老奶奶说:还有一千多铢而已。师父听完心里非常着急,但老奶奶却平静的说:

“先打坐吧,奶奶已经向佛陀发愿请求到了资金,佛陀会从涅槃那里送过来的。”

 

อาตมตามคุณยายขึ้นไปนั่งสมาธิ แต่ทำใจให้หยุดนิ่งไม่ค่อยได้เพราะกังวลเรื่องเงินมาก วันนั้นคุณยายนำนั่งสมาธินานตั้งแต่ ๖ โมงเย็นถึง ๓ ทุ่ม พอออกจากสมาธิแล้ว อาตมาก็รำพันต่อว่า

“ถ้าพรุ่งนี้ไม่มีเงินจ่ายค่าแรงงานคนงานเป็นค่าขุดคันคู คงเกิดเรื่องแน่”

于是 师父就按照老奶奶的吩咐去打坐,但却总是不能静下心来入禅定,因为心里非常担心那笔资金。那一天,老奶奶从傍晚六点一直引导打坐到晚上九点,打坐结束之后,师父就念叨说:

“如果明天没有钱去支付挖水渠的工人,那就麻烦了。”

 

แต่คุณยายยืนยันว่า ท่านเห็นในสมาธิ พระพุทธเจ้าส่งเงินมาให้แล้ว

但老奶奶却非常确定的说,她在打坐中看到佛陀已经将钱送来了。

 

อาตมาไม่รู้จะทำอย่างไร จึงลาคุณยายกลับที่สร้างวัด นัดว่าพรุ่งนี้จะมารับเงิน พอเปิดประตูก็พบผู้ชายคนหนึ่ง นั่งอยู่ที่ยบันไดหน้าบ้าน ซักถามได้ความว่า พ่อของเขาสั่งไว้ก่อนตายว่า ให้นำเงินทำบุญที่นี่ ๓ หมื่นบาท เขามารออยู่ตั้งแต่หนึ่งทุ่มแต่เข้ามาไม่ได้ เพราะเราปิดประตูแล้วไปนั่งสมาธิอยู่ชั้นบนกันทั้งหมด

师父不知道如何是好,于是只好拜别老奶奶准备回寺院的工地,心里想明天再过来拿钱好了。可是当打开门正要回去时,就看见门外的楼梯下坐着一位男子,后来询问得知,他的父亲在往生前,嘱咐他拿三万块泰铢来此处供养,而且他在晚上七点的时候,就已经来了,只是因为全部人都在二楼,关起门一起打坐去了,一直进不去,。

ญาณของคุณยายไม่คลาดเคลื่อนเลย เงินที่คุณยายเห็นปรากฎทั้งในสมาธิ และนอกสมาธิ ตามแรงอธิษฐานของท่านจริงๆ

老奶奶的先知先觉准确无误,那些她在打坐中或打坐之外,所显现的画面都能如愿的得以实现。

 

นโยบายในการทำงาน

工作中的方针政策

เมื่อได้ที่ดินสร้างวัด ๑๙๖ ไร่ ในปลายปี พ.ศ. ๒๕๑๒ ดังกล่าวมาแล้ว พอปี ๒๕๑๓ ก็เริ่มสร้างวัด อาตมาจึงลาออกจากงานที่ทำอยู่มาควบคุมการดำเนินงานสร้างวัดเต็มเวลา

ก่อนเริ่มทำงานสร้างวัด คุณยายเรียกประชุมลูกศิษย์ทุกคน ชี้แจงให้ฟังว่า

“เราจะช่วยกันสร้างวัด แล้ววัดที่จะสร้างก็เป็นวัดใหญ่ เนื้อที่มาก เมื่อจะสร้างทั้งที ยังไงๆ เราก็พยายามจะสร้างให้ดีที่สุด เพราฉะนั้น สิ่งที่จะตามมาอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้คือ เราจะต้องทะเลาะกันแน่ ยายขอให้พวกเราถามตัวเองตั้งแต่เดี๋ยวนี้เลย

佛历2512年年底,团队获赠了196泰亩的土地后,便在佛历2513年年初,开始动工兴建寺院。师父也就辞掉了当时的工作,来全心全意监督寺院的工程进度。

在准备建设寺院前,老奶奶召集所有的弟子一起来开会,并指明说:

“我们大家将齐心一同建设寺院,而且即将建设的这个寺院是一个大寺院,土地的面积非常大。既然已经决心要建了,那么无论怎样,我们都要将其建成最好的寺院。因此,在接下来会无法避免的事情就是,我们一定会有摩擦而发生争吵,奶奶希望你们现在就立刻询问一下自己。

 

 

ใครคิดว่าต่อไปข้างหน้า ถ้าเถียงกันแล้วทะเลาะกันแล้วอดจะโกรธกันไม่ได้ ให้ถอยออกไปนั่งข้างหลัง ถ้าใครคิดว่าทะเลาะกันแล้ว เถียงกันแล้วจะไม่โกรธ ก็ขยับขึ้นมานั่งใกล้ยาย”

在接下去的日子中,如果发生争议和争吵时,无法抑制住自己不要生气,那么就请他到后边去坐。而如果谁认为在发生争议和争吵之后,依然能够抑制自己不生气,那么就移过来坐在奶奶的身边。”

 

อาตมาเป็นคนหนึ่งที่นั่งแถวหน้าไม่ถอยอยู่แล้ว ส่วนผู้ที่นั่งข้างหลัง เขาก็ไม่ขยับขึ้นมาข้างหน้าเหมือนกัน

师父所坐的位置是第一排,因此已无需移动位置,而至于坐在后面的人,也同样的没有一个人向前移动。

 

อาตมาได้รับความไว้วางใจจากหลวงพ่อธัมมชโยและคุณยาย ให้มารักษาแผ่นดินดูแลการสร้างวัดคุณยายและหลวงพ่อธัมมชโยยังอยู่ที่บ้านธรรมประสิทธิ์ ทำหน้าที่บอกบุญสร้างวัดทุกวัน เพราะเรามีเงินทุนเริ่มต้นเพียง ๓๒๐๐ บาท คนทั่วไปเขาศรัทธาคุณยายมาก คุณยายจึงมีเงินให้อาตมานำมาจ่ายค่าแรงคนงานได้ทันการทุกที สำหรับอาตมาก็หาเวลาว่างบอกบุญเหมือนกัน แต่หาคนศรัทธาจริงจังอยากร่วมบุญด้วยเต็มที่ยากมาก

师父得到了探玛才优师父和老奶奶的充分信任,被委托来到施工现场监督寺院的工程建设。老奶奶和探玛才优师父,则依然是每天都在佛法实践之家履行募捐的责任。因为我们最初开始建设寺院时候只有3200块泰铢。居士们对老奶奶非常的信仰,因此,老奶奶才有钱让师父及时拿去支付劳工费。而师父也一样会在空闲的时间去募捐,但是寻找一位真心信仰,且又全心全力供养资金的人很不容易。

 

ขณะออกบอกบุญ มักมีคำพูดมาเข้าหูบ่อยๆ เช่นว่า

“ไอ้ตี๋ใหญ่ สงสัยจะมาหลอกต้มเสียละมั้ง”

每当募捐的时候,最常听到的一句话就是:

“你这小子该不会是来诈骗的吧?”

 

 

บางคนเห็นท่าศรัทธามาก อาตมาจึงพามาพบหลวงพ่อธัมมชโย ซึ่งตอนนั้นท่านเพิ่งบวชได้พรรษาเดียว ก็มีเสียงอีกว่า

“พระหนุ่มๆ อย่างนี้ จะสึกเมื่อไหร่ก็ไม่รู้”

有的人看似非常的信仰,于是师父便带他来见探玛才优师父。而当时探玛才优师父也刚出家一年,于是就会又有人说道:

“这么年轻的一位法师,随时都有可能会还俗吧。”

 

ระยะไหนที่งานก็หนัก เงินก็ฝืด ชาวบ้านก็ไม่เข้าใจ ทำให้ใจตกขุ่นมัวง่าย หน้าตาคร่ำเครียด คุณยายเห็นท่าไม่ดี ก็เรียกมานั่งสมาธิต่อเนื่องกันเสียทีหนึ่ง คราวละ ๒ วันบ้าง ๓ วันบ้าง ใจจึงค่อยฟูอิ่มเอิบเบิกบาน แล้วกลับมาทำงานสร้างวัดต่อไปอีกอย่างร่าเริงสนุกสนานร่วมกับพี่ๆ น้องๆ ในวงบุญ

那段时期,工作任务很重,资金也很紧缺,整个人就很容易会感到心灰意冷。老奶奶看见师父的精神状态不太好,于是就会叫师父来一起打坐,有时会是两天,有时会是三天。之后心会逐渐的开朗起来,并再次带着愉快的心情返回到工地,和大家一起快乐的工作。

 

คุณยายชวนบวช

Khun Yai Encourages Me to Ordain

老奶奶邀请出家

          หลังจากอาตมาตั้งสัจจะประพฤติพรหมจรรย์ เมื่อต้นปี พ.ศ. ๒๕๑๓ แล้ว อาตมาก็ยังคร่ำเคร่งอยู่กับงานสร้างวัด ไม่คิดถึงเรื่องบวชเลย คุณยายคงกลัวอาตมาพลาดพลั้งเสียสัจจะ วันหนึ่งท่านจึงเรียกอาตมาไปเตือนว่า

After Mr. Padej Pongsawat (Luang Por Dattajeevo) pledged in the beginning of 1920 (2513 B.E.) to ordain and remain celibate for the rest of his life, he devoted all his time and efforts towards the construction of the Dhammakaya Temple that he did not have much time to contemplate about ordaining. Concerned that the integrity of his vow to ordain may be compromised, Khun Yai had a talk to kindly remind him.

在佛历2513年的年初,当师父发誓修梵行之后,便一直忙于寺院的建设工作,而没有再想到出家的事情。老奶奶可能担心师父会食言,于是有一天,她便提醒师父说:

“คุณเด็จ คุณอยู่ทางโลกไม่ได้หรอกนะ เพราะคุณเป็นคนใจกว้าง มีสมบัติอะไรคุณก็ให้เขาหมด ขืนมีครอบครัวก็ลำบากเหมือนพระเวสสันดร” คุณยายยังบอกต่อว่า

“Mr. Dej, the secular life is not for you because you are such a generous person that you would willingly give all your fortune away. The family life is not an easy one either,” Khun Yai added.

“你无法过世俗的生活,因为你心地太善良,有任何的财富,都会全部给他人,即便成了家,也会如大菩萨一样很艰难。”说完不一会儿,老奶奶又接着说道:

 

“คุณเกิดมาเพื่อสร้างบารมีเท่านั้น บวชเสียแล้วจะประสบความสำเร็จทุกสิ่งทุกอย่างที่ต้องการ คุณเป็นคนมีความเพียร คุณมีสิทธิ์จะรู้จะเห็นธรรมได้ เพราะฉะนั้นบวชเถอะยายจะกำหนดวันให้”

“You were born only to pursue Perfections. You will achieve success in everything you do once you ordain. You are persevering and have the chance to attain the Dhammakaya, so you should ordain. I will set the date for you.”

“你生来是为了修波罗蜜而已,当出家之后,会在各个方面都获得成功。同时你也是一位勤奋之人,有潜质能看到佛法中所讲到的一切。因此出家吧,奶奶来帮你选日子。”

 

อาตมากลับมานั่งวิเคราะห์ดูเหตุผลที่คุณยายจะให้บวช ก็เห็นจริงตามท่าน ชีวิตทางโลก อาตมาเกือบจะได้แต่งงานตั้งหลายครั้ง แต่พอเอาจริงเอาจัง ก็มีเหตุให้ห่างเหินกันและเลิกราไปในที่สุด

师父仔细的分析了一下老奶奶让自己出家的理由,还真的如她所说的那样。师父曾经有几次差点就结婚了,但每当真的到了谈婚论嫁的时候,总会有原因使两人疏远,而导致最后的分手。

 

อาตมาจำได้ว่าพอแตกเนื้อหนุ่ม อาตมาก็ริรักผู้หญิงถึงขนาดขออนุญาตพ่อแต่งงาน พ่อไม่ค้านสักคำ

师父还记得,在年轻的时候曾经喜欢上了一个女孩子,并去请求父亲允许两人结婚。而父亲也没有反对,只是说道:

 

“จะแต่งก็แต่ง แต่กลับไปคิดหาคำตอบมาบอกพ่อก่อนว่า จะมีธรรมะข้อไหนไปสอนลูกสอนเมีย พ่อให้เวลาคิด ๗ วัน”

“想结婚可以,但先回去想到答案来回答我的问题:那就是自己有多少佛法去教导孩子和妻子?我给你七天的时间去考虑。”

 

อาตมาเคยอ่านหนังสือธรรมะมามาก แต่สนใจเฉพาะส่วนที่เป็นอิทธิปาฏิหาริย์ ส่วนธรรมะเรื่องการครองเรือนไม่เคยสนใจเลย วันนั้นกลับไปนอนคิดคืนเดียวก็บอกพ่อว่า

师父曾经读过很多的佛法书籍,但一般都只喜欢阅读关于神奇法术方面的内容而已,至于与家庭方面有关的佛法知识,却不喜欢读。那天回去想了一个晚上后,就回来告诉父亲说:

 

“ผมไม่แต่งแล้วนะ”

“我不结婚了。”

 

คราวนั้นอาตมาไม่ได้แต่งงาน เพราะไม่รู้ธรรมะ แต่เมื่อมาอยู่กับคุณยายได้เรียนรู้ธรรมะทั้งปฏิบัติ ปริยัติแล้วน่าจะแต่งงานได้ คุณยายจะมีแผนขัดขวางอย่างไร ตอนนั้นอาตมาไม่รู้

那一次没有结成婚,是因为自己没有佛法知识去教导家人。但在来跟随老奶奶之后,学到了很多关于打坐和佛经上面的知识,试想应该适合结婚成家了。可是老奶奶会有什么样的计划来阻碍,那时师父却不得而知。

 

เพิ่งมารู้ว่าอาตมารอบรู้สารพัด แต่ไม่รู้จักตนเองต้องให้คุณยายมาชี้ให้เห็นว่า อาตมาไม่เหมาะกับชีวิตทางโลกอย่างไร และควรปฏิบัติตนในชีวิตทางธรรมอย่างไร อาตมาจึงมองเห็นตัวเองได้ชัดเจน

到了后来才知道,师父虽然具备丰富学识,但最后还是需要让老奶奶来帮自己指明,自己如何的不适合世俗生活,以及应该如何在佛法的道路上自我修行,最后让师父能够清楚的认识到自身。

 

ตัดสินใจบวช

下决心出家

ตั้งแต่เล็กมาแล้ว อาตมามีความรู้สึกฝังใจประหลาดๆ ลึกๆ อยู่อย่างหนึ่ง สมัยนั้นอาตมายังเรียนหนังสืออยู่ในชั้นประถม ๔ ที่โรงเรียนในจังหวัดกาญจบุรี อาตมาต้องข้ามฟากขึ้นไปตัดไม้รวกบนเขาแหลม เอามาทำรั้วล้อมแปลงผักสวนครัวเพื่อกันวัวเข้ามาเหยียบย่ำ ไปตัดไม้ตั้งแต่เช้า พอบ่าย ๓ โมงก็เริ่มขนลงมา

从小的时候,师父就对事物有一种与众不同的感受。那时侯,师父还在北碧府的一所小学里读四年级。为了避免水牛进到菜园中践踏蔬菜,师父要去到一座山上伐木来做成菜园子的围栏。他一大早就出发,直到下午三点的时候才再把木头搬运下来。

 

วันหนึ่งราวๆ ๔ โมงเย็น ขณะที่กำลังแบกไม้รวกลงเขามาได้ครึ่งทางก็เห็นชาวบ้านเขาต้อนวัวทั้งฝูงลงมากินน้ำ มองอยู่ไกลๆ ขนาดเห็นวัวสูลแค่ศอกเดียว เมื่อกินน้ำเสร็จเขาก็ต้อนวัวกลับ ฝุ่นฟุ้งตลบลอยเป็นทางยาวถึง ๕ – ๖ กิโลเมตร

有一天,大约是下午四点左右,刚好将那些木材搬运至半山腰时,看见一位村民赶着一群水牛下来喝水,从远处望去,那群水牛很小,当喝完水后,村民便将那群水牛赶回去了,掀起的灰尘有长达五六公里之远。

 

อาตมามองตามไป มีความรู้สึกอย่างรุนแรงว่า นั่นไม่ใช่พวกเรา แม้แต่โยมพ่อโยมแม่ หลายๆ ครั้งมีความรู้สึกว่าไม่ใช่พ่อแม่เรา ญาตฺพี่น้องก็ไม่ใช่ เรามาอาศัยเขาอยู่ แต่ตอบไม่ได้ว่าพ่อแม่ที่แท้จริงเป็นใคร บางครั้งรู้สึกเหมือนตัวคนเดียว เหมือนแยกขาดจากกันคนละโลกกับคนอื่นๆ แต่ไม่รู้จะพูดให้ใครเข้าใจ

师父远远望去,突然涌起一阵感触,有时连父母亲,也不会是我真正的父母亲。我的亲戚朋友,也不是真正的亲戚朋友。我只是暂时来依靠它们而生存,却无法回答得出这些人真正的是谁。有时候就好像感觉到自己是一个人,与其他人是分离开来,生活在不同的世界中,但这种感觉却不知道向谁去解释才能明白了解我的感觉。

 

ความรู้สึกทำนองนี้เกิดขึ้นอีกครั้งหนึ่ง เมื่ออาตมาเรียนอยู่ชั้นมัธยมปีที่ ๖ ได้มาที่บ้านพี่ชาย ลูกของป้า เจอหนังสือเก่าๆ เล่มหนึ่งก็หยิบอ่านดู รู้สึกประทับใจในเรื่องนั้นอย่างรุนแรง ในเรื่องบอกว่า

师父再次有这种感觉产生的是在高中三年级的时候。师父来到一位表哥的家中,看见有一本很旧的书,于是便拿来读。对书中所讲述的内容,印象非常的深刻。书中写道:

 

แม่แกะตัวหนึ่ง มีลูกอยู่ ๒ – ๓ ตัว วันหนึ่งมันไปพบลูกสิงโตที่เพิ่งคลอด ยังไม่ลืมตา ถูกทิ้งอยู่ไม่รู้ว่าพ่อแม่สิงโตหายไปไหน แม่แกะสงสารจึงให้ลูกสิงโตกินนมของมันและเลี้ยงดูเหมือนลูกสิงโต ลูกสิงโตอยู่กับแม่แกะก็ร้องแบบแกะ กินหญ้าแบบแกะ

一只母羊,生有两三只小羊。有一天,母羊看见一只刚刚出生,且还没有睁开眼睛的小狮子,也没有母狮在身旁,好像被抛弃了似的。母羊觉得那只小狮子非常的可怜,于是就给它喂奶,并带回来照顾。而那只小狮子与母羊生活在一起后,每当叫的时候,声音有如羊叫,而且也会跟着母羊吃草。

 

นานวันเข้า ลูกสิงโตเติบโตขึ้น ตัวใหญ่แข็งแรงผืดพี่ผิดน้อง มันไม่รู้ว่าหน้ามันไม่เหมือนพี่น้อง เพราะมันไม่เห็นหน้าตาตัวเอง แต่ลูกแกะรู้สึกว่าลูกสิงโตหน้าตาแปลกๆ แต่มันก็เล่นกันตามประสา แม้ว่าลุกสิงโตมักจะเล่นแรงไปหน่อย

ลูกสิงโตมีความรู้สึกว่าพ่อแม่แกะระแวงตัวมันอยู่ แต่ไม่รู้ว่าทำไม ยิ่งกว่านั้น ยังห้ามไม่ให้มันไปเล่นที่เชิงเขาอีกฟากหนึ่งด้วย

ลูกสิงโตรู้สึกว่าตัวเองกินหญ้าไม่อิ่มท้อง  ชีวิตรู้สึกขาดๆ แต่ไม่รู้ว่าขาดอะไร

后来小狮子一天天的长大,体型非常的强壮,对比身边的兄弟姐妹那么与众不同。但是它却不知道自己的相貌不一样,因为它看不见自己长什么样,但是小羊却感觉小狮子的相貌非常奇怪。虽然如此,但是它们还是会在一起玩耍,并且每次小狮子的力气都会很大。

小狮子也感觉到母羊对它有猜疑,但却不知道为什么,而且母羊还会禁止它去山的另一边玩耍。

小狮子感觉自己吃草无法填饱肚子,而且生活似乎缺少了什么,但是却想不起到底缺少些什么。

 

แต่แล้ววันหนึ่ง เกิดพายุฝนพัดกระหน่ำรุนแรงมาก น้ำหลากจนกระทั่งต้องหนีข้ามฟากหนึ่ง ขณะที่ปีนขึ้นเขา แม่แกะมีอาการหันรีหันขวาง ท่าทางหวาดหวั่นเหมือนไม่อยากขึ้น แต่จำใจต้องขึ้นเพื่อหนีน้ำท่วม

有一天,突然下起了很大的暴风雨,突如其来的洪水,让他们不得不搬到山的另一边去。在爬山的过程中,那只母羊总是左顾右盼,表情非常畏惧,好像不想去山的另一边似的,但洪水的到来让它别无选择。

 

แม่แกะหนีน้ำอยู่บนเขาลูกนั้นจนกระทั่งฝนซา หลังจากน้ำลดลงแล้ว จึงชักชวนกันกลับลงมา ขณะนั้นเอง ก็มีเสียงกระหึ่มราวกับเสียงฟ้าร้องดังรับกันเป็นทอดๆ แม่แกะตกใจตัวสั่น แต่ลูกสิงโตกลับรู้สึกคุ้นเสียงนั้นมาก แม้ไม่เคยได้ยินมาก่อน มันยังรู้สึกอีกว่า มันเองก็ทำเสียงอย่างนั้นได้ จึงร้องรับเสียงนั้นออกไป

母羊和孩子们在山的另一边躲避着洪水,直至后来洪水渐渐的退去,母羊便准备领着孩子返回原处。也就在这个时候,不远处传来了一阵阵如雷声般的狮吼,母羊感到非常的害怕,全身颤抖。但是小狮子却很诧异,即便之前不曾听到过,但是自己对这种声音感觉非常熟悉,并且,自己似乎就应该发出这种声音一样,于是便学着叫了起来。

 

คราวนี้ทั้งพ่อแกะแม่แกะและพี่ๆ แกะของมัน ต่างวิ่งหนีกันสุดชีวิต  ลูกสิงโตมองตามด้วยความแปลกใจ แต่มันรู้สึกสบายใจที่ได้ร้องเสียงนั้นออกมา มันร้องโต้ตอบออกไปอีก ยิ่งร้องมันก็ยิ่งสบายใจ รู้สึกกระปรี้ประเปร่า และมีความภูมิใจที่มันทำเสียงอย่างนั้นได้ เมื่อร้องได้หลายๆ ครั้ง  มันกลับรู้สึกว่ามันร้องได้ดีกว่าเสียงที่มันได้ยินเสียอีก มันรู้ได้ด้วยมันเองทันทีว่า เสียงนี้เป็นเสียงที่มันใฝ่หามาตลอดชีวิต

听到身边传出狮吼,这一下子,母羊全家人都纷纷四处逃窜躲避起来。小狮子看到感到非常的奇怪,但心中又因为能吼出那种声音,感到异常的开心。它又继续的吼叫,感觉越叫越舒服,神采奕奕当越来越适应狮子的吼叫声,它感到自己的叫声,比听到的更加顺耳。终于,它意识到,这种叫声才是它一直以来所追求的声音,是属于它自己的。

 

พี่ๆ แกะวิ่งลงเขาไม่เหลียวมองมาเลย แต่แม่แกะยังวิ่งๆ หยุดๆ พร้อมกับหันมามองตาละห้อย ลูกสิงโตรู้ว่า มันไม่สามารถอยู่กับแม่แกะได้อีกต่อไปแล้ว มันได้แต่ยืนมองจนกระทั่งแม่แกะวิ่งลับตาไป และนั่นเป็นการสิ้นสุดของสายสัมพันธ์ของลูกสิงโตกับแม่แกะ

那些小羊头也不回的拼命跑走了,而母羊则还会跑跑停停,时不时用哀伤的眼神回头望着小狮子。而此时小狮子也开始意识到,他不可能再回去跟母羊生活在一起了,只能站着目送母羊慢慢的远去,消失在视线中。同时也预示着母羊和小狮子的关系就此结束了。

 

ลูกสิงโตเดินขึ้นเขา ไปหาที่มาของเสียงร้องที่มันได้ยิน มันเห็นสัตว์ชนิดหนึ่ง ตัวโตๆ มีขน มีหางและแข้งขาเหมือนกับมันทุกอย่าง ใบหน้าของสัตว์พวกนี้ดูแปลกๆ  เพราะมันไม่เคยเห็นมาก่อน ขณะที่ลูกสิงโตเดินเข้าไปที่สัตว์ฝูงนั้น มันเห็นเงาใบหน้าของตัวเองในแอ่งน้ำที่น้ำฝนขังอยู่ หน้าตาของมันเหมือนกับพวกที่อยู่ข้างหน้านี้เอง ลูกสิงโตรู้สึกทันทีว่า “นี่คือญาตืพี่น้องของเรา” มันจึงเข้ากลุ่มไปอยู่ด้วย

เวลานั้น เมื่ออาตมาอ่านมาถึงตรงนี้ มีความรู้สึกว่า ช่างเหมือนกับความรู้สึกของตัวเองจริงๆ เป็นความรู้สึกรุนแรงครั้งที่ ๒ ที่จะต้องตามหาพ่อแม่ให้เจอ แต่ไม่รู้จะไปหาที่ไหน

小狮子立即拔腿去寻找声音的来源,不一会儿它便看见一种体型庞大,身上的毛以及尾巴,还有四肢都和自己的一模一样的动物。因为此前不曾见到过这种动物,所以看起来还是有些怪异。当小狮子走近那些动物时,发现身旁水中所浮现的自己的倒影,与那些动物非常的相似。从这一此刻起,小狮子便开始意识到,这些原来才是自己的同类,于是它便走进了狮群中。

当师父读到这里时,感同身受,而这也是第二次拥有如此强烈的感觉,就是一定要寻找到自己真正的父母,但却又不知道去往何处寻找。

 

 

ต่อมาเมื่อได้มาฝึกสมาธิ ก็ได้พบว่าคนที่พูดกันแล้วรู้เรื่องดี มีความสนิทสนมจริงใจก็คือ พวกที่ฝึกสมาธิด้วยกัน รู้สึกเหมือนอยู่ในหมู่ญาติ

จนกระทั่งเมื่ออาตมาเรียนจบชั้นมัธยมปีที่ ๖ เมื่อปี พ.ศ. ๒๕๐๑ จะมาสอบเข้าโรงเรียนเตรียมอุดมฯได้ไปพักอยู่กับพี่ชายลูกป้าที่บ้านย่านสวนลุมพินี แต่สถานที่ไม่เงียบสงบ ดูหนังสือไม่ค่อยได้ เขาจึงแนะนำให้ไปดูหนังสือที่วัดปากน้ำ ภาษีเจริญ เพราะที่บ้านเขาไปวัดปากน้ำกันอยู่แล้ว

后来当来练习打坐之后发现,那些在交流时能彼此理解,以及关系非常密切的人就是那些一起练习打坐的人,就好像身处于亲密的大家庭中一般。

师父于佛历2501年,考进重点附属高中时,去到隆比尼公园附近的表哥家寄宿。但那里非常的喧嚣,不太能看得进书,于是表哥就介绍让师父去北榄寺那边看书,因为刚好他们家也要去北榄寺。

 

อาตมาจึงได้ไปวัดปากน้ำเป็นครั้งแรกในชีวิต ไปนั่งดูหนังสือที่บริเวณร่มไม้ข้างโบสถ์ และได้พบกับหลวงพ่อวัดปากน้ำ ซึ่งขณะนั้นท่านมีอายุ ๗๓ ย่าง ๗๔ ปีแล้ว อาตมามองท่านเหมือนถูกสะกด ร่างท่านสูงใหญ่ มีสง่า ผิวพรรณผ่องใส แม้จะดูซูบไปบ้าง คนที่นั่งข้างๆ บอกว่าท่านเพิ่งหายป่วย นัยน์ตาของท่านเข้มเหมือนสีเหล็ก ดูมีอำนาจน่าเกรงขาม แต่แฝงไว้ด้วยความใจดีมีเมตตา

ท่านถามว่ารับพระของขวัญหรือยัง อาตมาตอบว่า “ยัง” ท่านก็บอกให้ไปใบอนุโมทนามา

แต่ด้วยความที่อาตมาเรียนวิชาอยู่ยงคงกระพันมา จึงทำให้คิดผิดไปว่า พระของขวัญยังอยู่นอกตัว สู้วิชาหนังเหนียวของเราก็ไม่ได้อยู่ในตัว เป็นเสียอย่างนี้ จึงไม่ได้รับพระจากมือท่าน

于是师父便有生以来头一次去到北榄寺。师父坐在大雄宝殿旁边的树荫下看书,并遇见北榄寺的住持(祖师)。那时候他的年龄大约73岁至74岁,看上去感觉有点严肃,虽然有些消瘦,但身材高大,庄严大方,肤色非常的洁白。身旁的人告诉师父说他生病刚痊愈,但眼神非常的深邃,坚定有力,同时还带着一丝的慈悲。

他问师父是否获得了佛牌,师父便回道:“还没有。”他就告诉师父去拿随喜功德单来。

但由于师父那时正在学习邪门法术,于是让自己错误的认为佛牌乃身外之物,无法与自己体内刀枪不入的法术相比,也因此而失去了祖师所亲手赠送的佛牌。

 

 

ต่อมาอีก ๒ วันได้พบท่านอีก ก็กราบท่านอยู่ไกลๆ รู้สึกเลื่อมใสในบุคลิกและเคารพยำเกรงท่านมากในใจลึกๆ รู้สึกเหมือนกับได้พบญาติผู้ใหญ่ แต่น่าเสียดายที่ตั้งแต่นั้นอาตมาไม่ได้พบท่านอีกเลย เพราะเมื่อเข้าเรียนในโรงเรียนเตรียมอุดมฯ เมื่อป๊ พ.ศ. ๒๕๐๑ ก็ขะมักเขม้นอยู่กับการเรียน ไม่ได้ไปที่วัดปากน้ำอีกในปี พ.ศ. ๒๕๐๒ ท่านก็มรณภาพ

两天后,师父再次的见到了祖师,并在远远的地方向他顶礼,同时在心中对他产生了深深的信仰与尊重之情,感觉就好像见到了非常可敬的长辈一般。但可惜的是,自从那以后,师父就没有再见过祖师。因为当考进重点附属高中后,便一直忙于学业,就再也没有来过北榄寺,而在佛历2502年的那一年,祖师便圆寂了。

 

ครั้นมาพบคุณยายอาจารย์ พบเพื่อนผู้ปฏิบัติธรรมที่บ้านธรรมประสิทธิ์ ความเป็นอยู่ของที่นี่มีความอบอุ่นอย่างประหลาด คุณยายอาจารย์เป็นศูนย์กลางความรู้สึกนึกคิดของอาตมาทั้งหมด เหมือนท่านเป็นทั้งพ่อทั้งแม่รวมกัน อาตมามีความสุขที่จะซักไซร้ไต่ถามท่านได้ทุกเรื่อง ทุกข์สุขอย่างไรท่านรู้หมดโดยไม่ต้องถาม ไม่ต้องเขินไม่ต้องอาย อาตมายังรู้สึกสนุกที่ได้เกเรเกตุงให้คุณยายปราบ ไม่ต้องระวังตัวแข็งเหมือนอยู่ต่อหน้าอาจารย์ใหญ่กับไม้เรียว

来遇到老奶奶,遇到佛法实践之家的同修者,让师父感觉这里充满了温暖与美好。师父所有的想法和感受都是以老奶奶为中心,她就好像是父亲和母亲的结合体。师父感到开心的是能问老奶奶各种各样的问题,师父不用说她也不用问,她不会尴尬也不会害羞,师父是快乐还是痛苦,她全部都知道。师父感到有趣的还有在她的面前可以很顽皮,不用像在大长老面前那般的拘谨。

 

อาตมามีความรู้สึกเหมือนเป็นเด็กอยู่ในอ้อมอกอุ่นของคุณยาย ไม่มีอันตรายใดๆ จะมาแผ้วพานได้ อาตมามีเพื่อนผู้ปฏิบัติธรรมที่สามารถสนทนาธรรมกันได้อย่างสนุกสนาน เหมือนพี่เหมือนน้อง อาตมามีความรู้สึกว่า นี่แหละคือครอบครัวของอาตมาที่แท้จริง ถึงเวลาที่อาตมาควรจะบวช เพื่ออยู่ร่วมในวงบุญไปด้วยกันตลอดชีวิต

师父感觉自己就好像身处于老奶奶温暖的怀抱中一样,不会受到任何危险的侵害。师父有很多能够相互交流佛法的同修朋友,大家亲如兄弟姐妹,让师父感觉到,这就是自己真正的家庭。为了生生世世都能够一起处于功德圈之中,师父终于决定出家了。

 

แล้วพ่อผู้ให้กำเนิดของอาตมาล่ะ…. อาตมาไปกราบลาท่านขออนุญาตบวช ท่านถามว่าจะบวชนานเท่าไร อาตมาตอบว่า

“บวชตลอดชีวิต”

至于师父的亲生父亲,师父去请求他答应让师父出家,父亲问师父说要出家多久,师父回答道:

“终生出家。”

 

โยมพ่อของอาตมาไม่ยอมพูดเรื่องนี้กับอาตมาเลยตลอดเวลาหลายวัน จนกระทั่งวันหนึ่ง หลวงพ่อธัมมชโยซึ่งเพิ่งจะบวชได้ไม่นาน มีอายุพรรษาเพียง ๒ พรรษาเศษ แต่มีความคุ้นเคยกับครอบครัวของอาตมามาก่อน ได้มาหาอาตมาที่บ้านในขณะที่อาตมาไปธุระข้างนอก พอกลับมาถึงบ้าน เห็นสีหน้าโยมพ่อสดชื่น ถามหลวงพ่อธัมมชโยต่อหน้าอาตมาว่า

“ในงานบวช จะให้โยมทำอะไรบ้าง”

于是父亲很多天都不愿意和师父谈这个话题。直到有一天,出家两年的探玛才优师父,来家中找师父,探玛才优师父在出家之前,就已经和我们家很熟,而那时刚好师父外出。再后来当师父回到家中,看见父亲面带笑容的在师父的面前,问探玛才优师父说:

“在出家仪式上,我能做些什么呢?”

 

ได้ยินแค่นี้อาตมาก็ลิงโลดใจ รู้ว่าพ่ออนุญาตให้บวชแล้ว รีบก้มลงกราบท่านด้วยความตื้นตันใจ

เมื่อนำเรื่องนี้มากราบคุณยายอาจารย์ ท่านดีใจมาก สั่งให้ทุกคนเตรียมงานบวชอาตมา ในวันที่ ๑๙ ธันวาคม ๒๕๑๔ นั้นทันที

听到这句话,师父满心欢喜,因为知道父亲已经允许自己出家了,于是立即以法喜的心向父亲跪拜顶礼。

当师父把这个决定告诉老奶奶时,她显得非常的高兴。吩咐让每个人都立即去准备,师父于佛历2514年12月19日的出家仪式。

 

 

พระบวชใหม่ 新比丘

          หลังจากได้บวชแล้วที่วัดปากน้ำภาษีเจริญ ก็ดูเหมือนว่าทุกสิ่งทุกอย่างน่าจะเรียบร้อยดี แต่กลับไม่เป็นเช่นนั้น เพราะพระบวชใหม่กว่าจะปรับตัวเข้ากับเพศสมณะได้ต้องใช้เวลามาก

在北榄寺出家后,看起来一切都会很好,但事实并非如此,因为新出家的比丘需要好一段时间,才能适应出家人的生活。

อาตมาเคยนบนอบหมอบกราบคุณยาย มาบัดนี้เป็นพระแล้ว คุณยายท่านปรับตัวได้ทันที กราบพระลูกศิษย์ด้วยอาการนอบน้อมเต็มอกเต็มใจ อาตมาเสียอีก บางครั้งที่ได้รู้สึกถึงความรักความห่วงใยของท่านเต็มที่ ความซาบซึ้งประทับใจทำให้เผลอยกมือรับไหว้ท่านด้วยความตื้นตันใจหลายครั้งเหมือนกัน คุณยายต้องเตือนบ่อยๆ ว่า

“อย่าทำให้ยายบาปนะ”

师父曾经恭敬的拜老奶奶,而老奶奶却马上来以非常尊重之心拜自己的弟子。感受到老奶奶的爱与关怀,使得师父好几次都因深深感动而自然回拜老奶奶,还被老奶奶常常提醒说:

“不要让奶奶造恶啊”。

 

ตอนจำพรรษาอยู่วัดปากน้ำภาษีเจริญ หลวงพ่อธัมมชโยและอาตมายังคงมาปฏิบัติธรรมที่บ้านธรรมประสิทธิ์เหมือนเดิม ที่วัดปากน้ำระยะนั้นไม่เข้มงวดเรื่องการรับแขกของพระมากนัก ใครจะรับแขกที่กุฏิก็ได้ แต่คุณยายไม่ยอม

当还居住在北榄寺时,法胜法师和师父还是一样要到佛法实践之家佛法修行。那段时间,对于比丘接待居士方面,北榄寺不够严格,每个人都可以在自己的寮房接待居士,这方面老奶奶非常的反对。

แขกทุกคนไม่ว่าหญิงหรือชายที่มาเยี่ยม พระจะต้องออกมารับแขกที่บ้านธรรมประสิทธิ์ โดยเฉพาะถ้าเป็นแขกผู้หญิงนี่ไม่ได้เลย พระจะต้องรับต่อหน้าคุณยาย และคุณยายมักจะนั่งฟังอยู่ด้วย ความเข้มงวดเรื่องนี้นี่เองที่ทำให้พระของคุณยายทุกรูปสามารถบำเพ็ญเนกขัมมบารมีได้อย่างมั่นใจและมั่นคง

老奶奶要求:无论是男居士,还是女居士来拜访,比丘都要出到佛法实践之家接待,尤其是女居士,一定要在老奶奶面前接待,同时老奶奶还会在一旁旁听,如此严格的规定,使得老奶奶培训的每一位比丘,都可以坚定的修出离波罗蜜。

ศัตรูของพระบวชใหม่อีกอย่างหนึ่ง ก็คือเชื้อเก่าของความเป็นอยู่ทางโลก ตอนแรกก็ไม่เข้าใจว่า ทำไมคุณยายต้องขอร้องหลวงพ่อธัมมชโยเมื่อครั้งบวชใหม่ๆ ว่า ให้เผารูปสมัยเป็นฆราวาสทิ้งให้หมด ขนาดเหลือหลงตาอยู่รูปเดียวที่บ้าน ท่านยังรู้ ให้ไปค้นมาฉีกทิ้งลงกระโถนด้วยมือของท่านจนได้

新比丘的另外一个敌人就是世俗的旧生活习惯,在刚开始的时候,不理解老奶奶为什么请求法胜法师在刚出家时,要将法胜法师世俗的相片全部都烧掉,甚至被遗忘在家里的一张单人照,被奶奶发现后,也亲手撕碎丢进了垃圾桶里。

คราวหนึ่งเพื่อนของอาตมามาเยี่ยม ใส่เสื้อผ้าสไตล์ใหม่มา พอเห็นปุ๊บอาตมานึกทันทีว่า

“โธ่เอ๊ย…นี่ถ้าเราใส่จะหล่อกว่านี้เสียอีก”

有一次,师父的朋友来拜访,朋友穿着当季新款的衣服,师父一看,心里冒出了一个念头:

“哎呀,如果这件衣服是我穿的话,会比朋友更帅气。”

 

นี่ขนาดตัดใจมาบวชแล้วยังไม่วายเลย เพราะเชื้อมันยังไม่หมด ชนิดที่โบราณเรียกว่า “ผลไม้ยังไม่ลืมต้น” ถึงอย่างไรก็หวานไม่สนิท แต่ก็ไม่ได้คิดจะสึก วันหนึ่งกลับไปเยี่ยมโยมพ่อโยมแม่ที่บ้าน ไปพบว่ามีเสื้อตัวเก่งเหลืออยู่ตัวหนึ่ง แจกไม่หมด นึกใจในขึ้นมาเลยว่า

“เสื้อตัวนี้ยังใหม่อยู่เลย ถ้าเราใส่จะหล่อกว่าเพื่อนที่มาเยี่ยมเราวันนั้นเสียอีก”

即使决定来出家了,可还是无法忘记世俗的旧习惯,因为旧习性还未消除,正所谓:积习难改。虽然还不是成熟的比丘,但也没有想还俗的念头。有一次,回家拜访父母时,看见有一件以前的衣服,可能是忘记送人了,心中升起如此的想法:

“这件衣服还很新,如果我穿了,肯定比那天来拜访我的朋友帅气。”

 

เห็นไหมว่ายังเป็นไปได้ขนาดนี้ มันเป็นเชื้อให้ใจย้อนกลับไปคิดเรื่องทางโลก ถ้าคุณยายไม่รอบคอบเรื่องเหล่านี้ บางทีอาจจะไม่มี “ทัตตชีโว ภิกขุ” อยู่ในวงการศาสนาแล้วก็ได้

เมื่อคุณยายย้ายจากวัดปากน้ำมาด้วยที่วัดพระธรรมกาย เมื่อปี พ.ศ.๒๕๑๘ ( ยังเป็นศูนย์พุทธจักรปฏิบัติธรรม ) คุณยายอาศัยประสบการณ์สมัยอยู่กับหลวงพ่อวัดปากน้ำ ออกกฎระเบียบของวัดหลายอย่างที่เข้มงวดมากคือ

看见了吗?这就是旧的习惯,使得我们会联想到世俗的事情,如果老奶奶在这些方面不周密,那么在今天的佛教界中就没有师父了。

在佛历的2518年大家由北榄寺搬来法身寺(那时还是佛轮修行中心),老奶奶凭借着以前跟随北榄寺祖师的经验,制定出了严格的寺院规章制度。

 

 

ห้ามรับแขกที่กุฎิ ห้ามผู้หญิงขึ้นกุฏิพระ

        禁止寮房内接待客人,女生禁止进比丘寮房

          ที่ห้ามอย่างนี้ ไม่ใช่เพราะไม่อยากรับแขกหรือเกลียดชังผู้หญิงหรอกนะ แต่เพื่อป้องกันการคลุกคลีกับฆราวาสมากเกินไป แม้จะเป็นผู้ชายก็เถอะ ถ้าอาศัยความคุ้นเคยกัน ประกอบกับความเป็นส่วนตัวมากๆ ประเดี๋ยวก็คุยออกนอกเรื่อง ทำให้ใจฟุ้งไปได้ ถ้ายิ่งเป็นหญิงก็ยิ่งไปกันใหญ่ เพราะฉะนั้นท่านจึงห้ามเลย ห้ามรับแขกที่กุฏิทั้งชายทั้งหญิง แต่สำหรับชายมีผ่อนปรนให้บ้าง เช่น ในกรณีเจ็บไข้ได้ป่วย ก็อาจเข้าไปเยี่ยมเยียนได้ตามสมควร แต่ผู้หญิง ไม่ว่ากรณีไหน ห้ามเด็ดขาด

如此的严格,不是不让接待客人或憎恨女生,而是为了防止比丘与居士有过多频繁的联系,即使是男生也不行,如果因为互相间熟悉,以及在私人的空间,就可能会生起无稽之谈,让心产生杂念,要是女生的话就更糟糕了。因此,老奶奶才制定出此项制度,不管是男生还是女生客人,都禁止在寮房接待。但针对于男生居士,如有特殊情况,比如,比丘生病了,可适当的去探访和照顾。但是对于女生居士,无任何例外,女生居士都不得进入寮房。

 

กุศโลบาย

方针

          ความชาญฉลาดของท่านอย่างหนึ่ง ซึ่งถ้ามองในแง่ของงานทางโลก ต้องยกให้คุณยายเป็นยอดของผู้นำ เพราะมีกุศโลบายในการผนึกกำลังรักษาความสามัคคีของหมู่คณะของท่านนั้นแหลมคมนัก

ตลอดเวลาของการสร้างวัด เราลุยกันมาตลอดแทบไม่มีเวลาปรึกษากัน พอมีคนมากเข้าก็แบ่งงานกันไปทำ พระทุกรูปแบ่งหน้าที่ไปเป็นหัวหน้าคุมคนงานทุกอย่างตั้งแต่บ่ายจนค่ำ ตอนเช้าเท่านั้นที่ต้องนั่งสมาธิทุกรูป จริงๆ แล้วงานทุกส่วนแม้จะแยกกันไปทำ ก็ควรมีโอกาสปรึกษาหารือกันเป็นช่วงๆ มีเวลาเพลไปจนค่ำเป็นช่วงเวลาที่ห่างกันมาก สำหรับงานเร่งด่วนซึ่งอาจเกิดปัญหาได้ง่าย แต่คุณยายก็มีวิธีการป้องกันปัญหาจนได้

老奶奶的周全智慧,如果以世俗的眼光看,老奶奶就是我们的领导,因为老奶奶制定出的规章制度,让团体团结为一,和谐的生活在一起。

在建造寺院的那段时间里,大家几乎没有时间商量,当有多人来的时候,就会分配任务。每一位比丘都被分派为监督工人建造寺院的队长,从中午至晚上照看所有的一切,只有每天早上的时候比丘才有时间打坐。其实每一部分工作,即使是分工完成,也应该找机会一起商量讨论,午膳后离晚上间隔很长,当遇到紧急的工作,就可能容易出现问题,可老奶奶也有方法来避免这些问题。

 

คุณยายขอร้องพระทุกรูปว่า

“๕ โมงเย็นต้องมาฉันน้ำปานะของยายนะ ให้ยายได้บุญบ้าง”

老奶奶说,希望每一位比丘:

“在每天下午的五点钟后,都来喝奶奶供养的饮料,让奶奶能积累功德。”

 

 

ได้ฟังอย่างนี้พวกเรามีหรือจะขัด  เมื่อคุณยายบอกอยากได้บุญจากพระลูกศิษย์ทุกรูป  จึงมีเวลาพบกันอีกช่วงหนึ่งคือ ๕ โมงเย็น ได้ปรึกษาหารือเรื่องงานกันอีกพักหนึ่งต่อหน้าคุณยาย  ตอนนั้นอาตมาไม่รู้สึกอะไร  นอกจากนึกว่าคุณยายอยากได้บุญ

ต่อมาระยะหลังๆ  เมื่ออาตมาช่วยเจ้าอาวาสบริหารวัดมานานพอสมควร  จึงเห็นความสำคัญของการประชุมว่ามีมาก  แล้วก็ฉุกคิดได้ว่า จริงๆ แล้วต้นคิดเรื่องนี้คือคุณยายอาจารย์ ผู้ไม่เคยเรียนทฤษฎีการบริหารมาก่อนเลย….

当老奶奶说想跟每一位弟子比丘修功德,听到这样的话,我们能拒绝吗?这样,在五点钟的时候才会有时间,能与老奶奶面对面的商量工作,那时师父没有多想,只是认为老奶奶想得到功德而已。

后来,当师父帮忙住持管理寺院很长一段时间,才发现了开会的重要性,而且师父意识到这事的起源人是从未学习过的管理知识的老奶奶师父。

 

หวนคิดไปถึงตอนที่อาตมาและทีมงานสร้างวัดมาหลายคนยังไม่ได้บวช เราลุยเรื่องปรับพื้นที่ วางแผนกันมาก มีเรื่องทุ่มเถียงกันบ่อยในที่ประชุมเพราะความเห็นไม่ลงรอยกัน คุณยายไม่ได้เข้าร่วมประชุมด้วย แต่มาคอยเลียบๆ เคียงๆ สังเกตการณ์ ถ้าเห็นท่าไม่ดี ขืนให้ประชุมต่อไปคงต้องทะเลาะกันแน่ ท่านสั่งให้หยุดประชุมทันที แต่ท่านให้หยุดแบบนิ่มๆ เราก็ดื้อกับท่านไม่ได้ เช่นบอกว่า

“เรื่องที่ประชุม คงอีกยาวกว่าจะจบ มานั่งสมาธิเอาบุญละเอียดกันก่อนเถอะ”

记得当时,师父和建设团队中几个还未出家的成员,在规划土地方面,因为看法不一致,意见不合,常常在会议上争吵。老奶奶没有参与会议,只是在旁听观察而已,如果看见情况不佳,硬着头皮继续开下去也无意义,只会互相争吵。老奶奶就会吩咐马上结束会议,让大家都静下来。我们只能听奶奶的话,因为奶奶常说:

“关于会议的事情,可能还要很长的时间才能结束,我们一起来打坐,先修点细腻的功德吧。”

 

พวกเราก็ต้องงดการประชุมไปนั่งสมาธิ นั่งไปได้ประมาณ ๒ ชั่วโมง ใจก็ใส พอเลิกนั่ง ก็ประชุมกันต่อไปด้วยความราบรื่น เพราะผ่องใสกันหมดทุกคนแล้ว

บางเรื่องที่มีเค้าจะขัดแย้งกันรุนแรง พอเราเตรียมจะประชุม คุณยายพูดเปรยดักหน้าทันที

“วันนี้อากาศไม่ดี  ร้อนอบอ้าว จะมาประชุมอะไรไว้แดดร่มลมตกค่อยประชุมกัน ตอนนี้ไปนั่งสมาธิสัก ๒ – ๓ ชั่วโมงดีกว่า”

我们结束会议去打坐,大约禅修了两个多小时,等我们的心透明后,再继续的开会,因为所有人的心都明亮了,所以会议就很顺利的进行。

当一些事情上有很大分歧时,我们准备开会讨论,老奶奶就会快一步的说:

“今天天气不怎么好,很闷热,要开会也要等到太阳下山后嘛,现在我们先去打坐2-3个小时比较好。”

 

 

บางทีก็บอกว่า

“วันนี้อย่าเพิ่งประชุมเลย มาช่วยกันจัดดอกไม้บูชาพระพุทธเจ้ากันดีกว่า”

有时也会说:

“今天就不要开会了,我们一起准备鲜花供养佛陀吧。”

 

ตกลงบางครั้งจนถึงกลางคืนก็ยังไม่ได้ประชุม รุ่งเช้าคุณยายชวนนั่งสมาธิต่ออีก เรื่องบางเรื่องท่านชะลอเวลาด้วยวิธีการนี้ไปถึง ๒ – ๓ วัน จึงได้ประชุม ซึ่งถึงเวลานั้น ทุกคนได้นั่งสมาธิต่อเนื่องกันมานาน จนกระทั่งใจใสทั่วกันแล้ว เรื่องที่ประชุมถึงจะเห็นไม่ตรงกันอย่างไรก็ออมชอมกันได้ เพราะต่างใจใสใจละเอียดกันแล้วทั้งนั้น

นี่แหละคุณยาย อ่านหนังสือไม่ออกแต่รอบรู้สารพัด ฝีมือแก้ไขสถานการณ์หาใครเทียบยาก เพราะท่าน จึงทำให้ทุกอย่างเข้ารูปเข้ารอยเป็นน้ำหนึ่งใจเดียวและสำเร็จได้รวดเร็ว เราสามาถกล่าวได้เต็มปากว่า

“วัดพระธรรมกายสร้างได้เพราะคุณยายแท้ๆ”

有时到了晚上都开不成会,早上奶奶再邀请大家一起打坐,有些时候用各种方法推迟会议2到3天。这几天里,每个人都持续不断的打坐修行,使得心都明亮了,因为每个人的心都细腻了,所以在会议上的事虽然意见不一样,但最后都会忍让并达成共识。

这就是老奶奶,虽然只字不识,但了知世间一切,具有非一般的解决问题能力。很难有人能与老奶奶相比,因为老奶奶能让所说所想融合为一,并且把愿望变成现实,我们可以这么说:

“因为有奶奶,才有法身寺。”

 

งานสร้างวัด

แนวคิดในการสร้างวัดพระธรรมกาย

建设寺院的工作

创建法身寺的构想

หลวงพ่อทัตตชีโว  มีความเห็นเช่นเดียวกับหมู่คณะที่อยู่ร่วมกันบุกเบิกสร้างวัดพระธรรมกายว่า ท่ามกลางสภาวะสังคมที่มีการเปลี่ยนแปลงอย่างมากเช่นนี้ มีความจำเป็นที่จะต้องช่วยกันฟื้นฟูความเป็น “วัด” ที่ดีกลับมาอีกครั้ง โดยเหตุที่ปัญหาสังคมต่างๆ ล้วนแสดงถึงการขาดศีลธรรมของคนในสังคมเป็นประการสำคัญ ในฐานะที่วัดมีหน้าที่หลักในการสั่งสอนศีลธรรม ย่อมมีหน้าที่จะต้องพัฒนากระบวนการปลูกฝังและวิธีการเผยแผ่ธรรมะให้มีประสิทธิภาพ และเหมาะสมกับทุกยุคสมัยให้มากยิ่งขึ้น

施命法师与共同创建法身寺的团队拥有一致的共识,:如今的社会环境发生巨大的变化,非常有必要帮忙恢复优秀“寺院”。因为当今社会出现了各种问题,这表明了社会的人缺少道德意识,这是很重要的一个原因,而寺院的主要职责是教导道德文化,有责任的发展培养善人过程的系统和有效的弘扬佛法,适应每个时代的发展。

 

ในสถานการณ์ปัจจุบันนี้ พระภิกษุสงฆ์จำนวนกว่า ๓๐๐,๐๐๐ รูป และวัดต่างๆ กว่า ๓๐,๐๐๐ วัดทั่วประเทศ จึงจำเป็นที่จะต้องมีความพร้อมในการชี้นำคุณงามความดีแก่ประชาชนอย่างเต็มกำลังความสามารถ เพื่อสร้างสันติสุขและความสว่างไสวในทุกๆ ด้านแก่สังคมให้ได้ในที่สุด

如今的形势,全国总共有300,000位僧人,30,000多所寺院,所以才有必要引导大众积极行善,介绍美德善行给大众认识,才能给社会的各方面带来幸福和光明。

 

ปัจจุบันมีผู้กล่าวกันมากว่า คนไม่ค่อยเข้าวัด ผู้คนมีศีลธรรมน้อยลง หลวงพ่อทัตตชีโวท่านมองปัญหานี้ในมุมกลับว่า จริงๆ แล้วประชาชนอยากเข้าวัด จะต้องเป็นผู้นำในการพัฒนาปรับปรุงเข้าวัดให้น่าเข้า แล้วประชาชนก็จะหลั่งไหลเข้าวัดเอง

现在很多人都在说,人们都不太爱进寺院了,有道德之人再逐渐的减少。而帕帕哇那威利雅坤住持(施命法师)则从另外一个角度来看待这个问题,他说事实上人们想进寺院,但如果寺院不值进,那就是僧人的责任了。领导者要将寺院建设成值得进的寺院,那么人们自会络绎不绝的进来。

 

จากแนวคิดนี้ วัดพระธรรมกายได้แบ่งเขตพื้นที่เป็น เขตพุทธาวาส  ที่ตั้งของโบสถ์ ประดิษฐานพระพุทธรูป เขตธัมมาวาส ที่แสดงธรรมอบรมประชาชน เขตสังฆาวาส ที่พักสงฆ์ อย่างเป็นสัดส่วนและได้พัฒนาวัดตามหลักปฏิรูปเทส ๔ ของพระสัมมาสัมพุทธเจ้า ดังนี้

基于此想法,法身寺便将区域划分为佛区,也就是主佛的安放处——大雄宝殿;以及法区,也就是向世人开示佛法的地方;最后就是僧区,也就是僧人的居住区。以上的三个区域都是遵循了佛陀的四宜居之地原则来划分和发展的,主要如下:

 

๑. อาวาสเป็นที่สบาย คือ การปรับปรุงสภาพทางภูมิศาสตร์ของวัดให้ดี ปลูกต้นไม้ให้รามรื่น ดูแลวัดให้สะอาดสะอ้าน เป็นระเบียบเรียบร้อย

๒. อาหารเป็นที่สบาย คือ การดูแลอาหารการกินของญาติโยมที่มาวัดให้ดี ภัตตาหารที่ญาติโยมนำมาถวายพระ ก็ดูแลให้ดี ให้ความเคารพในทานของญาติโยม ภาชนะของเขาที่ใส่ภัตตาหารมา ก็ทำความสะอาดส่งคืนให้เรียบร้อย และรวมถึงการจัดระบบการบริหารการเงินให้รัดกุมด้วย

๓. บุคคลเป็นที่สบาย คือ พระภิกษุ สามเณร อุบาสก อุบาสิกา ศิษย์วัด จะต้องอบรมให้มีกิริกยามารยาทเรียบร้อย สมเป็นคนวัด มีอัธยาศัยไมตรีต้อนรับญาติโยมที่มาวัดอย่างดี ต้องรักษาศีลอย่างเคร่งครัด และหมั่นศึกษาธรรมะปฏิบัติธรรม เจริญสมาธิภาวนาอย่างสม่ำเสมอ ให้คนวัดเป็นแบบอย่างทางความประพฤติแก่ญาติโยมที่มาวัดได้

๔. ธรรมะเป็นที่สบาย คือ เมื่อประชาชนมาวัดแล้ว อย่าให้กลับบ้านมือเปล่า จะต้องได้เรียนรู้ธรรมะ ได้ข้อคิดกลับไปใช้ในการประพฤติปฏิบัติในชีวิตได้ วัดจะต้องมีการอบรมสอนประชาชน ทั้งการปฏิบัติเจริญสมาธิภาวนา และการเทศน์สอนหลักธรรมต่างๆ

  1. 环境舒适宜人,即寺院要位于优越的地理位置,寺院内绿树成荫,并将寺院管理得干干净净,整整齐齐。
  2. 膳食充分具足,即要安排好来寺院信众们的用餐,把信众们带来供养给僧人的食物要照看好。同时对于信众们的用餐要给予关照,他们装食物来供养的盒子,要帮其清洗干净,然后再送还。最后还要加强资金的管理制度。
  3. 处处皆是善友,即比丘、沙弥、优婆塞、优婆夷和寺院其他弟子,要培养良好的行为举止,成为合格的寺院人员。要友善的接待来寺院的信众,要严格持戒,要持续精进的学习佛法和修行打坐,让寺院里面的人,能够成为来寺院信众们的榜样。
  4. 修行环境清静,即当信众们进入寺院之后,不让他们空手回家,要让他们学习到佛法知识,获得一些运用到日常生活中的想法。寺院要积极的培养和教导来寺院的信众,让他们学习打坐,以及听闻各种佛法知识。

 

เมื่อได้พัฒนาวัดตามแนวทางที่พระสัมมาสัมพุทธเจ้าให้ไว้นี้แล้ว เมื่อเขามาวัดแล้วสบายใจ ได้ประโยชน์ เขาก็บอกกันปากต่อปาก วัดได้ทำหน้าที่หลักในการอบรมศีลธรรม สร้างคนดีให้เกิดขึ้นแก่สังคมอย่างจริงจังอีกครั้งหนึ่ง

在如此遵循佛陀的思路来发展寺院后,当信众们进入寺院感到舒心,收获意义,那么他们就会相互的传扬开来。寺院的主要责任是培养人们的道德,教育出善人,从而建立一个真正的良好社会。

 

ในการบุกเบิกสร้างวัดพระธรรมกายนี้ หลวงพ่อธัมมชโยได้เป็นกำลังสำคัญร่วมกับคุณยายอาจารย์มหารัตนอุบาสิกาจันทร์ ขนนกยูง และหลวงพ่อธัมมชโย  โดยเริ่มต้นจากบ้านธรรมประสิทธิ์ ณ วัดปากน้ำภาษีเจริญ มาเป็นศูนย์พุทธจักรปฏิบัติธรรม และพัฒนาเป็นวัดพระธรรมกายในปัจจุบัน

施命大师和詹孔诺雍优婆夷老奶奶,以及法胜大师是创建法身寺的主要力量,他们从佛法实践之家开始,再到佛法修行中心,最后创建了今天的法身寺。

 

จุดประสงค์ในการสร้างวัดพระธรรมกาย

创建法身寺的宗旨

ความตั้งใจแน่วแน่ของคณะผู้บุกเบิกสร้างวัด คือ การอบรมศีลธรรมแก่ประชาชน เพื่อสร้างสันติสุขให้แก่ชาวโลก จึงมีแนวทางสำคัญ คือ

สร้างวัดให้เป็นวัด คือ เป็นวัดที่สะอาด สงบ ร่มรื่น เหมาะสมแก่การประพฤติปฏิบัติธรรมของประชาชน

สร้างพระให้เป็นพระ คือ ฝึกอบรมพระภิกษุให้ถึงพร้อมด้วยจารวัตร และคุณธรรมภายใน เป็นที่ตั้งแห่งศรัทธา สามารถเป็นครูสอนศีลธรรมให้แก่ประชาชนได้

สร้างคนให้เป็นคนดี คือ สร้างคนดีมีศีลธรรมมีความรับผิดชอบต่อตนเอง ครอบครัว สังคม และประเทศชาติ

创建团体的坚定发心是:为了实现世界的真正和平而培养世人的道德。于是便有了如下重要的宗旨,分别为:

创建真正的寺院,即是成为一所整洁、宁静、阴凉,以及适合信众修行打坐的寺院。

将比丘培养成正僧,即是将比丘培养成具足戒律和内在道德的正僧,并能够成为教导世人道德的老师。

将人培养成善人,即是将人培养成为一位具备道德,并对自己、家人、社会和国家有责任感之人。

 

ด้วยเหตุนี้วัดพระธรรมกายจึงมุ่งเน้นการอบรมธรรมะ ทั้งภาคปริยัติและภาคปฏิบัติให้แก่พระภิกษุ สามเณร อุบาสก อุบาสิกา ตลอดจนสาธุชนผู้สนใจศึกษาธรรมะทุกท่านตลอดมา รวมทั้งเน้นในเรื่องของความสะอาด ความสงบ ความร่มรื่น ร่มเย็น และมีนโยบายหลักในการก่อสร้างวัตถุเท่าที่จำเป็นต่อการใช้งาน เน้นถึงความประหยัด ความประณีต คงทนถาวร และประโยชน์ในการใช้งานหลัก

基于此宗旨,法身寺一直都在极力于向比丘、沙弥、优婆塞、优婆夷,以及有心学习佛法的人,传授佛法知识与打坐修行。同时在加强寺院清洁卫生和创造宁静清凉的环境同时,还一直秉持着节俭、精致、耐用和多用途的方针政策来创建法身寺。

 

หลักการของวัดพระธรรมกาย มุ่งที่ศีลธรรมไม่ได้เป็นเพียงศาสนสถาน หรือสถานที่สำหรับการประกอบพิธีกรรมเท่านั้น ซึ่งหลวงพ่อทัตตชีโวท่านสรุปว่า “วัดคือโรงเรียนสอนศีลธรรมให้กับมหาชน” การฝึกคนจำนวนมาก โดยเฉพาะเยาวชนของชาติ หากได้รับการสอนและการปฏิบัติธรรมอย่างจริงจังแล้ว ก็จะเป็นผู้รักศีลธรรม สนใจธรรมะและจะช่วยดึงให้ห่างพ้นจากอบายมุขและยาเสพย์ติด

法身寺非常重视道德方面的教育,而不仅仅只是一个宗教场所,或举行宗教仪式的地方。帕帕哇那威利雅坤住持(施命法师)曾总结说道:“法身寺乃一所教导世人道德的学校。”它培养了很多的人,因此,如果国家的青年得到了真正的教导与修行之后,便会成为一位热爱道德和喜欢佛法的人,同时还能促使他们远离歪门邪道和毒品。

 

การขยายพื้นที่รองรับสาธุชนของวัดพระธรรมกาย

法身寺为容纳更多信众而扩展面积

ในขณะที่สร้างวัดควบคู่ไปกับการเผยแผ่ธรรมะนั้น เหล่าสาธุชนได้หลั่งไหลกันมาปฏิบัติธรรมเพิ่มมากขึ้นเรื่อยๆ จากสิบเป็นร้อย จากร้อยเป็นพัน จากพันเป็นหมื่น

法身寺在一边创建同时,也在一边弘扬着佛法。在此期间,来修行的信众们便开始不断的增多,从十名信众增加到一百,再从一百增至一千,再由一千变为一万。

 

ในปีพุทธศักราช ๒๕๒๗ วันสำคัญทางพระพุทธศาสนา จะมีสาธุชนมาวัดครั้งละประมาณ ๒๐,๐๐๐ คน ทำให้พื้นที่ในบริเวณวัดพระธรรมกาย ๑๙๖ ไร่ เนืองแน่นไปด้วยผู้คนที่มาปฏิบัติทั้งสิ้น มีสาธุชนกลุ่มหนึ่งได้เสนอความเห็นว่า ทางวัดควรจะขยายพื้นที่ออกไปอีก เพื่อรองรับสาธุชนที่จะมาปฏิบัติธรรมเพิ่มขึ้นในวันข้างหน้า เมื่อคณะสงฆ์วัดพระธรรมกายเห็นสมควร จึงได้ปรึกษากับมูลนิธิธรรมกายซึ่งขณะนั้น หลวงพ่อทัตตชีโวเป็นประธานมูลนิธิ ดำเนินการติดต่อขอซื้อที่ดินบริเวณท้ายวัดในนามของมูลนิธิฯ ขยายออกไปอีกประมาณ ๒,๐๐๐ ไร่เศษ โดยได้รับบริจาคปัจจัยจากสาธุชนที่มีจิตศรัทธา ซื้อที่ดินผืนนี้ไว้เป็นสมบัติของพระศาสนา เพื่อให้ชาวพุทธทุกคนได้มาประพฤติปฏิบัติธรรมร่วมกันในสถานที่อันสงบร่มรื่น และยังใช้ประโยชน์ในศาสนกิจของการคณะสงฆ์ได้ด้วย

在佛历2527年那一年,每当到了佛教重要节日的当天,就会有大约20000名的信众来到寺院参加法会,使得当时面积为196泰亩的法身寺,四处都挤满了人。之后就有一些信众建议扩大寺院的面积,以便能够在未来容纳下更多前来修行的信众。法身寺的僧团认为这个建议非常适当,于是就去和法身寺基金会商量,而当时基金会的主席正是帕帕哇那威利雅坤住持(施命法师)。最后,决定以法身基金会的名义来购买原寺院周边大约2000泰亩的土地。而所需的资金,则是来源于有信仰心的信众之供养。买下这些土地来作为佛教的财产,为的正是让每一位佛教信徒拥有一个宁静的修行场所,来聚集在一起修行打坐,同时也有利于举行僧团方面的宗教仪式。

 

พื้นที่ที่ขยายออกมา เริ่มใช้งานเผยแผ่พระพุทธศาสนามาตั้งแต่ พ.ศ. ๒๕๒๘ โดยมีสาธุชนมาปฏิบัติธรรมเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ จนกระทั่งถึงปี พ.ศ. ๒๕๔๒ มีสาธุชนมาปฏิบัติธรรมร่วมกันในวันสำคัญทางศาสนาครั้งละกว่า ๑๐๐,๐๐๐ คน ตลอดระยะเวลาที่ผ่านมา ได้ดำเนินการก่อสร้างศาสนสถานขึ้นตามความจำเป็นต่อการใช้งานมาโดยลำดับ และในขณะนี้กำลังก่อสร้างมหาธรรมกายเจดีย์ เจดีย์แห่งพระรัตนตรัย ซึ่งเป็นศูนย์รวมใจชาวพุทธทั่วโลก เพื่อประกอบพิธีกรรมร่วมกันในวันสำคัญทางพุทธศาสนา เป็นการตอกย้ำให้ชาวพุทธทุกคนเห็นว่า ธรรมะในพระพุทธศาสนาเป็นสิ่งล้ำค่า ควรประพฤติปฏิบัติ และช่วยกันหวงแหนรักษาไว้ให้เป็นมรดกธรรมแก่อนุชนรุ่นหลังสืบต่อไป

所扩展出来的土地面积,在佛历2528年开始启用,并主要是用于弘扬佛教的工作。之后,来参加修行打坐的信众也在日益增多。到了佛历2542年,每当在佛教重要节日的当天,都会有大约100,000位信众来参加修行打坐。一直以来,法身寺都在逐渐的按照各种工作所需,来持续的建立各种宗教场所。而现今正在兴建的一座建筑物就是大法身舍利塔,而这也是全世界佛教徒的聚集中心,也是在佛教重要节日的当天,举行活动仪式的重要场所。以此来让所有的佛教徒都明白,佛法在佛教中是无价的,我们应该一边继续的修行佛法,一边给予有力的保护,将其传承给子孙后代。

 

หลวงพ่อทัตตชีโวนั้น นอกจากท่านจะเป็นผู้ที่รักธรรมะเป็นชีวิตจิตใจ และได้ทุ่มเทอุทิศชีวิตให้แก่งานของพระพุทธศานามาโดยตลอดแล้ว ท่านยังเป็นผู้ที่มีความเคารพรักและมีความกตัญญูต่อครูบาอาจารย์อย่างยิ่ง อะไรที่เห็นว่าเป็นคำสั่งหรือความต้องการของครูบาอาจารย์แล้ว ท่านเป็นต้องรับอาสาทำสิ่งนั้นอย่างชนิดถวายหัวทุกครั้งไปประกอบกับอุปนิสัยของการรับผิดชอบต่อส่วนรวมของท่าน ไม่ว่างานเล็กงานใหญ่ หรืองานอะไรที่เป็นของหมู่คณะ ท่านไม่เคยดูดาย โดยจะต้องเข้ามามีส่วนร่วมรับผิดชอบอย่างเต็มกำลัง

施命法师除了是一位热爱佛法之人,并将整个生命奉献于佛教事业之外,还非常的爱戴和孝顺导师。凡是他认为是对导师有意义或必要的事情,他每次都会自告奋勇的带头去完成此事,充分的发挥了他具有责任感的个性。无论是大事还是小事,或者团体的任何事情,他都不会忽视,而是尽全力的履行自己的责任与义务。

 

จึงกล่าวได้ว่า นอกจากคุณยายอาจารย์มหารัตนอุบาสิกาจันทร์ ขนนกยูงแล้ว และหลวงพ่อธัมมชโยแล้ว หากไม่มีหลวงพ่อทัตตชีโวอีกองค์หนึ่ง วัดพระธรรมกายก็จะยังมาไม่ถึงวันนี้

由此可知,除了詹孔诺雍优婆夷老奶奶和法胜大师以外,如果没有施命大师,法身寺也不会发展成今天这个规模。

         

 

งานสร้างพระ

培养僧人的工作

 

พระภิกษุ

比丘

          หลวงพ่อทัตตชีโวท่านได้รับมอบหมายจากหลวงพ่อธัมมชโย ให้เป็นผู้รับผิดชอบดูแลการศึกษาอบรมของพระภิกษุสามเณรในวัด ซึ่งท่านได้ทุ่มเททุกวิถีทางที่จะสร้าง “พระแท้” ฝากไว้ให้เต็มแผ่นดิน โดยในส่วนวัดพระธรรมกายนั้น พระภิกษุทุกรูปมีเส้นทางการเข้ามาอยู่ในวัดพระธรรมกาย ๓ ลักษณะ คือ

施命大师受到法胜大师的委托,负责寺院的比丘培养工作。他以各种各样的方式培养了很多的正僧。而对于法身寺来说,要想成为本寺的比丘,则可以通过以下三种方式来实现,分别是:

๑. อุบาสกที่อยู่ฝึกฝนตนเอง ณ วัดพระธรรมกาย เป็นเวลาอย่างน้อย ๕ ปี และได้รับอนุญาตจากคณะสงฆ์ และคณะกรรมการอุบาสกให้บรรพชาอุปสมบทได้ ซึ่งมีผู้ได้รับอนุญาตให้บวชได้ตั้งแต่ปี พ.ศ. ๒๕๑๕ เป็นต้นมา

๒. จากโครงการอบรมธรรมทายาทและอุปสมบทหมู่ ของวัดพระธรรมกาย ซึ่งมีผู้ไม่ลาสิกขาและอยู่จำพรรษาต่อที่วัด ตั้งแต่ปี พ.ศ. ๒๕๒๘ และทุกรูปจะต้องผ่านหลักสูตรการอบรมพระภิกษุใหม่ของวัดเป็นเวลา ๓ ปีเต็ม จึงจะรับเข้าเป็นพระภิกษุประจำของวัดพระธรรมกาย

๓. สามเณรประจำของวัดพระธรรมกาย ที่มีอายุครบอุปสมบท ซึ่งมีสามเณรเข้ารับการอุปสมบทตั้งแต่ปี พ.ศ. ๒๕๓๒

1.成为法身寺中的优婆塞,经过至少五年的培训,并且得到僧团和优婆塞委员会的允许后,才能够剃度出家。而自从佛历2515年以来,就不断的有优婆塞获得批准而剃度出家

2.自从佛历2525年开始,参加法身寺短期出家之后,不想还俗,而想继续的出家修行的僧人,那么就得经过满三年的新比丘培训,才能成为法身寺的常住比丘。

3.自从佛历2532年开始,法身寺的常住沙弥,达到出家的年龄后,就可以正式受比丘而成为比丘。

 

การอบรมพระภิษุใหม่

比丘的培训

พระภิกษุใหม่ทุกรูป จะได้รับการอบรมให้มีอุดมการณ์ มีศีลาจารวัตรเหมาะสมกับความเป็นพระภิกษุ โดยฝึกสมาธิภาวนาอย่างต่อเนื่อง พร้อมทั้งฝึกการใช้และดูแลรักษาปัจจัยสี่ ควบคู่กับการศึกษา พระธรรมวินัย และทักษะในการทำงานพระพุทธศาสนา โดยมีหัวข้ออบรมดังนี้

每一位新比丘都会被培训成为一名具有丰富知识和严守戒律的正僧。他们要一直精进的修行打坐,并且训练使用和维护四事,同时还加以学习戒律和管理佛教事业的技巧。主要的培训内容如下:

  1. ธรรมะปฏิบัติ
  2. ข้อปฏิบัติและมารยาทของพระสงฆ์
  3. พระวินัย และศาสนพิธี
  4. นักธรรมตรี โท เอก
  5. มงคลสูตร 38 ประการ
  6. ศึกษาพุทธประวัติ และหลักธรรมทั่วไปจากพระไตรปิฎก
  7. ฝึกการศึกษาค้นคว้าพระไตรปิฎก
  8. บาลีพื้นฐาน
  9. ความรู้เรื่องวัดของเรา
  10. วิธีการเผยแผ่พระพุทธศาสนา
  11. เรียนรู้และศึกษาการทำงานในหน่วยงานต่างๆ ของวัด

1.佛法修行

2.比丘的实践条例与礼仪

3.戒律和佛教仪式

4.佛法学士、硕士和博士课程

5.三十八道吉祥经

6.学习三藏经中的佛传和一般法则

7.学习和钻研三藏经

8.巴利文的基础

9.了解本寺院的历史

10.弘扬佛教的方法

11.了解和学习寺院中各个部门的工作

เมื่อผ่านการอบรมครบสามปีแล้ว จะมีการประเมินผล และรับเข้าเป็นพระภิกษุประจำ ช่วยปฏิบัติศาสนกิจต่างๆ ของวัด เช่น งานเผยแผ่ ( เป็นพระอาจารย์สอนภาวนา หรือเทศน์สอนธรรมะ ) งานด้านการศึกษา งานวิชาการ ดูแลงานก่อสร้าง บริหารงานด้านต่างๆ ของวัดเป็นต้น ในขณะเดียวกันเพื่อเป็นการฝึกฝนอบรมตน จึงมีการศึกษาพระปริยัติธรรม ทั้งแผนกธรรมและแผนกบาลี รวมทั้งการอบรมธรรมะปฏิบัติอย่างต่อเนื่องด้วย

当培训圆满三年,并经过评估之后,就可以成为本寺院的常住比丘,来帮忙处理寺院中的各种法务。例如,弘法工作(成为指导打坐或教导佛法的法师),教育工作,技术工作,监理建筑工作,以及寺院的各种行政管理工作等等。同时为了培养和训练自己,还要学习三藏经中的佛法和巴利文的知识,以及不断的训练和佛法修行。

 

สามเณร

沙弥

สามเณรทุกรูปมีเส้นทางการเข้ามาอยู่วัดพระธรรมกาย ๒ ลักษณะใหญ่ๆ คือ

可以通过两种方式,来成为法身寺的沙弥,分别是:

  • ประมาณร้อยละ ๗๐ ของสามเณรทั้งหมด คือผู้ที่ผ่านการอบรมสามเณรยุวธรรมทายาทภาคฤดูร้อนของวัดพระธรรมกาย และมีความประสงค์จะบวชเรียนต่อ
  • ประมาณร้อยละ ๓๐ มาจากวัดสาขาของวัดพระธรรมกาย และวัดต่างๆ

สามเณรทุกรูปต้องผ่านการอบรมตามหลักสูตรสามเณรใหม่ของวัดเป็นเวลา ๑ ปีเต็ม จึงจะรับเข้าเป็นสามเณรประจำของวัดพระธรรมกาย

1、有大约70%的沙弥,是在通过了本寺所举办的夏季沙弥短期出家活动后,并有意愿想继续出家学习的沙弥中选取的。

2、有大约30%的沙弥,则来自于法身寺的分寺及其各个寺院。

每一位沙弥都要通过法身寺圆满一年的培训课程之后,才能正式成为本寺的常住沙弥。

 

การอบรมสามเณร

沙弥的培训

          สามเณรทุกรูปจะได้รับการอบรมตามหลักสูตรของวัด ดังนี้

๑. ฝึกให้มีความเคารพในพระพุทธ พระธรรม พระสงฆ์

๒. ฝึกให้อยู่ในศีลอย่างเคร่งครัด

๓. ฝึกให้อยู่ในวัตรปฏิบัติของเพศบรรพชิตและระเบียบวินัยของวัด

๔. ฝึกการทำงานร่วมกับหมู่คณะ

๕. ฝึกให้รู้จักใช้ และรักษาสิ่งของเครื่องใช้ที่สาธุชนนำมาถวายอย่างประหยัดและเกิดประโยชน์สูงสุด

每一位沙弥所接受的培训课程,有如下:

1.训练成为尊敬佛、法、僧三宝之人。

2.训练成为严格持戒之人。

3.训练成为遵守戒律和寺院规章制度之人。

4.训练与团体一起工作。

5.训练成为一位懂得使用和护理工具之人,将居士所供养的用具以最节约的方式,来发挥最大的效益。

 

สามเณรน้อยๆ ผู้เป็นเหล่ากอของสมณะเหล่านี้ ต้องจากบ้าน จากครอบครัวอันอบอุ่นมาอยู่วัดภายใต้ระเบียบกฎเกณฑ์ทั้งในพระวินัยและของวัด ซึ่งหากจะเปรียบกับลูกหลานชาวบ้านทั่วๆ ไป เด็กในวัยนี้ยังต้องการความรัก ความเอาใจใส่ ต้องการการดูแลอย่างใกล้ชิดทั้งทางร่างกายและจิตใจ จึงจะสามารถประคับประคองตนอยู่ในเพศบรรพชิตได้ตลอดรอดฝั่ง

小沙弥是沙门家族中的一员,他们要离开温暖的家庭来到寺院中,遵守戒律以及寺院的规章制度。如果要与世俗的普通小孩作比较,那么处于这个年龄段的小沙弥,在身心方面也一样需要关怀和无微不至的照顾,如此才能一直护持他那颗幼小的心灵。

 

หลวงพ่อทัตตชีโวเข้าใจความรู้สึกและความต้องการของสามเณรน้อยเหล่านี้ดี จึงได้พยายามหาเวลาไปให้การศึกษาอบรม เอาใจใส่ดูแลเรื่องสุขภาพ และความเป็นอยู่ของสามเณรเสมอมา ทั้งยังคอยให้กำลังใจแก่สามเณรทั้งหลาย ให้มีความอดทนพากเพียร เพื่อจะได้บรรลุเป้าหมายแห่งการบวชในที่สุด

施命大师非常了解这些小沙弥的感受与需要,于是便尽量安排时间去给予教导与培训。同时他也一直非常关心小沙弥的身体健康和居住环境,并且为了让小沙弥最后能够顺利的出家成为比丘,他还不断的给予鼓励,让他们持续的保持忍耐和精进的心。

 

งานสร้างคน

培养善人的工作

หลวงพ่อทัตตชีโวเป็นผู้มีที่ให้ความสำคัญต่อการสร้างคน มากกว่าการสร้างสิ่งใดๆ ทั้งสิ้น ดังจะเห็นว่าเพียงแค่ท่านเพิ่งบวชพรรษาแรก ท่านก็ริเริ่มโครงการอบรมเยาวชนที่ใช้ชื่อว่า “ การอบรมธรรมทายาท ภาคฤดูร้อน” มาตั้งแต่เริ่มต้นสร้างวัดเลยทีเดียว เริ่มจากนักศึกษาชายจำนวน ๕๐ คน ในปี พ.ศ. ๒๕๑๕ ขยายจำนวนเป็นพันกว่าคนในปี พ.ศ. ๒๕๓๘ ปัจจุบันรวมยอดสะสมเป็นจำนวนกว่า ๒๐,๐๐๐ คนของนักศึกษาระดับมหาวิทยาลัยซึ่งผู้ที่ผ่านการอบรมต่างก็สำเร็จการศึกษา เป็นบัณฑิตทุกสาขาวิชาชีพ ทำงานให้กับประเทศชาติและสังคม อย่างมีคุณธรรมตามหลักของพระพุทธองค์ที่ว่า

施命大师在对培养善人方面,比做任何事情都更为注重。在他出家的第一年,也就是创建寺院的初期,便开始创办了名为“夏季佛法薪传者”的青年培训活动。从佛历2515年的50位男学生,再到后来的佛历2538年,已经扩展为1000多位。现今累计人数,已经有多达20000多位的大学生来参加此项活动。而能通过该培训活动的各个专业的大学生,也都同样能够在学业上取得优异的成绩,并在国家和社会的岗位上做出应有的贡献。他们所具备的道德就犹如佛陀所教诲到的那样:

 

“บัณฑิตมิใช่เป็นเพียงผู้มีปัญญา แต่ต้องเป็นผู้ที่อุดมด้วยศีล สมาธิ ปัญญา”

“学者不只是一位有学识之人,还必须是一位具足了戒、定、慧之人。”

 

นับได้ว่า ท่านเป็นผู้ที่ได้หว่านเมล็ดพันธุ์ของบัณฑิตผู้เปี่ยมด้วยคุณธรรมให้แก่ประเทศชาติของเราเป็นเวลายาวนานด้วยความวิริยะ เสียสละ พากเพียร และอดทน อย่างผู้ที่มีวิสัยทัศน์อันกว้างไกล ที่จะมีส่วนช่วยพัฒนาประเทศด้วยการพัฒนาคนอย่างแท้จริง

施命大师培养了很多德才兼备的大学生,并用很长的时间来让我们国家的人民都身怀一份勤勉、舍弃、努力和忍耐的特性。让人们具有深远的视野,以通过培养人才来促进国家的真正发展。

 

นอกจากนั้น ยังได้เปิดโครงการอบรมพัฒนาจิตใจขึ้นอีกหลายโครงการเป็นประจำทุกปี เพื่อความเหมาะสมกับคนแต่ละกลุ่ม อาทิ

โครงการยุวธรรมทายาท

โครงการมัชฌิมธรรมทายาท

โครงการเยาวชนสร้างสรรค์

โครงการยุวกัลยาณมิตร

โครงการอบรมศีลธรรมแก่นักเรียน นิสิตนักศึกษา

โครงการอบรมข้าราชการ ทหาร ตำรวจ พนักงานรัฐวิสาหกิจ และบริษัทเอกชน

ตลอดจนการสอนธรรมะทุกวันอาทิตย์และวันสำคัญทางศาสนา ซึ่งโครงการต่างๆ เหล่านี้ทุกโครงการล้วนอยู่ในความดูแลของท่านอย่างใกล้ชิด

除此之外,为了适合各种不同人群的需求,还创办有许多训练和开发心灵的活动,例如:

青少年佛法薪传者活动

(国中生)

青少年佛法薪传者活动

(高中生)

青年创造性活动

青年善知识活动

培养中小学生及大学生的道德活动

培训公务人员、军人、警察和企事业单位职员的活动

以及在每个星期天和重要佛教节日中的佛法教育,以上这些活动都得到了帕帕哇那威利雅坤(施命法师)的密切关照。

 

 

งานสร้างสันติสุขให้แก่ชาวโลก

为世界人民创造和平

หลวงพ่อทัตตชีโว นับเป็นพระสงฆ์ไทยอีกรูปหนึ่ง ซึ่งมีบทบาทสำคัญอันดีงามในระหว่างนิกายต่างๆ ของพระพุทธศาสนา เพื่อนำไปสู่ความร่วมมือในการฟื้นฟู และเผยแผ่พระพุทธศาสนาให้ขยายกว้างไกลออกไปทั่วโลก

在将佛法之光弘扬至各个国家的佛教事业中,施命大师称得上是一位,扮演了极其重要角色的优秀泰国僧人。为了复兴和弘扬佛教,将佛教发展至全世界每一个角落,他极力的倡导各个国家的佛教派别,能建立起友好往来的亲密关系。

 

ถึงแม้พระพุทธศาสนาของเราจะมีหลายหลากนิกาย มีธรรมวินัยบทบัญญัติแตกต่างกันบ้างตามวัฒนธรรมประเพณีของแต่ละประเทศ แต่ก็ล้วนเป็นลูกพระพุทธเจ้าด้วยกัน พระธรรมคำสอนก็ยังเป็นเนื้อเดียวกัน คือเป็นคำสอนที่มุ่งตรงต่อสันติสุขอย่างแท้จริง

虽然佛教分有各种各样的派别,并且根据每个国家的文化传统具有不同的戒律条规。但是大家都依然是佛陀的弟子,且拥有相同的佛教教义,那就是实现真正的和平。

 

อาศัยที่หลวงพ่อทัตตชีโวเป็นผู้ที่ทรงภูมิธรรมความรู้ มีศีลาจารวัตรงดงามและมีวิสัยทัศน์กว้างไกล ดังนั้น ท่านจึงสามารถทำหน้าที่อันนี้ได้อย่างดี จนเป็นที่ยอมรับยกย่องจากประชาคมโลกทุกระดับ ตั้งแต่ระดับท้องถิ่น ระดับองค์กรระหว่างประเทศ ไปจนถึงองค์กรระดับโลก

基于施命大师拥有博学的知识、严谨的戒律和高瞻远瞩的思想。因此,他很好的履行了自己的职责,并获得了从泰国到全世界各个阶层的推崇与赞扬。

 

ประวัติย่อ พระภาวนาวิริยคุณ (หลวงพ่อทตฺตชีโว) 

Brief History of Luang Por Dattajeevo


นามและฉายา                            : พระเผด็จ ทตฺตชีโว หรือ หลวงพ่อทตฺตชีโว

Monastic Title                            : Ven. Phrapadej Dattajeevo Bhikkhu, the Most Venerable Luang Por Dattajeevo

นามเดิม                                       : เผด็จ ผ่องสวัสดิ์

Former Name                              : Mr. Padej Pongsawat

วันเดือนปีเกิด                     : วันที่ 21 ธันวาคม 2483 ตรงกับวันเสาร์ แรม 7 ค่ำ เดือนอ้าย ปีมะโรง

Date of Birth                       : Saturday (waning moon), 21st December 1940 (2483 B.E.) in the year of the snake

ถิ่นกำเนิด                                   : อำเภอเมือง จังหวัดกาญจนบุรี

Place of Birth                              : Amphor Muang, Kanchanaburi Province

อุปสมบท                                    : วันที่ 19 ธันวาคม 2514 ณ อุโบสถวัดปากน้ำภาษีเจริญ กรุงเทพ โดยมีพระเทพวรเวที

(ปัจจุบันเป็นสมเด็จพระมหารัชมังคลาจารย์ เจ้าอาวาสวัดปากน้ำภาษีเจริญ)   เป็นพระอุปัชฌาย์

Ordination Date                        : 19th December 1971 (2514 B.E.) at Wat Paknam Bhasicharoen, Bangkok, with H.H. Somdej Phra Maharatchamongkhalachan (formerly Venerable Phrathepwarawati), the current abbot of Wat Paknam Bhasicharoen, as his preceptor.

俗名叫帕蒂彭萨哇

1940年12月21日

北碧府的巴帕列县中

于佛历2514年12月19日,在曼谷的北榄寺由帕帖瓦拉瓦提(Phrathepwarawaetee-僧衔音译,巴利文九级长老)当他的戒师,受戒出家。

 

 

การศึกษาอบรม

Education
教育

มัธยมศึกษา                                : โรงเรียนวิสุทธิรังษี จ.กาญจนบุรี และ โรงเรียนเตรียมอุดมศึกษา กรุงเทพฯ
Secondary Education  : Wisutirungsri School, Kanchanaburi Province; and Triam Udom High School, Bangkok

พ.ศ. ๒๕๐๑ – ๒๕๐๓      มัธยมปีที่ ๗ – ๘ จากโรงเรียนเตรียมอุดมศึกษา กรุงเทพฯ

อุดมศึกษา                                   : กสิกรรมและสัตวบาลบัณฑิต สาขาสัตวบาล (กส.บ.) มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ และ  ศึกษาด้านผลิตภัณฑ์นม ณ ประเทศออสเตรเลีย (เป็นเวลา 2 ปี)
Higher Education         Bachelor of Science in Agriculture and Animal Husbandry from Kasetsart University;

                                                Certificate in Dairy Technology (2-year program) from Hawkesbury College, Australia

พ.ศ. ๒๕๐๓ – ๒๕๑๐          กส.บ. ( กสิกรรมและสัตวบาลบัณฑิต ) มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์

พ.ศ. ๒๕๐๗ – ๒๕๐๙          Diploma of Dairy Technology Hawksbury College ประเทศออสเตรเลีย

การศึกษาทางธรรม                  : นักธรรมชั้นตรี
Buddhism Education First-level Buddhist studies

佛历2496年——佛历2501年,在北碧府的亦属提冷西(音译)中学就读一年级至六年级。

佛历2501年——佛历2503年,在曼谷的重点附属高中就读七年级和八年级。(旧式的学制)

佛历2503年——佛历2510年,就读于农业大学的畜牧专业。

佛历2507年——佛历2509年,留学于澳大利亚的Hawksbury学院。

佛历2519年       获佛学学士学位

 


ประกาศคุณูปการ

Brief history:
พระเดชพระคุณหลวงพ่อทตฺตชีโว เป็นศิษย์อีกผู้หนึ่งของคุณยายอาจารย์มหารัตนอุบาสิกาจันทร์ ขนนกยูง ติดตามสร้างบารมีทางธรรมร่วมกับหลวงพ่อธมฺมชโย ภิกขุ มาตั้งแต่ปีพุทธศักราช 2510 (ก่อนสร้างวัดพระธรรมกาย) และเป็นหัวเรี่ยวหัวแรงสำคัญในการสร้างวัดในเวลาต่อมา
Most Venerable Dattajeevo Bhikkhu is one of the devoted disciples of Master Nun Chand Khonnokyoong who has been pursuing Perfections with the Most Venerable Dhammajayo Bhikkhu since 1967 (2510 B.E.), before the Dhammakaya Temple was built, and remains an integral figure in its construction and continuation ever since.

เมื่อบวชได้เพียง 3 เดือน ได้รับมอบหมายจากหลวงพ่อธมฺมชโยเจ้าอาวาส ให้จัดโครงการฝึกอบรมธรรมทายาท นับแต่นั้นมาท่านก็ได้ทุ่มเทชีวิตจิตใจฝึกอบรมธรรมทายาทมาทุกรุ่นจนถึง ปัจจุบัน

After having only been ordained for three months, Luang Por Dhammajayo entrusted him with developing and organizing the Dhammadayada Ordination Program. He has dedicated his heart, body, and soul in every training Dhammadayada training program since that appointment.
ลีลาการเทศน์ เทคนิคการฝึกอบรมของท่านเป็นที่ชื่นชอบ และถูกอัธยาศัยของผู้เข้ารับการอบรม ตลอดจนผู้ได้ยินได้ฟังเสมอมา ท่านใช้มงคล 38 ประการ เป็นแม่บทในการฝึกอบรม

His teaching method and training technique are highly regarded and compatible with all trainees and people in general. He often uses the 38 Blessings of Life as the basis for the training programs.
หลวงพ่อทตฺตชีโว เป็นเสมือนขุนพลแก้วแห่งกองทัพธรรม เป็นคลังวิทยาของผู้ใฝ่ใจในการศึกษา เป็นที่พึ่งที่ปรึกษาที่อบอุ่นของเหล่าธรรมทายาท และทุกชีวิตที่อาศัยอยู่ในวัด เหมือนพ่อเหมือนแม่เป็นที่อบอุ่นของลูก

Luang Por Dattajeevo is comparable to a great Dhamma warrior and a consummate teacher for those who seek Dhamma knowledge. He is a kind mentor to all the monks and permanent staff residing at the temple, and a warm and loving father-and-mother figure to all the faithful disciples.
บุคคลใดปรารถนาเห็นแบบอย่างความประพฤติที่ดีของศิษย์ที่พึงกระทำต่อ ครู อาจารย์ ถึงพร้อมทั้ง กาย วาจา ใจ ขอให้ดูจริยวัตรของหลวงพ่อทตฺตชีโว ที่ปฏิบัติต่อคุณยายอาจารย์มหารัตนอุบาสิกาจันทร์ ขนนกยูง ผู้เป็นอาจารย์ และหลวงพ่อธมฺมชโย

Anyone who wishes to witness how a faithful pupil ought to attend to his or her teacher in the manners of one’s speech, thought and action should study Luang Por Dattajeevo and emulate the way he carries himself in front of Luang Por Dhammajayo and Master Nun Chand Khonnokyoong, his respected teachers.

 

 

ผลงานที่สำคัญ

–                       เป็นกำลังสำคัญในการบุกเบิกสร้างวัดพระธรรมกาย และพัฒนาวัดจนเจริญก้าวหน้า และสามารถขยายศูนย์สาขาออกไปอีกมากมาย ทั้งในประเทศและต่างประเทศ

–                       เป็นผู้ให้การอบรมศีลธรรมและการเจริญสมาธิภาวนาแกพุทธศาสนิกชนที่เดินทางมายังวัดพระธรรมกายเป็นประจำทุกวันอาทิตย์และวันสำคัญทางพระพุทธศาสนา ตลอดจนได้รับอาราธนาให้ไปแสดงธรรมตามสถานที่ต่างๆ เช่น หน่วยงานราชการ สถานที่ศึกษา สถานีวิทยุกระจายเสียง สถานีวิทยุโทรทัศน์ ฯลฯ

–                       มีผลงานการเทศน์สอนที่เรียบเรียงเป็นหนังสือ เทป วีดีโอเทปมากมาย เช่น มงคลชีวิต โอวาทปาฏิโมกข์ พระแท้ เสขิยวัตร ธัมมจักกัปปวัตตนสูตร เจริญตามรอยบาทกษัตรา นิทานชาดก ก่อนไปวัด การทำบุญทำทานที่สมบูรณ์แบบ คนดีที่โลกต้องการ แด่นักสร้างบารมี หลัการบริหารตามแบบพุทธวิธี แม่แบบคนดี คัมภีร์กู้วิกฤตชาติ ฯลฯ

–                       เป็นผู้นำพระพุทธศาสนาไปเผยแพร่ให้กว้างไกลในนานาประเทศ

重要工作成就

–  创建和发展法身寺,使之繁荣昌盛的重要力量。同时还在国内和国外创建了众多的修行中心。

–  负责道德培养,在每个星期天和佛教的重要节日当天,会亲自负责指导来到法身寺的佛教信徒们打坐。同时被邀请去到不同场合开示佛法。例如:政府单位、教育机构、广播电台以及电视台等等。

–  所开示的内容已经编辑成各种书籍、磁带和录影带。例如:吉祥人生、随顺解说法语、真正的僧人、礼仪汇集、初转法轮经、跟随国王的脚步、本生故事、去寺院前、修圆满的功德、世界需要的善人、致修功德者、按照佛教方法的管理原则、善人的榜样、挽救国家危机的典籍等等。

–  将佛教弘扬至各个国家的领导人

 

 

เกียรติประวัติ

个人荣誉

–                       ได้รับการพระราชทานรางวัลเชิดชูเกียรติผู้ทำคุณประโยชน์ต่อพระพุทธศาสนา ( เสมาธรรมจักร ) สาขาการเผยแผ่พระพุทธศาสนาในประเทศ จากสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี เมื่อวันที่ ๒๙ พษภาคม พ.ศ. ๒๕๓๖

–                       一九九三年五月二十九日:蒙诗琳通公主陛下御颁“少石玛探玛”扎大奖。